📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

คนไทยทั้งประเทศบูชาพระพุทธ แต่ผมบูชายมราช!

ยมราช · ตอนที่ 49 / 60

ภูมิตื่นตอนห้าโมงเช้า เขาไม่ได้นอนไม่หลับ แต่เขาตื่นเพราะเขามีคำถามที่เขาต้องถามตัวเอง

*ทำไมคนต้องเลือกเทพที่คนอื่นเลือก*

เขาเปิดบัญชีบาปบุญ เก้าสิบเจ็ดบรรทัด ดอกจันทองหกดวง

"ยมราชครับ"

"พูด"

"ผมมีคำถามที่ผมต้องถามตัวเอง"

"ถาม"

"ทำไมคนต้องเลือกเทพที่คนอื่นเลือก"

เสียงในหัวเงียบไปสิบวินาที

"ข้าไม่ตอบคำถามนี้" ยมราชตอบ "คำถามนี้เจ้าต้องตอบเอง"

"ทำไม"

"เพราะคำถามนี้เป็นคำถามที่เจ้าจะถามคนอื่น และเจ้าจะถามได้ก็ต่อเมื่อเจ้ามีคำตอบของตัวเอง"

ภูมินั่งเงียบ เขาเข้าใจว่ายมราชสอนอะไร ยมราชไม่ได้สอนให้เขาตอบคำถาม ยมราชสอนให้เขาหาคำตอบก่อนถามคนอื่น

เขาลุกขึ้นจากเตียง เปิดหน้าต่าง ลมเช้าเย็นพัดเข้ามา เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วเขียนคำถามลงไป

**ทำไมคนต้องเลือกเทพที่คนอื่นเลือก**

แล้วเขาก็นั่งลงคิด

เขาคิดว่าคนเลือกเทพที่คนอื่นเลือก เพราะคนกลัวอยู่คนเดียว

คนที่เลือกเทพแปลกๆ จะถูกคนรอบข้างมองว่าแปลก คนที่ถูกมองว่าแปลกจะถูกคนรอบข้างตัดสัมพันธ์ คนที่ถูกตัดสัมพันธ์จะอยู่คนเดียว คนที่อยู่คนเดียวจะกลัว

ดังนั้นคนจึงเลือกเทพที่คนส่วนใหญ่เลือก ไม่ใช่เพราะคนเชื่อว่าเทพนั้นดีที่สุด แต่เพราะคนกลัวว่าถ้าเลือกเทพอื่น จะอยู่คนเดียว

ภูมิเขียนคำตอบลงกระดาษ

**คนเลือกเทพที่คนอื่นเลือก เพราะคนกลัวอยู่คนเดียว**

แล้วเขาก็คิดต่อ

ถ้าคนกลัวอยู่คนเดียว แล้วคนที่ไม่กลัวอยู่คนเดียวล่ะ

คนที่ไม่กลัวอยู่คนเดียว คือคนที่เลือกเทพตามที่ตัวเองเชื่อ ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง

คนที่เลือกยมราช คือคนแบบนั้น

ภูมิเขียนต่อ

**คนที่เลือกยมราช คือคนที่กล้าอยู่คนเดียว**

ภูมิออกจากบ้านตอนหกโมงครึ่ง วันนี้เขาจะไปโรงเรียน เขาไม่ได้ไปโรงเรียนมาสามวันแล้ว เขาคิดว่าถ้าเขาไม่ไปโรงเรียน ครูจะโทรหาแม่ แล้วแม่จะกังวล

เขาเดินไปโรงเรียน ถนนเปียกจากฝนเมื่อคืน กลิ่นดินหอมอ่อนๆ เขาเดินช้า เขาไม่ได้คิดถึงยมราช เขาคิดถึงเจ

เจเป็นคนที่เขาไปหาเมื่อวานซือน เจฟังเขาแล้วไม่ตอบ เจบอกว่าเจจะคิดก่อน ภูมิไม่รู้ว่าเจคิดเสร็จหรือยัง

เขาเดินถึงโรงเรียนตอนเจ็ดโมงครึ่ง ห้องเรียนเต็มแล้ว เจนั่งที่เดิม มิ้นนั่งที่เดิม

ภูมิเดินเข้าไปในห้อง

เจหันมามอง แล้วยืนขึ้น

ห้องเงียบ

"ผมยอมรับยมราช" เจพูดเสียงดัง

ห้องเงียบกว่าเดิม

"ผมยอมรับยมราช" เจพูดซ้ำ "ผมไม่ได้เลิกบูชาพระพิฆเนศ แต่ผมยอมรับว่ายมราชเป็นเทพที่มีค่าเท่ากับพระพิฆเนศ"

เพื่อนในห้องเงียบ บางคนมองเจ บางคนมองภูมิ บางคนมองทั้งสองคน

"มึงบ้า" เพื่อนคนหนึ่งพูด

"กูไม่บ้า" เจตอบ "กูแค่คิดว่ายมราชเป็นเทพที่คนไม่ควรลืม แล้วกูเลือกที่จะไม่ลืม"

"แล้วพระพิฆเนศคิดยังไง"

"พระพิฆเนศเข้าใจ" เจตอบ "พระพิฆเนศเป็นเทพที่ให้โชค แต่พระพิฆเนศไม่ได้ห้ามกูยอมรับเทพอื่น พระพิฆเนศสอนกูว่าการให้โชคไม่ได้หมายความว่าคนจะไม่ตาย คนทุกคนต้องตาย ไม่ว่าจะมีโชคหรือไม่มีโชค"

ภูมิมองเจ แล้วเข้าใจทันทีว่าทำไมเจถึงยอมรับ

เจยอมรับไม่ใช่เพราะเจเชื่อยมราช แต่เพราะเจเชื่อพระพิฆเนศ

พระพิฆเนศเป็นเทพที่ให้โชค แต่พระพิฆเนศไม่ได้หลอกเจว่าคนจะไม่ตาย พระพิฆเนศสอนเจว่าคนทุกคนต้องตาย ดังนั้นพระพิฆเนศไม่ได้ขัดกับยมราช พระพิฆเนศเป็นเทพที่ยอมรับความตายเหมือนยมราช แต่พระพิฆเนศเลือกที่จะให้ความหวังก่อนตาย

"มิ้น" ภูมิหันไปหามิ้น

"ฉันยอมรับมานานแล้ว" มิ้นตอบ "ฉันแค่ไม่เคยพูดต่อหน้าคนอื่น"

"แล้วทำไมวันนี้ถึงพูด"

"เพราะเจพูดก่อน" มิ้นยิ้ม "ถ้าเจพูด ฉันก็พูดได้"

ภูมิเข้าใจทันที คนไม่ได้กลัวเทพที่ตัวเองเลือก คนกลัวอยู่คนเดียว แต่ถ้ามีใครพูดก่อน คนที่เหลือก็พูดได้

เจพูดก่อน มิ้นเลยพูดได้

แล้วคนอื่นในห้องล่ะ

คาบเช้าผ่านไป ครูสอนเรื่องเศรษฐศาสตร์ ภูมิไม่ได้ฟัง เขามองเพื่อนในห้อง เขาเห็นว่าเพื่อนบางคนมีสีหน้าแปลก

คาบเที่ยง ภูมิไม่ได้ไปโรงอาหาร เขาเดินไปที่สนาม

เจตามมา

"มึงโอเคไหม"

"โอเค" ภูมิตอบ

"กูทำให้มึงเดือดร้อน"

"ไม่" ภูมิส่ายหน้า "มึงทำให้ผมมีคนพูดด้วย"

เจนิ่ง

"ผมไม่ได้มีคนพูดด้วยมานานแล้ว" ภูมิพูด "มึงเป็นคนแรกที่พูดว่ายมราชเป็นเทพที่มีค่า ต่อหน้าคนอื่น"

"มึงไม่เคยมีใครพูดด้วยเลยเหรอ"

"มี" ภูมิตอบ "ยายสมศรีพูดด้วย พี่เบสพูดด้วย อาคมพูดด้วย มิ้นพูดด้วย แต่ทุกคนพูดแบบส่วนตัว ไม่มีใครพูดต่อหน้าคนอื่น"

"แล้วกูทำได้ยังไง"

"มึงทำได้เพราะมึงไม่กลัว" ภูมิตอบ "มึงเป็นคนที่พระพิฆเนศเลือก พระพิฆเนศเป็นเทพที่ให้โชค คนที่พระพิฆเนศเลือกมักจะเป็นคนที่กล้า มึงจึงกล้าพูดต่อหน้าคนอื่น"

"แล้วกูเป็นคนที่กล้าเหรอ"

"มึงเป็นคนที่กล้า" ภูมิยิ้ม "มึงเป็นคนที่กล้าตั้งแต่แรก มึงเคยหยามผมต่อหน้าคนทั้งห้อง มึงจึงกล้ายอมรับยมราชต่อหน้าคนทั้งห้อง"

เจหัวเราะ

"มึงโคตรฉลาด"

"ผมแค่สังเกต"

ทั้งสองเดินกลับห้องเรียนด้วยกัน

ตอนบ่าย มีข่าวแพร่ในโรงเรียน เจ วรวุฒิประกาศยอมรับยมราช เด็กบางคนตกใจ เด็กบางคนหัวเราะ เด็กบางคนเฉยๆ

แต่ที่สำคัญคือ มีเด็กสามคนเดินมาหาภูมิตอนเลิกเรียน

"ภูมิ"

"ครับ"

"เราอยากถามเรื่องยมราช"

ภูมิมองเด็กสามคน เขาไม่รู้จักพวกเขาดี เขารู้แค่ว่าเขาเคยเห็นหน้าในโรงเรียน

"เข้ามา" ภูมิพาเด็กสามคนไปที่ม้านั่งใต้ต้นไม้

"พวกเราได้ยินที่เจพูด" เด็กคนหนึ่งพูด "พวกเราสนใจยมราช"

"ทำไมถึงสนใจ"

"เพราะพวกเราเลือกเทพอื่น แล้วพวกเราไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงเลือกเทพนั้น" เด็กอีกคนพูด

"พวกเราเลือกพระพิฆเนศเพราะเพื่อนเลือก" เด็กคนที่สามพูด "พวกเราไม่ได้เชื่อว่าพระพิฆเนศเป็นเทพที่ดีที่สุด พวกเราแค่เลือกเพราะเพื่อนเลือก"

ภูมิฟังแล้วเงียบ เด็กสามคนนี้เป็นตัวอย่างของคำตอบที่เขาเขียนเมื่อเช้า

*คนเลือกเทพที่คนอื่นเลือก เพราะคนกลัวอยู่คนเดียว*

"แล้วพวกคุณอยากรู้อะไร" ภูมิถาม

"เราอยากรู้ว่ายมราชเป็นยังไง" เด็กคนแรกพูด "เราได้ยินว่ายมราชเป็นเทพแห่งความตาย แต่เราไม่รู้ว่ายมราชทำอะไร"

"ยมราชไม่ได้ฆ่าคน" ภูมิตอบ "ยมราชบอกคนว่าความตายมีความหมาย"

"ความตายมีความหมายยังไง"

"ความตายมีความหมายเพราะความตายทำให้คนรู้ว่าชีวิตมีค่า" ภูมิตอบ "ถ้าคนไม่ตาย คนจะไม่รู้ว่าชีวิตมีค่า คนจะใช้ชีวิตแบบไม่สนใจอะไร แต่ถ้าคนรู้ว่าคนต้องตาย คนจะใช้ชีวิตอย่างมีค่า"

"แล้วพระพิฆเนศล่ะ"

"พระพิฆเนศให้โชค" ภูมิตอบ "พระพิฆเนศทำให้คนมีความหวัง แต่พระพิฆเนศไม่ได้บอกว่าคนไม่ต้องตาย พระพิฆเนศบอกว่าคนที่มีโชคจะอยู่ได้นานขึ้น แต่คนทุกคนยังต้องตาย"

"แล้วพระอาทิตย์"

"พระอาทิตย์เป็นเทพที่ให้ความจริง" ภูมิตอบ "พระอาทิตย์ไม่หลอกตัวเอง พระอาทิตย์รู้ว่าตัวเองให้ทั้งแสงสว่างและความร้อน พระอาทิตย์ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นเทพที่ดี พระอาทิตย์บอกว่าตัวเองเป็นเทพที่จริง"

เด็กสามคนฟังแล้วเงียบ

"พวกเราเลือกผิดเหรอ" เด็กคนหนึ่งถาม

"ไม่" ภูมิตอบ "พวกคุณไม่ได้เลือกผิด พวกคุณแค่เลือกตามเพื่อน และการเลือกตามเพื่อนไม่ใช่เรื่องผิด"

"แล้วเราควรทำยังไง"

"พวกคุณควรถามตัวเองว่าพวกคุณเชื่ออะไร" ภูมิตอบ "ถ้าพวกคุณเชื่อพระพิฆเนศ พวกคุณก็บูชาพระพิฆเนศ ถ้าพวกคุณเชื่อพระอาทิตย์ พวกคุณก็บูชาพระอาทิตย์ ถ้าพวกคุณเชื่อยมราช พวกคุณก็บูชายมราช"

"แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเราเชื่ออะไร"

"พวกคุณจะรู้เมื่อพวกคุณหยุดฟังคนอื่น" ภูมิตอบ "พวกคุณจะรู้เมื่อพวกคุณฟังตัวเอง"

เด็กสามคนพยักหน้า แล้วลุกขึ้นเดินจากไป

ภูมินั่งคนเดียวที่ม้านั่ง เขามองท้องฟ้า ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม

เขาเปิดบัญชีบาปบุญ ดอกจันทองเพิ่มขึ้นสามดวง

รวมเป็นเก้าดวง

"ยมราชครับ"

"พูด"

"ดอกจันเพิ่มสามดวง"

"ข้ารู้"

"เด็กสามคนที่มาหาผมเริ่มลังเล"

"ใช่" ยมราชตอบ "เด็กสามคนเลือกเทพตามเพื่อน แต่วันนี้เด็กสามคนเริ่มถามตัวเองว่าตัวเองเชื่ออะไร"

"แล้วดอกจันจะเพิ่มต่อไหม"

"ขึ้นอยู่กับว่าเด็กสามคนจะเชื่ออะไร" ยมราชตอบ "ถ้าเด็กสามคนเชื่อยมราช ดอกจันจะเพิ่ม ถ้าเด็กสามคนเชื่อพระพิฆเนศ ดอกจันจะไม่เพิ่ม แต่เด็กสามคนจะรู้ว่าตัวเองเชื่ออะไร นั่นสำคัญกว่า"

ภูมิพยักหน้า

ตอนเย็น ภูมิเดินกลับบ้าน เขาเดินผ่านตลาด เขาเห็นยายสมศรีนั่งอยู่หน้าร้านขายของเก่าเหมือนเดิม

"ยายครับ"

"นั่นลง"

ภูมินั่งลงบนก้อนอิฐ

"ยายรู้ได้ไงว่าผมจะมา"

"เฒ่าไม่รู้" ยายสมศรีพัดเบาๆ "เฒ่าแค่รู้ว่าวันนี้ธูปดับตอนเที่ยง ไม่ใช่ตอนเช้า"

"ธูปดับตอนเที่ยงหมายความว่าอะไร"

"หมายความว่ามีคนยอมรับ" ยายสมศรีตอบ "ธูปจะดับเร็วเมื่อมีคนยอมรับยมราช เพราะความเชื่อของคนที่ยอมรับทำให้ธูปที่จุดให้ยมราชแรงขึ้น พอธูปแรง มันเลยดับเร็ว"

ภูมิฟังแล้วเงียบ

"แล้วยายคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น"

"เรื่องอะไร"

"เรื่องที่เจประกาศต่อหน้าเพื่อน"

ยายสมศรียิ้ม

"เฒ่าคิดว่าเจเป็นเด็กดี" ยายสมศรีตอบ "เจเป็นเด็กที่กล้า เจกล้าพูดต่อหน้าคนอื่น เจกล้ายอมรับ เจกล้าเปลี่ยนใจ"

"แล้วผมล่ะ"

"เจ้าเป็นเด็กที่ฉลาด" ยายสมศรีตอบ "เจ้าไม่ได้กล้า เจ้าฉลาด เจ้ารู้ว่าจะพูดอะไร จะพูดกับใคร จะพูดเมื่อไหร่"

"แล้วมิ้นล่ะ"

"มิ้นเป็นเด็กที่จริง" ยายสมศรีตอบ "มิ้นไม่กลัวความจริง มิ้นพูดความจริงต่อหน้าคนอื่น มิ้นเป็นเด็กที่หายาก"

"แล้วอาคมล่ะ"

ยายสมศรีเงียบ

"อาคมเป็นเด็กที่หลงทาง" ยายสมศรีตอบ "อาคมเลือกยมราช แต่อาคมใช้ยมราชผิดทาง อาคมเปิดประตูยมโลกให้คนตายเร็วขึ้น อาคมรับเงินจากคนที่อยากให้คนอื่นตาย"

"แล้วอาคมจะกลับมาไหม"

"อาคมจะกลับมา" ยายสมศรีตอบ "อาคมเป็นเด็กที่รู้ว่าตัวเองผิด แต่อาคมไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง"

"แล้วผมจะช่วยอาคมได้ไหม"

"ได้" ยายสมศรีตอบ "แต่เจ้าต้องรอให้อาคมพร้อม"

ภูมิลุกจากก้อนอิฐ เขากราบยายสมศรีอีกครั้ง เขากราบทุกครั้งที่เขามาหายาย เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกว่ายายสมศรีเป็นคนที่สอนเขามากกว่ายมราช

"อย่ากราบ" ยายสมศรีพูด "เฒ่าไม่ได้ทำอะไร"

"ยายทำให้ผมเข้าใจ"

"เฒ่าแค่เล่าให้ฟัง"

ภูมิเดินออกจากตลาด เขาเดินกลับบ้าน แดดเย็นเปลี่ยนเป็นสีม่วง

เขาเดินผ่านวัด ธูปที่จุดหน้าวัดส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เขาเห็นต้นไทรใหญ่ที่ปลายบันได เขาหยุดมองต้นไทร

ต้นไทรยืนนิ่ง ใบไม้ไม่เคลื่อน แต่ภูมิรู้สึกว่าต้นไทรกำลังฟังเขา

"ยมราชครับ"

"พูด"

"ผมตอบคำถามได้แล้ว"

"คำถามอะไร"

"ทำไมคนต้องเลือกเทพที่คนอื่นเลือก"

"เจ้าตอบว่าอะไร"

"ผมตอบว่าคนเลือกเทพที่คนอื่นเลือกเพราะคนกลัวอยู่คนเดียว" ภูมิหยุด "แต่ผมไม่ได้กลัว และผมไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะตอนนี้ผมมีเจ มิ้น ยายสมศรี พี่เบส อาคม และยมราช"

"แล้วยมราชล่ะ" เสียงในหัวถาม "ยมราชอยู่กับเจ้าไหม"

"ยมราชอยู่ในหัวผม" ภูมิตอบ "แต่ยมราชไม่ใช่คนที่ผมพูดด้วย ยมราชเป็นเทพที่ผมบูชา"

"แล้วเจ้าจะพูดกับใคร"

"ผมจะพูดกับคนที่ลังเล" ภูมิตอบ "ผมจะพูดกับคนที่กลัวอยู่คนเดียว ผมจะบอกพวกเขาว่าพวกเขาไม่ต้องกลัว พวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียว"

เสียงในหัวเงียบไปสิบวินาที

"ข้าจะอยู่กับเจ้า" ยมราชพูด

ภูมิยิ้ม แล้วเดินกลับบ้าน

ภูมิกลับถึงบ้านตอนสองทุ่ม แม่นั่งรอที่โต๊ะกินข้าว ข้าวอุ่น แกงจืดเหมือนเดิม

"กลับมาช้า"

"ครับ"

"ไปโรงเรียนไหม"

"ไปครับ"

แม่มองเขา แม่ไม่ถามต่อ

ภูมิกินข้าว เขาเล่าเรื่องเจให้แม่ฟัง แม่ฟังแล้วเงียบ

"แม่ครับ"

"พูด"

"แม่คิดยังไงกับยมราช"

แม่นิ่งไปสิบวินาที

"แม่ไม่รู้" แม่ตอบ "แม่เป็นคนที่บูชาพระโพธิสัตว์กวนอิม แม่เชื่อว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมช่วยคนได้"

"แล้วแม่คิดว่ายมราชช่วยคนได้ไหม"

"แม่ไม่รู้" แม่ตอบ "แม่ไม่เคยคิดเรื่องนี้"

"แล้วแม่อยากคิดไหม"

แม่นิ่งไปยี่สิบวินาที

"แม่อยากคิด" แม่ตอบ "แม่อยากรู้ว่ายมราชช่วยคนยังไง"

ภูมิพยักหน้า

"ผมจะเล่าให้แม่ฟัง" ภูมิตอบ "วันหลังผมจะเล่าเรื่องยมราชให้แม่ฟัง"

แม่ยิ้ม

"กินข้าวก่อน"

"ครับ"

ภูมิกินข้าวจนหมด แล้วลุกขึ้นไปนอน

ในกระเป๋า บัญชีบาปบุญเปิดหน้าใหม่ ตัวอักษรสีซีดเรียงเป็นแถวยาวเหมือนรายชื่อในงานศพ

ดอกจันทองเพิ่มขึ้นหนึ่งดวง

รวมเป็นสิบดวง

"ยมราชครับ"

"พูด"

"ดอกจันเพิ่มหนึ่งดวง"

"ข้ารู้"

"แม่ผมเริ่มลังเล"

"ใช่" ยมราชตอบ "แม่เจ้าเป็นคนที่บูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมมาตลอด แม่เจ้าไม่เคยลังเลเรื่องเทพ แต่วันนี้แม่เจ้าเริ่มลังเล เพราะแม่เจ้าเริ่มฟังลูก"

ภูมิยิ้ม

เหลืออีกสามวัน

และดอกจันทองเริ่มสว่างมากขึ้น

> **จบบทที่ 49**