คนไทยทั้งประเทศบูชาพระพุทธ แต่ผมบูชายมราช!
ภูมิเดินกลับมาที่ระเบียงบ้านยายสมศรี รอบกายยังมีทหารผีสามนายเดินตามเงียบๆ ควันแดงคล้ำที่พันรอบข้อเท้าเริ่มจางลงตามแสงอรุณที่ค่อยๆ สาง เขาก้าวขึ้นบันไดไม้ ยายสมศรียังนั่งอยู่ที่เดิม มือข้างหนึ่งกำกระดิ่งของยมราช อีกข้างวางบนจานธูปที่ควันยังลอยเอื่อย
ลมเช้าพัดผ่านซอยวัดร้างอ่อนๆ ชายบ้านเริ่มเปิดประตูมุ้งลวด ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางยังปิดสนิท แต่กลิ่นธูปเก่าจากบ้านยายสมศรีลอยคลุ้งอยู่ทั่ว ภูมิมองทหารผีทั้งสามที่ยืนเรียงอยู่ข้างประตู พวกเขาไม่พูดไม่จา แค่ยืนเฝ้าด้ายใจที่ผูกติดกับเขาไว้ ราวกับรู้ว่าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยาวนานกว่านั้น เขาหอบลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกลับมาสู่ความจริงที่เป็นเด็กมัธยมปลาย แม้ร่างกายจะยังค้างอยู่ในโลกของวิญญาณ
"ยาย" ภูมิทัก "ผมกลับมาครับ จะเข้าไปนั่งในบ้านได้ไหม"
"เข้ามาเถอะลูก" ยายสมศรีพยักหน้า "ยายเห็นแล้วว่าคืนนี้ลูกทำอะไร"
ภูมิเข้าไปนั่งพับเพียบบนพื้นไม้ เขาหอบหลายใบเพราะเดินมาเกือบทั้งคืน ทหารผีสามนายยืนเรียงอยู่ข้างประตู ร่างโปร่งใสของพวกเขาสะท้อนแสงเช้าเหมือนหมอกบางๆ
"ยายเห็นอะไรครับ" ภูมิถาม
"ยายเห็นลูกเรียกทหารสิบนาย" ยายสมศรียิ้ม "กระดิ่งสั่นสามครั้งตอนลูกสำเร็จ แล้วสั่นอีกรอบตอนลูกส่งดวงวิญญาณแรก ยายนับได้หมด"
"ยายเก่งจัง" ภูมิว่า "แล้วยายเห็นเงาที่ตึกแถวไหมครับ"
ใบหน้าแก่ของยายสมศรีหดเล็กน้อย เธอวางกระดิ่งลง นึกถึงบางอย่างที่น่ากังวล
"เห็น" ยายสมศรีตอบเสียงเบา "เงาทองตา ผีระดับสูงที่คอยจับตาผู้บูชายมราช ยายเคยเห็นตอนยังสาว ตอนนั้นมันตามยายมาสามเดือนก่อนจะหายไป"
"มันอันตรายไหมครับ" ภูมิถาม
"ไม่ใช่ศัตรู" ยายสมศรีว่า "แต่มันคือบททดสอบ ใครผ่านก็ได้พลังเพิ่ม ใครตกก็หายไปกับความมืด ยายรอดมาได้เพราะยายเลือกยมราชด้วยใจจริง ไม่ใช่เพราะอยากได้พลัง"
ภูมินิ่ง เขาคิดถึงคำของอาคมที่บอกว่าตัวเองกำลังเน่า เขาคิดถึงเงาทองตาที่จ้องมองเขาจากชั้นสามของตึกแถว
"ยาย" ภูมิพูด "ผมสงสัยมาตลอด ทำไมคนทั้งเมืองถึงเลือกเทพสายสุข แล้วปล่อยยมราชให้โดดเดี่ยว"
ยายสมศรียิ้มกว้าง เธอหยิบธูปก้านหนึ่งจุดไฟ ควันเริ่มลอยขึ้น
"ลูกถามถูกจุด" เธอว่า "แต่คำตอบมันไม่ได้อยู่ที่เทพ อยู่ที่ระบบ"
"ระบบไหมครับ"
"ระบบสวรรค์" ยายสมศรีพูดช้าๆ "ลูกรู้ไหมว่าคะแนนนิยมที่โชว์ในกระดานบุญสัมพันธ์ มันไม่ได้สะท้อนคนที่เข้าใจเทพจริง"
"แล้วมันสะท้อนอะไรครับ"
"มันสะท้อนคนที่เลือกตามกระแส" ยายสมศรีตอบ "สี่สิบปีก่อน ตอนยายเริ่มบูชายมราช คนเลือกเทพเพราะครอบครัวสอน เพราะวัดสอน เพราะเขาเชื่อจริง ทุกวันนี้ล่ะ ลูกเด็กวัยรุ่นเลือกเทพองค์ไหน เพราะองค์นั้นติดเทรนด์ เพราะเพื่อนเลือก เพราะกระดานคะแนนบอกว่าองค์นั้นฮิต"
ภูมิขมวดคิ้ว "หมายความว่า"
"หมายความว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกเทพด้วยความเข้าใจ" ยายสมศรีว่า "เขาเลือกด้วยคะแนนนิยม เลือกสายบุญสายความสุขเพราะมันดูง่าย ดูปลอดภัย ดูเหมือนจะรวย แล้วพอเทพองค์ไหนตกกระแส เทพองค์นั้นก็หายไปจากกระดาน คนก็ลืม"
ภูมิรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า "แล้วยมราชล่ะครับ ท่านตกกระแสตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ตั้งแต่คนเริ่มกลัวความตาย" ยายสมศรีตอบ "คนไทยชอบเทพที่ให้โชค ให้ความสุข ให้เงิน ไม่ชอบเทพที่ยืนอยู่ตรงประตูความตาย ยมราชเลยกลายเป็นเทพนอกกระแส เพราะไม่มีใครกล้าแตะ ทั้งที่ความตายคือของจริงที่ทุกคนต้องเจอ"
"แล้วระบบมันเอาเปรียบยังไงครับ" ภูมิถาม
ยายสมศรีเอี่ยมว "นี่แหละคือความจริงที่ยายอยากบอกลูก" เธอพูด "ระบบสวรรค์วัดคะแนนนิยม ถ้าเทพองค์ไหนมีคนบูชาน้อย คะแนนก็ตก ตกจนถึงจุดหนึ่ง ระบบจะหยุดส่งพลังให้เทพองค์นั้น แล้วประกาศว่าองค์นั้น 'ไม่ได้รับความนิยมพอ'"
"แล้วไงต่อครับ"
"แล้วเทพองค์นั้นก็หายไปจากระบบ" ยายสมศรีว่า "ไม่มีในกระดาน ไม่มีในพิธี ไม่มีในวิชาเรียน ลูกจะกลายเป็นคนเดียวที่ยังจำได้ว่ามีเทพองค์นี้อยู่"
ภูมินึกถึงกระดานบุญสัมพันธ์ในโรงเรียน ที่ทุกคนภูมิใจโชว์คะแนนเทพของตัวเอง ชั้นเรียนเต็มไปด้วยคนที่เลือกพระพิฆเนศ พระอาทิตย์ หรือเทพสายบุญอื่นๆ ที่ติดอันดับฮิต ส่วนชื่อยมราชไม่มีใครเอ่ยถึง นอกจากเขา ระบบที่เคยตั้งใจให้คนเลือกเทพตามความเชื่อ กลับกลายเป็นกระจกที่สะท้อนแต่กระแส ใครต่างก็เลือกในสิ่งที่คนอื่นเลือก เพื่อไม่ให้ดูแปลกแยก
ภูมิรู้สึกหนาววาบ "พระราหูรู้เรื่องนี้ไหมครับ"
"รู้" ยายสมศรีตอบสั้นๆ "และนั่นคือแผนของเขา"
"แผนอะไรครับ"
"พระราหูเกลียดยมราชเพราะเรื่องในอดีต" ยายสมศรีอธิบาย "เขาไม่สามารถฆ่ายมราชได้ตรงๆ เพราะยมราชเป็นเทพความตายที่เหนือกว่า แต่วิธีที่แน่ที่สุดในการกำจัดเทพองค์หนึ่ง คือทำให้ระบบลืมเขาไป"
"ทำให้ระบบลืม" ภูมิพึมพำ "ด้วยการควบคุมคะแนนนิยม"
"ถูก" ยายสมศรีชี้ "พระราหูปล่อยผีร้ายระดับเมืองออกมา ไม่ได้เพื่อฆ่าลูก แต่อเพื่อสร้างภาพว่าผู้บูชายมราชคือตัวซวย ที่เอาแต่เรียกผีมาเขย่ากระดานนิยม ถ้าคนเชื่อ เขาก็จะเลิกเลือกยมราช สักวันคะแนนตกจนระบบตัดชื่อท่านออก"
ภูมินั่งนิ่ง เขามองมือตัวเองที่ยังมีรอยควันแดงคล้ำติดอยู่ เขาเพิ่งเข้าใจว่าทำไมยมราชถึงเลือกเขา
"ยาย" ภูมิพูด "ท่านยมราชให้ผมภารกิจนำทางวิญญาณพันดวง"
"ยายรู้" ยายสมศรีว่า "และยายบอกลูกได้เลยว่าภารกิจนั้นไม่ใช่แค่ช่วยผี"
"แล้วมันคืออะไรครับ"
"มันคือการสร้างศรัทธาจริง" ยายสมศรีตอบ "ทุกดวงที่ลูกส่งไปถูกต้อง ทุกคนที่เห็นลูกทำดีโดยไม่เอาเปรียบ ต่างคือคนที่จะเริ่มเข้าใจยมราช นั่นคือศรัทธาแท้ ไม่ใช่คะแนนนิยมหลอกๆ"
ภูมิคิดถึงบัญชีบาปบุญที่ยมราชมอบให้ตอนช่วยยายแม่ค้าใกล้ตาย มันไม่ใช่อาวุธ ไม่ใช่ของรุนแรง แต่มันคือของวิเศษเชิงภารกิจ ที่จดบันทึกรายการบุญรายการบาปของวิญญาณที่เขาพาไป
"ยาย" ภูมิถาม "อาคมล่ะครับ เขาก็บูชายมราชเหมือนเรา ทำไมเขาถึงเลือกทางผิด"
ยายสมศรีถอนหายใจยาว "อาคม" เธอพูดเสียงเหนื่อย "เขาเป็นผู้บูชาคนที่สามที่ยายรู้จัก เขาเริ่มมาพร้อมๆ กับยาย แต่วิธีเขาไม่เหมือนลูก"
"เขาเรียกผีร้าย" ภูมิว่า
"ใช่" ยายสมศรีว่า "และผีร้ายจะกินคนเรียกในที่สุด อาคมรู้ แต่เขาไม่หยุด เพราะเขาคิดว่าพลังสำคัญกว่าศรัทธา"
"ผมจะช่วยเขาได้ไหมครับ"
วันหนึ่งลูกอาจต้องเลือกว่าจะช่วยอาคมหรือหยุดเขา"
ยายสมศรีหยิบธูปก้านใหม่มาจุด เธอมองเปลวไฟที่สั่นไหว เคยมีครั้งหนึ่งที่อาคมมาขอคำแนะนำจากเธอเหมือนกัน สี่สิบปีที่แล้วเขาเคยจุดธูปตรงนี้ ทำพิธีเดียวกับที่ภูมิทำคืนนี้ แต่เส้นทางของเขาเบี่ยงออกไปตั้งแต่คราวที่เขาอยากได้พลังเร็วกว่าศรัทธา ยายสมศรีเห็นมันตั้งแต่ต้น แต่ไม่มีใครช่วยคนที่ไม่ยอมให้ใครช่วย
ภูมิก้มหน้า "ผมเข้าใจครับ"
เขาลุกขึ้นจะกลับ แต่ทันใดนั้นยายสมศรีก็สะดุ้ง มือที่กำกระดิ่งสั่นแรงจนธูปที่วางอยู่หล่น
"ยายครับ" ภูมิรีบไปจับแขน "เป็นอะไรครับ"
"มีคนถูกหลอก" ยายสมศรีพูดเสียงสั่น "ผีร้ายระดับกลาง เพิ่งเข้าไปในฝันของเด็กชายคนหนึ่ง"
"เด็กชายคนไหนครับ"
"เพื่อนลูก" ยายสมศรีมองมาที่ภูมิ แววตาเธอเต็มไปด้วยความกังวล "คนที่บูชาพระพิฆเนศ คนที่เคยหยามลูกว่าจนและไม่มีเทพเลือก"
ภูมิรู้ทันทีว่าใคร "เจ" เขาพูด "เจ วรวุฒิ"
"ใช่" ยายสมศรีว่า "และพระพิฆเนศของเขา ไม่ช่วยเรื่องความตาย"
ภูมิหันมองทหารผีสามนายที่ยืนอยู่ข้างประตู เขาครุ่นคิดสั้นๆ แล้วมองกลับมาที่ยายสมศรี
"ยาย" ภูมิพูด "ผมต้องไป"
"ไปเถอะลูก" ยายสมศรีว่า "แต่จำไว้ว่า ลูกไปช่วยเขาไม่ใช่เพราะเป็นหนี้ แต่ว่าเพราะลูกคือผู้บูชายมราช"
ภูมิพยักหน้า เขาหันหลังเดินลงบันได ทหารผีสามนายเดินตาม ควันแดงคล้ำพ้นกลับมาพันรอบข้อเท้าเขาอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเจกำลังเจออะไร แต่เขารู้ว่าเวลาไม่รอใคร
"ทหาร" ภูมิเรียกเสียงเบา "พร้อมไหม"
"รับทราบ" ลุงสมศักดิ์ที่เพิ่งปรากฏตัวข้างๆ เขาตอบ
ภูมิเร่งก้าวเข้าสู่ซอยมืด ใจของเขาหนักขึ้นทุกที เพราะเขารู้ว่าเรื่องที่ยายสมศรีเพิ่งเปิดเผย คือเกมที่ใหญ่กว่าที่เขาคิด และเจอาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของสิ่งที่พระราหูเตรียมไว้
แต่คำถามที่ค้างอยู่ในหัวเขาคือ อะไรกันแน่ที่พระราหูจะทำลงไปถ้าคนทั้งเมืองเลิกเชื่อยมราชจริงๆ
> **จบบทที่ 28**