📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

คนไทยทั้งประเทศบูชาพระพุทธ แต่ผมบูชายมราช!

ยมราช · ตอนที่ 45 / 60

ภูมินั่งพิงรั้วโรงเรียนตอนเที่ยง เงารั้วเหล็กตัดผ่านหน้าขาเขาเป็นเส้นตรง เหมือนไม้บรรทัดที่ทอดข้ามโลกทั้งใบ ในกระเป๋ามีบัญชีบาปบุญเล่มหนึ่ง สมุดสเก็ตช์อีกเล่ม และธูปสามดอกที่จุดไม่ติดตั้งแต่เมื่อเช้า

เขาคิดถึงพระอินทร์ตลอดคาบเรียนภาษาไทย ครูสอนเรื่องสมัยอยุธยา ภูมิฟังไม่รู้เรื่อง เพราะหัวเขาเต็มไปด้วยคำว่า "สามวัน"

"สามวัน เจ้ามีเวลาเจอคนสามคน" เสียงยมราชในหัวยังคงดังอยู่

"คนที่สี่คือใคร"

"คนที่เจ้าไม่อยากเจอ"

ภูมิเดาว่าคนที่สี่คือพระราหู ซึ่งเป็นเทพที่ภูมิไม่อยากเจอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เขาก็เดาอีกว่ายมราชอาจหมายถึงอาคม ซึ่งเป็นคนที่ภูมิไม่อยากเจอมากกว่าพระราหูด้วยซ้ำ

"ยมราชครับ"

"พูด"

"ถ้าผมไปหายายสมศรีก่อน ท่านว่าได้ไหม"

"ได้"

"ถ้ายายไม่อยู่บ้าน"

"ไม่ตอบคำถามที่ยังไม่เกิด"

ภูมิถอนหายใจ คาบเรียนภาษาไทยจบโดยที่เขาไม่ได้จดสมุดสักบรรทัด เจข้างๆ จดทุกบรรทัด มิ้นฝั่งตรงข้างจดด้วย แต่จดแค่ครึ่งหน้า อีกครึ่งหน้าเธอวาดรูปต้นไทร ภูมิเห็นแวบๆ แล้วหันไปมองที่อื่นทันที เพราะเขารู้ว่าต้นไทรนั้นคืออะไร

พักเที่ยงวันนี้เขาไม่ได้ไปโรงอาหาร

เขาเดินไปที่ตลาด

ตลาดสดเชิงสะพานเปิดตั้งแต่ตีห้า ภูมิรู้จักตลาดนี้ดี เพราะแม่เขาขายก๋วยเตี๋ยวอยู่แผงริมสุด แต่เขาไม่ได้ไปหาแม่ เขาเดินเลยไปทางทิศเหนือของตลาด ผ่านแผงขายผัก ผ่านแผงขายปลา ผ่านแผงขายธูปเทียน จนถึงซอยเล็กๆ ที่มีร้านขายของเก่า

ยายสมศรีนั่งอยู่หน้าร้าน เก้าอี้ไม้ตัวเตี้ย มือหนึ่งถือพัด อีกมือถือธูปที่จุดครึ่งดอก ควันธูปสีเทาพุ่งขึ้นไปชนแสงแดดตอนเที่ยงจนกลายเป็นสีเงิน

"ยายครับ"

ยายสมศรีมองเขา สายตาเหมือนมองผ่านกระจกหนาๆ ไม่ใช่มองทะลุ แต่มองแบบที่รู้ว่าเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อวาน

"นั่นลง"

ภูมินั่งลงบนก้อนอิฐ

"ยายรู้ได้ไงว่าผมจะมา"

"เฒ่าไม่รู้" ยายสมศรีพัดเบาๆ "เฒ่าแค่รู้ว่าเช้านี้ธูปที่จุดให้ยมราชดับเร็วกว่าปกติ ดับตอนตีสาม ไม่ใช่ตอนเช้าอย่างที่เคย"

"แล้วยายรู้ว่าผมไปสวรรค์มา"

"ไปสวรรค์หรือไปนรก เฒ่าไม่ถาม" ยายสมศรีวางธูปลง "เฒ่าถามว่าไปแล้วเห็นอะไร"

ภูมิเล่าทุกอย่าง ตั้งแต่บันไดสามร้อยยี่สิบเอ็ดขั้น ต้นไทรที่ปลายบันได เสาไม้สิบสามต้น ดวงไฟสีดำที่แขวนต่ำที่สุด พระอินทร์ที่นั่งอยู่บัลลังก์ สายระฆัง ผู้จดบันทึกทั้งสี่ ประโยคที่ว่า "อย่าให้สวรรค์เรียกความตายว่าเศษสถิติ"

ยายสมศรีฟังโดยไม่ขัดจังหวะ

พอภูมิเล่าจบ ยายก็นั่งเงียบไปสามนาที

"สามวัน"

"ครับ"

"แล้วเจ้าจะหาใคร"

"ยายคนแรก พี่เบสคนที่สอง อาคมคนที่สาม"

ยายสมศรีพัดหยุด

"อาคม"

"ครับ"

"เจ้าคิดว่าอาคมจะช่วย"

"ผมไม่รู้ แต่เขาเป็นผู้บูชายมราชเหมือนกัน"

"อาคมเป็นผู้บูชายมราชที่ใช้พลังผิดทาง" ยายสมศรีพูดเสียงเรียบ "เขาเปิดประตูยมโลกให้คนตายที่ยังไม่ถึงเวลา เขารับเงินจากคนที่อยากให้คนอื่นตาย เฒ่าเคยบอกเจ้าแล้วว่าผู้บูชายมราชไม่ได้ดีโดยอัตโนมัติ"

"ผมจำได้"

"แล้วเจ้ายังจะไปหาเขา"

"เพราะเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่ายมราชโกรธแค่ไหน" ภูมิตอบ "ถ้าผมจะพูดเรื่องยมราชในสภา ผมต้องมีคนที่เคยเห็นยมราชโกรธมาก่อน ไม่งั้นสภาจะคิดว่ายมราชเป็นเทพใจดีที่ถูกลบทิ้งเพราะอคติ ไม่ใช่เพราะพฤติกรรม"

ยายสมศรีมองเขานาน

"เจ้าโตขึ้น"

"ครับ"

"เฒ่าไม่ได้หมายความว่าดีขึ้น" ยายตอบ "เฒ่าหมายความว่าเจ้าเริ่มคิดแบบคนที่ต้องรับผิดชอบคนอื่น"

ภูมิไม่ตอบ เพราะเขาไม่รู้จะตอบว่าอะไร

"เฒ่าจะไปสวรรค์ด้วย"

ภูมิเงยหน้า

"ยายจะไปสวรรค์?"

"ไม่ใช่ไปเจรจา ไปยืนยัน" ยายหยิบธูปดอกใหม่ขึ้นมาจุด "เฒ่าบูชายมราชมาสี่สิบปี เฒ่าเคยเห็นยมราชปกป้องคนตายสามร้อยกว่าคน เฒ่าเคยเห็นยมราชร้องไห้ตอนเด็กคนหนึ่งตายเพราะพ่อแม่ไม่รัก ถ้าสภาจะฟังเรื่องยมราช เฒ่าจะไปเล่าให้ฟัง"

"แต่ยายไม่ใช่เทพ"

"ไม่ต้องเป็นเทพก็พูดได้" ยายสมศรียิ้มบางๆ "เฒ่าเป็นคน คนพูดได้ทุกเรื่อง ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง"

ภูมิรู้ทันทีว่ายายตัดสินใจแล้ว ไม่ต้องเถียง

"แล้วใครจะไปหาพระอินทร์"

"เจ้า"

"ครับ"

"แล้วเจ้าจะไปตอนไหน"

"คืนนี้" ภูมิตอบ "เพราะถ้ารอพระอินทร์เรียก พระองค์อาจเปลี่ยนใจ"

"แล้วเจ้าจะขึ้นสวรรค์อีกได้ยังไง"

"ท่านบอกว่าจะไม่บอกใคร แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่รับผมอีก" ภูมิยิ้ม "ผมว่าท่านรอผมอยู่"

ยายสมศรีส่ายหน้า

"เด็กสมัยนี้กล้าเกินไป"

"ครับ แต่ถ้าไม่กล้า ผมก็ไม่ได้ขึ้นไปตั้งแต่แรก"

ภูมิกลับถึงห้องเรียนตอนบ่ายโมงครึ่ง คาบวิทยาศาสตร์ เจนั่งข้างๆ เหมือนเดิม มิ้นนั่งฝั่งตรงข้าง เหมือนเดิม ครูสอนเรื่องเซลล์ ไม่มีใครถามว่าเขาไปไหนตอนพักเที่ยง

เจถาม

"มึงไปไหนตอนเที่ยง"

"ไปเจอยายสมศรี"

"ทำไม"

"ถามเรื่องยมราช"

เจเงียบไปสิบวินาที ซึ่งเป็นเวลาที่นานที่สุดที่เจเคยเงียบในห้องเรียน

"กูเข้าใจแล้ว"

"เข้าใจอะไร"

"ว่าทำไมมึงไม่เคยกลัวใคร"

"ผมกลัวคนตาย"

"แต่มึงไม่กลัวคนเป็น"

"คนเป็นบางคนก็กลัว"

"ไม่ใช่คนทั่วไป" เจพูดเบาลง "หมายถึงคนที่มีอำนาจ"

ภูมิมองเจ แล้วเข้าใจว่าเจหมายถึงใคร

เจหมายถึงพระอินทร์

"มึงคิดว่าพระอินทร์กลัวอะไร"

"ไม่รู้ แต่ถ้าพระองค์ไม่กลัวอะไรเลย พระองค์จะไม่เรียกผมไป"

"หรือพระองค์อยากรู้ว่ามึงกลัวอะไร"

"ทั้งสองทาง" ภูมิตอบ "พระอินทร์เป็นเทพที่เล่นเกมได้ทุกเกม ผมเป็นแค่เด็กที่เรียนรู้เกมเดียว"

มิ้นตะโกนข้ามห้อง

"ภูมิ"

"ว่าไง"

"เธอจะไปสวรรค์อีกเมื่อไหร่"

ทั้งห้องเงียบ เพราะไม่มีใครรู้ว่ามิ้นถามเรื่องอะไร มีแค่สามคนที่รู้ ภูมิ เจ มิ้น และยมราชในหัวภูมิ

"คืนนี้"

"ไปคนเดียว?"

"ครับ"

"งั้นฉันไปด้วย"

ภูมิหันไปมองมิ้น เธอไม่ได้พูดเล่น เธอไม่เคยพูดเล่นเรื่องพวกนี้

"มิ้น"

"ฉันเห็นต้นไทรเหมือนกัน" มิ้นพูดเสียงเรียบ "ฉันไม่รู้ว่าฉันเห็นยังไง แต่ฉันเห็น แล้วฉันก็รู้ว่าดวงไฟสีดำเป็นของใคร"

"พระอาทิตย์บอกมิ้นเหรอ"

"พระอาทิตย์ไม่พูดกับฉัน" มิ้นตอบ "พระอาทิตย์แค่ทำให้ฉันตาไม่มืดตอนกลางคืน ส่วนเรื่องอื่น ฉันเห็นเอง"

เจหันไปมองมิ้น

"มึงเห็นต้นไทรด้วย?"

"ตั้งแต่เมื่อวาน" มิ้นตอบ "พอดิฉันหลับ ต้นไทรก็โผล่มา ฉันเดินไปนั่งใต้ต้นไทร ฉันเห็นดวงไฟสิบสามดวง ฉันนับได้"

เสียงของมิ้นเวลาโกหกจะแผ่วกว่าปกติ ตอนนี้เสียงเธอปกติ แปลว่าเธอพูดความจริง

"งั้นคืนนี้" ภูมิตัดสินใจ "สามคน"

"แล้วอีกคนเป็นใคร" เจถาม

"ยายสมศรี" ภูมิตอบ "ยายจะไปยืนยันเรื่องยมราช"

"แล้วกู"

"มึงอยู่ที่นี่" ภูมิตอบทันที "เพราะถ้ามึงไปด้วย พระอินทร์จะถามว่ามึงเป็นใคร พระองค์จะรู้ว่ามึงเป็นลูกคหบดี พระองค์จะคิดว่ามึงมาแทนพระพิฆเนศ ไม่ใช่มาเพราะยมราช"

"แล้วใครจะอยู่เฝ้าถ้าพวกมึงไม่กลับ"

"พี่เบส" ภูมิตอบ "ผมจะโทรหาพี่เบสตอนเย็น พี่เบสจะมาเฝ้าที่บ้านมึง"

เจเงียบไปสิบวินาทีอีกครั้ง

"มึงเชื่อใจกูมากเกินไป"

"ไม่ใช่เชื่อใจมึง เชื่อใจพระพิฆเนศ" ภูมิตอบ "ถ้าพระพิฆเนศอยู่ข้างมึง มึงจะไม่ทำอะไรโง่"

"พระพิฆเนศไม่ได้สอนเรื่องนี้"

"พระพิฆเนศไม่ต้องสอน พระองค์แค่ทำให้มึงโชคดี โชคดีพอที่จะรอด"

เจหัวเราะเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบสามวัน

"โอเค"

ตกเย็น ภูมิเดินไปบ้านยายสมศรีอีกครั้ง ยายยืนรออยู่หน้าบ้าน ใส่ชุดขาว ผูกผม มือถือธูปสามดอก

"พร้อม"

"ครับ"

"แล้วคนอื่น"

"มิ้นจะมาเจอที่หน้าวัดตอนสามทุ่ม"

"แค่สองคน"

"ครับ"

ยายสมศรีพยักหน้า แล้วเดินนำหน้าไปทางวัด

ภูมิเดินตาม ความมืดเริ่มลงจากทิศตะวันตก ดาวดวงแรกโผล่ที่ขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ภูมิไม่รู้ว่าดาวดวงนั้นคือดาวอะไร แต่รู้ว่ามันอยู่ตรงกับตำแหน่งของดวงไฟสีดำที่เขาเห็นที่สวรรค์

"ยายครับ"

"พูด"

"ถ้ายมราชไม่อยากกลับสวรรค์ ทำไมยมราชถึงไม่ห้ามผม"

"เพราะยมราชไม่เคยเลือก" ยายสมศรีตอบ "ยมราชรอให้คนอื่นเลือกแทน ตั้งแต่สี่สิบปีที่เฒ่าบูชายมราช ยมราชไม่เคยบอกว่าอยากได้อะไร ยมราชบอกแค่ว่าไม่อยากเสียใครไป"

"แล้วยายอยากให้ยมราชกลับสวรรค์ไหม"

"เฒ่าอยากให้ยมราชได้กลับบ้าน" ยายสมศรีพูดเสียงเบาลง "เฒ่าไม่รู้ว่ายมราชคิดยังไงกับสวรรค์ แต่เฒ่ารู้ว่ายมราชไม่เคยอยู่ที่ไหนได้นาน ยมราชอยู่กับเฒ่าสี่สิบปี แต่เฒ่ารู้ว่ายมราชไม่ได้อยู่กับเฒ่า ยมราชอยู่กับคนตายทุกคนที่เฒ่าเห็น"

"แล้วยายไม่โกรธเหรอ"

"โกรธใคร"

"โกรธยมราชที่ไม่อยู่กับยาย"

ยายสมศรีหันมามองภูมิ สายตาเหมือนตอนที่ภูมิถามเรื่องแม่ตอนเด็กๆ

"เจ้ายังเด็ก"

"ครับ"

"เฒ่าไม่โกรธ เพราะยมราชไม่ได้ทอดทิ้งเฒ่า ยมราชแค่ไม่ได้เลือกเฒ่า"

"แต่ผมเลือก"

"ใช่ เจ้าเลือก" ยายสมศรียิ้ม "เจ้าเป็นคนแรกในรอบสามร้อยปีที่เลือกยมราชด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะเทพอื่นไม่รับ ไม่ใช่เพราะจน ไม่ใช่เพราะโง่ เจ้าเลือกเพราะเจ้าเข้าใจว่ายมราชเป็นใคร"

หน้าอกหนัก ไม่ใช่ความเจ็บ เหมือนมีคนวางภาระบางอย่างลงบนบ่าของเขา

"แล้วถ้าผมทำพลาด"

"เจ้าจะรู้" ยายตอบ "เฒ่าไม่ได้สอนเจ้าเรื่องนี้ เฒ่าแค่บอกเจ้าว่าเฒ่าจะไปด้วย"

"ครับ"

ทั้งสองเดินเงียบกันไปจนถึงหน้าวัด

มิ้นมารออยู่ที่หน้าวัดตอนสามทุ่มตรง เธอใส่ชุดนักเรียนตัวเก่า ผมเปียกหมาดๆ เหมือนเพิ่งสระผม เธอไม่ถือธูป ไม่ถือเทียน เธอถือแค่สมุดบันทึกเล่มเล็ก

"ยายสมศรี"

"เออ"

"หนูชื่อมิ้น"

"เฒ่ารู้" ยายสมศรีพยักหน้า "เจ้าคือเด็กที่ได้พระอาทิตย์"

"ค่ะ"

"พระอาทิตย์ไม่ค่อยมีใครบูชา"

"ค่ะ"

"แต่เจ้าก็ยังเลือก"

"ค่ะ"

ยายสมศรีมองมิ้นนาน แล้วยิ้มเล็กน้อย

"ดี"

ภูมิยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองคน เขาเปิดกระเป๋า หยิบธูปสามดอกออกมา จุดไฟแช็ก ธูปจุดติดทั้งสามดอก

"คืนนี้เราจะไปสวรรค์อีกครั้ง"

"แล้วใครจะพาขึ้น" มิ้นถาม

"ผม" ภูมิตอบ แล้วหันไปทางยายสมศรี "ยายช่วยได้ไหม"

"ได้" ยายสมศรีหยิบธูปดอกที่สี่จากกระเป๋าขึ้นมา "เฒ่ามีติดตัวเสมอ"

ภูมิเห็นธูปดอกที่สี่ในมือยาย เป็นธูปที่จุดยากที่สุดในชีวิตของภูมิ เพราะมันไม่ใช่ธูปธรรมดา มันคือธูปที่ใช้เปิดทางไปสวรรค์ ยายสมศรีรู้วิธีทำมาสี่สิบปีแล้ว

ยายจุดธูปดอกที่สี่ด้วยไฟจากธูปของภูมิ ควันสีขาวสี่เส้นพุ่งขึ้นไปชนกันเหนือศีรษะทั้งสามคน กลิ่นไม่ใช่กลิ่นธูป กลิ่นเหมือนกลิ่นใบโพธิ์ทองที่ภูมิเคยได้กลิ่นที่สวรรค์

"ตาแห่งยมราช" ภูมิเรียกในหัว

ภาพตรงหน้าเริ่มเบลอ

ภาพตรงหน้าเริ่มคมชัด

ทั้งสามคนยืนอยู่ที่บันไดขั้นที่หนึ่งของสวรรค์

"ครั้งนี้เราขึ้นมาด้วยกัน" ภูมิพูดกับยมราชในหัว

ยมราชไม่ตอบ แต่ภูมิรู้ว่ายมราชได้ยิน เพราะขั้นบันไดเริ่มมีเสียงระฆังเบาๆ ดังขึ้น เป็นจังหวะที่ต่างจากเมื่อวาน

มิ้นยืนข้างภูมิ มือเธอจับขอบกระโปรงแน่น แต่สายตาเธอไม่กลัว

ยายสมศรียืนอีกฝั่ง มือถือธูปดอกที่สี่ที่ยังไม่ดับ

"ไปกันเถอะ" ยายพูด

ทั้งสามคนเดินขึ้นบันไดด้วยกัน

บันไดสามร้อยยี่สิบเอ็ดขั้นเดินเร็วกว่าเมื่อวาน เพราะมิ้นเดินเร็ว เธอไม่ได้หยุดนับขั้น เธอเดินเหมือนคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปเจอใครบางคน

ยายสมศรีเดินช้า แต่มั่นคง ไม่มีขั้นไหนที่ยายหยุดพัก เหมือนยายเคยเดินบันไดนี้มาแล้วหลายครั้ง

ภูมิเดินตรงกลาง เขาพูดกับยมราชในหัวตลอดทาง

"ท่านครับ"

"พูด"

"ผมไม่ได้มาขอให้ท่านกลับสวรรค์"

"เจ้ามาทำไม"

"ผมมาเสนอเงื่อนไข"

"ข้าไม่ได้ขอให้เจ้ามาเสนอ"

"ผมรู้ แต่พระอินทร์ขอให้ผมหาเทพในระบบมายืนยันเรื่องท่าน ผมหายายสมศรีมาแล้ว และผมหามิ้นมาด้วย"

"มิ้นไม่ใช่เทพ"

"แต่มิ้นเห็นต้นไทร มิ้นเห็นดวงไฟสิบสามดวง ถ้าพระอินทร์ถามว่าท่านเป็นใคร มิ้นจะตอบได้"

ยมราชเงียบไปสิบขั้น

"เจ้าคิดว่าข้าอยากกลับสวรรค์ไหม"

"ไม่รู้ครับ แต่ถ้าท่านไม่อยากกลับ ท่านก็ไม่ต้องเข้าสภา ผมจะเข้าเอง"

"แล้วเจ้าจะพูดเรื่องข้ายังไง ถ้าเจ้าไม่มีข้ายืนยัน"

"ผมจะพูดเรื่องคนที่ท่านช่วย ไม่ใช่เรื่องตัวท่านเอง"

ยมราชเงียบไปอีกสิบขั้น

"เจ้าเปลี่ยนไป"

"ครับ"

"เปลี่ยนเป็นเด็กที่คิดแทนคนอื่นได้"

"ครับ"

"ข้าไม่ได้สอนเจ้าเรื่องนี้"

"ยายสมศรีสอน"

ยมราชหัวเราะเบาๆ ในหัวภูมิ เป็นครั้งแรกที่ภูมิได้ยินยมราชหัวเราะ

"ขึ้นไปเถอะ พระอินทร์รออยู่"

ปลายบันไดเป็นลานกว้างเหมือนเมื่อวาน ต้นไทรใหญ่เหมือนเมื่อวาน เสาไม้สิบสามต้นเหมือนเมื่อวาน แต่บัลลังก์หินเจ็ดบัลลังก์ วันนี้มีคนนั่งสามคน

พระอินทร์นั่งบัลลังก์กลาง เหมือนเมื่อวาน

พระพรหมนั่งบัลลังก์ทางขวา ภูมิไม่เคยเห็นพระพรหมมาก่อน เป็นชายสูงวัย ใส่ชุดขาว มือถือสมุดบันทึกเล่มหนา สายตามองภูมิราวกับอ่านหนังสือที่กำลังจะเปิดหน้าใหม่

ท้าวเวสสุวรรณนั่งบัลลังก์ทางซ้าย ภูมิเคยเจอท่านตอนขึ้นไปเจรจาด้วยตัวเอง ท่านยิ้มให้ภูมิเล็กน้อย แล้วหันไปมองยายสมศรี

"ยายมาด้วย"

"ค่ะ" ยายสมศรียกมือไหว้

"ดี" ท้าวเวสสุวรรณพยักหน้า "ที่ประชุมยังขาดคนที่ไม่ใช่เทพ"

พระอินทร์ลุกขึ้นยืน

"ภูมิ รัตนกุล"

"ครับ"

"เจ้ามาตามคำสัญญา"

"ครับ"

"แล้วเจ้าพาคนมาเท่าไหร่"

"สามคนครับ ยายสมศรี มิ้น และตัวผมเอง"

"สามคน" พระอินทร์ยิ้มบางๆ "ครั้งก่อนเจ้ามาคนเดียว แต่วันนี้เจ้ามาสามคน แปลว่าเจ้าไม่ได้มาเพื่อตัวเจ้าเอง"

"ครับ"

"เจ้ามาเพื่อใคร"

"เพื่อยมราช"

ศาลาเงียบลงทันที ใบโพธิ์ทองหยุดสั่น ลมที่ไม่มีต้นทางหยุดพัด ดวงไฟที่แขวนอยู่ตามต้นไทรหยุดแกว่ง ทุกอย่างหยุด เหมือนสวรรค์ทั้งใบกำลังฟังคำเดียว

"เจ้ามาเพื่อยมราช" พระอินทร์พูดซ้ำ "แล้วยมราชอยู่ที่ไหน"

"ยมราชอยู่ในตัวผม"

พระพรหมเปิดสมุดบันทึกเล่มหนา

"เจ้าพูดต่อ"

"ยมราชเลือกผมตั้งแต่คลื่นคัดเลือกครบรอบสิบปี ผมเลือกยมราชด้วยตัวเอง ผมไม่ได้เลือกเพราะไม่มีทางเลือก ผมเลือกเพราะผมเข้าใจว่ายมราชเป็นใคร ผมอยู่กับยมราชมาหนึ่งปี ผมเห็นยมราชปกป้องคนตาย ผมเห็นยมราชร้องไห้ตอนเด็กคนหนึ่งตายเพราะพ่อแม่ไม่รัก ผมเห็นยมราชทำงานโดยที่ไม่มีใครรู้ว่ายมราชทำ"

ภูมิหยุดพูด หายใจเข้าลึก

"ผมไม่ได้มาขอให้สภารับยมราชกลับ ผมมาขอให้สภาลองฟังว่ายมราชทำอะไรมาสามร้อยปี ถ้าหลังจากฟังแล้ว สภายังคิดว่ายมราชควรอยู่ข้างนอก ผมจะไม่เถียง"

พระพรหมปิดสมุดบันทึก

"แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาเป็นหลักฐาน"

"คำยืนยันของยายสมศรี ผู้บูชายมราชสี่สิบปี"

"แล้วคนที่สอง"

"มิ้น ผู้บูชาพระอาทิตย์ ผู้เห็นต้นไทรและดวงไฟสิบสามดวง"

"แล้วคนที่สาม"

"พี่เบส ผู้บูชาพระภูมิ ระดับห้า ผู้อยู่กับภูมิมาตลอดหนึ่งปี และเห็นยมราชทำงานสี่สิบครั้ง"

พระอินทร์นั่งลง

"เจ้าเตรียมมาดี"

"ครับ"

"แต่เจ้าลืมคนหนึ่ง"

"ครับ อาคม"

"ใช่"

"ผมไม่ได้ลืมครับ ผมเลือกที่จะไม่เอาอาคมมา"

"ทำไม"

"เพราะอาคมจะพูดในสิ่งที่สภาอยากฟัง ไม่ใช่ในสิ่งที่จริง"

พระอินทร์ยิ้ม

"เจ้าฉลาดขึ้น"

"ครับ"

"แล้วถ้าสภาถามว่ายมราชทำผิดอะไร ทำไมถึงถูกลบออก เจ้าจะตอบยังไง"

ภูมิหยุดคิด

"ผมจะตอบว่ายมราชทำผิดเรื่องเดียว คือยมราชปกป้องคนตายมากเกินไป จนคนที่ยังไม่ตายรู้สึกว่ายมราชขัดขวางความสุขของพวกเขา"

ศาลาเงียบลงอีกครั้ง

ท้าวเวสสุวรรณลุกขึ้นยืน

"ภูมิ รัตนกุล"

"ครับ"

"ท่านตอบคำถามของข้าได้ไหม"

"ได้ครับ"

"ถ้ายมราชกลับเข้าสภา ยมราชจะกลับมาทำหน้าที่เดิม คือปกป้องคนตาย แต่ครั้งนี้สภาจะดูแล ไม่ใช่ปล่อยให้ยมราชทำคนเดียว เจ้ายอมรับได้ไหม"

ภูมิมองยายสมศรี

ยายสมศรีพยักหน้า

"ได้ครับ"

ท้าวเวสสุวรรณหันไปมองพระอินทร์

"ข้ายอมรับเงื่อนไขของเด็กคนนี้"

พระอินทร์พยักหน้า

"ข้าก็ยอมรับ"

พระพรหมเปิดสมุดบันทึกอีกครั้ง

"ข้าจะบันทึกคำยืนยันของยายสมศรี มิ้น และพี่เบสในสมุดของสภา เมื่อบันทึกเสร็จ สภาจะประชุมอีกครั้งในอีกเจ็ดวัน"

"เจ็ดวันครับ?"

"ใช่" พระพรหมตอบ "เจ็ดวันเป็นเวลาที่สภาต้องการเพื่อตรวจสอบคำยืนยันทุกคน ไม่ใช่เวลาที่เจ้าต้องรอ"

"แล้วผมต้องทำอะไร"

"กลับไป" พระอินทร์ตอบ "กลับไปใช้ชีวิต แล้วเมื่อถึงเจ็ดวัน เจ้าจะรู้คำตอบ"

หน้าอกโล่ง แต่ก็หนักในเวลาเดียวกัน เขาไม่รู้ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร แต่เขารู้ว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว

"ขอบคุณครับ"

พระอินทร์มองเขา

"อย่าขอบคุณ"

"ทำไมครับ"

"เพราะเจ้ายังไม่รู้ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร" พระอินทร์ยิ้มบางๆ "แต่ถ้าเจ็ดวันแล้วคำตอบเป็นที่ชัดเจน เจ้าจะขอบคุณตัวเอง"

พระอินทร์เดินออกไปทางปลายศาลา พระพรหมเดินตาม ท้าวเวสสุวรรณเดินตามสุดท้าย ก่อนหายไปในแสงทอง ท่านหันกลับมามองภูมิ

"เด็กเอ๊ย"

"ครับ"

"เจ้าทำให้ข้าจำได้ว่าทำไมข้าถึงเคยเป็นขุนพลของยมราช"

ภูมิอยากถามว่าทำไม แต่ท่านหายไปแล้ว

ทั้งสามคนเดินลงบันไดกลับ บันไดขากลับเปลี่ยนสีอีกครั้ง จากหินอ่อนสีรุ้งเป็นหินสีเทา ต้นไทรหดเล็กลง กลิ่นใบโพธิ์ทองจางลง กลิ่นคาวปลาทูกลับมา

ภูมิยืนอยู่ที่หน้าวัด มิ้นยืนข้างๆ ยายสมศรียืนอีกฝั่ง

"ขอบคุณครับ" ภูมิพูดกับยาย

"เฒ่าไม่ได้ทำอะไร" ยายสมศรีตอบ "เฒ่าแค่พูดความจริง"

"ขอบคุณครับ" ภูมิหันไปหามิ้น

"ฉันไม่ได้ทำอะไรเหมือนกัน" มิ้นตอบ "ฉันแค่เห็นต้นไทร"

"แต่ถ้าพระอินทร์ถาม มิ้นก็ตอบได้"

"ได้" มิ้นพยักหน้า "ฉันจะตอบว่าดวงไฟสีดำเป็นของคนที่คอยปกป้องคนอื่น"

มิ้นเปลี่ยนไปเหมือนกัน เธอไม่ได้พูดเยอะขึ้น แต่เธอพูดชัดขึ้น

"กลับก่อนนะ" ยายสมศรีพูด "พรุ่งนี้เจ้าต้องไปหาพี่เบส"

"ครับ"

"แล้วเจ้าจะไปหาอาคมเมื่อไหร่"

"ผมยังไม่รู้"

"เฒ่ารู้" ยายสมศรีพูดเสียงเบาลง "อาคมจะมาหาเจ้าเอง เพราะอาคมรู้แล้วว่าเจ้าขึ้นสวรรค์"

"อาคมรู้ได้ยังไง"

"เพราะอาคมเป็นผู้บูชายมราชเหมือนกัน และยมราชไม่เคยซ่อนเรื่องสำคัญจากผู้บูชาด้วยกัน"

หนาวที่หลัง

"ยายครับ"

"พูด"

"ถ้าอาคมมาหา ผมควรทำยังไง"

"เจ้าควรฟัง" ยายสมศรีตอบ "แล้วเจ้าจะรู้ว่าอาคมเป็นใคร ดีกว่าที่เฒ่าจะบอก"

ยายสมศรีเดินจากไปทางตลาด เงายายหายไปในความมืด

มิ้นเดินกลับทางของเธอ ก่อนจะหันกลับมา

"ภูมิ"

"ว่าไง"

"เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกพระอาทิตย์"

"ไม่รู้"

"เพราะพระอาทิตย์เป็นเทพเดียวที่ไม่หลอกตัวเอง" มิ้นตอบ "พระอาทิตย์ขึ้นทุกเช้า ไม่ว่าจะมีคนดูหรือไม่"

แล้วมิ้นก็เดินหายไปในความมืด

ภูมิกลับถึงบ้านตอนเที่ยงคืนกว่า แม่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว หน้าแม่เหนื่อย แต่ไม่ได้บ่น

"กลับมาช้า"

"ครับ"

"กินข้าวก่อน"

"ครับ"

ภูมินั่งลงกินข้าว แม่นั่งฝั่งตรงข้าง ไม่ถามอะไรอีก แม่รู้จักลูกดี ลูกไม่ชอบเล่าเรื่องตอนกินข้าว

เขากินข้าวจนหมด แล้วลุกขึ้นไปนอน

ในกระเป๋า บัญชีบาปบุญเปิดหน้าใหม่ ตัวอักษรสีซีดเรียงเป็นแถวยาวเหมือนรายชื่อในงานศพ

เหลืออีกเก้าสิบเจ็ดคน

ภูมิหลับตา

ก่อนหลับ เขาได้ยินเสียงเบาๆ ในหัว

"เจ้าทำได้ดี" ยมราชพูด

เป็นครั้งแรกที่ยมราชชม

ภูมิยิ้มก่อนหลับ

พรุ่งนี้เขาจะไปหาพี่เบส

แล้วอาคมจะมาหาเขาเอง

> **จบบทที่ 45**