📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

คนไทยทั้งประเทศบูชาพระพุทธ แต่ผมบูชายมราช!

ยมราช · ตอนที่ 33 / 60

เช้าวันอังคาร ภูมิมาถึงโรงเรียนก่อนเวลาเรียนสามสิบนาที เขาเดินเข้าไปในสนาม เขาเปิดตาแห่งยมราช เงาของผีสามร้อยกว่าตัวที่พระราหูปล่อยไว้เมื่อวานหายไปแล้ว แต่เขารู้สึกได้ว่าพื้นดินใต้เท้าของเขายังสั่นสะเทือน ราวกับว่าแผ่นดินยังจำผีที่เคยเดินอยู่ตรงนี้

"ยังไม่จบ" ภูมิพูดกับตัวเอง "พระราหูบอกว่าครั้งหน้าจะเป็นสามพัน"

เขาเดินเข้าไปในตัวอาคาร เขาเห็นลุงสมศักดิ์ยืนอยู่หน้าห้องเรียน ลุงสมศักดิ์เป็นทหารผีหัวหน้าสิบนายที่ภูมิเรียกมาจากยมโลกเมื่อสองวันก่อน ลุงสมศักดิ์เป็นชาวนาสุพรรณบุรี ตายมาแสนสี่สิบปี ตัวลุงโปร่งใสเล็กน้อย ลุงสวมเสื้อสีน้ำตาล มือถือไม้เท้าไม้ไผ่

"ท่านลุง" ภูมิทัก "มีอะไรไหม"

"นายท่าน" ลุงสมศักดิ์ตอบ "ทหารสามนายที่อยู่โรงอาหารเห็นอะไรบางอย่างเมื่อเช้ามืด"

"อะไร"

"ผีระดับกลางสี่ตัว เดินเข้ามาในเขตโรงเรียนตอนตีสี่ พวกมันไม่ได้เข้ามาในอาคาร พวกมันเดินวนรอบสนาม พวกมันแค่ดู"

"ดูอะไร"

"ดูอาคารสาม"

ภูมิเงียบ เขารู้ว่าอาคารสามคือตึกเรียนหลังที่พระราหูเคยปรากฏตัวเมื่อเมื่อวาน

"ทหารที่อยู่ตลาดล่ะ" ภูมิถาม "เห็นอะไรไหม"

"เห็น" ลุงสมศักดิ์ตอบ "ตลาดกลางคืนมีผีระดับกลางสองตัวเดินปะปนกับคนขายของ พวกมันไม่ได้ทำอะไร พวกมันแค่ซื้อของ"

"ซื้ออะไร"

"ผ้าสามสี ธูปเทียน และหัวหมู"

ภูมิสะดุ้ง ผีซื้อหัวหมูเป็นของไหว้ ผีที่ซื้อของไหว้คือผีที่กำลังจะทำพิธีกรรม พิธีกรรมแบบนี้มีจุดประสงค์เดียวคือเปิดประตู

"ท่านลุง" ภูมิพูด "ผีพวกนั้นซื้อของไปทำอะไร"

"บ่ได้บอก" ลุงสมศักดิ์ตอบ "แต่หน้าตาเหมือนคนเตรียมงานศพ"

ภูมิรู้สึกหนาวที่กระดูกสันหลัง งานศพ พิธีศพไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่พิธีศพที่ผีจัดเองต่างหากที่น่ากลัว พิธีศพที่ผีจัดคือพิธีเปิดประตูระหว่างโลกมนุษย์กับโลกผี ผีที่ทำพิธีแบบนี้ต้องการเรียกผีอื่นเข้ามาในโลกมนุษย์

"ผมต้องไปตลาด" ภูมิพูด

"ไปก่อน" ลุงสมศักดิ์พูด "ทหารสามนายที่ตลาดเฝ้าอยู่ พวกเขาจะบอกท่านว่าผีตัวไหนไปทางไหน"

ภูมิพยักหน้า เขาเดินออกจากโรงเรียน เขาโทรหามิ้น

"มิ้น" ภูมิพูด "เธออยู่ที่ไหน"

"กำลังจะเข้าห้องเรียน" มิ้นตอบ "มีอะไร"

"อย่าเพิ่งเข้า" ภูมิพูด "ผีระดับกลางสี่ตัวเดินวนรอบโรงเรียนเมื่อเช้ามืด อีกสองตัวอยู่ที่ตลาดกลางคืน มันซื้อของไหว้"

"ซื้ออะไร"

"หัวหมู ธูปเทียน ผ้าสามสี"

มิ้นเงียบไปสามวินาที แล้วเธอพูดเสียงเบาลง

"ภูมิ พิธีเปิดประตู"

"ใช่" ภูมิตอบ "พระราหูกำลังเตรียมเปิดประตูที่ใหญ่กว่าเดิม ผมเชื่อว่าพระราหูไม่ได้โกรธยมราชแล้วจริง แต่พระราหูยังอยากทดสอบว่าผมทำได้จริงไหม พระราหูอยากดูว่าผมรับมือกับผีพันตัวได้ไหม"

"แล้วมึงจะทำยังไง"

"กูจะไปตลาด กูจะหยุดพิธี"

"กูไปด้วย"

"ไม่ต้อง" ภูมิพูด "มึงอยู่ที่โรงเรียน ถ้ามีผีเข้ามา มึงใช้พระอาทิตย์ช่วยคนที่ติดอยู่ในอาคาร"

"ภูมิ"

"มิ้น" ภูมิพูด "เชื่อกู"

มิ้นเงียบ แล้วเธอพูด "ระวังตัวด้วย"

ภูมิวางสาย เขาเดินเร็วออกจากโรงเรียน เขาเดินไปทางตลาดกลางคืนที่อยู่ห่างจากโรงเรียนไปสามกิโล เขาเดินฝ่าแดดเช้า คลื่นกระแสความตายในรัศมีห้าสิบเมตรสั่นสะเทือนตลอดเวลา

เมื่อเขามาถึงตลาด ตลาดยังเงียบ ร้านค้าส่วนใหญ่ยังปิด มีแค่รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวสองสามร้านที่เปิดขายคนทำงานก่อนเข้า

ภูมิเปิดตาแห่งยมราช เขาเห็นทหารผีสามนายของเขายืนอยู่ที่มุมตลาด ทหารนายหนึ่งชื่อหมอวินัยเป็นแพทย์ที่ตายจากการติดเชื้อ ทหารอีกสองนายชื่อเรืองกับลุงเพชร เรืองเป็นนักบินที่ตายเครื่องตกที่นครพนม ลุงเพชรเป็นตำรวจที่ตายจากการปะทะกับผู้ต้องหา

"หมอวินัย" ภูมิพูด "ผีที่ซื้อของไหว้เมื่อคืนไปทางไหน"

"ไปทางทิศใต้" หมอวินัยตอบ "พวกมันเดินเข้าไปในซอยแคบๆ ที่มีวัดร้างอยู่ลึกเข้าไป พวกมันหายเข้าไปในวัดตั้งแต่ตีสอง"

"วัดอะไร"

"ไม่มีป้าย" หมอวินัยตอบ "แต่มีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่หน้าวัด ต้นโพธิ์นั้นตายแล้วครึ่งต้น"

ภูมิรู้จักวัดนี้ เขาเคยผ่านวัดนี้ตอนเด็ก วัดนี้ชื่อวัดโพธิ์ทอง เป็นวัดที่เลิกทำพิธีมาสามสิบปี เพราะพระเก่าของวัดเสียชีวิต และไม่มีพระใหม่มาดูแล วัดถูกปล่อยร้าง ต้นโพธิ์แก่แห้งตายไปครึ่ง

"ผมต้องไปวัด" ภูมิพูด "หมอวินัย ไปกับผม ลุงสมศักดิ์ ไปหาลุงสมศักดิ์ที่โรงเรียน บอกท่านลุงว่าผมไปวัดโพธิ์ทอง ถ้าผมไม่กลับภายในเที่ยง ให้ท่านลุงตามหาผม"

"นายท่าน" หมอวินัยพูด "ปลอดภัยไหม"

"ไม่รู้" ภูมิตอบ "แต่ผมต้องไป"

ภูมิเดินเข้าไปในซอย ซอยแคบและมืด ผนังบ้านทั้งสองข้างเป็นปูนเก่า มีตะไคร่น้ำเกาะตามผนัง อากาศในซอยเย็นกว่าข้างนอก คลื่นกระแสความตายของภูมิแรงขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเขาเดินมาถึงวัด วัดโพธิ์ทองดูเงียบและร้าง กำแพงวัดพังลงหลายจุด หลังคาโบสถ์ทรุด ต้นโพธิ์ใหญ่ยืนตายแห้งอยู่หน้าวัด กิ่งของต้นโพธิ์ที่ยังเหลืออยู่มีสีน้ำตาลเหมือนไม้ตาย

ภูมิเปิดตาแห่งยมราช เขาเห็นเงาของผีจำนวนมากอยู่ในวัด เงาของผีสิบกว่าตัวลอยอยู่รอบโบสถ์ เงาของผีสองตัวยืนอยู่หน้าโบสถ์ ผีทั้งสองตัวเป็นผีชายสูงอายุ สวมเสื้อขาว มือถือธูป

"ผีสองตัวที่ซื้อของไหว้เมื่อคืน" ภูมิพูดกับหมอวินัย

"ใช่" หมอวินัยตอบ

ภูมิเดินเข้าไปใกล้ ผีทั้งสองหันมามองเขา ผีตัวหนึ่งยิ้ม ผีอีกตัวทำหน้านิ่ง

"ผู้บูชายมราช" ผีตัวที่ยิ้มพูด "ท่านมาทำไม"

"มาหยุดพิธีของท่าน" ภูมิตอบ

"พิธีอะไร"

"พิธีเปิดประตู" ภูมิตอบ "ท่านซื้อหัวหมู ธูปเทียน ผ้าสามสี ท่านกำลังจะทำพิธีเปิดประตูระหว่างโลกมนุษย์กับโลกผี"

ผีทั้งสองเงียบ ผีตัวที่ยิ้มหยุดยิ้ม ผีตัวที่นิ่งยังคงนิ่ง

"ใครบอก" ผีตัวที่นิ่งถาม

"ผมเห็นเอง" ภูมิตอบ "ผมเป็นผู้บูชายมราช ผมมีตาแห่งยมราช ผมเห็นท่านเมื่อคืน ผมเห็นท่านซื้อของ ผมเห็นท่านเดินเข้าวัด ผมเห็นท่านเตรียมพิธี"

ผีตัวที่ยิ้มพูด "พิธีนี้ไม่ใช่ของเรา พิธีนี้เป็นของพระราหู"

"ผมรู้" ภูมิตอบ "พระราหูสั่งท่านมา"

"ใช่" ผีตัวที่ยิ้มตอบ "พระราหูสั่งให้เราเปิดประตูที่วัดโพธิ์ทอง เราทำตามคำสั่ง"

"ทำไม" ภูมิถาม "พระราหูต้องการอะไร"

"พระราหูต้องการทดสอบท่าน" ผีตัวที่นิ่งตอบ "พระราหูอยากรู้ว่าท่านจะหยุดพิธีได้ไหม ถ้าท่านหยุดได้ พระราหูจะรู้ว่าท่านจริงจังกับการปกป้องคน"

"ถ้าผมหยุดไม่ได้ล่ะ" ภูมิถาม

"ถ้าท่านหยุดไม่ได้ พระราหูจะปล่อยผีสามพันตัวเข้าเมือง" ผีตัวที่ยิ้มตอบ "ผีสามพันตัวจะเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ในโรงเรียน ในตลาด ผีสามพันตัวจะทำให้คนกลัวความตายมากขึ้น"

ภูมิรู้สึกเย็นที่ปลายนิ้ว ถ้าผีสามพันตัวเข้าเมือง คนจะกลัวความตายมากขึ้น คนจะหันไปบูชาเทพสายความสุขมากขึ้น พระราหูต้องการให้คนกลัวความตาย เพราะถ้าคนกลัวความตาย คนจะไม่อยากรู้จักพระราหู และพระราหูจะยังคงถูกลืมต่อไป

"พระราหูคิดว่าถ้าผีสามพันตัวเข้าเมือง ผมจะหยุดไม่ได้" ภูมิพูด "แต่พระราหูคิดผิด"

"ท่านจะทำยังไง" ผีตัวที่ยิ้มถาม

"ผมจะหยุดพิธี" ภูมิตอบ "แต่ผมจะไม่ฆ่าท่าน"

ผีทั้งสองเงียบ พวกเขาไม่คาดคิดว่าภูมิจะพูดแบบนี้

"ท่านไม่ฆ่าเรา" ผีตัวที่นิ่งถาม "ทำไม"

"เพราะท่านไม่ได้เลือก" ภูมิตอบ "ท่านเป็นผีที่ถูกลืม พระราหูสั่งท่าน ท่านไม่มีทางเลือก ผมจะฆ่าท่านไม่ได้"

ผีตัวที่ยิ้มเปลี่ยนเป็นนิ่ง ผีตัวที่นิ่งเปลี่ยนเป็นยิ้ม

"ท่านรู้จักผีที่ถูกลืม" ผีตัวที่เพิ่งยิ้มพูด "ท่านเข้าใจ"

"ผมเข้าใจ" ภูมิตอบ "ผมบูชายมราช ผมเป็นผู้ถูกลืมเหมือนท่าน"

ภูมิเดินเข้าไปในโบสถ์ เขาเห็นที่ตั้งของพิธี มีโต๊ะไม้ตั้งอยู่กลางโบสถ์ บนโต๊ะมีหัวหมู ธูปเทียน ผ้าสามสี และกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนอักขระโบราณที่ภูมิจำได้จากชาติก่อน

"อักขระเปิดประตู" ภูมิพูด

"ใช่" ผีตัวที่ตามเขามาตอบ

ภูมิหยิบกระดาษขึ้นมา เขาอ่านอักขระ อักขระนี้เป็นภาษาบาลีสมัยโบราณ เป็นคำสั่งเปิดประตูระหว่างโลกมนุษย์กับโลกผี ภูมิรู้ภาษาบาลีสมัยโบราณเพราะเขาเรียนมาจากชาติก่อน

"ผมขอเวลาสิบนาที" ภูมิพูด

"ทำไม" ผีถาม

"ผมต้องเขียนอักขระปิดประตูทับ" ภูมิตอบ "ถ้าผมแค่ทำลายอักขระเปิดประตู พลังของมันจะย้อนกลับมาหาท่าน ผมต้องเขียนอักขระปิดประตูทับลงไป เพื่อที่พลังจะถูกปิดสนิท"

ผีทั้งสองเงียบ

"ท่านรู้จักอักขระปิดประตู" ผีตัวหนึ่งถาม

"ผมเป็นศิษย์วัดในชาติก่อน" ภูมิตอบ "ผมเรียนมาทั้งหมด"

ภูมินั่งลงกับพื้น เขาหยิบธูปขึ้นมา จุดธูป ภูมิท่องคาถา เขาเริ่มเขียนอักขระปิดประตูลงบนกระดาษแผ่นใหม่ ลายมือของเขามั่นคง เขาเขียนเร็วแต่แม่นยำ อักขระทุกตัวอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

เมื่อเขาเขียนเสร็จ เขาวางกระดาษแผ่นใหม่ทับกระดาษแผ่นเก่า เขาใช้มือทั้งสองข้างกดทับกระดาษ พลังของอักขระปิดประตูไหลออกจากมือของเขา กระดาษเรืองแสงสีแดงคล้ำ แสงแดงคล้ำลามไปทั่วโบสถ์

ผีสิบกว่าตัวที่ลอยอยู่รอบโบสถ์กรีดร้อง เสียงกรีดร้องดังสนั่น แต่แสงแดงคล้ำไม่ได้ทำร้ายพวกมัน แสงแดงคล้ำแค่ดูดพลังของอักขระเปิดประตูเข้าไปในกระดาษแผ่นใหม่

เมื่อแสงจางลง กระดาษทั้งสองแผ่นกลายเป็นเถ้าถ่าน

"พิธีถูกปิดแล้ว" ภูมิพูด "ประตูไม่เปิด"

ผีทั้งสองมองกระดาษที่กลายเป็นเถ้า พวกเขาเงียบไปนาน

"ท่านหยุดพิธีได้" ผีตัวหนึ่งพูด "แต่ท่านไม่ได้ฆ่าเรา"

"ผมบอกแล้ว" ภูมิตอบ "ผมไม่ฆ่าท่าน"

"ทำไม"

"เพราะท่านเป็นผี" ภูมิตอบ "ท่านเป็นผีที่ถูกลืม ท่านไม่มีคนบูชา ท่านไม่มีคนรับฟัง ผมเป็นผู้บูชายมราช ยมราชรับฟังทุกคน ผมก็รับฟังท่าน"

ผีทั้งสองเงียบ ผีตัวหนึ่งร้องไห้ น้ำตาของผีเป็นสีแดงคล้ำ

"เราไม่เคยมีใครรับฟัง" ผีตัวนั้นพูด "เราเป็นผีมาสามสิบปี ไม่มีใครเคยพูดกับเรา ไม่มีใครเคยฟังเรา"

"ผมฟัง" ภูมิตอบ "ผมฟังท่าน"

ภูมิเปิดประตูยมโลก เขาเปิดประตูไว้สามวินาที ผีทั้งสองเดินเข้าประตูอย่างสงบ ผีสิบกว่าตัวที่อยู่รอบโบสถ์เดินเข้าประตูตามมา ผีทุกตัวที่เข้าประตูหันกลับมามองภูมิและโค้งให้

เมื่อผีทุกตัวเข้าประตูไปแล้ว ภูมิปิดประตู เขาลุกขึ้น เขามองโบสถ์ โบสถ์เงียบ ไม่มีผีเหลือ

"หมอวินัย" ภูมิพูด "กลับโรงเรียน"

"นายท่าน" หมอวินัยพูด "ปลอดภัยแล้ว"

"ใช่" ภูมิตอบ "พิธีถูกปิด ผีทั้งหมดถูกส่งไปแล้ว พระราหูจะไม่ปล่อยผีสามพันตัวเข้าเมือง"

ภูมิเดินออกจากวัด เขาเดินออกจากซอย เขาเดินกลับโรงเรียน เมื่อเขาเดินกลับมาถึงโรงเรียน มิ้นยืนรออยู่ที่ประตู

"ทำไม" มิ้นถาม "ทำไมเธอถึงกลับมาเร็ว"

"พิธีจบแล้ว" ภูมิตอบ "กูปิดพิธี กูส่งผีทุกตัวไปแล้ว"

"กูไม่ได้ฆ่าใคร"

มิ้นเงียบ แล้วเธอพูด "เธอปลอดภัยดี"

"ใช่" ภูมิตอบ "กูปลอดภัย"

ภูมิเดินเข้าโรงเรียน เขาเดินเข้าห้องเรียน เขานั่งลงที่โต๊ะ ครูยังไม่มา เพื่อนร่วมห้องมองเขาด้วยความสงสัย

"ภูมิ" เจพูด "เมื่อเช้ามึงไปไหน"

"ไปตลาด" ภูมิตอบ

"ไปทำไม"

"ไปซื้อก๋วยเตี๋ยว"

เจมองภูมิ เจรู้ว่าภูมิโกหก แต่เจไม่ถามต่อ เจเพิ่งได้รับความช่วยเหลือจากภูมิเมื่อคืนก่อน เจเริ่มเรียนรู้ว่าภูมิเป็นคนที่ไม่ควรถามคำถามมาก

ครูเข้าห้อง เริ่มสอน เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยง ภูมิกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหาร เขานั่งคนเดียว เขาเปิดตาแห่งยมราช โรงเรียนเงียบ ไม่มีผี

เมื่อเขากลับบ้าน เขาโทรหามิ้น

"มิ้น" ภูมิพูด "พระอาทิตย์บอกอะไรไหม"

"บอก" มิ้นตอบ "ท่านบอกว่าพระราหูไม่ได้ส่งสัญญาณไปยังเทพสูงสุด พระราหูถอยแผนเปิดประตู"

"พระราหูถอยแผน"

"ใช่" มิ้นตอบ "พระราหูรู้ว่าท่านปิดพิธีได้ พระราหูรู้ว่าท่านส่งผีได้โดยไม่ฆ่า พระราหูเลิกทดสอบท่านแล้ว"

"แล้วพระราหูจะทำอะไร"

"ไม่รู้" มิ้นตอบ "แต่ท่านพระอาทิตย์บอกว่าพระราหูกำลังคิดใหม่"

ภูมิวางสาย เขานอนลงบนเตียง เขามองเพดาน พระราหูคิดใหม่ เขาหวังว่าพระราหูจะคิดดี

แต่ภูมิรู้ว่าพระราหูไม่ใช่คนที่คิดง่าย พระราหูเป็นเทพที่ถูกลืมมานาน พระราหูไม่ได้เปลี่ยนแปลงในหนึ่งวัน

และพระราหูอาจจะกลับมา

> **จบบทที่ 33**