คนไทยทั้งประเทศบูชาพระพุทธ แต่ผมบูชายมราช!
ภูมิตื่นตอนตีสี่ ไม่ใช่เพราะนาฬิกาปลุก แต่เพราะเสียงในหัวดังเกินไป
"ยมราชครับ"
"พูด"
"ผมฝันถึงยมราชเมื่อคืน"
"ข้ารู้"
"ยมราชในฝันไม่เหมือนยมราชที่ผมรู้จัก ยมราชในฝันยืนอยู่บนบัลลังก์ มีมงกุฎ มีเสื้อคลุมสีทอง แล้วมีคนเยอะมากมายังไหว้อยู่ตรงเท้า"
เสียงในหัวเงียบไปสิบวินาที
"นั่นคือข้า" ยมราชตอบ "เมื่อสามร้อยปีก่อน"
ภูมินั่งขึ้นบนเตียง ห้องมืดสนิท แม่ยังไม่ตื่น เขาได้ยินเสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินเงียบๆ ทีละวินาที
"สามร้อยปีก่อน"
"ใช่" ยมราชตอบ "ตอนนั้นข้ายังเป็นเทพสูงสุดองค์ที่สี่ของสภาสวรรค์"
"องค์ที่สี่"
"พระอินทร์ พระพรหม พระนารายณ์ ยมราช" ยมราชเรียง "สี่องค์ เป็นสี่เสาหลักของสวรรค์ ข้าเป็นเสาหลักที่คนไม่อยากพูดถึง แต่ทุกคนต้องพูดถึงข้า เพราะทุกคนต้องตาย"
"แล้วทำไมยมราชถึงถูกลืม"
ยมราชเงียบไปอีกสิบวินาที
"เพราะข้าตัดสินใจผิด"
ภูมิลุกขึ้นจากเตียง เปิดหน้าต่าง ลมเย็นตีสี่พัดเข้ามา เขาหยิบเสื้อคลุมมาสวม แล้วเดินลงไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว
เขาเปิดบัญชีบาปบุญ ตัวอักษรสีซีดเรียงเป็นรายชื่อ เก้าสิบเจ็ดบรรทัด ดอกจันทองสามดวง ตรงท้ายบรรทัดที่ห้า
"ยมราชครับ"
"พูด"
"คนที่มีดอกจันคือคนที่ลังเลที่จะเชื่อ ใช่ไหม"
"ใช่"
"อาคมคือคนที่ห้า"
"ใช่"
"แล้วคนอื่นๆ ในเก้าสิบเจ็ดคน"
"ยังไม่ลังเล" ยมราชตอบ "เพราะยังไม่มีใครไปยืนข้างๆ"
"แล้วทำไมผมถึงต้องไปยืนข้างๆ"
"เพราะเจ้าเป็นผู้บูชายมราช" ยมราชตอบ "การยืนข้างๆ คืองานของผู้บูชา ไม่ใช่งานของเทพ"
"แล้วงานของเทพคืออะไร"
"บันทึก" ยมราชตอบ "เทพไม่ไปหาคน เทพแค่บันทึกว่าใครไปหาใคร"
ภูมิฟังแล้วเงียบ เขาเข้าใจว่ายมราชไม่ได้ตอบคำถามทั้งหมด แต่เขารู้ว่ายมราชจะเล่าเรื่องสามร้อยปีก่อนเมื่อถึงเวลา
เขาเดินออกจากบ้านตอนตีห้า
ตลาดสดเชิงสะพานยังไม่เปิด ภูมิเดินเลียบแม่น้ำ ลมเย็นพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาเดินจนถึงสะพานเก่า สะพานไม้ที่ทาสีแดงจางลงจนเหลือแค่สีน้ำตาลอ่อน
เขานั่งบนราวสะพาน มองน้ำในแม่น้ำ น้ำดำสนิทเหมือนควัน
"ยมราชครับ"
"พูด"
"ผมอยากเห็นเรื่องสามร้อยปีก่อน"
เสียงเงียบไปสามสิบวินาที
"เจ้าจะเห็นได้ แต่เจ้าต้องเปิดประตูยมโลก"
ภูมิรู้ทันทีว่ายมราชหมายถึงอะไร ประตูยมโลกเป็นอาวุธที่เขาได้จากยมราชเมื่อตอนจบภาคสอง เป็นประตูที่เปิดได้สามวินาทีต่อครั้ง เขาเคยใช้ครั้งเดียวตอนปราบผีร้ายที่โรงเรียน
"เปิดตรงนี้ได้ไหม"
"ได้" ยมราชตอบ "แต่ข้าจะเปิดให้เจ้าเห็นแค่สามวินาทีเหมือนเดิม เจ้าจะเห็นเรื่องสามร้อยปีก่อนในสามวินาที"
"สามวินาทีพอเหรอ"
"พอ" ยมราชตอบ "เพราะเรื่องสามร้อยปีก่อน ไม่ได้ยาวอย่างที่เจ้าคิด"
ภูมิหลับตา
ในหัวเขาเห็นประตูสีดำผุดขึ้นมา ประตูมีลายสลักเป็นกะโหลกศีรษะสามดวงเรียงต่อกัน ลายสลักเคลื่อนไหว ตาในกะโหลกกระพริบ
ประตูเปิด
ภายในประตูไม่ใช่ความมืด แต่เป็นภาพ
ภูมิเห็นศาลาใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน ศาลาตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ท้องฟ้าเป็นสีทอง อากาศหนาวเย็น ผู้คนในศาลาแต่งกายแบบโบราณ ผ้าซิ่น ผ้านุ่ง เสื้อคอกระเช้า
และบนบัลลังก์มีสี่องค์
พระอินทร์นั่งบัลลังก์ซ้าย มงกุฎสีทอง พระหัตถ์ถือสายฟ้า
พระพรหมนั่งบัลลังก์ขวา มงกุฎสีขาว พระหัตถ์ถือสมุดบันทึก
พระนารายณ์นั่งบัลลังก์กลาง มงกุฎสีน้ำเงิน พระหัตถ์ถือจักร
และยมราช
ยมราชในภาพนั้นไม่ใช่ยมราชที่ภูมิรู้จัก ยมราชในภาพนั่งบนบัลลังก์สีดำ มงกุฎสีดำ พระหัตถ์ถือคัมภีร์ พระวรกายใหญ่กว่าเทพองค์อื่น ผู้คนในศาลากราบอยู่ตรงเท้ายมราช ไม่ใช่กราบเพราะกลัว แต่กราบเพราะเคารพ
"นี่คือข้าเมื่อสามร้อยปีก่อน" เสียงยมราชในหัวดังขึ้น
ภาพเลื่อนไป ผู้คนในศาลาเริ่มทะเลาะกัน ภูมิฟังไม่ออกว่าทะเลาะเรื่องอะไร แต่เขาเห็นยมราชลุกขึ้นยืน พระหัตถ์ยกคัมภีร์ขึ้น แล้วตรัสอะไรบางอย่าง
แล้วพระอินทร์ก็ลุกขึ้นยืน แล้วพระพรหมก็ลุก แล้วพระนารายณ์ก็ลุก
สี่เสาหลักของสวรรค์ยืนพร้อมกัน
แล้วภาพก็ตัด
ประตูปิด
ภูมิลืมตา
สามวินาทีจบลงแล้ว
"ยมราชครับ"
"พูด"
"เกิดอะไรขึ้นในศาลา"
"ข้าทะเลาะกับพระอินทร์"
"เรื่องอะไร"
"เรื่องคนตาย" ยมราชตอบ "ข้าบอกว่าคนทุกคนมีสิทธิ์ตายตามเวลาของตัวเอง พระอินทร์บอกว่าคนทุกคนต้องตายตามเวลาที่สวรรค์กำหนด"
"แล้วใครชนะ"
"ไม่มีใครชนะ" ยมราชตอบ "แต่ข้าแพ้ เพราะข้าพูดความจริงที่คนไม่อยากฟัง"
ภูมินั่งบนราวสะพานนานกว่าหนึ่งชั่วโมง เขาไม่ได้เดินไปไหน เขาแค่นั่งคิด
เขาคิดถึงคำพูดของอาคมเมื่อวาน *"คนชอบคิดว่าอำนาจมีสองฝ่าย คนไม่ชอบคิดว่าอำนาจเป็นเรื่องเดียวที่มีสองมุม"*
เขาคิดถึงคำพูดของพี่เบสเมื่อเช้า *"สวรรค์ไม่ได้เปลี่ยนคน สวรรค์แค่ให้คนเห็นตัวเองในมุมที่ตัวเองไม่เคยเห็น"*
เขาคิดถึงคำพูดของยามราชเมื่อกี้ *"ข้าแพ้ เพราะข้าพูดความจริงที่คนไม่อยากฟัง"*
ทั้งสามคำพูดชี้ไปที่จุดเดียวกัน
คนไม่อยากฟังความจริง ไม่ใช่เพราะความจริงไม่สำคัญ แต่เพราะความจริงทำให้คนต้องเลือก
*คนทุกคนมีสิทธิ์ตายตามเวลาของตัวเอง* ถ้าคำนี้จริง แล้วคนที่ตายเพราะอุบัติเหตุ คนที่ตายเพราะถูกฆ่า คนที่ตายเพราะโรคร้าย ล้วนมีสิทธิ์ที่จะไม่ตายในเวลานั้น
แต่ถ้าคำนี้จริง สวรรค์ก็ไม่มีอำนาจเหนือความตาย และสวรรค์ก็ไม่ต้องมีเทพแห่งความตาย
*คนทุกคนต้องตายตามเวลาที่สวรรค์กำหนด* ถ้าคำนี้จริง แล้วความตายเป็นเรื่องที่สวรรค์ควบคุมได้ และสวรรค์ต้องมีเทพแห่งความตาย
แต่ถ้าคำนี้จริง คนที่ตายเพราะความอยุติธรรมก็ไม่มีทางเรียกร้องอะไรได้
ภูมิคิดว่าทั้งสองคำพูดมีปัญหา เพราะทั้งสองทำให้คนเลือกไม่ได้ คนต้องยอมรับว่าความตายเป็นเรื่องที่ถูกกำหนด ไม่ว่าจะโดยตัวเองหรือโดยสวรรค์
แต่ภูมิไม่คิดว่าทั้งสองคำพูดผิดทั้งหมด เขาคิดว่าทั้งสองคำพูดพูดคนละครึ่งของความจริง
*คนมีสิทธิ์เลือกวิธีตาย* แต่ *ไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะไม่ตาย*
ภูมิลุกขึ้นยืน เขาเดินกลับบ้าน แต่เขาไม่ได้เดินเร็ว เขาเดินช้า เพราะเขากำลังคิดว่าจะพูดอะไรกับสภาเมื่อถึงเวลา
เขากลับถึงบ้านตอนเจ็ดโมงเช้า แม่นั่งรอที่โต๊ะกินข้าว ข้าวต้มร้อนๆ ปลาทูเค็ม
"กลับมาเช้า"
"ครับ"
"ไปไหน"
"ไปนั่งริมแม่น้ำ"
"ตีห้าไปนั่งริมแม่น้ำ"
"ครับ"
แม่ส่ายหน้า ไม่ถามต่อ แม่รู้จักลูกดี ลูกไม่ชอบเล่าเรื่องตอนกินข้าว
ภูมิกินข้าวต้ม แล้วลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อ เขาหยิบหนังสือพิธีกรรมเล่มเก่าที่ยายสมศรีให้มาเมื่อนานมาแล้ว เขาเปิดอ่านหน้าเกี่ยวกับการบวงสรวงเทพแห่งความตาย
หน้านั้นเขียนว่า *"การบวงสรวงยมราชไม่ใช่การขอให้คนไม่ตาย แต่เป็นการขอให้คนที่ยังไม่ตายได้อยู่ครบเวลา"*
ภูมิอ่านแล้วเงียบ เขาเพิ่งเข้าใจว่าทำไมยายสมศรีถึงบูชายมราชมาสี่สิบปี ยายไม่ได้บูชายมราชเพราะอยากให้คนตาย ยายบูชายมราชเพราะอยากให้คนที่ยังไม่ถึงเวลาได้อยู่ต่อ
"ยมราชครับ"
"พูด"
"ผมเข้าใจแล้ว"
"เข้าใจอะไร"
"เข้าใจว่าทำไมคุณถูกลบชื่อออกจากสภา"
"ข้ายังไม่ได้เล่าเรื่องนั้น"
"ผมเดาเอง"
"เดาว่ายังไง"
"ผมเดาว่าคุณถูกลบชื่อไม่ใช่เพราะคุณพูดผิด แต่เพราะคุณพูดถูก" ภูมิหยุด "และสิ่งที่คุณพูดถูก ทำให้สวรรค์ต้องเลือกว่าจะยอมรับความจริง หรือจะลบคุณออก"
"แล้วสวรรค์เลือกอะไร"
"ลบคุณออก" ภูมิตอบ "เพราะถ้าสวรรค์ยอมรับความจริง สวรรค์ก็ต้องยอมรับว่าคนมีสิทธิ์ในความตายของตัวเอง และถ้าสวรรค์ยอมรับอย่างนั้น เทพทุกองค์ก็ไม่ต้องมี เพราะคนไม่ต้องพึ่งเทพในเรื่องความตาย"
เสียงในหัวเงียบไปนาน
"ถูก" ยมราชตอบ "แต่ข้าอยากรู้ว่าเจ้าคิดยังไงกับเรื่องนี้"
"ผมคิดว่าสวรรค์ลบคุณออก เพราะสวรรค์กลัวว่าถ้าคนเชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์ในความตาย คนจะไม่บูชาเทพอีก"
"แล้วเจ้าคิดว่าคนควรเชื่อแบบไหน"
"ผมคิดว่าคนควรเชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์ในชีวิต ไม่ใช่ในความตาย" ภูมิตอบ "คนไม่ควรเชื่อว่าตัวเองเลือกได้ว่าจะตายเมื่อไหร่ แต่คนควรเชื่อว่าตัวเองเลือกได้ว่าจะอยู่ยังไงก่อนตาย"
"แล้วเจ้าจะพูดอย่างนั้นกับสภาไหม"
"ครับ"
"เจ้าจะบอกสภาว่ายมราชถูก และสวรรค์ผิด"
"ไม่ใช่" ภูมิส่ายหน้า "ผมจะบอกสภาว่ายมราชพูดครึ่งหนึ่งของความจริง และสวรรค์พูดอีกครึ่งหนึ่ง และทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดไม่ครบ"
"แล้วความจริงทั้งหมดคืออะไร"
"ผมยังไม่รู้" ภูมิตอบ "แต่ผมจะหาให้เจอก่อนไปสภา"
ภูมิออกจากบ้านตอนแปดโมงเช้า วันนี้เขาไม่ไปโรงเรียน เขาจะไปหายายสมศรี เพราะยายเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องยมราชมาสี่สิบปี ยายอาจรู้คำตอบที่เขาหา
ตลาดเปิดแล้ว ผู้คนเดินไปมา แผงขายผักเต็มไปด้วยผักสด กลิ่นน้ำปลาอบอวล
ยายสมศรีนั่งอยู่หน้าร้านขายของเก่าเหมือนเดิม เก้าอี้ไม้ตัวเตี้ย มือถือพัด อีกมือถือธูป
"ยายครับ"
"มาแต่เช้า" ยายสมศรีไม่หัน "นั่นลง"
ภูมินั่งลงบนก้อนอิฐ
"ยายรู้ได้ไงว่าผมจะมา"
"เฒ่ารู้ เพราะเมื่อคืนธูปดับตอนตีสามเหมือนเดิม" ยายสมศรีวางธูปลง "เจ้าฝันถึงยมราชใช่ไหม"
"ครับ"
"แล้วเจ้าเห็นอะไร"
"เห็นศาลา สี่บัลลังก์ ยมราชใส่มงกุฎ"
"แล้วเจ้าเข้าใจไหมว่าทำไมยมราชถึงถูกลบ"
"ผมเดาว่าเพราะยมราชพูดความจริงที่สวรรค์ไม่อยากฟัง"
"ถูกครึ่งเดียว" ยายสมศรีพัดเบาๆ "ยมราชพูดความจริง แต่ยมราชพูดความจริงครึ่งเดียว"
"ครึ่งเดียว"
"คนทุกคนมีสิทธิ์ตายตามเวลาของตัวเอง ครึ่งนี้จริง" ยายสมศรีพูด "แต่คนทุกคนไม่ได้มีสิทธิ์เลือกว่าจะอยู่ยังไงก่อนตาย ครึ่งนี้ยมราชไม่ได้พูด"
ภูมิเงียบ
"แล้วครึ่งที่ยมราชไม่ได้พูดคืออะไร"
"คือคนไม่ได้เลือกเองทุกอย่าง" ยายสมศรีตอบ "คนเกิดมาในครอบครัวที่เลือกไม่ได้ ในประเทศที่เลือกไม่ได้ ในยุคที่เลือกไม่ได้ คนเลือกได้แค่ว่าจะทำอะไรกับสิ่งที่ตัวเองได้รับ ไม่ใช่เลือกได้ทุกอย่าง"
"แล้วยมราชพูดผิดเหรอ"
"ยมราชพูดไม่ครบ" ยายสมศรีตอบ "ยมราชบอกว่าคนเลือกเวลาตายได้เอง ยมราชไม่ได้บอกว่าคนเลือกเงื่อนไขก่อนตายไม่ได้ คนที่เกิดในครอบครัวจน คนที่เกิดในประเทศสงคราม คนที่เกิดในยุคที่โรคระบาด คนพวกนี้ไม่ได้เลือกเวลาตาย แต่คนพวกนี้ก็ไม่ได้เลือกเงื่อนไขก่อนตายด้วย"
ภูมิฟังแล้วเงียบ เขาเข้าใจทันทีว่ายายสมศรีเห็นอะไรที่ยมราชไม่เห็น
"แล้วพระอินทร์พูดถูกไหม"
"พระอินทร์พูดครึ่งเดียวเหมือนกัน" ยายสมศรีตอบ "พระอินทร์บอกว่าคนต้องตายตามเวลาที่สวรรค์กำหนด ครึ่งนี้จริง แต่พระอินทร์ไม่ได้บอกว่าสวรรค์กำหนดเวลาตายตามคุณค่าของคน พระอินทร์กำหนดเวลาตายตามกรรมของคน"
"กรรม"
"คนที่ทำดีได้ดี คนที่ทำชั่วได้ชั่ว" ยายสมศรีตอบ "แต่กรรมไม่ใช่คุณค่า คนที่ทำดีอาจตายเร็ว คนที่ทำชั่วอาจอยู่ยาว กรรมเป็นเรื่องของเวลา ไม่ใช่เรื่องของคุณค่า"
"แล้วสวรรค์รู้ไหมว่ากรรมไม่ใช่คุณค่า"
"สวรรค์รู้" ยายสมศรีตอบ "แต่สวรรค์ไม่อยากพูด เพราะถ้าสวรรค์พูด คนจะหยุดบูชาเทพที่ให้คุณค่า คนจะบูชาเฉพาะเทพที่ให้โชค"
"แล้วยมราชถูกลบเพราะยมราชพูดเรื่องที่สวรรค์ไม่อยากพูด"
"ใช่" ยายสมศรีพยักหน้า "และยมราชถูกลบไม่ได้แปลว่ายมราชผิด ยมราชถูกลบแปลว่ายมราชพูดความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง"
ภูมินั่งเงียบ เขามองยายสมศรี แล้วมองธูปที่จุดครึ่งดอก แล้วมองท้องฟ้า
"ยายครับ"
"พูด"
"แล้วผมควรพูดอะไรกับสภา"
"เจ้าควรพูดว่ายมราชพูดความจริงครึ่งหนึ่ง และสวรรค์พูดความจริงอีกครึ่งหนึ่ง" ยายสมศรีตอบ "แล้วเจ้าควรบอกสภาว่าความจริงทั้งสองครึ่งรวมกันได้ ไม่ใช่หักล้างกัน"
"แล้วความจริงทั้งสองครึ่งรวมกันได้ยังไง"
"คนเลือกวิธีอยู่ก่อนตายได้ แต่คนเลือกเวลาตายไม่ได้" ยายสมศรีพยักหน้า "คนอยู่ได้เต็มที่ ตายเมื่อถึงเวลา สวรรค์กำหนดเวลา คนกำหนดวิธี"
"แล้วยมราชมีหน้าที่อะไร"
"มีหน้าที่บอกคนว่าเวลามาถึงแล้ว" ยายสมศรีตอบ "ไม่ใช่มีหน้าที่ฆ่าคน ไม่ใช่มีหน้าที่ปกป้องคน แค่มีหน้าที่บอก"
"แล้วคนจะรู้ได้ยังไงว่าเวลามาถึงแล้ว"
"คนจะรู้เอง" ยายสมศรีตอบ "คนที่อยู่เต็มที่ จะรู้ว่าเวลามาถึงเมื่อไหร่"
ภูมิลุกจากก้อนอิฐ เขากราบยายสมศรีหนึ่งครั้ง เขาไม่เคยกราบใคร แต่เขากราบยายเพราะยายเป็นคนที่ทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมยมราชถึงถูกลบ
"อย่ากราบ" ยายสมศรีพูด "เฒ่าไม่ได้ทำอะไร"
"ยายทำให้ผมเข้าใจ"
"เฒ่าแค่เล่าให้ฟัง" ยายสมศรีพยักหน้า "เจ้าเข้าใจเอง"
ภูมิเดินออกจากตลาด เขาเดินเร็วขึ้นเพราะเขาอยากกลับบ้าน เขาอยากนั่งคิดเงียบๆ คนเดียว
เขาเดินผ่านโรงเรียน เสียงเด็กตะโกนดังออกมาจากสนาม เขาไม่ได้แวะ เขาเดินต่อ
เขาเดินผ่านวัด ธูปที่จุดอยู่หน้าวัดส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เขาไม่ได้เข้า เขาเดินต่อ
เขาเดินถึงบ้านตอนสิบเอ็ดโมง แม่ไม่อยู่บ้าน เขาเปิดประตูเข้าไป นั่งลงที่โต๊ะกินข้าว เปิดบัญชีบาปบุญอ่านอีกครั้ง
เก้าสิบเจ็ดบรรทัด ดอกจันทองสามดวง
เขาเริ่มเขียนรายชื่อคนที่เขาจะไปหา เขาเขียนชื่อคนแรกที่ปลายกระดาษ
**เจ วรวุฒิ**
เขาคิดว่าเจเป็นคนแรกที่เขาควรพูดด้วย เพราะเจเคยหยามเขา แล้วเจก็เคยขอความช่วยเหลือจากเขา เจเป็นคนที่เข้าใจว่าการยอมรับเทพที่คนอื่นไม่ยอมรับเป็นยังไง
ตอนบ่ายโมง ภูมิเดินไปที่บ้านเจ บ้านเจเป็นบ้านใหญ่สองชั้น รั้วสูง สนามหญ้าตัดเรียบ
เจเปิดประตูมา ใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ดูเหมือนเพิ่งตื่น
"มึงมาทำไม"
"มาคุย"
"คุยเรื่องอะไร"
"เรื่องยมราช"
เจเงียบไปสามวินาที แล้วเปิดประตูให้ภูมิเข้าไป
ห้องรับแขกของเจกว้างกว่าห้องนอนทั้งห้องของภูมิ โซฟาหนังสีดำ ทีวีจอใหญ่ ตู้เย็นเต็มไปด้วยน้ำอัดลม
"นั่ง" เจชี้โซฟา
ภูมินั่งลง
"มึงจะพูดเรื่องอะไร"
"ผมจะบอกมึงว่ายมราชเคยเป็นเทพสูงสุดองค์ที่สี่ของสภาสวรรค์" ภูมิตอบ "แล้วยมราชถูกลบออกจากสภา"
เจเงียบ
"มึงรู้เรื่องนี้มาก่อนไหม"
"ไม่" เจตอบ
"แล้วมึงเชื่อไหม"
เจเงียบไปอีกสิบวินาที
"กูเชื่อ" เจตอบ "เพราะพระพิฆเนศเคยเล่าให้กูฟังว่าสภาสวรรค์มีสี่องค์มาก่อน แต่พระพิฆเนศไม่ได้บอกว่าองค์ที่สี่คือใคร"
"แล้วพระพิฆเนศรู้ไหมว่าองค์ที่สี่คือยมราช"
"รู้" เจตอบ "พระพิฆเนศเป็นเทพที่ไม่พูดเรื่องที่ไม่สนุก พระพิฆเนศเลยไม่พูดเรื่องยมราช"
"แล้วทำไมพระพิฆเนศถึงรู้เรื่องยมราช"
"เพราะพระพิฆเนศเคยเป็นขุนพลของยมราช" เจตอบ
ภูมิเงียบ
"แล้วทำไมพระพิฆเนศไม่พูดเรื่องนี้"
"เพราะพระพิฆเนศเป็นเทพที่ชอบความสนุก" เจตอบ "และการเป็นขุนพลของยมราชไม่สนุก"
"แล้วการเป็นขุนพลของพระพิฆเนศสนุกเหรอ"
"สนุกกว่า" เจยิ้มบางๆ "พระพิฆเนศให้ลาภ พระพิฆเนศให้โชค พระพิฆเนศไม่เคยบอกให้กูคิดเรื่องยากๆ"
"แล้วกูก็ไม่เคยคิดเรื่องยาก"
"จนกระทั่งมึงมาหา" เจหันมามองภูมิ "มึงมาทำให้กูคิดเรื่องยาก"
ภูมิยิ้ม
"ผมจะทำให้มึงคิดเรื่องยากอีกเรื่อง"
"เรื่องอะไร"
"ผมจะบอกสภาว่ายมราชควรกลับเข้าสภา" ภูมิตอบ "แล้วผมจะขอให้คนไทยร้อยคนยอมรับยมราช"
เจเงียบไปยี่สิบวินาที
"แล้วมึงต้องการอะไรจากกู"
"ผมต้องการให้มึงเป็นคนแรกที่ยอมรับ" ภูมิตอบ "ผมไม่ได้ขอให้มึงเลิกบูชาพระพิฆเนศ ผมแค่ขอให้มึงยอมรับว่ายมราชเป็นเทพที่มีค่าเท่ากับพระพิฆเนศ"
เจลุกขึ้นยืน เดินไปที่ตู้เย็น หยิบน้ำอัดลมออกมา เปิดกิน แล้วเดินกลับมานั่ง
"กูคิดก่อนได้ไหม"
"ได้" ภูมิตอบ "ผมมีเวลาห้าวัน"
ภูมิเดินออกจากบ้านเจตอนบ่ายสาม เจยืนมองเขาเดินออกไปจนลับตา
ภูมิเดินกลับบ้าน เขาเดินช้า เขาไม่ได้คิดถึงยมราช เขาไม่ได้คิดถึงสภา เขาคิดถึงเจ
เจเป็นคนที่เขาเคยเกลียด เจเป็นคนที่หยามเขาตั้งแต่ม.ต้น เจเป็นคนที่บอกว่าเขาไม่มีเทพ แล้วเจก็เป็นคนที่ขอความช่วยเหลือจากเขาเมื่อตอนถูกผีหลอก
แต่วันนี้เจไม่ได้หยามเขา เจแค่ฟัง เจแค่คิด
ภูมิเข้าใจว่าเจกำลังคิดอะไร เจกำลังคิดว่าการยอมรับยมราชจะทำให้พระพิฆเนศคิดยังไง เจกำลังคิดว่าถ้าเจยอมรับยมราช พระพิฆเนศจะโกรธไหม
เจรักพระพิฆเนศมากกว่าที่เจรักใครในโลก
ภูมิกลับถึงบ้านตอนบ่ายสี่ เขาเปิดบัญชีบาปบุญ ดอกจันทองเพิ่มขึ้นหนึ่งดวง
"ยมราชครับ"
"พูด"
"ดอกจันเพิ่ม"
"ข้ารู้"
"เจเริ่มลังเล"
"ใช่"
ภูมิเปิดหน้าใหม่ เขาเขียนชื่อคนที่สอง
**มิ้น มินตรา สมบัติยิ่ง**
มิ้นเป็นคนที่สอง เพราะมิ้นเคยเห็นต้นไทร และมิ้นเคยขึ้นสวรรค์ไปยืนยันเรื่องยมราชต่อหน้าพระอินทร์
ภูมิวางสมุดลง เขามองท้องฟ้า แดดเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม
เหลืออีกห้าวัน
และเขาเพิ่งเริ่ม
> **จบบทที่ 47**