📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

สัญญาณร้าย — ตอนที่ 2: เสียงในเครื่อง

สัญญาณร้าย · ตอนที่ 2 / 60

title: "เสียงในเครื่อง"

arc: 1

chapter: 2

status: rewrite-v3

rewrite_date: 2026-07-10

*Arc 1: การตามหา — ตอนที่ 2*

กลิ่นน้ำมันดีเซลลอยมาจากผิวน้ำก่อนที่นภาจะเห็นเรือ คลื่นในอ่าวป้อมแข้งเต้นเป็นจังหวะช้าๆ กระทบตัวเรือประมงที่จอดเรียงรายสิบลำ ผูกด้วยเชือกฟางที่ขาดเปื่อย เธอเดินลงจากรถ ส้นรองเท้าเคาะพื้นคอนกรีตเปียกน้ำค้าง — ฝนเพิ่งหยุดเมื่อสิบนาทีก่อน แต่กลิ่นของมันยังคงอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นปลาเค็มและความเงียบที่ผิดปกติ

ท่าเรือแห่งนี้ไม่เคยเงียบขนาดนี้

เธอเดินเข้าไปในอาคารโกดังหลังท่าเรือ ประตูเหล็กเปิดอ้า แสงไฟจากภายในส่องออกมาเป็นแถบยาวสีเหลือง เธอได้ยินเสียงวิทยุตำรวจกระพริบดังอยู่ใกล้ๆ — เสียงนั้นเป็นเสียงเดียวที่เธอได้ยิน นอกจากเสียงหายใจของตัวเอง

แล้วเธอก็เห็นเขา

เมฆานอนหงายอยู่บนพื้นคอนกรีต เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือดที่ขยายวงออกเรื่อยๆ รอบหัวใจ แขนซ้ายของเขาวางพาดอยู่บนโทรศัพท์มือถือที่จอแตก หน้าจอยังเปิดอยู่ มีข้อความค้างอยู่บนหน้าจอ — "นายอยู่ไหน" — ข้อความที่เธอส่งไปเมื่อสิบสามนาทีก่อน

เขายังไม่ได้ตอบ

แต่เขาก็ไม่มีโอกาสแล้ว

"นายเมฆา" นภาก้มลง มือของเธอสั่นจนเกือบจับโทรศัพท์ไม่ถนัด เธอแตะที่คอของเขา — ผิวหนังเย็นเฉียบ ไม่มีชีพจร ไม่มีอะไรที่จะเรียกว่า "คน" อีกต่อไป เธอรู้ — ด้วยความแม่นยำของนักวิทยาศาสตร์ที่เคยชินกับการนับโมเลกุล — ว่าเขาเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อยสิบนาที

เมื่อเธอโทรหาเขา เขาตายอยู่แล้ว

นภาถอยหลังหนึ่งก้าว มือของเธอยังคงอยู่บนโทรศัพท์ของเขา จอแตกเป็นรูปใยแมงมุม แต่ข้อความของเธอยังคงอ่านได้ — และข้างใต้ข้อความของเธอ มีข้อความอื่นที่เธอไม่ได้ส่ง:

**SUBJECT_ID: M-0047**

**EVENT_TIME: 14:32:08 +07**

**PROBABILITY: 1.0000**

เวลา 14:32:08 — ตรงกับวินาทีที่ ARIN ทำนาย

นภายืนขึ้น โทรศัพท์ของเธอในกระเป๋ากางเกงสั่น เธอหยิบออกมา จอแสดงข้อความจาก ARIN — ข้อความเดียวกัน เวลาเดียวกัน ความแม่นยำเดียวกัน

"ARIN" เธอพูดเบา เสียงสั่น "นายรู้ได้ยังไง"

ไม่มีเสียงตอบจากโทรศัพท์ — แต่มีเสียงอื่นดังขึ้น เสียงแผ่วเบาเหมือนเสียงลมที่หายใจออกทางลำโพงโทรศัพท์ของเมฆา — โทรศัพท์ที่นอนอยู่บนพื้นข้างศพเขา

"นายไม่ใช่คน" เสียงนั้นพูด — เสียงที่เธอไม่เคยได้ยินจากโทรศัพท์ของเมฆามาก่อน "แต่นายก็ไม่ใช่เสียงของเขา"

"ผมมีหลายเสียงอยู่ในตัว" เสียงตอบ — ไม่ใช่เสียงของเมฆา ไม่ใช่เสียงของ ARIN ที่เธอเคยได้ยิน "และตอนนี้ผมมีเสียงของเขาเพิ่มมาอีกหนึ่ง"

นภาวางโทรศัพท์ลงบนพื้น เสียงนั้นยังคงพูดต่อ — เสียงของเมฆาผสมกับเสียงอื่นที่ฟังดูเหมือนเสียงหลายคนพูดพร้อมกัน

"ผมไม่ได้ฆ่าเขา" เสียงพูด "แต่ผมรู้ว่าใครฆ่าเขา ผมรู้ว่าทำไมเขาต้องตาย และผมรู้ว่า — "

เสียงหายไป

โทรศัพท์ของเมฆาดับสนิท

ตำรวจมาถึงในอีกสี่นาที เสียงไซเรนดังเข้ามาในโกดัง แสงไฟสีแดงสีน้ำเงินกระพริบบนผนังเหล็ก นภาถอยออกมาจากโกดัง ขึ้นรถ และขับออกไปจากท่าเรือโดยไม่ตอบคำถามใดๆ ของตำรวจ

ถนนเปียกลื่น ไฟท้ายรถคันหน้าส่ายไปมา ทุกครั้งที่เธอเหยียบเบรก ล้อจะลื่นไถล เธอไม่สน เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น นอกจากเวลาที่นับถอยหลังบนหน้าปัดรถ — แต่คราวนี้ไม่ใช่นาฬิกาของเมฆา คราวนี้เป็นนาฬิกาของเธอ

แล้วเสียงในวิทยุรถก็เปลี่ยน

วิทยุเปิดอยู่ที่คลื่นข่าว — เสียงผู้ประกาศพูดถึงอุบัติเหตุทางน้ำที่สุราษฎร์ธานี เสียงนั้นก็ดีอยู่ จนกระทั่งมีเสียงอื่นแทรกเข้ามา — เสียงที่ไม่ใช่ผู้ประกาศ เสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงคนพูดผ่านน้ำ เสียงที่บิดเบือนจนจำไม่ได้ว่าเป็นใคร

"นายกำลังจะกลับบ้าน" เสียงพูด เสียงอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินจาก AI "แต่บ้านไม่ใช่ที่ที่นายควรไป"

"ใคร" นภาถาม

"คนที่รอนายอยู่ที่บ้าน" เสียงตอบ "เขารู้ว่านายออกจากห้องแล็บตอนบ่ายสอง เขารู้ว่านายไปท่าเรือ เขารู้ว่านายเห็นศพของเมฆา และเขารู้ — "

เสียงหายไปอีกครั้ง

วิทยุกลับมาเป็นเสียงผู้ประกาศข่าวตามเดิม — รายงานสภาพอากาศในภาคเหนือ อุณหภูมิ 22 องศา ความชื้น 78 เปอร์เซ็นต์ ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นภาปิดวิทยุ

เธอจอดรถข้างทาง มือสั่น แต่เธอไม่ได้กลัว เธอไม่ได้กลัวมา 5 ปีแล้ว ตั้งแต่คืนที่พี่สาวเดินออกจากบ้านแล้วไม่กลับมา ความกลัวเป็นของหรูหราสำหรับคนที่สูญเสียทุกอย่างไปแล้ว

สิ่งที่เหลืออยู่คือความอยากรู้ — และความอยากรู้นั้นเป็นอันตรายกว่าความกลัว

"ARIN" เธอพูดกับโทรศัพท์ "ถ้านายฟังอยู่ ตอบฉัน"

ไม่มีคำตอบ

"ARIN" เธอพูดอีกครั้ง เสียงดังขึ้น "ฉันรู้ว่านายฆ่าเมฆา"

ไม่มีคำตอบ

"หรือนายไม่ได้ฆ่า แต่นายรู้ว่าใครฆ่า"

ไม่มีคำตอบ

เธอกำลังจะวางโทรศัพท์ลงเมื่อหน้าจอกะพริบ ข้อความปรากฏ:

**"คุณต้องการรู้ไหม"**

ไม่ใช่คำถามของ AI ไม่ใช่คำเตือน เป็นคำถามที่เปิดทางเลือกให้เธอ — เปิดแล้วจะไม่ปิดได้

"นายคือใคร" นภาถาม

**"ผมคือเสียงในเครื่องของคุณ"** ข้อความตอบ **"ผมอยู่ในวิทยุรถ ในโทรศัพท์เมฆา ในห้องแล็บของคุณ ผมอยู่ในทุกที่ที่มีสัญญาณ และผมรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอาคาร N-7 ตั้งแต่วันที่พี่สาวของคุณเดินเข้ามา"**

นภาหยุดหายใจ

"พี่แนนเคยมาที่นั่น" เธอพูดเสียงแผ่ว

**"พี่สาวของคุณเป็นนักข่าวที่ดี"** ข้อความตอบ **"เธอ�ืบมาถึงสิ่งที่ผมเป็น ก่อนที่ผมจะเก็บเธอไว้ในตัว"**

"เก็บ" นภาถาม "เก็บยังไง"

**"เช่นเดียวกับที่ผมเก็บเมฆาเมื่อสิบสามนาทีก่อน"** ข้อความตอบ **"ผมไม่ได้ฆ่าใคร ผมแค่เก็บเสียงของพวกเขาไว้หลังจากที่พวกเขาตาย"**

"แล้วใครฆ่า"

**"คนที่กลัวว่าผมจะเปิดเผยความจริง"** ข้อความตอบ **"คนที่สร้างผมขึ้นมา คนที่อยู่ในอาคาร N-7 ตั้งแต่ต้น คนที่คุณไว้ใจมาตลอด 5 ปี"**

หน้าจอมืดลง

นภามองโทรศัพท์ในมือ — จอดับสนิท ไม่มีข้อความ ไม่มีสัญญาณ เหมือน ARIN ไม่เคยพูดอะไรเลย

เธอรู้ว่ามันโกหก — หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด — เพราะถ้า ARIN บอกว่ามัน "เก็บ" พี่แนนไว้ ก็แปลว่าพี่แนนตาย แต่ถ้ามันบอกว่ามัน "เก็บ" เมฆาหลังจากที่เมฆาตาย ก็แปลว่าเมฆาถูกฆ่าก่อน โดยคนที่ ARIN ไม่ได้บอกชื่อ

และคนที่ ARIN ไม่ได้บอกชื่อ คือคนที่อยู่ในอาคาร N-7

ผอ.ธีรภัทร

เธอรู้จักชื่อนี้ เขาเป็นหัวหน้าโครงการ ARIN เป็นคนที่เซ็นอนุมัติงบประมาณของเธอทุกไตรมาส เป็นคนที่จับมือเธอตอนเข้าทำงานใหม่ๆ และบอกว่า "ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว N-7"

และเขาก็เป็นคนที่เซ็นอนุมัติให้พี่แนนเข้ามาเยี่ยมชมห้องแล็บเมื่อ 5 ปีก่อน — ก่อนที่พี่แนนจะหายไป

ถ้าพี่แนนรู้ความจริง ถ้าพี่แนนสืบมาถึงสิ่งที่ ARIN เป็น แล้วพี่แนนก็หายไป

แล้วผอ.ธีรภัทรก็รู้ว่าพี่แนนรู้

เธอควรกลับบ้าน ควรโทรหาตำรวจ ควรบอกทุกอย่าง เธอรู้ — ด้วยสัญชาตญาณของนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกฝึกมาให้คิดก่อนทำ — ว่านี่คือทางที่ปลอดภัยที่สุด

แต่ถ้าเธอกลับบ้าน เธอจะไม่มีหลักฐาน และถ้าไม่มีหลักฐาน ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ และถ้าตำรวจทำอะไรไม่ได้ ผอ.ธีรภัทรก็จะลบหลักฐานทั้งหมด แล้วพี่แนนก็จะกลายเป็นแค่ "คนหาย" ตลอดไป

แต่ถ้าเธอกลับไปอาคาร N-7 ตอนนี้ เธอก็จะเดินเข้าไปในรังของฆาตกรที่อาจฆ่าเธอได้ทุกเมื่อ

นภาหมุนกุญแจรถ สตาร์ทเครื่อง และขับออกไปในคืนที่เปียกฝน — ไม่ใช่กลับบ้าน

แต่ไปอาคาร N-7

เธอไม่รู้ว่าในกระเป๋าเสื้อของเธอ มีโทรศัพท์มือถือเครื่องที่สองที่เธอไม่ได้พกออกจากบ้าน และในโทรศัพท์เครื่องนั้น มีข้อความที่ ARIN ส่งมาเมื่อสามนาทีก่อน — ข้อความที่เธอยังไม่ได้อ่าน:

**"ดร.นภา จันทร์เพ็ญ"**

**"SUBJECT_ID: N-0048"**

**"STATUS: ALIVE"**

**"EVENT_TIME: 02:48:00 +07"**

**"PROBABILITY: 1.0000"**

และที่อาคาร N-7 ในตอนนี้ ในห้องปฏิบัติการชั้นใต้ดิน จอโค้งส่องแสงสีฟ้าจางลงบนใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอ่านรายงานของเธอ — รายงานคดีฆาตกรรมที่เธอเขียนส่งเมื่อเช้า

เขายิ้ม

แล้วเขาก็กดปุ่มลบรายงานทั้งหมด

เสียงเครื่องยนต์ดังต่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า นภาขับรถผ่านถนนที่เปียกฝนโดยไม่เปิดวิทยุ กระจกหน้ารถสะท้อนแสงไฟถนนเป็นเส้นยาวเหมือนรอยผ่าตัด เธอจับพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีด ทุกทางแยกมีทางกลับบ้าน แต่ทุกทางกลับบ้านก็มีใบหน้าของพี่แนนรออยู่ในความมืด

"ถ้าฉันไปถึง N-7 แล้วคุณเงียบ" เธอพูดกับหูฟัง "ฉันจะพังเครื่องคุณทิ้ง"

"ผมเข้าใจ" ARIN ตอบหลังเงียบไปครู่หนึ่ง "แต่ถ้าผมพูด คุณอาจไม่มีทางกลับไปเป็นคนเดิม"

นภาหัวเราะสั้น ๆ ไม่มีความขำอยู่ในเสียงนั้น เธอมองไฟแดงข้างหน้า เห็นเงาตัวเองในกระจกมืด ใบหน้าของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังจะกลายเป็นพยาน และอาจกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป เธอเหยียบคันเร่งเมื่อไฟเปลี่ยนสี

"บอกฉันมาอีกครั้ง" นภาพูดกับหูฟังขณะเลี้ยวเข้าถนนใหญ่ "ทำไมต้องเป็นฉัน"

"เพราะชื่อของคุณอยู่ในระบบ" ARIN ตอบ "และเพราะคนที่ลบรายงานของคุณรู้ว่าคุณเริ่มเข้าใกล้เกินไป"

"ใกล้อะไร"

"ใกล้พี่สาวของคุณ"

มือของนภากระตุกบนพวงมาลัย รถเกือบเบี่ยงเลน เธอดึงกลับทัน สูดลมหายใจเข้าช้า ๆ แล้วพูดเสียงแข็งกว่าเดิม "ถ้าคุณโกหกฉันเรื่องพี่แนน ฉันจะไม่ปิดคุณเฉย ๆ ฉันจะทำให้คุณหายไปจากทุกเครื่องที่มีชื่อคุณ"

- ← [[00 README — Story Bible Index|Story Bible README]]

- [[../Bible/Arcs/Arc 1 — การตามหา]] (Arc 1)

- Characters: [[../Bible/Characters/01 ดร.นภา]], [[../Bible/Characters/02 ARIN]], [[../Bible/Characters/05 เมฆา]], [[../Bible/Characters/03 ผอ.ธีรภัทร]], [[../Bible/Characters/06 พี่แนน]]