คนไทยทั้งประเทศบูชาพระพุทธ แต่ผมบูชายมราช!
รายชื่อเก้าสิบเก้าคนไม่ได้รอให้ภูมิสอบคาบแรกเสร็จ
บัญชีบาปบุญเปิดค้างอยู่ในกระเป๋านักเรียนเหมือนสัตว์ตัวเล็กที่หายใจเป็นควันดำ ทุกครั้งที่รถเมล์เบรก ทุกครั้งที่เด็กนักเรียนเบียดขึ้นลง เส้นตัวอักษรบนหน้ากระดาษก็ขยับตามแรงโยก ราวกับมันกลัวว่าเด็กมอหกคนหนึ่งจะทำหล่นแล้วทำคนทั้งเมืองตายหายไปตามพื้นรถ
ภูมิยืนโหนราว มือหนึ่งจับกระเป๋า อีกมือหนึ่งกำนิ้วชี้ที่มีรอยทองไว้แน่น
"เก้าสิบเก้าคนนี่คืออะไรครับ"
"คนที่ยังไม่ถึงเวลา" ยมราชตอบในหัว
"อันนี้ผมอ่านออกครับ ผมถามว่าทำไมมันมาอยู่ในกระเป๋าผม"
"เพราะเจ้าบอกพระอินทร์ว่ายังมีเรื่องต้องทำในเมือง"
"ผมพูดเพื่อซื้อเวลา"
"บัญชีไม่ชอบคำพูดเปล่า"
รถเมล์กระตุก ภูมิเกือบชนไหล่ผู้ชายที่ถือถุงปลาทู เขารีบขอโทษแล้วก้มหน้ามองกระเป๋า เส้นควันดำลอดออกมาจากซิปนิดหนึ่ง เขารีบกดซิปปิดเหมือนกำลังปิดปากผี
"ท่านเป็นคนเปิดบัญชีหรือเปล่า"
"ไม่ใช่"
"งั้นใคร"
"เจ้าต่างหาก"
ภูมิเงียบไปครึ่งจังหวะ
"ผมแค่ช่วยพี่ส่งของคนหนึ่ง"
"เจ้าช่วยคนที่ยังไม่ถึงเวลา แล้วประกาศต่อหน้าสวรรค์ว่าโลกมนุษย์ก็เรียกเจ้าเหมือนกัน" ยมราชกล่าว "บัญชีจึงตอบรับคำประกาศนั้น"
"ตอบรับแบบไม่ถามเจ้าของบัญชีเลยนะครับ"
"ความตายไม่ค่อยมีเวลาทำแบบสอบถาม"
เด็กนักเรียนสองคนข้างหน้าเหลือบมองภูมิ เขาแกล้งไอแล้วหันไปมองหน้าต่าง รถเมล์ผ่านตลาดเช้า ร้านหมูปิ้ง ร้านน้ำเต้าหู้ คนกวาดถนนที่ก้มเก็บใบไม้แห้ง ป้ายประกาศขายบ้านเก่าที่ถูกแปะทับด้วยโฆษณารับดูดวงออนไลน์ ทุกอย่างยังเช้าเหมือนเดิม แต่พอรู้ว่ามีเก้าสิบเก้าคนกำลังรออยู่ในบัญชี เมืองทั้งเมืองก็ดูเหมือนหายใจเบาลง
ที่โรงเรียน ภูมิเข้าประตูหลังเสียงกริ่งไปแล้วห้านาที ครูเวรยืนถือสมุดรายชื่ออยู่ใต้ต้นหูกวาง สายตาของครูคมพอจะหั่นเส้นใหญ่ร้านแม่เขาได้
"ภูมิ รัตนกุล"
"ครับ"
"สายอีกแล้ว"
"ครับ"
"เหตุผล"
ภูมิเหลือบมองกระเป๋าที่มีบัญชีบาปบุญดิ้นอยู่ข้างใน
"ช่วยคนเจ็บหน้าอกครับ"
ครูเวรมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นเหงื่อ เห็นเสื้อยับ เห็นรอยทองบนนิ้วชี้ แล้วทำหน้าเหมือนกำลังตัดสินว่าควรเรียกผู้ปกครองหรือเรียกพระ
"ครั้งหน้าช่วยทำเรื่องดีให้ตรงเวลาด้วย"
"ผมจะพยายามเลือกเวลาคนเจ็บให้เหมาะกับตารางเรียนครับ"
ครูเวรหรี่ตา
"ไปเข้าแถว"
ภูมิก้มหัวแล้วรีบเดิน เขาได้ยินเสียงยมราชในหัวแผ่วมาก
"เจ้าควรขอบคุณที่นางไม่ได้ถามเรื่องรอยบนมือ"
"ถ้าครูถาม ผมจะบอกว่าศิลปะเชิงสัญลักษณ์"
"แล้วถ้านางไม่เชื่อ"
"ผมจะบอกว่าศิลปะเชิงสัญลักษณ์ที่พระอินทร์ทำ"
"เจ้าอยากให้ครูเรียกรถพยาบาลให้เจ้าด้วยหรือ"
ภูมิเกือบหลุดหัวเราะ แต่เสียงประกาศหน้าเสาธงดังขึ้นก่อน เขาเดินเข้าแถวห้องตัวเอง เจยืนอยู่ท้ายแถว ทำผมเรียบร้อยเกินเหตุเหมือนตั้งใจให้โลกเห็นว่าตัวเองไม่เคยโดนผีหลอกในชีวิต มิ้นยืนฝั่งผู้หญิง หันมามองเขาแวบเดียว สายตานั้นไม่ถามว่าเขาสายทำไม แต่ถามว่าเขาไปทำอะไรมาอีกแล้ว
ภูมิยกมือข้างที่มีรอยทองขึ้นนิดหนึ่ง
มิ้นเห็นแล้วขมวดคิ้ว
เจก็เห็นเหมือนกัน
"มึงไปสักนิ้วมาเหรอ" เจกระซิบตอนเพลงชาติจบ
"สักกับพระอินทร์"
เจทำหน้าไม่แน่ใจว่าควรขำหรือไหว้
"กูถามดี ๆ"
"กูก็ตอบด้วยความเคารพสูงสุดต่อระบบราชการสวรรค์แล้ว"
"ระบบอะไรของมึงอีก"
ภูมิยังไม่ทันตอบ บัญชีในกระเป๋าก็สั่นแรงจนโต๊ะข้างสนามหน้าเสาธงกระทบกันเบา ๆ เขารีบกดกระเป๋า เจถอยไปครึ่งก้าว
"ในนั้นมีอะไร"
"การบ้าน"
"การบ้านวิชาอะไรถึงดิ้นได้"
"สุขศึกษา ภาคปฏิบัติ"
เจอ้าปากจะด่า แต่ครูฝ่ายปกครองเดินผ่านพอดี ทุกคนเงียบพร้อมกันแบบปาฏิหาริย์ที่ไม่ต้องใช้เทพองค์ไหน
หลังเข้าแถว ภูมิหนีเข้าห้องน้ำชายชั้นล่าง เขาล็อกประตูห้องในสุด วางกระเป๋าบนฝาชักโครก แล้วเปิดบัญชีบาปบุญออก
หน้ากระดาษสีดำเต็มไปด้วยรายชื่อที่เขาไม่รู้จัก ตัวอักษรสีซีดเรียงเป็นแถว มีอายุ สถานที่ และเวลาที่เหลืออยู่ข้างหลังแต่ละชื่อ
สามชั่วโมง
สิบเจ็ดชั่วโมง
หนึ่งวัน
สองวันครึ่ง
บางชื่ออยู่ในโรงเรียน บางชื่ออยู่ในตลาด บางชื่ออยู่ในโรงพยาบาล บางชื่ออยู่ในบ้านที่เขาไม่เคยไป ตัวเลขมันเยอะจนเขารู้สึกเหมือนถูกโยนลงกลางแม่น้ำแล้วมีคนบอกให้ว่ายกลับฝั่งพร้อมลากคนอีกเก้าสิบเก้าคนมาด้วย
"ท่านครับ"
"พูด"
"ผมช่วยทั้งหมดไม่ได้"
"ถูก"
คำตอบสั้นมากจนภูมิอยากเอาบัญชีตบหน้าตัวเองแทน
"ท่านไม่ควรตอบเร็วขนาดนี้"
"คำถามบางข้อไม่ต้องปลอบ"
"แล้วจะให้ผมทำยังไง"
"เลือก"
ภูมิก้มมองรายชื่ออีกครั้ง ชื่อแรกในโรงเรียนขึ้นอยู่บรรทัดที่สาม
**กมลวรรณ สุขประเสริฐ — ห้องพยาบาล — เหลือเวลา: สี่สิบเจ็ดนาที**
เขาจำชื่อนี้ได้ เด็กมอห้าห้องศิลป์ที่ชอบนั่งวาดรูปใต้บันไดหลังอาคารสาม เคยยิ้มให้เขาหนหนึ่งตอนเขาโดนครูยึดธูป ไม่สนิท ไม่เคยคุยเกินสองประโยค
แต่ชื่อของเธออยู่ในบัญชี
"นี่หมายความว่าเธอจะตายจริง ๆ เหรอครับ"
"ถ้าไม่มีใครเห็นสิ่งที่ควรเห็น"
"เห็นอะไร"
"เจ้าถามผิด"
ภูมิหลับตา
นี่แหละปัญหาของยมราช ถามอะไรก็ได้คำตอบเหมือนไปกดตู้ขายน้ำแล้วตู้โยนเหรียญกลับมาพร้อมข้อสอบปรนัย
"คำถามที่ถูกคืออะไรครับ"
"ทำไมบัญชีถึงให้รายชื่อคนที่ยังไม่ถึงเวลาแก่เจ้า"
"เพราะผมประกาศกับสวรรค์ว่าโลกก็เรียกผม"
"แล้วโลกเรียกเจ้าทำไม"
ภูมิมองรอยทองบนนิ้วชี้ มันบางมาก แต่เหมือนรัดไปถึงกระดูก
"เพื่อให้ผมพิสูจน์ว่าที่ผมปฏิเสธไม่ได้เป็นข้ออ้าง"
"นั่นคือคำตอบแรก"
"ยังมีคำตอบสองอีกเหรอครับ"
"มีเสมอ"
"ท่านนี่เหมือนข้อสอบอัตนัยที่มีเฉลยหลังสอบตก"
"คำตอบที่สองคือ สวรรค์กำลังฟัง"
ห้องน้ำเงียบลง
เสียงน้ำหยดจากก๊อกข้างนอกดังชัดขึ้นทีละหยด ภูมิเงยหน้ามองเพดานปูนที่มีคราบชื้น มันไม่ได้มีเมฆ ไม่มีแสงทอง ไม่มีนกสีทอง แต่เขากลับรู้สึกเหมือนมีคนยืนอยู่หลังประตูอีกชั้นหนึ่ง
"พระอินทร์ดูอยู่?"
"ไม่จำเป็นต้องดูด้วยตา"
"แล้วถ้าผมช่วยกมลวรรณได้ เขาจะเห็นว่าผมมีเหตุผล"
"อาจจะ"
"ถ้าผมช่วยไม่ได้"
"เขาก็จะเห็นเช่นกัน"
ภูมิเอามือกุมหน้า
"นี่ไม่ใช่คำปรึกษา นี่คือการขู่แบบมีบรรยากาศ"
"เจ้าขอคำปรึกษา ไม่ได้ขอคำปลอบ"
เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้น
"ภูมิ มึงอยู่ในนั้นใช่ไหม" เจถามจากข้างนอก "ครูจะเริ่มคาบแล้ว"
"กูทำธุระอยู่"
"ธุระของมึงมีเสียงกระดาษเปิดเองด้วยเหรอ"
"กระเพาะกูซับซ้อน"
"น่าขยะแขยงมาก"
ภูมิยัดบัญชีใส่กระเป๋า เปิดประตูออก เจยืนกอดอกอยู่หน้าห้องน้ำ พอเห็นหน้าภูมิ เขาหุบปากทันที
"มึงหน้าซีด"
"ดี ยังมีสีหน้าให้ดู"
"เกิดอะไรขึ้น"
ภูมิลังเลแค่ครึ่งวินาที ก่อนดึงบัญชีออกมาเปิดบรรทัดชื่อกมลวรรณให้ดู
เจมองหน้ากระดาษ แล้วมองภูมิ
"กมลวรรณห้องศิลป์?"
"รู้จักเหรอ"
"เคยจ้างวาดโปสเตอร์งานโรงเรียน" เจกลืนน้ำลาย "เหลือสี่สิบห้านาทีคืออะไร"
"เวลา"
"เวลาอะไร"
ภูมิปิดบัญชี
"เวลาที่เราไม่ควรยืนถามในห้องน้ำ"
เจไม่ได้เถียง นั่นน่ากลัวกว่าตอนเขาเถียงมาก เขาแค่พยักหน้าแล้วเดินนำออกไป
ห้องพยาบาลอยู่ตึกสอง ระหว่างทางภูมิพยายามถามยมราชต่อ
"ผมควรไปสวรรค์ไหม"
"ไป"
คำตอบนั้นทำให้เขาชะงักจนเจหันกลับมา
"มึงเป็นอะไร"
"เปล่า เดินต่อ"
ภูมิรีบตาม แล้วถามในหัวเสียงต่ำกว่าเดิม
"ท่านเพิ่งบอกให้ผมไป?"
"ใช่"
"เมื่อวานผมปฏิเสธนะครับ"
"เพราะเจ้ายังไม่มีเงื่อนไข"
"แล้วตอนนี้มีแล้วเหรอ"
"ยังไม่มี แต่เจ้ามีสิ่งที่จะใช้สร้างเงื่อนไข"
ภูมิแตะบัญชีในกระเป๋า
"รายชื่อเก้าสิบเก้าคน"
"คนที่ยังไม่ถึงเวลา คือหลักฐานว่าระบบบนฟ้าไม่ได้มองลงมาถึงพื้นทุกซอย"
คำพูดนั้นเย็นมาก แต่ไม่ไร้เมตตา มันเหมือนมีดผ่าตัดที่ไม่สนว่าคนไข้จะกลัวหรือเปล่า ขอแค่ตัดตรงจุด
"ถ้าผมขึ้นไป ผมควรตั้งเงื่อนไขอะไร"
"สามข้อ"
"ทำไมต้องสาม"
"เทพชอบเลขที่ดูเป็นพิธี"
"ท่านกวนผมใช่ไหม"
"ข้อแรก เจ้าจะไม่ขึ้นสวรรค์ในฐานะผู้ถูกเรียกตัว แต่ในฐานะผู้แทนของยมราช"
ภูมิสะดุดอีกครั้ง
เจหันมา "มึงเดินดี ๆ ได้ไหม"
"ได้ ๆ"
เขากัดฟันถามต่อ "ผู้แทนของยมราชนี่ตำแหน่งใหญ่ไหมครับ"
"ใหญ่พอให้คนบนฟ้าไม่พูดข้ามหัวเจ้า"
"แล้วข้อสอง"
"เรื่องของคนที่ยังไม่ถึงเวลาต้องถูกฟังก่อนเรื่องคะแนนนิยม"
"นี่ท่านกำลังให้ผมเอาคนเก้าสิบเก้าคนไปต่อรองกับสวรรค์"
"ไม่ใช่ต่อรอง"
"แล้วเรียกว่าอะไร"
"แสดงหลักฐาน"
"ต่างกันตรงไหนครับ"
"ต่อรองคือขอให้เขาให้สิ่งที่เจ้าอยากได้ หลักฐานคือบังคับให้เขามองสิ่งที่เขาไม่อยากเห็น"
ภูมิจำประโยคนั้นไว้ทันที แม้จะไม่อยากยอมรับว่ายมราชพูดดีมากเวลาท่านไม่ทำตัวเป็นควันดำในหัว
"ข้อสามล่ะ"
ยมราชเงียบไปนานกว่าปกติ
พวกเขาเดินถึงหน้าห้องพยาบาล ประตูปิดครึ่งหนึ่ง กลิ่นยาหม่องกับแอลกอฮอล์ลอยออกมา ครูพยาบาลกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ด้านใน น้ำเสียงตึงเครียด
บนเตียงริมหน้าต่าง เด็กผู้หญิงผมสั้นนอนหันหน้าเข้ากำแพง ผ้าห่มคลุมถึงไหล่ สมุดสเก็ตช์หล่นอยู่บนพื้น กระดาษเปิดหน้าที่วาดรูปบันไดกับเงาคนตัวสูง
คลื่นความตายจากตัวเธอไม่เหมือนชายส่งของเมื่อเช้า
มันไม่กระแทก
มันซึม
เหมือนน้ำเย็นที่รั่วจากผนังเข้ามาในห้องทีละหยด
ภูมิหยุดหายใจ
"ข้อสาม" ยมราชกล่าวในหัว "อย่าให้สวรรค์เรียกความตายว่าเศษสถิติอีก"
ภูมิมองเด็กหญิงบนเตียง แล้วเข้าใจว่าคำปรึกษาของยมราชไม่ได้มีไว้ให้เขาชนะการเจรจาอย่างเดียว
มันมีไว้ให้เขารู้ว่าควรโกรธเรื่องไหน
เจเดินเข้าไปก่อน
"ครูครับ กมลวรรณเป็นอะไร"
ครูพยาบาลหันมาทำหน้าไม่พอใจ "พวกเธอมาทำอะไรที่นี่ กลับห้องไป"
ภูมิเดินตามเข้าไป
"ครูครับ เธอหายใจแปลก ๆ"
"ครูรู้อยู่แล้ว กำลังโทรเรียกผู้ปกครอง"
"เรียกรถพยาบาลหรือยังครับ"
"ยัง เธอแค่หน้ามืด เป็นลม แล้วก็ปวดท้อง"
บัญชีในกระเป๋าร้อนขึ้น
ภูมิมองกมลวรรณ เห็นนิ้วมือเธอเกร็งอยู่ใต้ผ้าห่ม เห็นริมฝีปากแห้ง เห็นเหงื่อเม็ดเล็กตรงขมับ เห็นเงาจาง ๆ ของวิญญาณเหมือนนั่งอยู่ข้างร่างแล้วไม่รู้ว่าจะกลับเข้าไปอย่างไร
"ครูครับ โทรรถพยาบาลตอนนี้"
"ภูมิ ครูบอกให้กลับห้อง"
"ถ้าครูโทรช้า เธอตาย"
ห้องพยาบาลเงียบสนิท
เจถึงกับหันมามองเขาเหมือนจะถามว่าจำเป็นต้องพูดตรงขนาดนั้นไหม
ครูพยาบาลหน้าเปลี่ยนสี
"เธออย่าพูดเล่นกับเรื่องแบบนี้"
"ผมไม่ได้เล่นครับ"
"เธอเป็นหมอหรือไง"
ภูมิกำลังจะตอบ แต่เสียงในหัวตัดมาก่อน
"อย่าเถียงด้วยศักดิ์ศรี"
เขากลืนคำพูดเดิมลงคอ
"ไม่ใช่ครับ ผมไม่ใช่หมอ" ภูมิพูดช้าลง "แต่ผมเห็นอาการผิดปกติ ครูโทรรถพยาบาลไว้ก่อน ถ้าไม่เป็นอะไรก็ถือว่าเราระวังเกินไป แต่ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา เราไม่มีโอกาสย้อนเวลานะครับ"
ครูพยาบาลนิ่งไป
ประโยคนี้ไม่เท่ ไม่ปากจัด และไม่เหมือนภูมิเท่าไหร่ แต่มันทำให้ครูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอีกสาย
เจกระซิบ "มึงพูดเหมือนคนปกติได้ด้วยเหรอ"
"กูเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน"
กมลวรรณขยับนิดหนึ่ง เสียงเธอแหบมาก
"น้ำ..."
ภูมิเดินเข้าไปใกล้ แต่ไม่แตะตัวเธอทันที
"กมลวรรณ ได้ยินเราไหม"
เธอลืมตาเพียงเสี้ยวเดียว
"ใคร"
"ภูมิ ห้องหก"
"คน...ธูป"
"ใช่ คนธูปเอง"
เจทำหน้าจะหลุดขำทั้งที่สถานการณ์ไม่ควรขำ
ภูมิย่อตัวลงข้างเตียง เขาเห็นสมุดสเก็ตช์บนพื้นชัดขึ้น รูปบันไดนั้นไม่ได้เป็นแค่บันได มีประตูสีดำอยู่ด้านล่าง และข้างประตูมีคนถือระฆังยืนอยู่
เขาหยิบสมุดขึ้นมา
"เธอวาดรูปนี้เมื่อไหร่"
กมลวรรณหายใจสั้น
"เมื่อคืน"
"ฝันเห็น?"
เธอพยักหน้าแทบไม่ไหว
"มีคนบอก... อย่าลงบันได"
ภูมิมองประตูดำในรูป
บัญชีบาปบุญเปิดเองอีกครั้งในกระเป๋า เสียงกระดาษพลิกดังพั่บหนึ่ง ก่อนตัวอักษรใหม่จะลอยขึ้นมา
**เงื่อนไขการช่วย: เห็นคำเตือนก่อนเหตุเกิด**
ภูมิเงยหน้ามองยมราชในที่ที่ไม่มีใครเห็น
"นี่ไม่ใช่แค่คนป่วยใช่ไหมครับ"
"ไม่ใช่"
"แล้วคืออะไร"
"รอยรั่ว"
คำเดียวทำให้ห้องพยาบาลเย็นลง
ภูมินึกถึงประตูยมโลกที่เขาเคยเปิดสามวินาที นึกถึงผีระดับเมือง นึกถึงพระราหูที่ถอยไป แต่เงาของเขายังเหมือนติดอยู่ในกำแพงของเมืองนี้
"รอยรั่วจากยมโลก?"
"จากระบบที่ปิดไม่สนิท"
"ระบบสวรรค์?"
ยมราชไม่ตอบ
นั่นแปลว่าใช่ในแบบที่เทพไม่อยากให้พูดออกมาตรง ๆ
เสียงรถพยาบาลดังไกล ๆ เข้ามาใกล้ ครูพยาบาลเริ่มหน้าซีดเมื่อเห็นกมลวรรณหายใจแย่ลงจริง เจวิ่งไปเปิดประตูทางเดิน
ภูมิก้มมองสมุดสเก็ตช์ รูปประตูดำในภาพค่อย ๆ มีเส้นทองบาง ๆ ปรากฏขึ้น ทั้งที่ไม่มีปากกาแตะ กระดาษเขียนตัวอักษรเองเหมือนสาสน์เมื่อคืน
**ผู้แทนของยมราช หากจะขึ้นมา จงนำหลักฐานมาด้วย**
เขารู้ทันทีว่าไม่ใช่ลายมือยมราช
ตัวอักษรเรียบร้อยเกินไป สวยเกินไป และมีกลิ่นเหมือนฟ้าหลังฝน ไม่ใช่ควันธูปกับดินเปียกแบบยมโลก
พระอินทร์กำลังตอบ
ภูมิเก็บสมุดสเก็ตช์ไว้ในมือ ระฆังในกระเป๋าดังเบา ๆ หนึ่งครั้ง เหมือนเตือนว่าอย่ารับของจากสวรรค์ง่าย ๆ
"ท่านบอกให้ผมไป" ภูมิพูดในหัว
"ไป"
"แต่ตั้งเงื่อนไข"
"ใช่"
"ข้อแรก ผมขึ้นในฐานะผู้แทนของยมราช"
"ใช่"
"ข้อสอง เขาต้องฟังเรื่องคนที่ยังไม่ถึงเวลา"
"ใช่"
"ข้อสาม ห้ามเรียกความตายว่าเศษสถิติ"
"ไม่ใช่"
ภูมิชะงัก
"เมื่อกี้ท่านพูดเอง"
"ข้าพูดเพื่อให้เจ้ารู้ว่าควรโกรธอะไร" ยมราชกล่าว "เงื่อนไขข้อสาม เจ้าต้องตั้งเอง"
รถพยาบาลจอดหน้าตึก เสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ดังเข้ามา ครูพยาบาลรีบอธิบายอาการ กมลวรรณถูกยกขึ้นเปล เธอคว้าข้อมือภูมิไว้เบา ๆ ก่อนถูกเข็นออก
"ประตู..." เธอกระซิบ
"เราจะดูให้"
"อย่าลง...คนเดียว"
มือเธอหลุดไปพร้อมเปลพยาบาล
ภูมิยืนอยู่กลางห้องพยาบาล สมุดสเก็ตช์ในมือหนักเหมือนบัญชีอีกเล่ม เจยืนข้างเขา หน้าซีดกว่าเดิม
"มึงจะอธิบายไหม"
"ไม่ครบ"
"งั้นอธิบายเท่าที่ทำให้กูไม่เป็นลม"
ภูมิมองรูปประตูดำที่มีเส้นทองปรากฏทับอยู่
"สวรรค์อยากให้กูขึ้นไปคุย"
"แล้ว"
"ยมราชบอกว่าไปได้"
เจกะพริบตา
"กูนึกว่ามึงปฏิเสธแล้ว"
"ปฏิเสธการไปแบบไม่มีเงื่อนไข"
"แล้วเงื่อนไขคืออะไร"
ภูมิมองรายชื่อเก้าสิบเก้าคนในบัญชี มองสมุดของกมลวรรณ มองรอยทองบนนิ้วชี้ และนึกถึงชายส่งของที่ยังหายใจอยู่เพราะมีคนลงมือก่อนถามว่าใครมีอำนาจ
เงื่อนไขข้อสามค่อย ๆ ชัดขึ้น
ไม่ใช่ให้สวรรค์ยอมรับยมราชทันที
ไม่ใช่ให้เขาได้พลังเพิ่ม
ไม่ใช่ให้พระอินทร์ขอโทษต่อหน้าเทพทั้งสภา แม้ความคิดนี้จะน่าสนใจมาก
"ข้อสาม" ภูมิพูดช้า ๆ "ถ้าสวรรค์อยากให้ผมขึ้นไปฟังเขา เขาต้องยอมลงมาฟังคนข้างล่างหนึ่งครั้ง"
เจอ้าปากค้าง
"มึงจะให้สวรรค์ลงมาโรงเรียน?"
"ไม่ใช่ทั้งสวรรค์"
"แล้วใคร"
ภูมิมองรอยทองบนนิ้ว
แสงสีทองลุกวาบขึ้นทันที เหมือนคำถามนั้นแตะถูกเงื่อนไขที่รออยู่ บนสมุดสเก็ตช์ของกมลวรรณ ตัวอักษรใหม่ปรากฏขึ้นช้า ๆ
**รับฟังเงื่อนไข**
ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างห้องพยาบาล ทั้งที่ข้างนอกแดดเริ่มแรง เสียงประกาศจากห้องประชาสัมพันธ์ขาด ๆ หาย ๆ แล้วดับไปทั้งโรงเรียน
ไฟบนเพดานกะพริบสามครั้ง
จากนั้นเสียงระฆังดังขึ้นกลางอากาศ
ไม่ใช่ระฆังยมราชในกระเป๋า
ไม่ใช่กริ่งโรงเรียน
แต่มาจากฟ้า
เจถอยหลังชนเตียง
"ภูมิ"
"เออ"
"มึงทำอะไร"
ภูมิก้มมองบัญชีบาปบุญที่เปิดหน้าใหม่เอง
ตัวอักษรไทยสีทองปรากฏบนกระดาษดำทีละบรรทัด
**เงื่อนไขเบื้องต้นได้รับการบันทึก**
**ผู้แทนของยมราชจะได้รับสิทธิ์ขึ้นสวรรค์ในฐานะคู่เจรจา**
**ประตูจะเปิดเมื่อเขาก้าวออกจากห้องพยาบาล**
ภูมิหันไปมองประตูห้องพยาบาลที่ปิดอยู่
ลูกบิดธรรมดา ๆ เริ่มมีแสงทองไหลออกมาตามรอยต่อ
ยมราชพูดในหัวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเกินไปสำหรับเหตุการณ์แบบนี้
"อย่าลืมข้อสามของเจ้า"
ภูมิกลืนน้ำลาย
"ผมยังไม่ได้เตรียมคำพูด"
"ดี"
"ดีตรงไหนครับ"
"คำพูดที่เตรียมไว้มากเกินไป มักเป็นคำพูดของคนที่กลัวความจริง"
เจจับแขนภูมิแน่น
"กูต้องไปด้วยไหม"
ภูมิมองเพื่อนที่เคยหยามเขา คนที่ตอนนี้หน้าซีดแต่ไม่หนีไปไหน แล้วมองประตูที่กำลังกลายเป็นสีทองทั้งบาน
"ไม่" ภูมิตอบ "กูต้องไปในฐานะผู้แทนของยมราช"
"แล้วกูทำอะไร"
ภูมิยื่นสมุดสเก็ตช์ของกมลวรรณให้เจ
"เฝ้าหลักฐาน"
"ถ้าครูถาม"
"บอกว่ากูถูกเรียกไปพบผู้ปกครอง"
"ผู้ปกครองคนไหน"
ภูมิจับลูกบิดประตู แสงทองร้อนผ่านฝ่ามือจนรอยบนนิ้วชี้สว่างขึ้น
เขาหันมายิ้มให้เจแบบเด็กที่รู้ว่ากำลังทำเรื่องใหญ่และยังไม่มีแผนสำรอง
"ผู้ปกครองระบบสวรรค์"
ประตูห้องพยาบาลเปิดออก
ด้านหลังบานประตูไม่ใช่ทางเดินตึกสอง
แต่เป็นบันไดเมฆสีขาวที่ทอดขึ้นไปจนหายลับในแสงฟ้า และที่ขั้นแรก มีตราสายฟ้าของพระอินทร์ประทับรออยู่
> **จบบทที่ 43**