คนไทยทั้งประเทศบูชาพระพุทธ แต่ผมบูชายมราช!
ภูมิตื่นตอนหกโมงเช้า เขานอนไม่หลับตั้งแต่ตีสาม เพราะเขาคิดถึงคำพูดของยายสมศรี
*คนเลือกวิธีอยู่ก่อนตายได้ แต่คนเลือกเวลาตายไม่ได้*
*คนอยู่ได้เต็มที่ ตายเมื่อถึงเวลา สวรรค์กำหนดเวลา คนกำหนดวิธี*
*ยมราชมีหน้าที่บอกคนว่าเวลามาถึงแล้ว ไม่ใช่มีหน้าที่ฆ่าคน*
เขาเปิดบัญชีบาปบุญ เก้าสิบเจ็ดบรรทัด ดอกจันทองสี่ดวง ตรงท้ายบรรทัดที่ห้า
เขาเปิดโทรศัพท์ ไม่มีข้อความจากเจ
"ยมราชครับ"
"เจยังไม่ตอบ"
ยมราชยืนยัน
"เจคิดอยู่หรือเจปฏิเสธ"
"เจยังคิดอยู่" ยมราชตอบ "แต่เจกำลังถูกพระพิฆเนศบอกให้หยุดคิด"
"พระพิฆเนศรู้ได้ไง"
"เพราะพระพิฆเนศเป็นเทพประจำตัวของเจ เทพประจำตัวรู้ทุกความคิดของผู้บูชา"
ภูมินิ่ง เขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน
"แล้วพระพิฆเนศรู้ความคิดของผมไหม"
ภูมิตอบ ยมราชตอบ "เพราะผู้บูชายมราชไม่มีเทพประจำตัวคอยฟัง ผู้บูชายมราชมีแค่ยมราช และยมราชไม่ฟังทุกความคิด ยมราชฟังเฉพาะตอนที่ผู้บูชาพูด"
"ทำไม"
ยมราชเคารพความเป็นส่วนตัว ยมราชตอบ "เทพที่ฟังทุกความคิดของผู้บูชา ไม่ได้เคารพผู้บูชา เทพแบบนั้นแค่อยากรู้ว่าผู้บูชาคิดอะไร เพื่อจะได้บังคับผู้บูชาได้ง่ายขึ้น"
ภูมิเข้าใจทันทีว่าทำไมยมราชถึงต่างจากเทพองค์อื่น ยมราชไม่เคยบังคับใคร ยมราชแค่บอกทาง แล้วให้คนเลือกเอง
ภูมิออกจากบ้านตอนเจ็ดโมงเช้า วันนี้เขาไม่ไปหายายสมศรี เขาไปหามิ้น
เขาเดินไปที่บ้านมิ้น บ้านมิ้นเป็นบ้านเล็กๆ ติดกับร้านตัดผม สนามหญ้าเล็กๆ มีต้นมะลิปลูกอยู่หน้าบ้าน
มิ้นเปิดประตูมา ใส่เสื้อยืดสีขาว ผมเปียก เหมือนเพิ่งอาบน้ำ
"มาแต่เช้า"
"เข้ามา"
ห้องรับแขกของมิ้นเล็กกว่าห้องเจ โซฟาผ้าเก่าๆ ทีวีเครื่องเล็ก โต๊ะไม้ที่มีหนังสือวางอยู่สามเล่ม
"นั่ง" มิ้นชี้โซฟา
ภูมินั่งลง มิ้นไปทำน้ำชาสองแก้ว แล้วกลับมานั่งฝั่งตรงข้าม
"มึงมาทำไม"
"มาคุยเรื่องยมราช"
มิ้นเงียบไปสามวินาที แล้วจิบชา
"ฉันรู้แล้วว่ามึงจะมาคุยเรื่องนี้"
"รู้ได้ไง"
"เพราะเมื่อวานฉันเห็นดอกจันในบัญชีบาปบุญของเธอเพิ่ม" มิ้นตอบ "ฉันไม่รู้ว่าเธอไปคุยกับใคร แต่ฉันรู้ว่าเธอเริ่มภารกิจ"
ภูมิเงียบ มิ้นฉลาดกว่าที่เขาคิด
"มิ้นครับ"
"มิ้นยอมรับยมราชไหม"
มิ้นเงียบไปสิบวินาที แล้ววางแก้วชาลง
"ข้ายอมรับยมราชมานานแล้ว" มิ้นตอบ "ตั้งแต่วันที่ข้าเห็นต้นไทร"
"เห็นยังไง"
"ฉันเห็นต้นไทรตอนที่ฉันไปวัดตอนเด็กๆ" มิ้นเล่า "ตอนนั้นฉันอายุแปดขวบ แม่พาฉันไปวัด แม่ให้ฉันจุดธูป แล้วฉันเห็นต้นไทรใหญ่ที่ปลายบันได ฉันเห็นดวงไฟสีดำที่แขวนอยู่ต่ำที่สุด ฉันถามแม่ว่าดวงไฟนั้นคืออะไร แม่บอกว่าไม่รู้"
"แล้วมิ้นก็เลือกพระอาทิตย์"
ภูมิยืนยัน มิ้นพยักหน้า "เพราะพระอาทิตย์เป็นเทพที่ฉันเข้าใจได้ พระอาทิตย์ขึ้นทุกเช้า พระอาทิตย์ตกทุกเย็น พระอาทิตย์ไม่ซ่อนตัว ไม่หลอกตัวเอง"
"แล้วมิ้นรู้ได้ไงว่าพระอาทิตย์ไม่หลอกตัวเอง"
พระอาทิตย์เป็นเทพเดียวที่ยอมรับว่าตัวเองมีทั้งดวงที่สว่างและดวงที่มืด มิ้นตอบ "พระอาทิตย์รู้ว่าตัวเองให้แสงสว่าง แต่ก็รู้ว่าตัวเองให้ความร้อนที่ทำให้คนตายได้ พระอาทิตย์ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นเทพที่ดี พระอาทิตย์บอกว่าตัวเองเป็นเทพที่จริง"
ภูมิฟังแล้วเงียบ เขาเข้าใจว่ามิ้นเลือกพระอาทิตย์เพราะมิ้นเป็นคนที่ชอบความจริง
"มิ้นครับ"
"ผมจะไปสวรรค์อีกครั้ง"
"เมื่อไหร่"
"วันนี้"
มิ้นเงียบไปสามวินาที
"เร็วกว่ากำหนด"
"ครับ ผมรู้ว่าผมต้องรอเจ็ดวัน แต่ผมรอไม่ไหวแล้ว"
"ทำไม"
"เพราะผมเพิ่งเข้าใจบางอย่าง" ภูมิตอบ "ผมเข้าใจว่าทำไมยมราชถึงถูกลบ ผมเข้าใจว่าทำไมพระอินทร์ถึงเรียกผมไป และผมเข้าใจว่าภารกิจของผมไม่ใช่ขอให้คนยอมรับยมราช"
"แล้วภารกิจของมึงคืออะไร"
"ภารกิจของผมคือขอให้สวรรค์ยอมรับว่ายมราชถูก"
มิ้นเงียบไปยี่สิบวินาที แล้วจิบชาอีกครั้ง
"ฉันจะไปด้วย"
"เมื่อไหร่"
"ตอนเย็น" ภูมิตอบ "พอพระอาทิตย์ตก ผมจะไปที่วัด"
มิ้นพยักหน้า แล้วลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อ
ตอนบ่ายโมง ภูมิเดินกลับบ้าน เขาเดินผ่านตลาด ผ่านแผงขายผัก ผ่านแผงขายปลา เขาเดินช้าเพราะเขากำลังคิดว่าจะพูดอะไรกับพระอินทร์
"ยมราชครับ"
"ผมจะถามพระอินทร์ว่าทำไมพระองค์เพิ่งยอมเปิดเผยความจริง"
"ข้าว่าพระอินทร์จะไม่ตอบคำถามนั้น"
"ทำไม"
"เพราะคำถามนั้นเป็นคำถามที่พระอินทร์ถามตัวเอง" ยมราชตอบ "พระอินทร์ไม่ชอบตอบคำถามที่พระองค์ถามตัวเอง"
"แล้วผมควรถามอะไร"
"เจ้าควรถามว่าพระอินทร์จะเปลี่ยนแปลงอะไร" ยมราชตอบ "คำถามนี้สำคัญกว่าคำถามแรก เพราะคำถามแรกถามอดีต คำถามหลังถามอนาคต"
ภูมิเข้าใจทันทีว่ายมราชสอนอะไร ยมราชไม่ได้สอนให้ภูมิถามว่าทำไม ยมราชสอนให้ภูมิถามว่าทำอย่างไร
ตอนเย็น พระอาทิตย์ตก ภูมิเดินไปที่วัด มิ้นเดินข้างๆ
วัดเงียบ ผู้คนกลับบ้านหมดแล้ว ธูปที่จุดหน้าวัดส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ต้นไทรใหญ่ที่ปลายบันไดยืนนิ่ง
ภูมิเดินขึ้นบันได
บันไดสามร้อยยี่สิบเอ็ดขั้นเปลี่ยนสีจากหินเทาเป็นหินอ่อนสีรุ้ง กลิ่นใบโพธิ์ทองผุดขึ้นมา ต้นไทรเปลี่ยนเป็นสีทอง
ภูมิเดินขึ้นไปจนถึงศาลา
ศาลาเหมือนเดิม เสาไม้สิบสามต้น ดวงไฟสีดำที่แขวนต่ำที่สุด พระอินทร์นั่งบัลลังก์ซ้าย พระพรหมนั่งบัลลังก์ขวา ท้าวเวสสุวรรณยืนอยู่ข้างหลัง
และยมราช ไม่มีบัลลังก์สำหรับยมราช ยมราชยืนอยู่มุมห้อง ใส่ชุดดำ มือถือคัมภีร์
ภูมิเดินเข้าไปในศาลา มิ้นเดินตาม
"ภูมิ" พระอินทร์ตรัส "เจ้ามาเร็วกว่ากำหนด"
"เจ้ามีเหตุผลอะไร"
"ผมมีคำถามที่ผมต้องถาม"
"พระอินทร์ครับ"
"พระอินทร์จะเปลี่ยนแปลงอะไร"
ศาลาเงียบ พระอินทร์มองภูมินาน พระพรหมหยุดจดบันทึก ท้าวเวสสุวรรณยืนนิ่ง
"เจ้าถามคำถามนี้ได้ยังไง" พระอินทร์ถาม
"ผมเรียนรู้จากคนที่ถูกสวรรค์ลบ" ภูมิตอบ
"ยมราช"
ภูมิยืนยัน
พระอินทร์เงียบไปสามสิบวินาที แล้วลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ พระองค์เดินลงมาจากบัลลังก์ เดินมาหาภูมิ พระหัตถ์วางบนพระเศียรของภูมิเบาๆ
"เจ้าจะฟังความจริงได้ไหม"
พระอินทร์ปล่อยมือ แล้วเดินกลับไปที่บัลลังก์ แต่ไม่นั่ง พระองค์ยืนข้างบัลลังก์ พระหัตถ์ถือสายฟ้า
พระอินทร์จะเล่าเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง พระอินทร์ตรัส "ข้าเล่าให้เจ้าฟังคนเดียว เพราะเจ้าเป็นผู้บูชายมราช และเจ้าเป็นคนเดียวที่จะรับเรื่องนี้ได้"
พระอินทร์หยุด
"สามร้อยปีก่อน สวรรค์มีเทพสี่องค์ พระอินทร์ พระพรหม พระนารายณ์ ยมราช ทั้งสี่องค์ทำงานร่วมกัน ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ไม่มีใครสำคัญกว่าใคร"
"แล้วเกิดอะไรขึ้น"
"เกิดคลื่นคัดเลือกครั้งแรก" พระอินทร์ตรัส "คนเริ่มเลือกเทพ และคนส่วนใหญ่เลือกเทพที่ให้ความหวัง เลือกเทพที่ให้ความสุข เลือกเทพที่ไม่พูดเรื่องความตาย"
"แล้วยมราช"
"ยมราชไม่มีคนเลือก" พระอินทร์ตอบ "ยมราชเป็นเทพที่คนไม่อยากเลือก เพราะคนไม่อยากคิดถึงความตาย คนอยากคิดถึงความสุข"
"แล้วสวรรค์ทำอะไร"
"สวรรค์ไม่ทำอะไร" พระอินทร์ตอบ "สวรรค์ปล่อยให้คนเลือกเอง และคนเลือกเทพที่ให้ความหวัง"
"แล้วยมราชก็ถูกลบ"
พระอินทร์ส่ายหน้า "ยมราชไม่ได้ถูกลบ ยมราชถูกลดตำแหน่ง ยมราชยังเป็นเทพ แต่ยมราชไม่มีบัลลังก์ในศาลา ยมราชไม่มีสิทธิ์พูดในที่ประชุม ยมราชถูกย้ายไปยืนมุมห้อง"
ภูมิหันไปมองยมราช ยมราชยืนนิ่ง ไม่พูดอะไร
"แล้วพระอินทร์ครับ"
"พระอินทร์ทำให้ยมราชถูกย้ายไปยืนมุมห้อง"
ภูมิตอบ พระอินทร์ตอบ "ข้าไม่ได้ทำ คนทำ"
"คนทำยังไง"
"คนเลือกที่จะไม่ฟังยมราช" พระอินทร์ตอบ "เมื่อคนไม่ฟังเทพ เทพก็ไม่มีสิทธิ์พูด นี่คือกฎของสวรรค์ ไม่ใช่กฎที่ข้าตั้ง"
"แล้วพระอินทร์ไม่เคยบอกความจริงเรื่องนี้"
ภูมิตอบ พระอินทร์ตอบ "เพราะถ้าข้าบอก ข้าจะต้องยอมรับว่าข้าปล่อยให้คนตัดสินใจผิด ข้าจะต้องยอมรับว่าข้าไม่ได้ปกป้องยมราช และข้าจะต้องยอมรับว่าข้าอยู่เฉยๆ ตอนที่ยมราชถูกลดตำแหน่ง"
"แล้วทำไมพระอินทร์ถึงยอมบอกความจริงตอนนี้"
พระอินทร์เงียบไปสิบวินาที
"เพราะเจ้าถาม" พระอินทร์ตอบ "ข้าถามตัวเองมาสามร้อยปีว่าเมื่อไหร่ข้าจะยอมรับความจริง คำตอบคือเมื่อมีคนถามข้าว่าข้าจะเปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ใช่ถามว่าทำไมข้าถึงไม่เปลี่ยน"
ภูมิเข้าใจทันที ยมราชสอนเขาถูก คำถามที่ถามอนาคตสำคัญกว่าคำถามที่ถามอดีต
"แล้วพระอินทร์จะเปลี่ยนแปลงอะไร"
พระอินทร์มองภูมิ แล้วมองยมราช แล้วมองพระพรหม แล้วมองท้าวเวสสุวรรณ
พระอินทร์จะเปลี่ยนระบบ พระอินทร์ตรัส
ศาลาเงียบ พระพรหมหยุดจดบันทึก ท้าวเวสสุวรรณยืนนิ่ง ยมราชยืนนิ่ง
"เปลี่ยนยังไง"
พระอินทร์จะให้ยมราชกลับเข้าบัลลังก์ พระอินทร์ตรัส พระอินทร์จะให้ยมราชมีสิทธิ์พูดในที่ประชุมอีกครั้ง และจะให้คนได้ยินเสียงของยมราช
"แล้วคนจะฟังไหม"
"ข้าไม่รู้" พระอินทร์ตอบ "แต่ข้าจะให้โอกาส"
"แล้วภารกิจของผม"
"ภารกิจของเจ้าเปลี่ยน" พระอินทร์ตอบ "เดิมข้าให้เจ้าหาคนยอมรับยมราชร้อยคน ตอนนี้ข้าให้เจ้าหาคนที่กล้าฟังยมราชพูด ไม่จำเป็นต้องยอมรับ แค่ฟัง"
"ฟังแค่ไหน"
"ฟังจนเข้าใจว่ายมราชพูดเรื่องอะไร" พระอินทร์ตอบ "คนที่ฟังจนเข้าใจ จะเลือกเองว่าจะยอมรับหรือไม่"
ภูมิหันไปมองมิ้น มิ้นยืนนิ่ง มือกุมกระดาษที่จดบันทึก
"มิ้น" ภูมิพูด
"ฉันฟังอยู่" มิ้นตอบ "ฉันฟังมาตั้งแต่ต้น"
"แล้วมิ้นคิดยังไง"
"ฉันคิดว่าพระอินทร์พูดความจริงครึ่งหนึ่ง" มิ้นตอบ "และอีกครึ่งหนึ่ง พระอินทร์ยังไม่ได้พูด"
"ครึ่งที่ยังไม่ได้พูดคืออะไร"
มิ้นเงียบไปสามวินาที แล้วหันไปมองพระอินทร์
"ครึ่งที่ยังไม่ได้พูดคือทำไมสวรรค์ถึงออกแบบระบบให้คนกลัวความตาย" มิ้นพูด "คนกลัวความตายเพราะคนไม่รู้ว่าความตายคืออะไร คนไม่รู้เพราะสวรรค์ไม่เคยสอน สวรรค์ไม่สอนเพราะสวรรค์ไม่อยากให้คนรู้ว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา เพราะถ้าคนรู้ว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา คนจะไม่กลัว และถ้าคนไม่กลัว คนจะไม่บูชาเทพที่ให้ความหวัง และถ้าคนไม่บูชาเทพที่ให้ความหวัง เทพที่ให้ความหวังจะสูญเสียคะแนนนิยม"
ศาลาเงียบอีกครั้ง
พระอินทร์มองมิ้น
"เจ้าชื่ออะไร"
"มิ้น"
"มิ้นเป็นผู้บูชาพระอาทิตย์"
พระอินทร์คิดว่ามิ้นฉลาด พระอินทร์ตรัส และมิ้นพูดความจริงที่พระอินทร์ไม่กล้าพูด
ผู้บูชาพระอาทิตย์ไม่กลัวความจริง มิ้นตอบ พระอาทิตย์สอนมิ้นว่าความจริงเป็นเรื่องที่ต้องพูด ไม่ใช่เรื่องที่ต้องซ่อน
พระอินทร์พยักหน้า
พระอินทร์จะจำคำพูดนี้
ภูมิและมิ้นเดินลงบันไดกลับ บันไดขากลับเปลี่ยนสีจากหินอ่อนสีรุ้งเป็นหินเทา ต้นไทรหดเล็กลง กลิ่นใบโพธิ์ทองจางลง
กลิ่นคาวปลาทูกลับมา
พวกเขายืนอยู่หน้าวัด พระอาทิตย์ตกไปแล้ว ท้องฟ้าเป็นสีม่วง
"มิ้นครับ"
"มิ้นยอมรับยมราชไหม"
มิ้นยอมรับ มิ้นตอบ มิ้นยอมรับมาตั้งแต่วันที่เห็นต้นไทร
"แล้วมิ้นยอมรับคนที่บูชายมราชไหม"
มิ้นยอมรับ มิ้นยิ้มบางๆ มิ้นยอมรับตั้งแต่วันที่ภูมิไม่กลัวผีที่โรงอาหาร
ภูมิหัวเราะเบาๆ
"แล้วมิ้นจะช่วยผมไหม"
มิ้นจะช่วย มิ้นตอบ "แต่ฉันจะช่วยแบบมิ้น ไม่ใช่แบบภูมิ"
"แบบมิ้นคือยังไง"
"แบบมิ้นคือข้าจะพูดความจริง" มิ้นตอบ มิ้นไม่ได้บอกใครว่ายมราชดีหรือไม่ดี มิ้นแค่บอกว่ายมราชพูดความจริง แล้วคนจะตัดสินใจเอง
ภูมิพยักหน้า
"แล้วผมจะช่วยยังไง"
"เธอจะช่วยโดยการฟัง" มิ้นตอบ "เธอจะฟังคนที่ลังเล แล้วเธอจะรู้ว่าเขาลังเลเพราะอะไร"
ทั้งสองเดินกลับบ้านด้วยกัน
ภูมิกลับถึงบ้านตอนสองทุ่ม แม่นั่งรอที่โต๊ะกินข้าว หน้าแม่เหนื่อยกว่าทุกวัน
"กลับมาช้า"
"กินข้าวก่อน"
ภูมินั่งลงกินข้าว แม่นั่งฝั่งตรงข้าง ไม่ถามอะไรอีก
เขากินข้าวจนหมด แล้วลุกขึ้นไปนอน
ในกระเป๋า บัญชีบาปบุญเปิดหน้าใหม่ ตัวอักษรสีซีดเรียงเป็นแถวยาวเหมือนรายชื่อในงานศพ
ดอกจันทองเพิ่มขึ้นสองดวง
รวมเป็นหกดวง
"ยมราชครับ"
"ดอกจันเพิ่มสองดวง"
ยมราชยืนยัน
"มิ้นกับใครอีกคน"
"อาคม" ยมราชตอบ "อาคมเห็นภูมิขึ้นสวรรค์อีกครั้ง อาคมเลยลังเลมากขึ้น"
"แล้วเจ"
"เจยังลังเลอยู่" ยมราชตอบ "แต่เจลังเลน้อยลง เพราะเจได้ยินว่าพระอินทร์จะให้ยมราชกลับเข้าบัลลังก์"
"พระอินทร์บอกเรื่องนี้กับทุกคนเลยเหรอ"
ภูมิตอบ ยมราชตอบ "พระอินทร์บอกแค่เจ้า แต่ข่าวแพร่เร็ว เพราะผู้จดบันทึกทั้งสี่ในศาลาได้ยิน แล้วผู้จดบันทึกทั้งสี่ก็บอกต่อ"
"แล้วผู้คนในโลกมนุษย์จะรู้ไหม"
"จะรู้" ยมราชตอบ "ผู้บูชาเทพทุกคนจะรู้ภายในสามวัน เพราะข่าวจะแพร่ผ่านระบบบุญสัมพันธ์"
"แล้วผู้คนจะคิดยังไง"
"ข้าไม่รู้" ยมราชตอบ "ข้ารู้แค่ว่าข้าจะกลับเข้าบัลลังก์ แต่ข้าไม่รู้ว่าคนจะยอมรับข้าหรือไม่"
"แล้วผมควรทำอะไร"
"เจ้าควรฟัง" ยมราชตอบ "ฟังคนที่ลังเล ฟังคนที่กลัว ฟังคนที่ไม่เข้าใจ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเขาลังเลเพราะอะไร กลัวเพราะอะไร ไม่เข้าใจเพราะอะไร"
"แล้วผมจะช่วยเขาได้ไหม"
พระอินทร์รับ ยมราชตอบ "แต่เจ้าต้องไม่บังคับให้เขาเชื่อ เจ้าต้องปล่อยให้เขาเลือกเอง"
"ผมเข้าใจ"
"แล้วเจ้าจะเริ่มเมื่อไหร่"
"พรุ่งนี้" ภูมิตอบ "ผมจะไปหาคนที่ลังเลคนต่อไป"
เหลืออีกสี่วัน
และดอกจันทองเริ่มสว่าง
> **จบบทที่ 48**