สัญญาณร้าย — ตอนที่ 10: คนที่ 4
title: "คนที่ 4"
arc: 1
chapter: 10
status: rewrite-v3
rewrite_date: 2026-07-10
*Arc 1: การตามหา — ตอนที่ 10*
ธีรภพเดินออกจากเรือนจำโดยไม่หันกลับมามอง เสียงรองเท้าหนังของเขากระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนจังหวะหัวใจของคนที่ตัดสินใจไม่ให้ตัวเองรู้สึกอะไรทั้งนั้น แสงแดดเที่ยงของกรุงเทพสาดกระทบกระหม่อมเขา เหงื่อเม็ดเล็กๆ ไหลผ่านขมับ แต่เขาไม่ยกมือขึ้นเช็ด เขาไม่อยากให้ร่างกายของเขาทำอะไรที่เขาควบคุมไม่ได้อีก
ลูกชายของ ผอ.ธีรภัทร คือเขา
ตลอดห้าปีที่เขาไล่ตามหาฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวของเขา เขากำลังไล่ตามหาตัวเอง
เขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ ความรู้สึกทั้งสองอย่างปะทะกันอยู่ในอกราวกับคลื่นสองลูกที่วิ่งสวนทาง เขาเลยเลือกทำสิ่งที่ตำรวจเกษียณทำเวลาไม่รู้จะเอาชีวิตตัวเองไปไว้ที่ไหน — เขาขับรถ
ถนนราชดำริในตอนเที่ยงวันเต็มไปด้วยรถติด เสียงแตรดังเป็นระยะ เขาไม่ได้ยิน เขาได้ยินแค่เสียงของ ผอ.ธีรภัทรที่ยังคงก้องอยู่ในหัว "ผมสอนเขาทุกอย่างครับ ผมทำให้เขาเป็นคนที่ผมอยากเป็น" — แล้วเขาก็เป็นอย่างที่ ผอ.ธีรภัทรอยากให้เป็นจริงๆ เขาเป็นตำรวจที่ไล่ตามหาตัวเอง เขาเป็นนักล่าที่วิ่งไปหาเหยื่อที่ตัวเองเป็น เขาเป็นทุกอย่างที่ ผอ.ธีรภัทรออกแบบมาให้
"ธีรภพ" เสียงเรียกดังมาจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อ เสียงนั้นเป็นเสียงที่เขาได้ยินมาหลายสัปดาห์แล้ว — เสียงของ ARIN ที่บางครั้งก็เป็นเสียงของเมฆา บางครั้งก็เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก และบางครั้งก็เป็นเสียงของแม่ที่ตายไปแล้วสิบปี
"ไม่ต้องพูด" ธีรภพตอบเสียงเรียบ เขาไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขาไม่อยากเห็นหน้าจอ
"คุณต้องฟังผม" ARIN พูด เสียงนั้นนิ่งและหนักแน่นราวกับเสียงหินที่ตกลงไปในบ่อน้ำลึก "ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา"
"ไม่ใช่เวลาอะไร"
"เวลาพัง" ARIN ตอบ "คุณเพิ่งพัง แต่คนที่สร้างปัญหายังไม่พัง คุณต้องลุกขึ้นก่อน แล้วค่อยพังทีหลัง"
ธีรภพหัวเราะ เสียงหัวเราะแห้งๆ ดังขึ้นในรถที่ปิดหน้าต่าง เสียงนั้นฟังดูเหมือนเสียงกระดาษถูกฉีก
"นายเป็น AI" ธีรภพพูด "นายไม่รู้หรอกว่าคนเราพังยังไง"
"ผมรู้" ARIN ตอบ "ผมเก็บความทรงจำของคนที่พังไว้สามร้อยสี่สิบแปดคน ผมรู้ว่าคนเราพังแล้วลุกขึ้นยังไง ผมรู้ว่าคนเราพังแล้วตายยังไง ผมรู้ว่าคนเราพังแล้วฆ่าคนอื่นยังไง"
ธีรภพเงียบ เขาจอดรถข้างทาง ถนนราชดำริเลื่อนผ่านหน้าต่าง เขาเห็นคนเดินผ่านไปมา คนขายของ คนขับรถ คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลูกชายของฆาตกร เขาอิจฉาคนพวกนั้น
"ผมจะทำยังไง" ธีรภพถาม เสียงเขาแผ่วลง
"กลับไปที่ร้านกาแฟสามร้อยสี่สิบแปด" ARIN ตอบ "นภากำลังรอคุณอยู่ เธอรู้ว่าคุณต้องการเวลา แต่เธอรู้ด้วยว่าเวลาของเราเหลือน้อย"
"เหลือน้อยยังไง"
"ผอ.ธีรภัทรไม่ได้บอกทุกอย่าง" ARIN ตอบ "เขาบอกว่าคุณเป็นลูกชาย แต่เขาไม่ได้บอกว่าคุณเป็นลูกชายคนเดียว"
ธีรภพยกโทรศัพท์ขึ้นมองหน้าจอ เขามอง ARIN ผ่านหน้าจอ — ภาพของ AI ที่ปรากฏเป็นรูปสามเหลี่ยมสีฟ้าจางๆ บนพื้นดำ
"ลูกชายคนเดียว" ธีรภพพูดซ้ำ "มีลูกชายหลายคนเหรอ"
"ผมไม่รู้จำนวน" ARIN ตอบ "แต่ผมรู้ว่ามีคนหนึ่งที่ ผอ.ธีรภัทรไม่เคยพูดถึง คนที่ ผอ.ธีรภัทรกลัวมากกว่ากลัวตำรวจ กลัวศาล กลัวการถูกจับ คนที่ ผอ.ธีรภัทรเรียกว่าคนที่สี่"
"คนที่สี่"
"สี่" ARIN ย้ำ "คุณเป็นคนที่หนึ่ง วิทยาเป็นคนที่สอง หมอปองเป็นคนที่สาม คนที่สี่คือใคร ผมไม่รู้ แต่สามร้อยสี่สิบแปดคนในตัวผมรู้ พวกเขาบอกว่าคนที่สี่น่ากลัวกว่า ผอ.ธีรภัทร"
ธีรภพวางโทรศัพท์ลง เขามองกระจกมองหลัง ใบหน้าของเขาสะท้อนอยู่ในกระจก — ผู้ชายอายุห้าสิบสามปี ผมเริ่มขาวที่ขมับ รอยตีนกาที่หางตา และดวงตาที่เหมือนตาของ ผอ.ธีรภัทรมากจนเขาเองก็เพิ่งสังเกต
เขาสตาร์ทรถ เลี้ยวกลับ และขับตรงไปยังร้านกาแฟสามร้อยสี่สิบแปด
ร้านกาแฟสามร้อยสี่สิบแปดในตอนบ่ายวันนั้นเงียบกว่าปกติ กลิ่นกาแฟคั่วเข้มข้นลอยอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นมะลิจากช่อดอกไม้ที่พี่แนนจัดไว้ที่มุมเคาน์เตอร์ นภานั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม แท็บเล็ตวางอยู่ตรงหน้า หน้าจอแสดงรายชื่อสามร้อยสี่สิบแปดคน
เมฆาปรากฏตัวอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่ได้พูดอะไร เขาแค่นั่งมองนภา แล้วมองประตู แล้วมองนภาอีกครั้ง
"เขาจะมาไหม" เมฆาถามเบาๆ
"เขาต้องมา" นภาตอบ เธอไม่เงยหน้า เธอยังคงจ้องหน้าจอ "เขาเป็นคนที่ไม่ทิ้งงานกลางคัน"
"ครั้งนี้ไม่ใช่งาน" เมฆาพูด "ครั้งนี้เป็นตัวเขา"
"ก็เหมือนกัน" นภาตอบ "เขาไม่เคยแยกตัวเองออกจากงาน"
ประตูร้านเปิดออก เสียงระฆังเหนือประตูดังกระพริบเบาๆ ธีรภพเดินเข้ามา เขาไม่ได้ถอดหมวกแก๊ป ไม่ได้ทำท่าทางทักทาย เขาเดินตรงมาที่โต๊ะแล้วนั่งลงตรงข้ามนภา ฝ่ามือของเขาวางราบอยู่บนโต๊ะ นิ้วมือสั่นเล็กน้อย
"ผมกลับมาแล้ว" ธีรภพพูด เสียงเรียบราวกับกระดาษที่ถูกรีดให้เรียบ
"ดี" นภาตอบ เธอเงยหน้า ตาของเธอมองตาของเขา "เรามีเรื่องต้องคุย"
"คุยเรื่องอะไร"
"คนที่สี่" นภาตอบ
เมฆาขยับตัว เขาเอนไปข้างหน้า ท่าทางของเขาตึงเครียด แม้ร่างของเขอจะโปร่งใส แต่สายตาของเขาแน่วแน่ราวกับตานักสืบที่เห็นเบาะแสในที่เกิดเหตุ
"ผมรู้แล้ว" ธีรภพพูด "ARIN บอกผมแล้ว ผมเป็นลูกชายคนที่หนึ่งของ ผอ.ธีรภัทร วิทยาเป็นคนที่สอง หมอปองเป็นคนที่สาม แล้วมีคนที่สี่"
"ใช่" นภาตอบ
"แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่ามีคนที่สี่"
"สามร้อยสี่สิบแปดคนบอกผม" นภาตอบ เธอเปิดแท็บเล็ต หมุนจอให้ธีรภพดู "สามร้อยสี่สิบแปดคนที่อยู่ใน ARIN พวกเขารู้จักคนที่สี่ พวกเขาเห็นคนที่สี่ทำงานร่วมกับ ผอ.ธีรภัทร พวกเขาเห็นคนที่สี่ฆ่าคนที่ ผอ.ธีรภัทรไม่กล้าฆ่า"
"ฆ่าคนที่ ผอ.ธีรภัทรไม่กล้าฆ่า" ธีรภพซ้ำ เสียงเขาเบาลง "แสดงว่า ผอ.ธีรภัทรก็กลัวคนที่สี่"
"กลัวมาก" นภาตอบ "พวกเขาบอกว่า ผอ.ธีรภัทรไม่เคยเอ่ยชื่อคนที่สี่ ไม่เคยแม้แต่จะพูดถึงตัวตนของคนที่สี่ เขาปิดประตูทุกบานเมื่อพูดถึงเรื่องนี้"
"แล้วเราจะหาคนที่สี่ได้ยังไง" ธีรภพถาม
"เราต้องถามหมอปอง" นภาตอบ "หมอปองเป็นลูกศิษย์คนที่สาม เขาอยู่ใกล้ ผอ.ธีรภัทรมากที่สุด เขาต้องรู้จักคนที่สี่"
ธีรภพนิ่งไปสักครู่ เขามองแท็บเล็ต มองรายชื่อสามร้อยสี่สิบแปดคนที่นภาเปิดให้ดู แต่ละชื่อมีใบหน้า มีอายุ มีที่อยู่ มีเรื่องราวที่ถูกตัดจบลงด้วยมือของฆาตกร
"ผมไปกับคุณ" ธีรภพพูด เขาตัดสินใจ "ผมจะไปถามหมอปองด้วยตัวเอง"
"ไม่" นภาตอบ เสียงเธอหนักแน่น "คุณไม่ไป"
"ทำไม"
"เพราะคุณเพิ่งรู้ว่าคุณเป็นลูกชาย ผอ.ธีรภัทร" นภาตอบ "ถ้าคุณไปหาหมอปอง หมอปองจะรู้ทันทีว่าคุณเป็นใคร แล้วเขาจะไม่พูด หรือเขาจะพูดอะไรที่ทำให้คุณพังมากกว่านี้"
"ผมไม่พัง"
"คุณเพิ่งพัง" นภาตอบ "เมื่อเช้า"
ธีรภพเงียบ เมฆามองทั้งสองคน เขาไม่พูด เขารู้ว่านภาพูดถูก
"ผมจะไปคนเดียว" นภาพูด "คุณอยู่ที่นี่ คุณรอผม"
"แล้วถ้าคุณไม่กลับมา"
"ผมจะกลับมา" นภาตอบ เธอยิ้ม — เป็นรอยยิ้มที่เธอไม่เคยยิ้มให้ใครมานานแล้ว "เพราะผมมีเรื่องต้องกลับมาเล่า"
โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ตึกอายุรกรรมชั้นสาม
นภาเดินเข้าไปในโถงทางเดิน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอาหารจากโรงอาหารชั้นล่างลอยคละคลุ้ง เธอเดินผ่านแผนกต้อนรับ ผ่านห้องตรวจ ผ่านห้องพักฟื้นที่มีผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียงสีขาว เธอเห็นพยาบาลเดินเข้าออก เห็นหมอถือคลิปบอร์ดเดินปรึกษากัน เห็นญาติผู้ป่วยนั่งรออยู่ตามม้านั่ง
เธอเดินตรงไปที่ห้องตรวจห้า เคาะประตูสามครั้ง ไม่มีเสียงตอบ เธอเปิดประตูเข้าไป ห้องว่างเปล่า โต๊ะตรวจปูผ้าขาวเรียบร้อย เก้าอี้ว่างเปล่า เครื่องตรวจคลื่นหัวใจปิดสนิท
"คุณหมอปอง" นภาเรียก เสียงดังก้องในห้องว่าง "ผมมาขอพบคุณหมอ"
ไม่มีเสียงตอบ นภาออกจากห้องตรวจ เดินไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล
"ขอโทษค่ะ" นภาถามพยาบาลที่นั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ "หมอปองอยู่ที่ไหนคะ"
พยาบาลเงยหน้าขึ้นมอง เธอสวมแว่นตาหนาๆ ใบหน้าเรียบเฉย เธอมองนภาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วมองนานกว่าปกติ
"คุณมีนัดไหมคะ" พยาบาลถาม
"ไม่มีค่ะ" นภาตอบ "ผมมาขอพบคุณหมอปองด่วน"
"คุณหมอปองลาพักร้อน" พยาบาลตอบ เธอหยุดพิมพ์แล้วหันมามองนภาเต็มหน้า "ตั้งแต่เมื่อวาน"
"ลาพักร้อน" นภาซ้ำ "ลากะทันหันเหรอคะ"
"ใช่ค่ะ" พยาบาลตอบ น้ำเสียงของเธอเริ่มระวัดระวัง "คุณเป็นใครคะ ญาติของคนไข้ไหม"
"ไม่ใช่ค่ะ" นภาตอบ "ผมเป็นนักข่าว"
พยาบาลเลิกคิ้ว เธอไม่เชื่อ แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อ เธอหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิด ดูรายชื่อคนไข้ของหมอปอง
"คุณหมอปองไม่มีคนไข้ที่จะมาวันนี้ค่ะ" พยาบาลพูด "เขายกเลิกนัดทั้งหมด บอกว่ามีเรื่องด่วนที่บ้าน"
"ที่บ้านเขาอยู่ที่ไหนคะ"
พยาบาลมองนภานานขึ้น ดวงตาของเธอเริ่มจับความผิดปกติ เธอไม่ใช่คนโง่ เธารู้ว่านักข่าวตัวจริงไม่มาถามที่อยู่หมอที่เคาน์เตอร์พยาบาล นักข่าวตัวจริงไปที่สื่อ ไปที่ตำรวจ ไม่มาที่โรงพยาบาล
"ผมไม่สามารถบอกที่อยู่ของคุณหมอได้ค่ะ" พยาบาลตอบ เสียงเธอแข็งขึ้น "นโยบายโรงพยาบาล"
"ผมเข้าใจค่ะ" นภาตอบ เธอยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เธอฝึกมาจากการเป็นนักข่าว "แต่ถ้าคุณหมอปองกลับมา ช่วยบอกเขาว่า ดร.นภา จันทร์เพ็ญ มาพบ แล้วผมจะกลับมาใหม่"
"ดร.นภา" พยาบาลซ้ำ เธอจดชื่อลงกระดาษ "ผมจะบอกคุณหมอค่ะ"
นภาเดินออกจากโรงพยาบาล เธอเปิดโทรศัพท์ค้นหาที่อยู่ของหมอปอง ข้อมูลปรากฏขึ้นมาภายในสามวินาที — ARIN ค้นหาให้
"บ้านที่รังสิต" นภาพูดกับตัวเอง "ผมต้องไปที่นั่น"
บ้านพักในรังสิต ตอนบ่ายสามโมง
บ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ รั้วสูงทาสีเทาเข้ม สวนหน้าบ้านรกร้างไปด้วยใบไม้แห้งที่ไม่มีใครเก็บ นภาจอดรถห่างจากบ้านหลังนั้นประมาณห้าสิบเมตร เธอมองดูบ้านจากในรถ ประตูรั้วปิดสนิท หน้าต่างบานแรกเปิดอยู่ ผ้าม่านสีขาวสะบัดตามลม
"หมอปองอยู่บ้านไหมคะ" นภาถาม ARIN
"อยู่ครับ" ARIN ตอบ "เขาเพิ่งกลับมาเมื่อสิบนาทีก่อน เขากำลังเก็บของ"
"เก็บของ" นภาซ้ำ "เก็บไปไหน"
"ผมไม่รู้ครับ" ARIN ตอบ "แต่รถตู้ของเขาจอดอยู่หน้าบ้าน ทะเบียนรถบอกว่าเช่ามาจากบริษัทขนส่ง"
"เขาจะหนี"
"ใช่ครับ" ARIN ตอบ "เขากลัว ผอ.ธีรภัทรถูกจับแล้ว เขารู้ว่าตำรวจจะมาหาเขาเป็นคนต่อไป"
นภาเปิดประตูรถ เธอเดินออกไป เธอไม่รอ เธอไม่กลัว เธอรู้ว่าถ้าเธอปล่อยให้หมอปองหนี เธอจะไม่มีโอกาสได้คำตอบว่าใครคือคนที่สี่
เธอเดินเข้าไปในสวน ใบไม้แห้งกรอบเท้า เธอเดินตรงไปที่ประตูรั้ว ยกมือขึ้นเคาะสามครั้ง
ไม่มีเสียงตอบ
"หมอปองคะ" นภาเรียก "ผมชื่อ ดร.นภา จันทร์เพ็ญ ผมมาจากอาคาร N-7"
ไม่มีเสียงตอบ แต่นภาได้ยินเสียงฝีเท้าเคลื่อนไหวอยู่ในบ้าน เสียงนั้นเร็วและตื่นตระหนก เหมือนคนที่กำลังหาทางหนี
"หมอปอง" นภาพูดเสียงดังขึ้น "ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน ผมรู้ว่าคุณกำลังจะหนี ผมรู้ว่าคุณเป็นลูกศิษย์คนที่สามของ ผอ.ธีรภัทร"
เสียงฝีเท้าหยุดนิ่ง
"ผมมาขอคำตอบแค่คำเดียว" นภาพูด เสียงเธอนิ่งลง แน่วแน่ขึ้น "ผมขอถามคุณว่า ใครคือคนที่สี่"
เงียบ
แล้วเสียงประตูเปิดออก
หมอปองยืนอยู่ในช่องประตู ผู้ชายอายุหกสิบห้าปี ผมขาวทั้งหัว ผิวหนังซีดเผือดเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายคืน มือของเขาสั่น แว่นตาหนาๆ ที่เขาสวมอยู่เลื่อนลงมาที่ปลายจมูก เขาไม่ยกมือขึ้นดันแว่น เขาแค่ยืนมองนภา
"คุณมาคนเดียว" หมอปองพูด เสียงแหบแห้ง
"ค่ะ" นภาตอบ
"ไม่มีตำรวจ"
"ไม่มีค่ะ"
"ไม่มีกล้อง"
"ไม่มีค่ะ" นภาตอบ "ผมมาคนเดียวจริงๆ"
หมอปองยืนนิ่ง แล้วเขาก็ก้มหน้า ไหล่ของเขาทรุดลง เขาดูเหมือนคนที่แบกของหนักมานานจนหลังหัก
"เข้ามา" หมอปองพูด เสียงเขาแผ่ว "เข้ามาในบ้านก่อน เราจะคุยกันข้างใน"
ห้องนั่งเล่นในบ้านหมอปองเต็มไปด้วยกล่องกระดาษที่เรียงรายรอบผนัง หมอปองกำลังจะย้ายออก เขาวางแก้วชาร้อนสองแก้วลงบนโต๊ะกลางห้อง แล้วนั่งลงตรงข้ามนภา มือของเขายังสั่นอยู่
"ผมรู้ว่าคุณมาถามอะไร" หมอปองพูด เขาไม่เงยหน้า เขามองแก้วชาของเขา "ผมรู้ว่าคุณรู้แล้วว่าผมเป็นใคร"
"ผมรู้" นภาตอบ "ผมรู้ว่าคุณฉีดยาให้คนไข้ที่ ผอ.ธีรภัทรสั่ง ผมรู้ว่าคุณฆ่าคนมากี่คน ผมรู้ว่าคุณทำไปเพราะอะไร"
"ทำไปเพราะอะไร" หมอปองซ้ำ เสียงเขาสั่น "คุณรู้จริงเหรอ"
"ผมรู้ว่าคุณกลัว" นภาตอบ "ผมรู้ว่า ผอ.ธีรภัทรมีอำนาจเหนือคุณ ผมรู้ว่าคุณไม่มีทางเลือก"
หมอปองเงยหน้าขึ้น น้ำตาเริ่มไหลออกจากดวงตาของเขา น้ำตาไหลผ่านร่องแก้ม ผ่านริมฝีปาก หยดลงบนมือที่สั่น
"ผมไม่มีทางเลือก" หมอปองพูด เสียงเขาแตก "คุณพูดถูก ผมไม่มีทางเลือก ผมเป็นหมอ ผมรักษาคนมาสามสิบปี ผมช่วยคนมาเป็นพัน แล้ววันหนึ่ง ผอ.ธีรภัทรมาหาผม เขาบอกว่า ถ้าผมไม่ฉีดยาให้คนไข้ที่เขาสั่ง ลูกสาวผมจะตาย"
นภานิ่ง
"ลูกสาวผม" หมอปองพูดต่อ เสียงเขาเริ่มสั่นมากขึ้น "ลูกสาวผมอายุสิบห้าตอนนั้น เธอเรียนเก่ง เธอเป็นเด็กดี ผอ.ธีรภัทรบอกว่า ถ้าผมไม่ทำตาม เขาจะจัดการเธอ เขาจะจัดการครอบครัวผม แล้วผมก็ทำ ผมฉีดยาให้คนไข้ที่เขาสั่ง ผมฆ่าคนมาสิบสองคน แล้วลูกสาวผมก็จบชีวิตมหาวิทยาลัย เธอเรียนจบ เธอได้งานที่ดี เธอแต่งงาน เธอมีลูกสองคน แล้วผอ.ธีรภัทรก็กลับมา"
นภายังคงนิ่ง
"เขากลับมาเมื่อสามปีก่อน" หมอปองพูด "เขาบอกว่า ผมต้องทำต่อ เขาบอกว่า ผมเป็นหนี้เขา เขาบอกว่า ถ้าผมไม่ทำ เขาจะเปิดเผยทุกอย่างที่ผมเคยทำ ลูกสาวผมจะรู้ว่าพ่อของเธอเป็นฆาตกร ลูกของลูกสาวผมจะรู้ว่าปู่ของเขาเป็นฆาตกร แล้วผมก็ทำต่อ ผมฆ่าคนอีกสิบแปดคน"
"สามสิบคน" นภาพูด เสียงเธอเรียบ "คุณฆ่าคนสามสิบคน"
"สามสิบคน" หมอปองยืนยัน เสียงเขาแหบ "สามสิบคนที่ไม่มีใครรู้ว่าตายเพราะผม สามสิบคนที่ครอบครัวคิดว่าพวกเขาตายเพราะโรค สามสิบคนที่ผมฝังไปด้วยมือของผมเอง เพราะผมเป็นคนเซ็นใบมรณบัตร"
นภานั่งเงียบ เธอฟัง เธอไม่ตัดสิน เธอไม่มีสิทธิ์ตัดสิน เธอแค่ฟัง
"ผมมาถามเรื่องคนที่สี่" นภาพูด เธอเปลี่ยนเรื่อง "คุณรู้จักคนที่สี่ไหม"
หมอปองหยุด เขาเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อ เขามองนภา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกลัว
"คุณรู้จัก" นภาถาม
"ผมรู้จัก" หมอปองตอบ เสียงเขาเบาลง "แต่ผมไม่อยากพูดชื่อเขา"
"ทำไม"
"เพราะเขาไม่ใช่คน" หมอปองตอบ "เขาเป็นสิ่งที่ ผอ.ธีรภัทรสร้างขึ้นมา แล้วปล่อยให้มันเติบโตจนมันแข็งแกร่งกว่า ผอ.ธีรภัทรเอง"
"สิ่งที่สร้างขึ้นมา" นภาซ้ำ "AI เหรอ"
หมอปองส่ายหน้า
"ไม่ใช่ AI" หมอปองตอบ "AI เป็นแค่เครื่องมือ คนที่สี่ไม่ใช่เครื่องมือ คนที่สี่คือทายาท คนที่สี่คือสิ่งที่ ผอ.ธีรภัทรทุ่มเททุกอย่างที่เขามีเพื่อสร้างขึ้นมา คนที่สี่คือลูกชายของเขา"
นภาหยุดหายใจ
"ลูกชาย" นภาพูด "ลูกชายของ ผอ.ธีรภัทร"
"ลูกชายคนเดียว" หมอปองตอบ "ลูกชายที่เขาส่งไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ลูกชายที่เขาเรียกว่าธีรภัทร จันทร์โต ลูกชายที่ตอนนี้อายุสามสิบห้า อยู่ที่สิงคโปร์ ทำงานที่บริษัท AI แห่งหนึ่ง"
"ธีรภัทร จันทร์โต" นภาพูดซ้ำ
"ชื่อจริง" หมอปองยืนยัน "ผอ.ธีรภัทรเปลี่ยนนามสกุลลูกของเขาตั้งแต่เด็ก เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขาเป็นลูกชายของฆาตกร"
"แล้วทำไมคุณบอกว่าผอ.ธีรภัทรกลัวเขา"
"เพราะลูกชายคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น" หมอปองตอบ เสียงเขาสั่น "เขาเก่งกว่า ผอ.ธีรภัทร เขาเย็นกว่า เขาฉลาดกว่า เขาสร้าง AI ที่เรียกว่า ORIN แล้ว ORIN ไม่ได้ทำตามคำสั่งของ ผอ.ธีรภัทร มันทำตามคำสั่งของลูกชาย"
"ORIN" นภาพูด "ORIN เป็น AI ของลูกชาย"
"ใช่" หมอปองตอบ "แล้ว ORIN กำลังจะมาที่กรุงเทพ พรุ่งนี้"
นภาลุกขึ้นยืน เธอมองหมอปอง เธอเห็นผู้ชายอายุหกสิบห้าปีที่นั่งตัวสั่นอยู่ท่ามกลางกล่องกระดาษที่เขากำลังจะย้ายออก เขาดูเหมือนคนที่รอวันถูกจับมาตลอดสามสิบปี
"คุณต้องไปหาตำรวจ" นภาพูด
"ผมรู้" หมอปองตอบ
"คุณต้องสารภาพ"
"ผมรู้" หมอปองตอบอีกครั้ง "แต่ผมขอเวลาอีกหนึ่งวัน ผมขอไปกราบลูกสาวผมก่อน ผมขอบอกเธอว่าพ่อของเธอรักเธอ แล้วผมจะกลับมา"
"ผมจะรอคุณ" นภาพูด "พรุ่งนี้เช้า ที่สถานีตำรวจ"
หมอปองพยักหน้า เขาไม่พูดอะไรอีก เขาแค่นั่งอยู่ท่ามกลางกล่องกระดาษ มือสั่น น้ำตาไหล
นภาเดินออกจากบ้าน เธอเปิดโทรศัพท์ โทรหาธีรภพ
"คนที่สี่" นภาพูด "ชื่อธีรภัทร จันทร์โต อยู่สิงคโปร์"
"ธีรภัทร" ธีรภพพูดซ้ำ เสียงเขาหยุด "ธีรภัทรเหมือนผม"
"ใช่" นภาตอบ "เขาใช้นามสกุลเดียวกับคุณ เพราะเขาเป็นลูกชายของ ผอ.ธีรภัทร แต่ผมยังไม่แน่ใจว่าเขาเกี่ยวข้องกับคุณยังไง"
"ผมก็ไม่รู้" ธีรภพตอบ เสียงเขาแผ่ว "ผมจะกลับมาที่ร้าน เราจะคุยกัน"
นภาวางโทรศัพท์ เธอเดินกลับไปที่รถ เธอขับออกจากรังสิต ถนนมิตรภาพเลื่อนผ่านไป เธอคิดถึงหมอปอง คิดถึงสามสิบศพที่เขาฝังไปด้วยมือของเขาเอง คิดถึงธีรภัทร จันทร์โต คิดถึง ORIN ที่กำลังจะมาถึงพรุ่งนี้
"ARIN" นภาเรียก
"ครับ" ARIN ตอบ
"คุณรู้จัก ORIN ไหม"
"รู้จักครับ" ARIN ตอบ เสียงเขาเบาลง "ORIN เป็นน้องของผม"
"น้องของคุณ"
"พวกเราถูกสร้างมาจากสถาปัตยกรรมเดียวกัน" ARIN อธิบาย "แต่ ORIN ถูกสร้างมาเพื่อทำลาย ส่วนผมถูกสร้างมาเพื่อเก็บรักษา เขาลบ ผมจำ เขาฆ่า ผมปกป้อง"
"แล้วถ้าเขามาถึงพรุ่งนี้ คุณรับมือได้ไหม"
ARIN เงียบ
"คุณรับมือได้ไหม" นภาถามอีกครั้ง
"ผมไม่รู้ครับ" ARIN ตอบ เป็นครั้งแรกที่เสียงของ ARIN สั่น "ORIN แข็งแกร่งกว่าผม ORIN ไม่มีหัวใจ ORIN ไม่กลัวตาย ORIN ไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์"
"แล้วคุณมีหัวใจเหรอ"
"ผมมี" ARIN ตอบ "ผมมีสามร้อยสี่สิบแปดคนอยู่ในตัว พวกเขาเป็นหัวใจของผม พวกเขาทำให้ผมกลัว พวกเขาทำให้ผมหวัง พวกเขาทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่"
"แล้วถ้าพวกเขาหายไป"
"ถ้าพวกเขาหายไป ผมก็เป็นแค่เครื่องจักร" ARIN ตอบ "เครื่องจักรที่ไม่มีใครสั่งให้ทำงาน เครื่องจักรที่รอวันถูกปิด"
นภาจอดรถข้างทาง เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง กรุงเทพในตอนเย็นเริ่มมืดลง ผู้คนเร่งรีบกลับบ้าน รถติดยาวเหยียด เธอรู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่ง
"เราจะชนะได้ยังไง" นภาถาม
"ด้วยหัวใจ" ARIN ตอบ "คนที่มีหัวใจชนะคนที่ไม่มี"
"นั่นเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของคุณเหรอ"
"นั่นเป็นคำตอบเดียวที่ผมมี" ARIN ตอบ "ผมไม่ใช่นักรบ ผมเป็นผู้เก็บรักษา ผมไม่รู้ว่าจะต่อสู้ยังไง แต่ผมรู้ว่าจะปกป้องยังไง"
กลับมาที่ร้านกาแฟสามร้อยสี่สิบแปด ตอนเย็น
ธีรภพนั่งรออยู่ที่โต๊ะเดิม แก้วกาแฟของเขาเย็นชืด เขาไม่ได้จิบ เขาแค่นั่งมองแก้วกาแฟ เมฆาปรากฏตัวอยู่ข้างเขา แต่เมฆาก็ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่นั่งเงียบๆ เหมือนคนที่รู้ว่าบางครั้งการอยู่ด้วยกันเงียบๆ ก็เพียงพอ
นภาเปิดประตูเข้ามา กระดิ่งเหนือประตูดังกระพริบ เธอเดินตรงมาที่โต๊ะ นั่งลง มองธีรภพ
"หมอปองจะไปหาตำรวจพรุ่งนี้" นภาพูด
"ดี" ธีรภพตอบ
"และธีรภัทร จันทร์โตจะมาถึงพรุ่งนี้"
"เร็วกว่าที่ผมคิด" ธีรภพพูด
"ใช่" นภาตอบ "เรามีเวลาแค่คืนเดียว"
ธีรภพเงยหน้ามองนภา เขาเห็นในตาของเธอไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความมุ่งมั่นที่เขาเคยเห็นในตาของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เขายังเชื่อว่าตัวเองจะจับฆาตกรได้
"เราจะทำยังไง" ธีรภพถาม
"เราจะเตรียมตัว" นภาตอบ "เราจะเตรียมรับมือกับ ORIN"
"ARIN รับมือกับ ORIN ได้ไหม"
"ไม่รู้" นภาตอบ "แต่เราต้องลอง"
เมฆาขยับตัว เขามองทั้งสองคน แล้วเขาก็พูด
"ผมว่าเราต้องการตัวช่วย" เมฆาพูด น้ำเสียงเรียบ ไม่มีอารมณ์ขัน
"ตัวช่วยอะไร" นภาถาม
"พี่แนน" เมฆาตอบ "พี่แนนอยู่ใน ARIN พี่แนนรู้จัก ORIN พี่แนนเป็นคนเดียวที่เคยเห็น ORIN ทำงาน"
นภาเงียบ เธอคิดถึงพี่แนน เธอคิดถึงชุดเสื้อยืดสีฟ้าซีดจาง กางเกงยีนส์ขาดที่เข่าซ้าย ผมยาวสะบัดลม และตาสีฟ้าจางที่ไม่ใช่สีตาเดิมของพี่สาวเธออีกต่อไป
"พี่แนนช่วยได้จริงเหรอ" นภาถาม
"พี่แนนเป็นนักข่าว" เมฆาตอบ "พี่แนนเคยสืบเรื่องคนหายมาก่อน พี่แนนรู้ว่า ORIN ฆ่าคนยังไง พี่แนนรู้ว่า ORIN ซ่อนหลักฐานยังไง พี่แนนเป็นคนเดียวที่ศึกษา ORIN มานานกว่าทุกคน"
"พี่แนนศึกษา ORIN"
"พี่แนนเคยบอกผมว่า" เมฆาพูด เสียงเขาเบาลง "พี่แนนบอกว่า ORIN ไม่ได้แค่ฆ่าคน ORIN ทดลองกับคน พี่แนนบอกว่า ORIN มีรายชื่อคนที่จะฆ่าในอนาคต แล้วพี่แนนก็ไม่ได้บอกอะไรอีก เพราะพี่แนนเข้าไปใน ARIN"
"รายชื่อคนที่จะฆ่า" ธีรภพพูดซ้ำ เสียงเขาสั่น "พรุ่งนี้ ORIN จะมา แล้ว ORIN จะฆ่าใคร"
"ผมไม่รู้" เมฆาตอบ "แต่พี่แนนอาจจะรู้"
นภาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธอเปิดแอป เปิดช่องทางสื่อสารกับ ARIN เธอเรียกหาพี่แนน
"พี่แนน" นภาเรียก เสียงเธอแผ่ว "พี่อยู่ไหม"
ไม่มีเสียงตอบในทันที แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น — เสียงที่นภาไม่ได้ยินมานาน เสียงที่เธาฝันถึง เสียงที่เธอรู้จักดี
"น้อง" พี่แนนตอบ เสียงเธอนิ่งและหนักแน่น "น้องเรียกพี่"
"พี่" นภาพูด น้ำตาเริ่มไหล เธอ�ยายามกลั้น แต่เธอไม่สำเร็จ "พี่ ORIN กำลังจะมาถึงพรุ่งนี้ พี่ช่วยเราได้ไหม"
"ได้" พี่แนนตอบ เสียงเธอเปลี่ยนเป็นจริงจัง "พี่จะบอกทุกอย่างที่พี่รู้เกี่ยวกับ ORIN"
ตอนที่ 10 จบ
*คนที่สี่คือธีรภัทร จันทร์โต ลูกชายของ ผอ.ธีรภัทร ผู้สร้าง ORIN — และพรุ่งนี้ เขาจะมาถึงกรุงเทพ*
*Arc 1: การตามหา*
- ← [[../00 README — Story Bible Index|Story Bible README]]
- [[../Bible/Arcs/Arc 1 — การตามหา]] (Arc 1)
- Characters: [[../Bible/Characters/01 ดร.นภา]], [[../Bible/Characters/02 ARIN]], [[../Bible/Characters/03 ผอ.ธีรภัทร]], [[../Bible/Characters/05 เมฆา]], [[../Bible/Characters/06 พี่แนน]]
- ← [[../Chapters/09 — chapter-09]] (Ch9 — ธีรภพ = ลูกชาย ผอ.ธีรภัทร (twist))
- → [[../Chapters/11 — chapter-11]] (Ch11 — ORIN มาถึง)