คนไทยทั้งประเทศบูชาพระพุทธ แต่ผมบูชายมราช!
ภูมิตื่นตอนห้าโมงเช้า แม่ยังไม่ตื่น เขาเปิดตู้เย็น หยิบข้าวเหนียวห่อใบตองแผ่นสุดท้ายออกมา กินคำเดียว แล้วห่อกลับเข้าตู้
บัญชีบาปบุญอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขาเปิดดูตอนเดินออกจากบ้าน หน้ากระดาษเปลี่ยนไปแล้ว ตัวอักษรสีซีดเรียงเป็นรายชื่อใหม่ เก้าสิบเจ็ดบรรทัด บางบรรทัดมีเครื่องหมายดอกจันทองเล็กๆ กำกับไว้
เขาไม่รู้ว่าดอกจันหมายถึงอะไร แต่เขารู้ว่ายมราชรู้
"ยมราชครับ"
"ดอกจันทองหมายความว่าอะไร"
"คนที่ยังลังเล"
"ลังเลที่จะตาย หรือลังเลที่จะอยู่"
"ลังเลที่จะเชื่อ" เสียงยมราชในหัวเงียบไปสามวินาที "ยมราชไม่ใช่ทางเลือกที่คนส่วนใหญ่เลือก เพราะคนส่วนใหญ่ไม่อยากเชื่อว่าความตายมีความหมาย"
"แล้วคนที่มีดอกจัน"
"พวกเขาอาจเชื่อ ถ้ามีใครไปยืนข้างๆ"
ภูมิเดินต่อ ไม่ถามต่อ เพราะเขาเข้าใจแล้วว่างานของเขาไม่ใช่เปลี่ยนใจคน แต่เป็นไปยืนข้างๆ คนที่ลังเล
พี่เบสอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างโรงเรียน ร้านเปิดตั้งแต่ตีห้า พี่เบสเป็นลูกจ้างล้างจานที่นี่ตั้งแต่จบม.ปลาย เขาเรียนต่อมหาวิทยาลัยไม่จบ เพราะพระภูมิไม่อนุญาตให้เขาไปเรียนที่อื่น
ภูมิเดินเข้าร้าน กลิ่นน้ำปลากระจายออกมาจากหม้อต้ม พี่เบสยืนหลังเคาน์เตอร์ เสื้อยืดสีเทาเปียกเหงื่อที่คอ
"พี่เบส"
"มาแต่เช้า" พี่เบสไม่หัน "กินอะไร"
"ไม่กิน"
"งั้นมาทำไม"
"มาบอกข่าว"
พี่เบสหันมา สายตาเขาไม่ได้ถามว่าข่าวอะไร เขาแค่มองภูมินิ่ง แล้วเดาเอาว่าภูมิขึ้นไปสวรรค์แล้ว
"ไปแล้ว"
"เมื่อวาน"
"ขึ้นไปกับใคร"
"ยายสมศรี มิ้น"
พี่เบสนิ่งไปสามวินาที
"ยายสมศรีขึ้นสวรรค์ได้"
"ได้ครับ ยายบูชายมราชมาสี่สิบปี"
"แล้วมิ้น"
"มิ้นเห็นต้นไทรเหมือนผม ยมราชเลยรับด้วย"
พี่เบสเช็ดมือกับผ้าเช็ดจาน เขาเดินออกจากหลังเคาน์เตอร์มานั่งเก้าอี้ฝั่งภูมิ เก้าอี้พลาสติกสีฟ้า เขานั่งลงแล้วถอนหายใจ
"ไปสวรรค์กลับมาแล้ว แต่ยังมานั่งกินข้าวเช้าร้านเดิม"
"คนชอบคิดว่าขึ้นสวรรค์แล้วจะเปลี่ยนไป แต่ไม่เปลี่ยนหรอก" พี่เบสพูดเบา "สวรรค์ไม่ได้เปลี่ยนคน สวรรค์แค่ให้คนเห็นตัวเองในมุมที่ตัวเองไม่เคยเห็น"
ภูมินั่งฟัง
"ผมเห็นอะไร"
"เจ้าเห็นว่าเจ้าไม่ได้สู้คนเดียว" พี่เบสตอบ "แต่เจ้าก็รู้อยู่แล้ว"
"ผมรู้ แต่ผมไม่เคยรู้สึกมันจนกระทั่งขึ้นไปยืนต่อหน้าพระอินทร์"
"แล้วพระอินทร์ว่ายังไง"
"พระอินทร์ไม่ได้พูดอะไร พระอินทร์แค่ฟัง"
"ฟังแล้วตัดสิน"
"ฟังแล้วขอเวลาเจ็ดวัน"
พี่เบสหัวเราะเบาๆ
"เจ็ดวัน"
"เจ็ดวันเป็นเวลาที่สภาสวรรค์ใช้พิจารณาเรื่องสำคัญ" พี่เบสเล่า "สมัยก่อน ข้าก็เคยขึ้นไปยืนต่อหน้าสภา สภาขอเวลาเจ็ดวันเหมือนกัน ตอนนั้นข้ากลัวมาก เพราะคิดว่าสภาจะปฏิเสธ"
"แล้วสภาปฏิเสธไหม"
"ไม่" พี่เบสตอบ "สภาบอกว่าข้าผ่าน แต่ข้าไม่ได้ผ่านเพราะข้าเก่ง ข้าผ่านเพราะข้ามีพระภูมิยืนข้างๆ"
"พี่เบสครับ"
"ทำไมพี่เบสถึงเลือกพระภูมิ"
พี่เบสนิ่งไปนาน ภูมิเห็นว่าเขากำลังคิดว่าจะตอบยังไง ไม่ใช่เพราะคำถามยาก แต่เพราะคำตอบมีหลายชั้น
"เพราะพระภูมิไม่ได้ขอให้ข้าเลือก" พี่เบสตอบ "พระภูมิเป็นเทพที่คนส่วนใหญ่ลืม เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าพระภูมิเป็นแค่เทพรักษ์บ้าน ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่พอข้าได้พระภูมิ ข้าถึงเข้าใจว่าการรักษาบ้านเป็นเรื่องยากที่สุดในโลก"
"ยากตรงไหน"
"ตรงที่คนที่อยู่ในบ้านไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองถูกรักษา" พี่เบสยิ้มบางๆ "พวกเขาคิดว่าตัวเองอยู่ได้เอง พระภูมิเลยต้องทำงานเงียบๆ ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครขอบคุณ"
"เหมือนยมราช"
"เหมือนยมราช" พี่เบสพยักหน้า "ยมราชทำงานหนักกว่าพระภูมิ เพราะยมราชต้องรับคนที่ไม่มีใครอยากรับ แล้วยังต้องถูกคนที่รับเกลียด"
ภูมิฟังแล้วเงียบ เขารู้ว่าพี่เบสกำลังสอนอะไรบางอย่าง แต่ยังจับใจความไม่ได้
"พี่เบสครับ"
"พระภูมิกับยมราชเป็นพี่น้องกันไหม"
พี่เบสหัวเราะอีกครั้ง
"ไม่ใช่" เขาตอบ "แต่ทั้งสององค์เป็นเทพที่ทำงานคนเดียว อยู่ในที่ที่คนไม่อยากอยู่ ถูกคนลืม และไม่เคยขอให้ใครจำ"
ภูมิออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวตอนเจ็ดโมงเช้า เขาเดินไปโรงเรียนเพราะวันนี้มีเรียน แต่ในหัวเขายังคิดถึงคำพูดของพี่เบส
"สวรรค์ไม่ได้เปลี่ยนคน สวรรค์แค่ให้คนเห็นตัวเองในมุมที่ตัวเองไม่เคยเห็น"
เขาเดินผ่านตลาด ผ่านร้านขายธูป ผ่านแผงขายผัก แผงขายปลา เขาเดินเร็วขึ้นเพราะกลัวสาย
แต่ตอนเขากำลังจะเลี้ยวเข้าซอยโรงเรียน เขาเห็นคนนั่งอยู่บนม้านั่งริมทาง
คนนั่งหลังตรง ใส่เสื้อครุยสีดำ มือข้างหนึ่งถือไม้เท้า อีกข้างวางบนตัก ผมยาวสีดำสนิท ไม่มีเส้นขาวแม้แต่เส้นเดียว หน้าตาเป็นผู้ชายอายุสามสิบปลายๆ ผิวคล้ำ แก้มมีรอยแผลเป็นสามเส้นพาดขวางจากสันจมูกถึงมุมปาก
ภูมิรู้จักใบหน้านี้ ยายสมศรีเคยบอกให้จำไว้
อาคม
ภูมิหยุดเดิน อาคมยังไม่หันมา เขานั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ลมเช้าพัดผ้าคลุมไหล่เบาๆ
อาคมพูดโดยไม่หัน เสียงทุ้ม เรียบ คล้ายเสียงคนที่ไม่เคยตะโกน
"ขึ้นสวรรค์ไปเมื่อวาน"
อาคมหันมา ภูมิเห็นดวงตาครั้งแรก เป็นตาสีดำสนิทเหมือนก้นบ่อน้ำลึก ไม่มีแววตา ไม่มีความโกรธ ไม่มีความสงสาร
"ยมราชเลือกเจ้า"
"ยมราชไม่เคยเลือกใครมาสิบปี"
"ผมรู้"
"แล้วเจ้ารู้ไหมว่าทำไม"
ภูมินิ่ง อาคมรอ
"ผมไม่รู้" ภูมิตอบ "ผมแค่เลือกยมราช แต่ยมราชเลือกผมด้วย ผมไม่รู้ว่าทำไม"
อาคมพยักหน้า
"เจ้าไม่รู้ก็ดี"
"ดียังไง"
"ถ้าเจ้ารู้ เจ้าจะเริ่มคิดว่าตัวเองพิเศษ" อาคมลุกขึ้นยืน ไม้เท้าเคาะพื้นเบาๆ "คนที่คิดว่าตัวเองพิเศษ จะหลงทางเร็วกว่าคนที่รู้ว่าตัวเองธรรมดา"
"คุณอาคมรู้จักผมได้ยังไง"
"ข้ารู้จักเจ้าตั้งแต่เจ้าจุดธูปครั้งแรก" อาคมตอบ "ยมราชไม่เคยซ่อนเรื่องสำคัญจากผู้บูชาด้วยกัน พอเจ้าจุดธูป ข้ารู้ทันที เพราะข้าเป็นผู้บูชายมราชคนที่สาม"
"สาม"
"ภูมิ ยายสมศรี อาคม" อาคมยกมือนับ "สามคน"
ภูมิเคยรู้อยู่แล้ว แต่การได้ยินจากปากคนจริงๆ ทำให้ข้อมูลกลายเป็นความจริง
ภูมิถามคำถามที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจจะถาม
"มาเตือนเจ้า" อาคมตอบ
ภูมิถามต่อ
"เจ้ากำลังจะไปสภาอีกครั้ง และเจ้าคิดว่าเจ้าพร้อม" อาคมยิ้มบางๆ ครั้งแรกในการสนทนา "ข้ามาเตือนว่าเจ้ายังไม่พร้อม"
"ยังไม่พร้อมตรงไหน"
"เจ้าพร้อมในเรื่องคำพูด แต่เจ้าไม่พร้อมในเรื่องผลลัพธ์"
อาคมนิ่งไปสิบวินาที ภูมินับได้ เขาเริ่มนับเพราะอยากรู้ว่าคนที่ใช้พลังยมราชผิดทาง จะเงียบได้นานแค่ไหน
"ผลลัพธ์คือ ถ้าเจ้าชนะ สวรรค์จะเปลี่ยน" อาคมตอบ "ถ้าสวรรค์เปลี่ยน เทพทุกองค์จะถูกจัดอันดับใหม่ คนที่เคยได้ที่หนึ่งจะกลายเป็นที่สาม คนที่เคยได้ที่สามจะกลายเป็นที่หนึ่ง"
ภูมิถามคำถามที่ไม่มีใครเคยถามอาคม
อาคมยิ้มอีกครั้ง
"ข้าอยู่นอกลำดับ" เขาตอบ "เพราะข้าเป็นผู้บูชายมราช ลำดับของข้าถูกนับเป็นศูนย์"
ภูมิถามต่อ
"ไม่ดี ไม่ร้าย" อาคมตอบ "แค่ไม่มีใครสนใจ"
ภูมิฟังแล้วเข้าใจทันทีว่าทำไมอาคมใช้พลังผิดทาง
"คุณอาคมเปิดประตูยมโลกให้คนตาย เพราะคุณอยากให้คนสนใจ"
อาคมพยักหน้า "ข้าอยากให้คนสนใจ แต่ข้าเลือกวิธีผิด"
ภูมิถามอีกครั้ง
"ข้าไม่รู้" อาคมตอบ "ข้าเลยมาเตือนเจ้า เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าเดินผิดทางเหมือนข้า"
ภูมิยืนนิ่ง เขาเดินเลยโรงเรียนไปแล้วโดยไม่รู้ตัว อาคมเดินตามเขาไปเงียบๆ ทั้งสองคนเดินเลียบแม่น้ำ อาคมเล่าเรื่องของตัวเอง
"ข้าเคยเป็นคนดี" อาคมเล่า "ข้าเคยช่วยคนตายเหมือนเจ้า ข้าเคยเปิดประตูยมโลกเพื่อพาคนที่ยังไม่ถึงเวลากลับมา ข้าทำมาสิบปี"
"แล้วเกิดอะไรขึ้น"
"คนที่ข้าช่วย เจ็ดในสิบคนกลับมาแล้วอยากตายอีก" อาคมตอบ "เพราะความตายไม่ใช่เรื่องที่แก้ด้วยการย้อนกลับ ความตายเป็นเรื่องที่แก้ด้วยการอยู่ต่อ"
ภูมิฟังแล้วเงียบ
ภูมิถาม
"เลิก" อาคมตอบ "แต่ข้าไม่เลิกรับเงิน"
ภูมิถาม
"จากคนที่อยากให้คนอื่นตาย"
ภูมิหยุดเดิน อาคมหยุดตาม
ภูมิถามเสียงแผ่วลง
"ไม่" อาคมตอบ "ข้าไม่ฆ่า ข้าแค่เปิดประตูให้คนที่ใกล้ตายอยู่แล้วตายเร็วขึ้นหนึ่งวัน หนึ่งชั่วโมง หนึ่งนาที แล้วคนที่จ้างข้าก็ได้อะไรบางอย่างที่เขาต้องการ"
ภูมิถาม
"มรดก ตำแหน่ง ความแค้น" อาคมตอบ "ข้าไม่ถามว่าเขาจะเอาอะไรไปทำอะไร ข้าแค่รับเงิน"
ภูมิถาม
อาคมนิ่งไปยี่สิบวินาที ครั้งนี้ภูมิไม่นับ เขาแค่รอ
"ข้าไม่รู้สึกอะไร" อาคมตอบ "นี่คือปัญหา"
ภูมิถาม
"ข้าเป็นผู้บูชายมราช ข้าควรรู้สึก" อาคมยิ้มขมขื่น "แต่ข้ารู้สึกเฉพาะตอนที่ข้าฆ่าคน พอข้าฆ่าเสร็จ ข้าไม่รู้สึกอะไรอีก ข้ากลับบ้าน กินข้าว นอน แล้วตื่นมาทำใหม่"
"แล้วยมราชว่ายังไง"
"ยมราชไม่ได้ว่าอะไร" อาคมตอบ "ยมราชเป็นเทพที่ไม่ตัดสิน ยมราชแค่บันทึก"
ภูมิถาม
"บันทึกว่าข้าเป็นผู้บูชาที่ใช้พลังผิดทาง" อาคมตอบ "ข้าอยู่ในสมุดของยมราช หน้าที่ข้าถูกเขียนว่า 'ผู้บูชาที่หลงทาง'"
ภูมินิ่ง อาคมเดินต่อ
"ข้ามาเตือนเจ้าไม่ใช่เพราะข้าอยากให้เจ้าสำเร็จ" อาคมพูดเสียงเบาลง "ข้ามาเตือนเจ้าเพราะข้าไม่อยากให้เจ้าล้มเหลวแบบข้า"
"ล้มเหลวตรงไหน"
"ข้าล้มเหลวตรงที่ข้าเลือกวิธีที่ง่าย" อาคมตอบ "ข้าเลือกเปิดประตูยมโลกเพราะมันง่าย ข้าเลือกรับเงินเพราะมันง่าย ข้าเลือกไม่รู้สึกอะไรเพราะมันง่าย แต่สิ่งที่ง่ายทั้งหมดนี้ทำให้ข้ากลายเป็นคนที่ยมราชไม่อยากให้เจ้าเป็น"
"ยมราชไม่ได้บอกผมว่าไม่อยากให้ผมเป็นแบบคุณอาคม"
"ยมราชไม่พูดตรงๆ" อาคมยิ้ม "ภูมิหัวเราะเบาๆ เป็นครั้งแรกในเช้านี้
ภูมิเรียก
"ถ้าผมชนะในสภา คุณอาคมจะทำยังไง"
อาคมหยุดเดิน เขาหันมามองภูมิ ดวงตาสีดำสนิทเหมือนก้นบ่อน้ำลึกเริ่มมีแสงสะท้อนเล็กน้อย
"ถ้าเจ้าชนะ" อาคมพูดช้าๆ "ข้าจะเลิกรับเงิน"
ภูมิถาม
"เพราะถ้าเจ้าชนะ แปลว่าคนยังมีความหวังกับยมราช" อาคมตอบ "ถ้าคนยังมีความหวัง ข้าก็ไม่ต้องทำให้คนหมดหวังอีก"
ภูมิฟังแล้วเงียบ เขาไม่รู้จะตอบอะไร
"แต่ถ้าเจ้าแพ้" อาคมพูดต่อ "ข้าจะกลับไปรับเงินเหมือนเดิม"
ภูมิถาม
"ข้ากลัว" อาคมตอบ "แต่ข้ากลัวน้อยกว่าตอนที่ข้ายังไม่ได้เตือนเจ้า"
ทั้งสองคนเดินกลับมาถึงตลาดตอนสิบโมงเช้า ภูมิเลยเวลาเรียนไปสามชั่วโมง เขาไม่สน เขาสนแค่สิ่งที่อาคมเล่า
ภูมิเรียก
ภูมิถามคำถามที่ตัวเองต้องการคำตอบ
อาคมนิ่ง
"เพราะข้าเห็นคนตายตอนอายุสิบสอง" เขาตอบ "พ่อของข้าตายตอนข้าอยู่ในห้อง ข้าเห็นวิญญาณพ่อลอยขึ้นจากร่าง ข้าเห็นยมราชยืนอยู่มุมห้อง แล้วยมราชพูดกับข้าว่า 'เจ้าอยากเข้าใจความตายไหม'"
"แล้วคุณอาคมตอบยังไง"
"ข้าตอบว่า 'อยาก'"
"แล้วยมราชก็เลือกคุณอาคม"
อาคมส่ายหน้า "ยมราชไม่ได้เลือกข้า ยมราชบอกว่า 'ความอยากรู้ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอ' แล้วยมราชก็หายไป"
"แล้วคุณอาคมเลือกยมราชเอง"
"ใช่" อาคมตอบ "ข้าเลือกยมราชเพราะข้าอยากเข้าใจว่าทำไมพ่อต้องตาย"
"แล้วเข้าใจไหม"
"ยังไม่เข้าใจ" อาคมตอบ "แต่ข้าเลิกถามแล้ว เพราะข้ารู้แล้วว่าคำตอบไม่ได้อยู่ที่ยมราช คำตอบอยู่ที่ตัวข้าเอง"
ภูมิฟังแล้วหยุดเดิน เขาเข้าใจอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยเข้าใจมาก่อน
"ยมราชไม่ได้ให้คำตอย"
"ไม่" อาคมพยักหน้า "ยมราชแค่เปิดทางให้เจ้าหาคำตอบเอง"
"แล้วผมจะหาคำตอบได้ไหม"
"ได้" อาคมตอบ "แต่เจ้าต้องกลับไปที่สภาก่อน"
ภูมิถาม
"เพราะคำตอบของเจ้าอยู่ที่สภา ไม่ใช่ที่ตลาด" อาคมยิ้ม "และเจ็ดวันยังเหลืออีกหกวัน"
ภูมินับวัน เขาเหลือเวลาหกวัน
เขาเดินกลับบ้านตอนเที่ยง อาคมแยกทางที่หัวมุมตลาด ก่อนจะหายไปอาคมหันกลับมาพูดอีกประโยค
"ภูมิ"
"พระอินทร์กับพระพรหมไม่ใช่ศัตรู"
ภูมิหยุด
ภูมิถาม
"ไม่" อาคมตอบ "ทั้งสองเป็นสองตำแหน่งในสภาเดียวกัน พระอินทร์เป็นประธาน พระพรหมเป็นผู้บันทึก คนส่วนใหญ่คิดว่าทั้งสองเป็นคนละฝ่าย แต่จริงๆ แล้วทั้งสองเป็นเทพที่ทำงานคู่กันมาตั้งแต่ต้น"
ภูมิถามต่อ
"เพราะคนชอบคิดว่าอำนาจมีสองฝ่าย" อาคมตอบ "คนไม่ชอบคิดว่าอำนาจเป็นเรื่องเดียวที่มีสองมุม"
ภูมิฟังแล้วเงียบ เขาจำได้ว่าตอนอยู่บนสวรรค์ พระอินทร์กับพระพรหมนั่งคนละฝั่งของศาลา แต่พอพระอินทร์พูดอะไร พระพรหมจะพยักหน้าทันที
ภูมิถาม
"เพราะข้าต้องดูว่าเจ้าพร้อมจะรู้ไหม" อาคมตอบ "คนที่ยังไม่พร้อม จะใช้ข้อมูลนี้ทำร้ายตัวเอง"
ภูมิถาม
"เจ้าพร้อม" อาคมพยักหน้า "เพราะเจ้าเพิ่งถามคำถามที่ถูก"
ภูมิถาม
"'พระอินทร์กับพระพรหมเป็นศัตรูกันไหม'" อาคมตอบ "คำถามนี้แปลว่าเจ้าเริ่มเข้าใจว่าสวรรค์ไม่ใช่เกมที่มีผู้แพ้ผู้ชนะ สวรรค์เป็นระบบที่มีหลายมุม"
แล้วอาคมก็เดินหายไปในฝูงคนที่ตลาด
ภูมิกลับถึงบ้านตอนบ่ายโมง แม่นั่งรออยู่เหมือนเดิม หน้าแม่เหนื่อยกว่าเมื่อวาน
"กลับมาช้า"
"ไม่ได้ไปโรงเรียน"
ภูมิถาม
"เจอคนน่ะครับ"
แม่มองเขา แม่ไม่ถามต่อ แม่รู้จักลูกดี ลูกจะเล่าเมื่อลูกพร้อม
"กินข้าวก่อน"
ภูมินั่งลงกินข้าว แม่นั่งฝั่งตรงข้าง ข้าวอุ่น แกงจืด ผัดผักบุ้ง ภูมิกินเงียบๆ คิดถึงอาคม คิดถึงสิ่งที่อาคมบอก
*พระอินทร์กับพระพรหมไม่ใช่ศัตรู*
*คนชอบคิดว่าอำนาจมีสองฝ่าย*
*คนไม่ชอบคิดว่าอำนาจเป็นเรื่องเดียวที่มีสองมุม*
เขากินข้าวจนหมด แล้วลุกขึ้นไปนอน
ในกระเป๋า บัญชีบาปบุญเปิดหน้าใหม่ ตัวอักษรสีซีดเรียงเป็นแถวยาวเหมือนรายชื่อในงานศพ
เหลืออีกเก้าสิบเจ็ดคน
แต่ดอกจันทองเพิ่มขึ้นสามดวง
"ยมราชครับ"
"ดอกจันเพิ่มขึ้นสามดวง"
"ข้ารู้"
"เพราะอะไร"
"เพราะเจ้าเพิ่งคุยกับอาคม" ยมราชตอบ "อาคมเป็นคนหนึ่งในเก้าสิบเจ็ดคน ตอนนี้เขาเริ่มลังเล"
"อาคมลังเลที่จะเชื่อ"
ภูมิยิ้ม ก่อนหลับ
เหลืออีกหกวัน และความจริงของสวรรค์เพิ่งเริ่มต้น
> **จบบทที่ 46**