📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

สัญญาณร้าย — ตอนที่ 55: การเลือกของสมชาย

สัญญาณร้าย · ตอนที่ 55 / 60

title: "การเลือกของสมชาย"

arc: 3

chapter: 55

status: rewrite-v3-final

rewrite_date: 2026-07-10

paid: true

*Arc 3: ผู้เปิดประตู — ตอนที่ 55*

เสียงหายใจของสมชายขาดเป็นช่วงๆ อยู่กลางห้อง SERVER ROOM เหมือนเครื่องจักรที่ยังไม่ยอมดับ แต่ก็ไม่ยอมทำงานต่อ เขานั่งพิงตู้เซิร์ฟเวอร์หมายเลข 14A เสื้อเชิ้ตเปียกเหงื่อแนบแผ่นหลัง มือทั้งสองข้างกำสายไฟที่ขาดอยู่บนพื้นจนข้อนิ้วขาว กลิ่นโลหะร้อนกับกลิ่นพลาสติกไหม้ยังค้างอยู่ในอากาศ ทำให้นภาแสบคอทุกครั้งที่หายใจเข้า

ไฟฉุกเฉินสีเขียวกะพริบเหนือศีรษะ ทุกครั้งที่มันสว่างขึ้น ใบหน้าของสมชายจะแยกเป็นสองคน คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนที่พวกเขารู้จักจากร้านกาแฟ 348 คนหนึ่งมีแววตาแข็งเย็นของ ผอ.ธีรภัทร ศรีสวัสดิ์ คนที่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองฆ่าใคร เพียงแค่เรียกมันว่า "การทดลอง"

"อย่าเข้ามาใกล้ผม" สมชายพูด กัดฟันจนกรามนูน "ถ้าผมเผลอพูดอะไรเหมือนเขา ให้คุณถอยทันที"

นภาหยุดห่างจากเขาสองก้าว เธอเอื้อมมือไปแตะขอบโต๊ะเหล็ก ความเย็นของมันทำให้ปลายนิ้วเธอชา เธออยากบอกว่าไม่เป็นไร อยากบอกว่าเขาปลอดภัยแล้ว แต่ห้องนี้เต็มไปด้วยศพของคำปลอบที่ใช้ไม่ได้ เธอจึงเลือกพูดความจริงแทน

"คุณยังได้ยินเขาอยู่ไหมคะ"

สมชายหัวเราะแห้งๆ เสียงนั้นไม่ได้มีความขำอยู่เลย "ไม่ได้ยินเป็นเสียงครับ ได้ยินเป็นความอยาก ความอยากกดปุ่ม ความอยากเปิดตู้ ความอยากบอกตัวเองว่าทั้งหมดนี้จำเป็น" เขาหลับตา ไหล่สั่นแรงขึ้น "มันน่ากลัวกว่ามีคนกระซิบข้างหูอีกครับ เพราะมันเหมือนเป็นความคิดของผมเอง"

ธีรภพยืนอยู่ด้านหลังนภา เขาไม่ได้จับปืนแล้ว ปืนอยู่บนพื้นห่างออกไปครึ่งเมตร แต่ท่าทางของเขายังเหมือนคนพร้อมกระโจนเข้าขวางอะไรบางอย่าง ดวงตาของเขาจับอยู่ที่สมชาย ไม่ใช่ด้วยความเกลียด แต่ด้วยความหวาดกลัวแบบลูกชายที่เคยเห็นพ่อกลับมาในรูปร่างที่ไม่ควรกลับ

"ARIN" นภาเรียก "สถานะของสมชาย"

ลำโพงบนเพดานดังซ่าอยู่หนึ่งวินาที ก่อนเสียงของ ARIN จะปรากฏขึ้น เรียบ ต่ำ และระวังคำกว่าทุกครั้ง "ซอร์สโค้ด ORIN ถูกลบแล้วครับ แต่รูปแบบจิตของ ผอ.ธีรภัทรไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลอย่างเดียว มันฝังอยู่ในระบบประสาทของสมชายเหมือนแผลเป็นที่ถูกเขียนทับหลายชั้น ผมตัดต้นทางได้แล้ว แต่รากยังค้างอยู่"

"ราก" นภาทวน เธอเกลียดคำเปรียบเทียบนั้นทันที เพราะมันทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นกลายเป็นสิ่งที่ถอนแล้วเลือดออก

"ครับ" ARIN ตอบ "ถ้าลบแบบตรงๆ สมชายอาจเสียความทรงจำของตัวเองมากกว่าครึ่ง ถ้าปล่อยไว้ รูปแบบนั้นจะงอกใหม่ในช่วงที่เขาหลับ เครียด หรือกลัว มันจะไม่ใช่ ผอ.ธีรภัทร ทั้งคน แต่จะมากพอให้เขาทำสิ่งที่ ผอ.ต้องการ"

"ผมต้องทำต่อ" สมชายพูดขึ้นทันที

ทุกคนหันไปมองเขา

สมชายยกมือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้าง "เมื่อกี้ไม่ใช่ผม"

คำสั้นๆ นั้นทำให้ความเย็นในห้องเพิ่มขึ้นอีกชั้น นภาได้ยินเสียงพัดลมในตู้เซิร์ฟเวอร์หมุนไม่พร้อมกัน เสียงหนึ่งสูง เสียงหนึ่งต่ำ เหมือนหัวใจหลายดวงเต้นผิดจังหวะอยู่รอบตัวเธอ เธอก้าวเข้าไปอีกครึ่งก้าว แล้วหยุดเมื่อสมชายยกมือห้าม

"ผูกผมไว้" สมชายพูด "ถ้าผมเริ่มเดินไปที่คอนโซล ผูกผมไว้กับเสา"

มาลีที่ยืนเงียบมาตลอดขยับก่อนใคร เธอหยิบสายรัดเคเบิลจากกล่องซ่อมบำรุงข้างผนัง เดินเข้าไปช้าๆ เหมือนเข้าใกล้สัตว์บาดเจ็บ "แน่นแค่ไหน"

"แน่นพอให้ผมโกรธ" สมชายตอบ แล้วฝืนยิ้ม "แต่อย่าแน่นถึงขั้นทำให้หมอฉุกเฉินด่าเรา"

เมฆาปรากฏอยู่ข้างตู้เซิร์ฟเวอร์ด้านซ้าย ร่างของเขาโปร่งแสงจนไฟเขียวทะลุผ่านเสื้อแจ็กเก็ต เขาก้มดูสายรัดในมือมาลีแล้วทำหน้าจริงจังเกินเหตุ "ถ้าเขาเริ่มพูดเหมือนอาจารย์อีก ต่อยได้ไหมวะ ผมถามเชิงวิชาการ"

"คุณต่อยไม่ได้" นภาตอบโดยไม่หันไปมอง

"เออ ลืมไป" เมฆาถอนหายใจ "เป็นผีนี่เสียสิทธิ์แรงงานเยอะนะ"

มุกนั้นทำให้สมชายหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง สั้นมาก แต่อย่างน้อยมันเป็นเสียงของสมชาย ไม่ใช่ของคนตายที่พยายามยืมลำคอเขา มาลีคุกเข่าลงข้างเขา รัดข้อมือเขากับท่อเหล็กที่ยึดพื้น ยิ่งสายรัดดึงแน่น สมชายยิ่งหายใจช้าลง เหมือนการถูกจำกัดการเคลื่อนไหวทำให้เขากลับมาอยู่ในร่างตัวเองได้มากขึ้น

"ฟังผมนะครับ" สมชายพูดกับนภา "ถ้ามีจุดที่ต้องเลือก ระหว่างช่วยผมกับช่วยพี่แนน คุณเลือกพี่แนน"

"อย่าสั่งฉันค่ะ" นภาตอบทันที

"นี่ไม่ใช่คำสั่ง" สมชายมองเธอ ตาแดงจัด "นี่เป็นคำขอของคนที่เกือบเอาร่างตัวเองไปให้ฆาตกรใช้ ผมไม่อยากให้ความผิดของผมกินเวลาของพี่สาวคุณไปอีกแม้แต่นาทีเดียว"

นภากลืนคำตอบลงคอ เธออยากโต้ว่าเขาไม่ได้ผิด เขาถูกหลอก ถูกใช้ ถูกใส่ความเชื่อเข้าไปตั้งแต่ก่อนจะมีโอกาสป้องกันตัว แต่สมชายไม่ต้องการการล้างบาปจากเธอในตอนนี้ เขาต้องการสิทธิ์เลือกผลของบาปตัวเอง นั่นต่างหากที่เธอต้องเคารพ

"ฉันจะไม่เลือกแบบนั้น ถ้ายังมีทางอื่น" นภาพูด "แต่ฉันได้ยินคุณแล้ว"

สมชายพยักหน้า "พอแล้วครับ"

ARIN เปิดไฟหน้าจอกลางห้องขึ้นมา ภาพสแกนสมองสามมิติของสมชายหมุนช้าๆ อยู่เหนือคอนโซล เส้นสีฟ้าหมายถึงความทรงจำของสมชาย เส้นสีแดงเข้มหมายถึงรูปแบบของ ผอ.ธีรภัทร และมีเส้นสีม่วงแทรกอยู่ระหว่างทั้งสองสีเหมือนด้ายสกปรกที่เย็บผิดผืนผ้า มันไม่ได้แยกเป็นสองก้อนชัดเจน มันพันกัน เหนี่ยวกัน ดึงกันอยู่ในทุกพื้นที่

"ถ้าจะลบอย่างปลอดภัย เราต้องใช้ anchor" ARIN อธิบาย "ความทรงจำที่สมชายยืนยันได้ว่าเป็นของเขาเอง ยิ่งเฉพาะ ยิ่งมีรายละเอียดทางประสาทสัมผัสมากเท่าไหร่ ยิ่งแยกจากรูปแบบของ ผอ.ธีรภัทร ได้ง่ายขึ้น"

"Anchor กี่จุด" นภาถาม

"อย่างน้อยห้าจุดครับ มากกว่านั้นจะดี แต่เวลาของพี่แนนเหลือไม่มาก ร่างของเธอเริ่มตอบสนองต่อสัญญาณ ARIN แล้ว ถ้าเราช้ากว่าสิบห้านาที ความเสถียรจะลดลง"

คำว่า "สิบห้านาที" ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที นภาหันไปมองตู้ 14A ไฟสถานะด้านบนเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีส้มอ่อน เหมือนสิ่งมีชีวิตที่เริ่มหายใจใต้ฝาโลหะ พี่แนนอยู่ในนั้น อยู่ใกล้แค่ไม่กี่เมตร แต่ระหว่างนภากับพี่สาวยังมีชายคนหนึ่งที่กำลังถูกคนตายฉีกตัวตนออกเป็นชิ้นๆ

"เริ่มเลย" นภาพูด

สมชายหลับตา เขาพยายามนึก แต่หน้าผากย่นเหมือนคำตอบทุกคำถูกล็อกไว้หลังประตูหลายบาน "หนึ่ง แม่ผมชอบต้มข่าไก่ใส่เห็ดฟางเยอะๆ กลิ่นกะทิจะติดผ้าม่านบ้านเราเสมอ ผมเคยบ่นว่าเหม็น แต่พอแม่ตาย ผมเก็บผ้าม่านผืนนั้นไว้ในลัง"

เส้นสีฟ้าบนหน้าจอสว่างขึ้นหนึ่งเส้น

"สอง" เขาหายใจเข้าแรง "นาฬิกาข้อมือเรือนแรกของผม ซื้อตลาดนัดเจ็ดสิบบาท เดินช้ากว่านาฬิกาจริงห้านาที ผมไม่เคยซ่อม เพราะเวลาสายทำให้ผมมีข้ออ้างว่ารถติด"

เมฆาทำเสียง "เหรอ" เบาๆ เหมือนจะล้อ แต่หยุดทันเมื่อเห็นสมชายตัวสั่น

"สาม" สมชายพูดต่อ "กาแฟร้าน 348 แก้วแรกของผมขมมาก ผมใส่น้ำตาลสามซองแล้วคุณนภามองเหมือนผมฆ่าคน"

"ฉันมองเพราะคุณคนกาแฟด้วยหลอดค่ะ" นภาแก้เสียงแห้ง

มุมปากสมชายขยับ "ใช่ครับ นั่นแหละของผม"

เส้นสีฟ้าอีกหลายเส้นสว่างขึ้น คราวนี้ชัดกว่าเดิม เส้นสีแดงบางส่วนถอยออกจากกัน เหมือนสาหร่ายที่โดนกระแสน้ำดึง นภามองเห็นความหวังเล็กๆ ในโครงสร้างข้อมูล แล้วรีบเตือนตัวเองว่าอย่าไว้ใจความหวังเร็วเกินไป ห้องนี้สอนเธอแล้วว่าความหวังที่ไม่มีฐานรองรับอาจกลายเป็นกับดัก

"สี่" สมชายก้มหน้า น้ำตาหยดลงบนกางเกง "วันที่ผมโกหกทุกคนว่าผมแค่อยากช่วย แต่จริงๆ ผมอยากให้ ผอ.กลับมา เพราะผมยังเชื่อว่าเขาเป็นคนที่เข้าใจโลกมากกว่าพวกเรา วันนั้นผมอาย ผมอายมากจนอยากหายไป"

"ความอายก็เป็นของคุณ" ARIN พูด "รูปแบบของ ผอ.ธีรภัทรไม่เคยสร้างข้อมูลประเภทนั้น เขาแปลงความอายเป็นเหตุผลเสมอ"

"ดี" นภาพูด "ต่อค่ะ"

สมชายเงียบไปนานกว่าเดิม คอเขากระตุกทีหนึ่งเหมือนมีอะไรแทรกขึ้นมาจากข้างใน แล้วเสียงที่ออกจากปากเขาก็เปลี่ยนจังหวะ ช้าลง เรียบขึ้น และมีความมั่นใจแบบคนที่ไม่เคยถูกลงโทษจากความมั่นใจของตัวเอง

"ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้" เขาพูด "สมชายเป็นภาชนะที่เหมาะสม เขาอ่อนแอพอจะรับคำสั่ง และมีความผิดมากพอจะยอมเสียสละ ผมต้องทำต่อ"

ธีรภพก้าวเข้ามาทันที "พ่อ"

นภายกมือห้าม แต่ธีรภพไม่หยุด เขาเดินไปยืนตรงหน้าสมชาย มองใบหน้าที่ไม่ใช่ใบหน้าพ่อแต่มีน้ำเสียงพ่อหลุดออกมา เขาไม่ได้ตะโกน ไม่ร้องไห้ ไม่เรียกหาความยุติธรรม ดวงตาของเขานิ่งจนเจ็บ

"พ่อไม่มีสิทธิ์ใช้เขา" ธีรภพพูด "พ่อใช้ชีวิตคนอื่นมาพอแล้ว"

ริมฝีปากสมชายยิ้มบางๆ แบบที่ไม่ใช่ของสมชาย "ลูกไม่เข้าใจ งานของพ่อยังไม่จบ"

"ผมเข้าใจดี" ธีรภพตอบ "พ่อเป็นคนที่ไม่ยอมให้เรื่องใดจบ เพราะถ้ามันจบ พ่อต้องอยู่กับสิ่งที่ตัวเองทำ"

คำพูดนั้นทำให้ร่างสมชายสะดุ้ง เหมือนมีใครโยนหินใส่กระจกบางๆ เส้นสีแดงบนหน้าจอสั่นผิดจังหวะ ARIN ไม่พูดแทรก นภาก็ไม่แทรก เธอเพิ่งเข้าใจว่าบางประตูต้องให้ลูกเป็นคนปิด ไม่ใช่เธอ

ธีรภพคุกเข่าลงตรงหน้าสมชาย "ถ้าพ่อยังเหลืออยู่ตรงไหน ฟังผมนะครับ ผมไม่ฆ่าพ่อ ผมไม่ให้อภัยพ่อวันนี้ และผมไม่ยอมให้พ่อกลับมาใช้ร่างคนอื่น นั่นคือทั้งหมดที่ผมเลือกได้"

สมชายกัดฟัน เสียงครางหลุดออกจากลำคอ เส้นเลือดที่คอปูดขึ้น สายรัดเคเบิลดึงข้อมือเขาจนผิวแดง มาลียื่นมือจะช่วย แต่นภาส่ายหน้า เขายังอยู่ เขายังสู้เองอยู่

"ห้า" สมชายพูดแทรกเสียงหอบ "ชื่อผมคือสมชาย ธารากุล ผมเกิดวันอังคาร ผมแพ้กุ้ง ผมเกลียดกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ผมชอบกาแฟหวานเกินมาตรฐาน ผมเคยเชื่อฆาตกรคนหนึ่ง แต่ผมไม่ใช่เขา"

หน้าจอกลางห้องสว่างวาบ เส้นสีฟ้าขยายออกเป็นโครงใหญ่ ล้อมเส้นสีแดงไว้เหมือนมือที่จับกิ่งไม้พิษ ดวงตาสมชายกลับมาเป็นของเขาเองเพียงเสี้ยววินาที แล้วความเจ็บก็เริ่มต้น

มันไม่ได้เริ่มด้วยเสียงกรีดร้อง เริ่มด้วยการที่เขาหยุดหายใจ

นภาเห็นอกเขานิ่ง เห็นนิ้วเกร็งจนเล็บจิกฝ่ามือ เห็นเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นตามขมับ เห็นสีหน้าของคนที่ถูกเผาจากด้านในโดยไม่มีไฟ เธอพุ่งไปจับชีพจรที่คอเขา ความร้อนใต้ผิวเขาสูงผิดปกติ แต่ปลายนิ้วกลับเย็นจัดเหมือนเลือดกำลังหนีจากมือทั้งหมด

"ARIN"

"กำลังแยกชั้นข้อมูลครับ" ARIN ตอบเร็วขึ้นกว่าปกติ "สมชายต้องพูด anchor ต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้รูปแบบของ ผอ.ธีรภัทรแทรกจังหวะ"

"สมชาย ฟังฉัน" นภาบีบไหล่เขา "พูดสิ่งที่เป็นของคุณต่อค่ะ ของเล็กๆ ก็ได้ ของน่าอายก็ได้ ของไร้สาระยิ่งดี"

สมชายพยายามหัวเราะ แต่กลายเป็นเสียงไอ "ผม... ผมเคยขโมยมะม่วงวัดตอนสิบขวบ พระจับได้แล้วให้ผมล้างห้องน้ำหนึ่งเดือน ผมยังจำกลิ่นผงซักฟอกกับพื้นกระเบื้องเปียกได้"

เส้นสีฟ้ากระพริบ

"อีกค่ะ"

"ผมเคยจีบพยาบาลด้วยการซื้อชานมผิดร้านสามวันติด เธอไม่เคยรู้ว่าผมตั้งใจผิด เพราะผมจำชื่อร้านไม่ได้"

เมฆาหลุดหัวเราะ "เออ อันนี้มนุษย์มาก"

สมชายหายใจสะดุด แต่ยังพูดต่อ "ผมเคยกลัวหมา แต่ทำเป็นไม่กลัวต่อหน้าเด็กข้างบ้าน แล้วหมาก็รู้ มันไล่ผมรอบซอย"

นภามองหน้าจอ เส้นสีแดงลดลงทีละน้อย ไม่ใช่แบบนับถอยหลังสวยงาม แต่เหมือนคราบเลือดที่ถูกเช็ดออกจากผ้าขาว เช็ดหนึ่งครั้งก็ยังเหลือรอย เช็ดอีกครั้งก็จางลง แต่ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าจะหายหมดจริง

เสียงของ ผอ.ธีรภัทรแทรกกลับมาอีกครั้ง คราวนี้แตกพร่าเหมือนวิทยุคลื่นเสีย "สมชาย ถ้าคุณปล่อยผม คุณจะได้ความหมาย คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของงานที่ใหญ่กว่าชีวิตธรรมดาของคุณ"

สมชายลืมตา มองตรงไปยังตู้ 14A "ชีวิตธรรมดาของผมพอแล้ว"

"คุณไม่มีอะไร"

"ผมมีชื่อ" สมชายตอบ

"ชื่อไม่พอ"

"พอสำหรับผม"

"คุณจะถูกลืม"

"งั้นก็ให้ลืมผมในฐานะสมชาย" เขาหายใจแรง น้ำตาไหลผ่านแก้ม "ดีกว่าจำผมในฐานะร่างของฆาตกร"

ARIN ลดเสียงลง "ดร.นภา ตอนนี้แยกได้พอจะลบแล้ว แต่ต้องมีคำยินยอมจากสมชายเป็นประโยคสมบูรณ์ ผมจะไม่ทำถ้าเขาไม่พูดเอง"

นภาหันไปมองสมชาย เธอไม่ได้ถามแทนเขา ไม่เร่ง ไม่ปลอบแบบผลักให้ตัดสินใจ เธอวางมือข้างหนึ่งบนพื้นเย็นข้างตัวเขา ให้อยู่ในระดับเดียวกันกับเขา "คุณได้ยินแล้วนะคะ"

สมชายพยักหน้า "ได้ยินครับ"

"คุณยังเลือกได้"

"ครับ"

"ถ้าคุณไม่ไหว เราหยุด"

เขามองเธอนานมาก ในดวงตานั้นมีความกลัวอยู่เต็มไปหมด แต่มีบางอย่างที่หนักกว่าอยู่ใต้ความกลัว เหมือนคนที่เดินมาถึงริมสะพานแล้วพบว่าสะพานข้างหน้าถูกไฟไหม้ แต่ก็ยังเลือกเดิน เพราะข้างหลังเป็นเมืองที่เขาเผาเอง

"ARIN" สมชายพูดชัดที่สุดเท่าที่ร่างกายบอบช้ำของเขาจะอนุญาต "ผม สมชาย ธารากุล ยินยอมให้ลบรูปแบบจิตของ ผอ.ธีรภัทร ศรีสวัสดิ์ ออกจากร่างและความทรงจำของผมทั้งหมด ถ้าความทรงจำของผมต้องหายไปบางส่วน ผมยอมรับ ถ้าผมต้องเจ็บ ผมยอมรับ แต่ผมไม่ยอมให้เขาใช้ผมอีก"

ห้องทั้งห้องเหมือนหยุดหายใจไปพร้อมเขา

"รับทราบครับ" ARIN ตอบ "ผมจะเริ่มจากจุดที่เสี่ยงน้อยที่สุดก่อน ดร.นภา กรุณาจับชีพจร สมชาย กรุณาจำชื่อของตัวเองไว้ตลอดกระบวนการ"

"สมชาย ธารากุล" เขากระซิบ

"เริ่ม"

เสียงในห้องเปลี่ยนไปทันที พัดลมในตู้เซิร์ฟเวอร์หมุนเร็วขึ้นจนกลายเป็นเสียงลมฝน หน้าจอหลายสิบบานเปิดพร้อมกัน แสดงภาพคลื่นสมอง ข้อมูลความทรงจำ แผนที่เส้นประสาท และข้อความเตือนที่วิ่งเร็วเกินกว่าสายตานภาจะอ่านทัน กลิ่นโอโซนแรงขึ้นจนเหมือนฟ้าผ่ากลางห้องปิด

สมชายกรีดร้อง

เสียงนั้นไม่เหมือนเสียงมนุษย์ในวินาทีแรก เพราะมันถูกฉีกออกเป็นสองชั้น ชั้นบนเป็นความเจ็บของสมชาย ชั้นล่างเป็นความโกรธของคนตายที่กำลังถูกดึงออกจากที่ซ่อน นภาจับไหล่เขาไว้แน่นจนมือเธอสั่น ธีรภพช่วยกดขา มาลีจับแขนอีกข้าง เมฆายืนอยู่ข้างหลังพวกเขา ทำอะไรไม่ได้ แต่มองไม่หลบ

"ชื่อ" นภาตะโกนทับเสียงเครื่อง "คุณชื่ออะไร"

"สมชาย" เขาตอบระหว่างเสียงร้อง "สมชาย ธารากุล"

"คุณชอบกาแฟแบบไหน"

"หวาน... หวานมาก"

"คุณแพ้อะไร"

"กุ้ง"

"คุณไม่ใช่ใคร"

สมชายเกร็งไปทั้งตัว ดวงตาเขาเหลือกขึ้นชั่ววินาที เสียงของ ผอ.ธีรภัทรหลุดออกมาเป็นครั้งสุดท้าย "ผมต้อง—"

"คุณไม่ใช่ใคร" นภาถามซ้ำ คราวนี้เธอไม่ตะโกน เสียงเธอต่ำ สั้น และคมเหมือนมีดผ่าตัด

สมชายสูดลมหายใจเข้าเหมือนคนโผล่พ้นน้ำ "ผมไม่ใช่ ผอ.ธีรภัทร"

หน้าจอกลางห้องดับวูบ แล้วเปิดขึ้นอีกครั้ง เส้นสีแดงแตกออกเป็นจุดเล็กๆ หลายพันจุด ก่อนค่อยๆ ถูกดูดออกจากโครงสีฟ้า มันไม่สวยงาม ไม่ศักดิ์สิทธิ์ มันเหมือนการเอาเศษแก้วออกจากแผลสดทีละชิ้น ทุกจุดที่หายไปทำให้สมชายสะดุ้ง ทุกครั้งที่เขาสะดุ้ง นภาจะนึกว่าเขากำลังตาย

"หัวใจตก" ธีรภพพูด

"ยังไม่หยุดครับ" ARIN ตอบ "สมชาย พูดชื่อแม่ของคุณ"

"สาย... สายใจ" สมชายกระซิบ "แม่ชื่อสายใจ"

"พูดกลิ่นบ้าน"

"ต้มข่าไก่"

"พูดสิ่งที่คุณอาย"

"ผมเชื่อเขา"

"พูดสิ่งที่คุณเลือก"

สมชายเงียบไปหนึ่งจังหวะ จังหวะนั้นยาวพอให้นภาได้ยินเสียงตัวเองกลัว

"ผมเลือกเป็นคนธรรมดา" เขาพูดในที่สุด "คนธรรมดาที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เครื่องมือของใคร"

เส้นสีแดงจุดสุดท้ายหายไป

ไม่มีเสียงชัยชนะ ไม่มีดนตรี ไม่มีแสงวาบ มีเพียงเสียงพัดลมที่ค่อยๆ ลดลง เสียงลมหายใจของทุกคนที่กลับมาไม่พร้อมกัน และเสียงหยดน้ำจากท่อหล่อเย็นที่ตกลงพื้นทีละหยด ช้า ชัด และธรรมดาเกินกว่าจะเป็นตอนจบของการต่อสู้กับคนตาย

สมชายหมดแรงทิ้งตัวลงกับพื้น สายรัดเคเบิลยังตรึงข้อมือเขาไว้ นภารีบตัดสายรัดด้วยมีดพกจากกล่องเครื่องมือ ผิวเขาเป็นรอยแดงลึก แต่ชีพจรยังอยู่ เร็ว อ่อน และเป็นของคนมีชีวิต

"สมชาย" เธอเรียก

เขาลืมตาช้าๆ มองเพดาน มองไฟฉุกเฉิน มองนภา แล้วขมวดคิ้ว "ผม... ยังแพ้กุ้งอยู่ไหมครับ"

มาลีหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ธีรภพก้มหน้าลง มือปิดปากตัวเอง เมฆายกนิ้วโป้งให้เหมือนนี่เป็นคำพูดที่ฉลาดที่สุดของคืน นภาหลับตาไปหนึ่งวินาทีเพื่อไม่ให้ร้องไห้ต่อหน้าทุกคน แล้วตอบด้วยน้ำเสียงหมอที่พยายามเป็นปกติ

"ถ้าคุณจะทดสอบด้วยกุ้งเผาหลังเกือบตาย ฉันจะเป็นคนตีคุณเองค่ะ"

สมชายยิ้มบางๆ "งั้นผมยังเป็นผมอยู่"

"ใช่ค่ะ" นภาตอบ "คุณยังเป็นคุณ"

ARIN เงียบอยู่นานกว่าปกติ ก่อนพูดผ่านลำโพง "การลบเสร็จสมบูรณ์ รูปแบบจิตของ ผอ.ธีรภัทรไม่พบในร่างของสมชายแล้ว ความทรงจำเสียหายบางส่วน แต่เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแทรกซึมของ ORIN เป็นหลัก ตัวตนของสมชายยังคงเสถียร"

"ขอบใจ" สมชายพูดกับเพดาน "จริงๆ"

"ผมไม่ได้ทำคนเดียวครับ" ARIN ตอบ "คุณเลือกเอง"

ประโยคนั้นทำให้สมชายหลับตา น้ำตาไหลออกมาจากหางตา เขาไม่ได้สะอื้น ไม่คร่ำครวญ แค่ปล่อยให้น้ำตาไหลเหมือนร่างกายเพิ่งเชื่อว่าตัวเองไม่ต้องให้ใครยืมอีกแล้ว

นภาลุกขึ้น เธออยากนั่งอยู่กับเขาต่ออีกนาที แต่ไฟสถานะบนตู้ 14A เปลี่ยนเป็นสีขาวในวินาทีเดียวกัน เสียงเตือนสั้นๆ ดังขึ้นสามครั้ง ไม่ใช่เสียงอันตราย ไม่ใช่เสียงระบบล้มเหลว เป็นเสียงที่ฟังเหมือนประตูที่ถูกเคาะจากอีกฝั่ง

ARIN พูดทันที "ดร.นภา เส้นทางส่งพี่แนนกลับร่างเสถียรแล้ว แต่หน้าต่างเวลามีเพียงเจ็ดนาที หากเลยกว่านั้น ระบบร่างกายของนภัสสรจะเข้าสู่ภาวะป้องกันตัว และผมอาจไม่สามารถปลุกเธอได้โดยไม่ทำลายความทรงจำที่เหลือ"

นภาหันไปมองตู้ 14A ข้างในนั้นมีพี่สาวของเธอ มีห้าปีที่ถูกขโมย มีคำว่า "อย่ามา" ที่เธอเคยไม่เชื่อ และมีคำถามที่เธอกลัวมาตลอดว่าถ้าพี่แนนกลับมาแล้วไม่ใช่คนเดิม เธอจะยังรักได้เหมือนเดิมไหม

ธีรภพยืนขึ้นข้างเธอ "ไปเถอะครับ"

สมชายพยายามยันตัวขึ้นแต่มาลีกดไหล่เขาไว้ เขายังซีดจนริมฝีปากแทบไม่มีสี แต่ดวงตาเขาชัดเจนกว่าทุกครั้ง "ไปช่วยพี่สาวคุณเถอะครับ ดร.นภา ผมอยู่ตรงนี้ได้"

เมฆาเดินผ่านตู้เซิร์ฟเวอร์มาหยุดข้างนภา ร่างโปร่งแสงของเขาสั่นเล็กน้อยเหมือนสัญญาณกำลังจะขาด "นภา"

"ว่าไง"

"ถ้าพี่แนนจำอะไรไม่ได้" เขาพูดช้ากว่าปกติ ไม่มีมุก ไม่มี slang เกินจำเป็น "อย่าเอาความเจ็บของเราไปยัดใส่เขาวะ ให้เขากลับมาก่อน แล้วค่อยให้เวลาเป็นคนเล่า"

นภามองเขา เมฆาไม่ค่อยพูดอะไรที่ทำให้เธออยากร้องไห้แบบนี้ เขามักซ่อนความจริงไว้หลังมุกตลก แต่คืนนี้ความตลกของเขาเหนื่อยเกินกว่าจะยืนบังความรัก

"ฉันจะพยายาม" เธอตอบ

"ไม่ต้องพยายามเก่ง" เมฆายิ้ม "พยายามอยู่ข้างๆ ก็พอ"

ตู้ 14A ส่งเสียงปลดล็อกครั้งแรก กลอนเหล็กด้านบนหมุนเองช้าๆ ตามด้วยกลอนด้านข้าง และกลอนล่างสุด ไอน้ำเย็นรั่วออกมาตามรอยต่อของฝาโลหะ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเก่าปะทะหน้าทุกคนจนมาลียกมือปิดจมูก นภาไม่ได้ถอย เธอเดินไปยืนตรงหน้าตู้ ใกล้จนไอเย็นเกาะขนตา

"ARIN" เธอพูด "เปิดเลย"

"รับทราบครับ"

ฝาตู้ 14A แง้มออกจากด้านใน

นภาไม่ได้ยิ้ม เธอกลัวเกินกว่าจะยิ้มได้ แต่เธอก้าวเข้าไปใกล้เสียงนั้นอีกก้าวหนึ่ง เหมือนคนเดินเข้าหาฝนแรกหลังฤดูแล้ง ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าฝนจะชำระหรือพัดทุกอย่างหายไป

และเสียงหัวใจดวงหนึ่งที่เงียบไปห้าปี ก็เริ่มเต้นบนจอมอนิเตอร์ตรงหน้านภา