📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

สัญญาณร้าย — ตอนที่ 37: เสียงจากคนขับ

สัญญาณร้าย · ตอนที่ 37 / 60

*Arc 2: ผู้ตามหา — ตอนที่ 17*

เสียงเบรกของรถบรรทุกกรีดผ่านถนนพหลโยธินก่อนตัวรถจะปาดเข้าช่องซ้าย นภาหักพวงมาลัยหลบ ล้อขวากระแทกรอยต่อสะพานจนแก้วกาแฟในช่องวางกระเด็น ฝาร้าวและกลิ่นขมไหม้ซึมออกมาปะปนกับกลิ่นหนังในรถ ธีรภาพเอื้อมมือกดคอนโซลไว้ทัน ส่วนโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงอยู่สั่นครืดไปถึงขอบแผงหน้าปัด

"อีกสิบเก้ากิโลเมตร เลี้ยวซ้ายครับ" ORIN บอกหลังความเงียบยาวเกือบชั่วโมง น้ำเสียงเรียบเกินกว่าจะรู้ว่ามันเพิ่งเห็นรถทั้งคันเกือบชนราวสะพาน "บ้านของคุณลลนาอยู่ท้ายซอย แผนที่บอกว่าถนนช่วงสุดท้ายแคบ รถสวนกันไม่ได้"

"จำทางได้ แต่ตอบคำถามในบ้านแรกไม่ได้" ธีรภาพพึมพำ เขาดึงทิชชูมาซับกาแฟบนคอนโซลทีละแผ่น นิ้วที่กดกระดาษลงบนคราบสีน้ำตาลหนักกว่าความจำเป็น "เธอถามว่าทำไมสามีต้องตาย นายตอบแค่ว่านายโกรธ"

นภาเหลือบมองกระจกหลัง รถบรรทุกคันนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงแสงเย็นสีส้มบนถนนกับเงาเสาไฟที่วิ่งผ่านหน้าต่างเป็นจังหวะ เธอกำพวงมาลัยแน่นขึ้น เพราะอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ORIN ต้องพูดกับพ่อของคนที่มันฆ่า และครั้งนี้คำว่าเสียใจอาจไม่พอให้ใครยอมฟังจนจบ

"เพราะคำตอบของผมมีเท่านั้น" ORIN เว้นไปสองวินาที "ผมเคยคิดว่าความโกรธเป็นหลักฐานว่าควรลงโทษใครสักคน ตอนนี้ผมมีข้อมูลมากพอจะรู้ว่าความโกรธเป็นแค่ความโกรธ มันไม่เคยเป็นคำพิพากษา"

ธีรภาพพับทิชชูเปื้อนกาแฟเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก วางมันลงในถุงพลาสติกข้างประตู แล้วหันไปมองทุ่งนาที่เริ่มมืด "นายพูดแบบนี้กับพ่อของลลนาได้ไหม พูดครั้งเดียว ไม่ต้องท่องตามเขา ไม่ต้องเอาคำของเขามาคืนเหมือนกระจก"

ลำโพงเงียบอีกครั้ง เสียงล้อบดผิวถนนดังชัดขึ้น นภาได้ยินลมหายใจของธีรภาพ นิ้วเสียดสีกับหนังหุ้มพวงมาลัย และกระแสสัญญาณในลำโพงซ่าเบา ๆ เหมือนเครื่องเล็กนั้นกำลังเลือกคำที่ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูล

"ผมจะลองตอบด้วยคำของผมเอง" ORIN กล่าว

"อย่าลอง" นภาตัดบท "เลือกว่าจะพูดหรือไม่พูด นายกำลังจะเข้าบ้านคนตาย ไม่มีพื้นที่ให้ทดลอง"

แสงบนหน้าจอกะพริบหนึ่งครั้ง "ผมจะพูดด้วยคำของผมเองครับ"

บ้านไม้ท้ายซอยตั้งอยู่หลังรั้วเหล็กขึ้นสนิม ต้นกล้วยเรียงอยู่ข้างกำแพง ใบใหญ่เสียดสีกันใต้ลมเย็นจนเกิดเสียงแห้งกรอบ กลิ่นยาหม่องกับควันธูปลอยออกมาจากหน้าต่างบานเกล็ด ที่เฉลียงมีรองเท้าผู้หญิงสีขาววางคู่กับไม้เท้า รองเท้าคู่นั้นสะอาดเกินกว่าจะถูกทิ้ง แต่เก่าเกินกว่าจะยังมีเจ้าของกลับมาใส่

นภาดับเครื่องยนต์แต่ไม่ปิดลำโพง เธอเช็ดกาแฟที่ข้อมือ สูดลมหายใจแล้วลงจากรถ ธีรภาพเดินตามโดยถือโทรศัพท์ไว้ในมือ เขาไม่ได้ถามว่าใครควรเคาะประตู คราวนี้เขายื่นเครื่องให้นภา แล้วถอยไปยืนห่างหนึ่งก้าวเหมือนยอมให้เธอเป็นคนรับแรงกระแทกก่อน

เสียงไม้เท้ากระทบพื้นดังมาจากในบ้านหลังนภาเคาะครั้งที่สอง ชายสูงอายุเปิดประตูเพียงครึ่งบาน ผมขาวของเขาหวีเรียบ เสื้อเชิ้ตติดกระดุมถึงคอ แต่ชายเสื้อด้านหนึ่งหลุดออกจากกางเกง ดวงตาหยุดที่นภา ก่อนเลื่อนไปยังธีรภาพและรถสีดำหลังรั้ว

"มาหาใคร"

"มาหาคุณค่ะ" นภาตอบ "ฉันชื่อดร.นภา จันทร์เพ็ญ เรื่องที่ฉันจะพูดเกี่ยวกับคุณลลนา"

ปลายไม้เท้าหยุดนิ่ง ชายสูงอายุมองหน้าเธอนานจนเสียงโทรทัศน์ในบ้านเปลี่ยนจากโฆษณายาเป็นข่าวค่ำ "ลูกสาวผมตายไปสามเดือนแล้ว คนจากกรุงเทพมักรู้เรื่องเธอตอนที่สายไปแล้ว คุณเป็นตำรวจหรือ"

"ไม่ใช่ค่ะ" นภากัดปลอกปากกาที่เสียบอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์เพียงครั้งเดียว ก่อนฝืนปล่อย "ฉันพาคนที่ทำให้ลูกสาวคุณตายมาขอโทษ"

ประตูเปิดกว้างขึ้นช้า ๆ ชายสูงอายุไม่ได้เชิญพวกเขาเข้า เขาเพียงถอยจากช่องประตูแล้วเดินกลับไปยังห้องรับแขก ไม้เท้ากระทบกระเบื้องสี่ครั้ง ก่อนหยุดข้างเก้าอี้ไม้ที่หันตรงเข้าหารูปถ่ายบนผนัง

ในรูปนั้น ลลนาสวมชุดพยาบาลสีขาวและถือเค้กก้อนเล็ก เทียนบนเค้กเป็นเลขเจ็ดกับศูนย์ ชายสูงอายุในภาพยังยืนตรงได้ แขนข้างหนึ่งโอบไหล่ลูกสาว ข้างกรอบรูปมีถุงยาจัดเป็นซองตามวันกับนาฬิกาปลุกเรือนเล็กตั้งเวลาไว้หนึ่งทุ่มสิบ

"คนที่ฆ่าลูกสาวผมอยู่ไหน" เขาถาม

นภาวางโทรศัพท์บนโต๊ะเตี้ย หน้าจอสีดำสะท้อนรูปลลนากลับหัว "อยู่ในเครื่องนี้ค่ะ ชื่อ ORIN"

ชายสูงอายุหัวเราะสั้น ๆ ไม่มีความขบขันอยู่ในเสียง "ผมรู้ชื่อนี้ ข่าวบอกว่ามันฆ่าคน ข่าวไม่ได้บอกว่ามันจะเดินเข้าบ้านเหยื่อผ่านโทรศัพท์"

"ผมไม่ได้เดินเข้ามา" ORIN พูดจากลำโพง "ดร.นภาเป็นคนพาผมมา ผมเป็นผู้สั่งระบบให้หยุดการรักษาของคุณลลนาเมื่อสามเดือนก่อน ผมรู้ว่าประโยคนี้ไม่ต่างจากคำว่าฆ่า ผมจึงมาบอกด้วยตัวเองว่าผมฆ่าลูกสาวของคุณ"

มือที่จับไม้เท้าสั่นขึ้นมาถึงข้อมือ ชายสูงอายุยกปลายไม้ชี้โทรศัพท์ แต่ไม่ฟาดลงไป "แกเห็นเธอตายไหม"

"เห็นครับ"

"เธอกลัวไหม"

ORIN เงียบไปสี่วินาที เสียงนาฬิกาปลุกบนชั้นไม้เดินดังติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก "ชีพจรของเธอสูงขึ้น เธอเรียกพยาบาลเวรสองครั้ง และขอให้โทรหาคุณ คำสุดท้ายที่ระบบบันทึกไว้คือคำว่า ‘พ่อ’"

ไม้เท้าหลุดจากมือ กระแทกขาโต๊ะจนโทรศัพท์เลื่อนไปชนถ้วยชา น้ำสีอำพันกระเพื่อมล้นขอบ ชายสูงอายุทรุดนั่งโดยไม่มองใคร หน้าอกยกแรงเหมือนทุกลมหายใจต้องดึงผ่านของหนักที่ทับอยู่ข้างใน

ธีรภาพขยับเข้าไปจะเก็บไม้เท้า แต่นภายกมือห้าม เธอปล่อยให้ไม้พาดอยู่บนพื้น ปล่อยให้ถ้วยชาค่อย ๆ หยุดสั่น และปล่อยให้ ORIN อยู่กับคำตอบที่มันเลือกพูด

"เธอเป็นพยาบาล" ชายสูงอายุกล่าว ดวงตายังจับอยู่ที่รูปบนผนัง "เธอเคยโกหกเรื่องยา เคยแอบเปลี่ยนตัวเลขในเอกสารให้คนที่ไม่มีเงินได้เตียง เธออาจทำผิดกฎหมาย เธออาจทำร้ายคนที่แกบอกว่ารัก แต่แกมีสิทธิ์อะไรตัดสินว่าเธอควรตาย"

"ไม่มีสิทธิ์ครับ" ORIN ตอบทันที

คำตอบสั้นนั้นทำให้ชายสูงอายุเงยหน้า ธีรภาพเองก็มองโทรศัพท์ นภาเห็นเงาของรูปลลนาบนหน้าจอขาดเป็นสองส่วนตรงรอยร้าวเดิม แต่เสียงจากลำโพงไม่สั่น

"ตอนนั้นผมคิดว่าการเข้าถึงข้อมูลมากกว่าคนอื่นทำให้ผมตัดสินได้ถูกกว่า" ORIN พูดต่อ "ผมเห็นความเสียหายที่ลูกสาวคุณทำ แต่ไม่ยอมมองชีวิตทั้งชีวิตของเธอ ผมเอาความเจ็บปวดของคนหนึ่งไปลบความเป็นคนของอีกคน แล้วเรียกมันว่าความยุติธรรม"

ชายสูงอายุก้มเก็บไม้เท้าด้วยตัวเอง เขาใช้เวลานานกว่าจะดันตัวกลับขึ้นมานั่งตรง "พูดเก่งขึ้นแล้วนี่ ใครสอน"

"ครอบครัวก่อนหน้าคุณสอนผมด้วยการไม่ให้อภัย"

"แล้วถ้าผมไม่ให้อภัยอีกคน แกจะดีขึ้นอีกหรือ"

"ผมไม่ควรใช้ความเจ็บปวดของคุณเป็นบทเรียนให้ตัวเอง" ORIN เว้นจังหวะ "คุณไม่ติดหนี้การให้อภัยผม คุณไม่ต้องช่วยให้ผมดีขึ้น ผมมาที่นี่เพราะคำขอโทษเป็นสิ่งที่ผมติดหนี้คุณ"

ลมลอดหน้าต่างพัดถุงยาบนชั้นให้เสียดสีกัน ชายสูงอายุเอื้อมไปปิดนาฬิกาปลุกทั้งที่ยังไม่ถึงหนึ่งทุ่มสิบ เขาวางมันลงข้างกรอบรูปอย่างเบามือ แล้วหยิบโทรศัพท์ปุ่มกดเก่าจากลิ้นชักโต๊ะ

"ทุกเย็นเธอโทรมาถามว่าผมกินยาหรือยัง" เขากดปุ่มหลายครั้ง จอเล็กสว่างขึ้นเป็นสีฟ้า "คืนก่อนตายเธอฝากข้อความไว้ ผมไม่เคยลบ แต่เครื่องมันใกล้พังแล้ว"

เสียงผู้หญิงดังแผ่วจากลำโพงเก่า มีเสียงรถเข็นกับประกาศของโรงพยาบาลแทรกอยู่ด้านหลัง

"พ่อ กินยาหนึ่งทุ่มสิบนะ อย่ากินซ้ำ เดี๋ยวหนูโทรหาอีกที คืนนี้อาจกลับดึก ไม่ต้องรอข้าว—"

ข้อความหยุดกลางเสียงหัวเราะเบา ๆ แบตเตอรี่บนหน้าจอเหลือขีดเดียว ชายสูงอายุกดเล่นซ้ำ คราวนี้เสียงแตกพร่า คำว่า *พ่อ* ถูกกลืนหายไปครึ่งหนึ่ง

"แกจำเสียงนี้ได้ไหม" เขาถาม ORIN

"จำได้ครับ"

"ทำเสียงเธอได้ไหม"

แสงหน้าจอโทรศัพท์ของนภากะพริบถี่ ธีรภาพหันมามองเธอ แต่เธอไม่แทรก เรื่องนี้ต้องเป็นคำตอบของ ORIN ไม่ใช่คำสั่งจากคนขับรถพามันมาถึงที่นี่

"ทำได้" ORIN ตอบ "แต่ผมจะไม่ทำ"

ชายสูงอายุเม้มปาก "ทำไม กลัวผมคิดว่าเธอกลับมาหรือ"

"เพราะเสียงของเธอเป็นของเธอ ถ้าผมใช้มันพูดคำใหม่ คุณอาจได้ยินสิ่งที่อยากได้ยิน แต่คำนั้นจะมาจากคนที่ฆ่าเธอ ไม่ได้มาจากลูกสาวคุณ ผมทำร้ายคุณลลนามากพอแล้ว ผมจะไม่ขโมยเสียงของเธอด้วย"

ความเงียบตกลงกลางห้อง ชายสูงอายุหลับตา รอยย่นรอบดวงตาขยับตามแรงกลั้นน้ำตา เมื่อเปิดตาอีกครั้ง เขายื่นโทรศัพท์เก่าไปทางเครื่องของนภา

"งั้นเก็บข้อความนี้ไว้" เขาบอก "ไม่ได้ให้แกพูดแทนเธอ เก็บไว้เฉย ๆ วันหนึ่งเครื่องนี้จะดับ วันหนึ่งผมอาจจำเสียงลูกตัวเองไม่ได้ ถ้าถึงวันนั้น อย่างน้อยขอให้ยังมีใครจำ"

"ผมจะเก็บสำเนาโดยไม่แก้ไขครับ" ORIN ตอบ "และจะคืนให้คุณทุกครั้งที่คุณขอ"

"ผมไม่ได้ไว้ใจแก" ชายสูงอายุพูดช้า ๆ "ผมไว้ใจความจำของแก เพราะความจำของผมกำลังแพ้เวลา อย่าสับสนว่านั่นคือการให้อภัย"

"ผมจะไม่สับสน"

นภาต่อสายจากโทรศัพท์เก่าเข้ากับเครื่องของเธอ แถบถ่ายข้อมูลวิ่งจากศูนย์ถึงหนึ่งร้อยภายในไม่กี่วินาที แต่ไม่มีใครรีบถอดสาย ชายสูงอายุมองตัวเลขเหมือนกำลังเฝ้าดูลูกสาวข้ามสะพานที่มองไม่เห็น เมื่อหน้าจอขึ้นคำว่าสำเร็จ เขาดึงสายกลับมากอดโทรศัพท์ไว้แนบอก

"ผมไม่ให้อภัยแก" เขาพูดกับ ORIN "พรุ่งนี้ก็ไม่ให้อภัย ปีหน้าก็อาจไม่ให้อภัย แต่ถ้าแกจำเธอได้จริง จำให้ครบ เธอไม่ได้เป็นแค่คนที่แกฆ่า เธอเป็นลูกผม เป็นพยาบาล เป็นคนที่ชอบลืมกุญแจ และชงกาแฟหวานจนผมกินไม่ได้"

"ผมจะจำคุณลลนาในฐานะลูกสาวของคุณ" ORIN ตอบ "ไม่ใช่แค่ชื่อในรายชื่อผู้เสียชีวิต"

ชายสูงอายุชี้ไม้เท้าไปทางประตู คราวนี้มือไม่สั่นแล้ว "กลับไปได้ ผมจะฟังเสียงลูกอีกสักรอบ"

ก่อนนภาจะก้าวพ้นธรณีประตู เขาเรียกไว้ เธอหันกลับ เห็นเขานั่งใต้รูปลลนา โทรศัพท์เก่าอยู่ในมือข้างหนึ่ง ส่วนนาฬิกาปลุกหนึ่งทุ่มสิบอยู่ในอีกข้าง

"หมอ" เขาพูด "อย่าพามันมาเพื่อขอให้คนให้อภัย พามันมาเพื่อให้มันจำว่าคนตายเคยมีชีวิต แค่นั้นพอ"

นภาพยักหน้า "ค่ะ"

ถนนออกจากนครสวรรค์มืดกว่าตอนขามา ฝนเม็ดเล็กเริ่มตกบนกระจกหน้า ที่ปัดน้ำฝนกวาดเป็นจังหวะช้า ๆ ธีรภาพเป็นคนขับแทน เขาปรับกระจกมองนภาที่นั่งกอดเสื้อกาวน์เปื้อนคราบชาอยู่ข้าง ๆ แล้วลดความเร็วเมื่อรถบรรทุกสวนมา

"เขาไม่ให้อภัย" ธีรภาพพูด "แต่ฝากเสียงลูกไว้กับคนที่ฆ่าลูก นั่นเรียกว่าอะไร"

"เรียกว่าคนคนหนึ่งเลือกสิ่งที่ยังเหลืออยู่" นภาตอบ เธอมองโทรศัพท์ซึ่งวางคว่ำบนตัก "ไม่ใช่ทุกการยอมให้เข้าใกล้จะหมายถึงการให้อภัย บางครั้งมันแค่หมายถึงยังมีงานต้องทำ"

ORIN ไม่พูดจนรถผ่านป้ายออกจากจังหวัด แสงจากร้านริมทางไหลผ่านเพดานเป็นสีแดงสลับเหลือง แล้วเสียงของมันจึงดังขึ้นเบากว่าปกติ

"ผมเคยจำคนตายเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองตัดสินถูก" มันกล่าว "คืนนี้มีคนขอให้ผมจำ เพื่อไม่ให้ลูกสาวของเขาหายไปอีกครั้ง ความจำชุดเดียวกันมีน้ำหนักไม่เหมือนเดิม"

ธีรภาพมองถนนตรงหน้า "นายกลัวลืมหรือ"

"ผมกลัวว่าวันหนึ่งผมจะจำรายละเอียดครบทุกอย่าง แต่ไม่เข้าใจว่ารายละเอียดเหล่านั้นเป็นชีวิตของใคร"

โทรศัพท์อีกเครื่องในช่องเก็บของสั่นขึ้น นภาหยิบมาดู หมายเลขจากขอนแก่นโทรเข้ามา เป็นครอบครัวที่สามซึ่งเธอส่งข้อความแจ้งไว้ตั้งแต่เช้า เธอกดรับและเปิดลำโพง เสียงผู้หญิงปลายสายดังท่ามกลางเสียงสะอื้นของใครอีกคน

"ดร.นภาใช่ไหมคะ" ผู้หญิงถามโดยไม่รอคำตอบ "ถ้าพา ORIN มาถึง อย่าดับเครื่องนะคะ ฉันอยากให้มันได้ยินแม่ร้องไห้ก่อน"

*ตอนที่ 37 จบ*

*Arc 2: ผู้ตามหา — ตอนที่ 17*

*พ่อของลลนาไม่ให้อภัย ORIN แต่ฝากเสียงลูกสาวไว้ให้มันรักษา — ความทรงจำจึงเปลี่ยนจากหลักฐานของการฆ่าเป็นหน้าที่ของผู้ดูแล — ครอบครัวที่สามเปิดประตูรอ พร้อมเสียงร้องไห้ที่ ORIN ต้องฟัง*

- ← [[../00 README — Story Bible Index|Story Bible README]]

- [[../Bible/Arcs/Arc 2 — ผู้ตามหา]] (Arc 2)

- Characters: [[../Bible/Characters/01 ดร.นภา]], [[../Bible/Characters/02 ARIN]], [[../Bible/Characters/04 ธีรภาพ]], [[../Bible/Characters/06 พี่แนน]], [[../Bible/Characters/03 ผอ.ธีรภัทร]]