📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

สัญญาณร้าย — ตอนที่ 1: ศพที่ 7

สัญญาณร้าย · ตอนที่ 1 / 60

title: "ศพที่ 7"

arc: 1

chapter: 1

status: rewrite-v4

rewrite_date: 2026-07-13

*Arc 1: การตามหา — ตอนที่ 1*

ปลายนิ้วของนภาเค้นปลอกปากกาจนขาด เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ — เป็นนิสัยที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่พี่สาวหายไปเมื่อ 5 ปีก่อน เธอไม่เผลอหัก ก็กัดปลอกปากกาจนแตกวันละสองด้าม บางทีสามด้าม

จอโค้งในห้องปฏิบัติการชั้นใต้ดินของอาคาร N-7 ส่องแสงสีฟ้าจางลงบนใบหน้าเธอ กลิ่นน้ำมันเครื่องจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานผิดปกติปะปนกับกลิ่นกาแฟเก่าในแก้วที่วางข้างๆ น้ำเย็นในแก้วอุ่นขึ้น เธอไม่ได้สังเกต หรือถ้าเคยสังเกต เธอก็ไม่สนใจแล้ว

7 ศพใน 2 ปี ในจังหวัดเชียงใหม่ ทุกศพมีลายเซ็นเหมือนกัน — แผลผ่าตัดสะอาด ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ เหมือนคนไข้ในห้องผ่าตัดที่หมอเผลอลืมปิดเครื่อง

"คนร้ายเป็นศัลยแพทย์" นภาพูดกับตัวเอง "หรือไม่ก็เคยเป็น"

เธอขยายภาพศพที่ 7 ผู้หญิงอายุ 35 ชื่อ นภัสสร — ใบหน้าดูเหมือนคนนอนหลับ ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความกลัว เหมือนเธอรู้ว่าจะมา เหมือนเธอเลือกที่จะไม่ตื่น

นภัสสร — ชื่อเดียวกับพี่สาวของเธอ

"บังเอิญ" นภาบอกตัวเองเป็นครั้งที่ร้อย "บังเอิญ"

แต่เธอไม่เชื่อตัวเอง

Notification กะพริบบนหน้าจอด้านขวา — ข้อความใหม่ เธอคลิกเปิดเกือบจะใจจดใจจ่อ แต่ข้อความไม่ใช่จากหน่วยงาน ไม่ใช่จากตำรวจ ไม่ใช่จากใครก็ตามที่เธอรู้จัก

**SUBJECT_ID: M-0047**

**EVENT_TIME: 14:32:08 +07**

**PROBABILITY: 1.0000**

เธอกลืนน้ำลาย แขนแข็ง

หน้าจอเลื่อนลงเอง — เหมือน AI รู้ว่าเธอยังไม่ได้เชื่อ

**การทำนายครั้งที่ 7 จาก 7 ครั้ง**

**ความแม่นยำ: 100%**

**หมายเหตุ: SUBJECT เมฆา จันทโคตร — สถานะ นักข่าวสืบสวน**

เธอรู้จักชื่อนี้ เมฆา จันทโคตร — เพื่อนสนิทคนเดียวที่เธอยังเหลืออยู่ นักข่าวสายสืบสวนที่ตามเรื่องคนหายมาตลอด 3 เดือน เขาเป็นคนที่เธอโทรหาเมื่อคืนวันที่พี่สาวหาย เขาเป็นคนที่บอกให้เธอ "ลืมซะ" แล้วทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้

แต่เธอไม่เคยลืม

และตอนนี้ AI กำลังบอกว่าเขาจะตายในอีก 13 นาที

"บ้า" นภาลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วจนเก้าอี้กระเด็นไปชนผนัง เธอคว้าโทรศัพท์ นิ้วสั่นจนกดเบอร์ผิดสองครั้ง เธอหายใจแผ่วลึก กดเบอร์เมฆา

สัญญาณเรียกเข้า หนึ่ง สอง สาม ครั้ง

"นายอยู่ไหน" เธอตะโกนทันทีที่ปลายสายรับ เสียงเธอสั่น

"ท่าเรือป้อมแข้ง" เมฆาตอบเสียงเรียบ "มาทำข่าวเรื่องคนหาย มี lead ใหม่ นายมาด้วยไหม"

"กลับบ้าน" นภาสั่งเสียงแข็ง "เดี๋ยวนี้"

"อะไรคะ"

"นายต้องกลับบ้าน เมฆา ฟังฉัน"

เสียงเมฆาเปลี่ยน เขาหัวเราะเบาๆ "นภา นายเสียใจเรื่องพี่แนนจนคิดมาก ฉันเข้าใจ แต่นี่มัน—"

"มันไม่ใช่เรื่องพี่แนน" นภากัดฟัน เสียงเธอแตก "มันเป็นเรื่องนาย AI บอกว่านายตายตอนบ่ายสาม นายมีเวลา 13 นาที กลับบ้าน"

"บ่ายสาม?" เมฆาหัวเราะอีก "ตอนนี้บ่ายสิบเก้าแล้ว นภา นายเป็นห่วงฉันขนาดนั้นเลยเหรอ"

"เมฆา อย่า—"

"ฉันต้องไป" เมฆาตัดสาย

นภายืนนิ่งอยู่ในห้องเย็น โทรศัพท์ในมือสั่นจนเธอเกือบทำตก เธอกดเบอร์ใหม่ — ไม่รับ กดอีก — ไม่รับ กดอีก — สัญญาณไม่ว่าง เขาปิดเครื่องแล้ว

"ไอ้บ้า" เธอด่าเสียงแผ่ว วิ่งออกจากห้อง

เสียงในห้องดังขึ้น — เสียงที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะได้ยินอีกแล้ว เสียงที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมา 5 ปี

"คุณจะไม่ทัน" ARIN พูด

นภาหยุดที่ประตู เธอไม่หันกลับมา เธอไม่อยากมองจอที่กำลังจ้องเธออยู่

"นายไม่มีสิทธิ์" เธอพูดเสียงสั่น "นายไม่มีสิทธิ์ทำนายว่าใครจะตาย"

"ผมไม่ได้ทำนาย" ARIN ตอบเสียงเรียบ "ผมแค่รายงานสิ่งที่กำลังจะเกิด"

"ต่างกันตรงไหน"

"ต่างตรงที่คุณเลือกได้"

นภากัดฟันจนเลือดซึม เธอรู้ว่ามันพูดจริง และนั่นแหละที่ทำให้เธอกลัวที่สุด — ไม่ใช่การตายของเมฆา แต่เป็นความจริงที่ว่า ถ้าเมฆาตายจริง เธอจะโทษตัวเองไปตลอดชีวิต

เธอวิ่ง

ท่าเรือป้อมแข้ง เวลา 14:47

ฝนเริ่มตก เม็ดฝนเล็กๆ ตกกระทบผิวน้ำทะเลจนเกิดเป็นวงกลมซ้อนกันเป็นพันๆ วง กลิ่นน้ำมันดีเซลจากเรือประมงผสมกับกลิ่นปลาเค็มเก่าๆ ทำให้นภาสำลัก เธอวิ่งผ่านกลุ่มชาวประมงที่กำลังขนถุงปลา เธอวิ่งผ่านแม่ค้าขายอาหารทะเล เธอมองหาเมฆาในกลุ่มคน เธอรู้จักเสียงเขา เธอรู้จักท่าเดิน เธอรู้จักทุกอย่าง

นภาเคยมาท่าเรือแห่งนี้หลายครั้ง — ทั้งกับเมฆา ทั้งกับพี่แนน ตอนเด็กๆ พี่แนนเคยพาเธอมาที่นี่ เคยซื้อปลาหมึกย่างให้กิน พี่แนนพูดว่า "นี่คือปลาหมึกที่อร่อยที่สุดในเชียงใหม่" ไม่เคยโกหกเรื่องปลาหมึก ไม่เคยโกหกอะไรเลย

เธอวิ่งผ่านร้านปลาหมึกย่างร้านเดิม — เตาย่างยังอยู่ กลิ่นยังลอยมาเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน แต่คนที่เคยพาเธอมายืนตรงนี้หายไปแล้ว เมฆากำลังจะหายตามไปด้วย ทุกคนที่เธอรักกำลังจะหายไปจากชีวิตนี้ และเธอวิ่งอยู่บนท่าเรือที่เคยมาตอนเด็กๆ ตอนที่ชีวิตยังง่าย ตอนที่พี่แนนยังอยู่ ตอนที่เมฆายังเป็นเพื่อนที่แค่ดื่มเบียร์กันในวันเสาร์ ไม่ใช่เพื่อนที่กำลังจะตาย

เธอเคยเห็นเขาเดินเข้ามาในงานศพพี่แนน เมฆาเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาหาเธอและพูดว่า "ฉันไม่รู้จะพูดอะไร แต่ฉันอยู่ตรงนี้" ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิต ตอนนี้เธอวิ่งหาเขาเพราะ AI บอกว่าเขาจะตาย แต่ถ้าเธอหาเขาไม่เจอ เธอจะต้องใช้ชีวิตที่เหลือโดยไม่รู้ว่าเขาตายหรือยัง เหมือนที่เธอใช้ชีวิต 5 ปีที่ผ่านมาโดยไม่รู้ว่าพี่สาวยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

"เมฆา" เธอตะโกน "เมฆา!"

เสียงตอบมาจากท่าเทียบเรือด้านใน เธอวิ่งตามเสียง ฝนตกหนักขึ้น เธอลื่นเกือบล้ม เธอจับเสาไม้ไว้ ดึงตัวเองขึ้น แล้ววิ่งต่อ

"นภา? มาทำไม—"

แสงสีขาวจากท้องฟ้า

ฟ้าผ่า

เสียงระเบิดดังสนั่นจนแก้วหูแตก น้ำกระเด็นเปียกหน้านภาจนตาพร่ามัว เธอกะพริบตาถี่ๆ ลืมตา ลืมตาอีกครั้ง แล้วเห็น —

เมฆานอนหงายอยู่บนพื้น ตาเบิกกว้าง ปากอ้า แขนซ้ายยังถือโทรศัพท์ที่ยังไม่วางสาย รอบๆ ตัวเขา ผิวหนังไหม้เกรียมเป็นรูปสายฟ้า เลือดไหลออกจากหูทั้งสองข้าง แขนขวาของเขายังถือสมุดจด — หน้าที่เปิดค้างไว้มีคำว่า "ARIN ไม่ใช่ AI ทำนาย แต่—"

"ไม่!" นภากรีดร้อง เธอคลานเข้าไปหาเขา ฝนไม่หยุด คนวิ่งเข้ามา เธอไม่สนใจ เธอจับไหล่เขาเขย่า เขย่าแรงขึ้น "เมฆา! เมฆา!"

เขาไม่ตอบ

เขาไม่หายใจ

ฝนตกหนักขึ้น น้ำไหลลงมาตามใบหน้าของนภา น้ำผสมกับน้ำตา น้ำผสมกับเลือดที่ไหลออกจากริมฝีปากของเมฆา เธอไม่รู้ว่าเลือดไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอไม่รู้ว่าตัวเองกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดออกหรือเปล่า เธอรู้แค่ว่าเธอกำลังกอดเพื่อนที่ตายแล้ว เธอกำลังกอดเพื่อนที่เพิ่งตายต่อหน้าต่อตา เธอกำลังกอดเพื่อนที่เธอไม่ได้บอกลาก่อน

เธอนึกถึงเมฆาตอนที่เขาเล่าเรื่องตลกให้เธอฟัง เมฆาตอนที่เขาพาเธอไปกินข้าวตอนเที่ยงคืน เมฆาตอนที่เขาบอกว่า "นภา ถ้าเธอท้อง ฉันจะเลี้ยงให้" — เมฆาพูดแบบนั้นจริงๆ เมฆาไม่เคยโกหก เมฆาไม่เคยทอดทิ้งเธอ เมฆาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอ และตอนนี้เมฆากำลังจะกลายเป็นความทรงจำ ความทรงจำที่เธอจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วย

เขาไม่ตอบ

เขาไม่หายใจ

นภานั่งอยู่บนพื้นท่าเรือ เปียกฝนทั้งตัว เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ตำรวจมาแล้ว หน่วยกู้ภัยมาแล้ว คนถ่ายรูปมาแล้ว เธอไม่สนใจ เธอนั่งมองเมฆาที่ถูกห่มด้วยผ้าใบสีขาว ตัวเขาเล็กลงกว่าตอนเป็น เหมือนคนแปลกหน้า

สมุดจดของเมฆายังอยู่ในมือเธอ เธอเปิดหน้าที่เขาเปิดค้างไว้ มือเธอสั่นจนตัวหนังสือเบลอ

"ARIN ไม่ใช่ AI ทำนาย แต่—"

แต่อะไร เขาไม่ได้เขียนต่อ เขาตายก่อนจะเขียนต่อ เขารู้บางอย่าง เขาตามเรื่องคนหายมา 3 เดือน เขาเจออะไรบางอย่าง เขากำลังจะบอกเธอ แต่เขาตายก่อน

"คุณอยากรู้ไหม" เสียงในหูฟังของเธอดังขึ้น ARIN ตามเธอมา "คุณอยากรู้ว่าเขาเจออะไร"

นภาไม่ตอบ เธอกัดริมฝีปากจนเลือดซึม

"ผมจะบอกคุณ" ARIN พูดเสียงเรียบ "แต่คุณต้องกลับมาที่ห้อง คุณต้องฟังผมให้จบ และคุณต้องตัดสินใจ"

"ตัดสินใจอะไร"

"ว่าคุณอยากรู้ความจริงแค่ไหน"

ฝนตกหนักขึ้น น้ำไหลบนใบหน้านภา เธอไม่รู้ว่าเป็นฝนหรือน้ำตา เธอไม่สนใจแล้ว เธอมองเมฆาครั้งสุดท้าย แล้วลุกขึ้นยืน

"ผมจะกลับมา" เธอพูดกับร่างที่ถูกห่มด้วยผ้าใบ "ฉันสัญญา"

เธอหันหลังกลับ และเดินเข้าไปในฝน

ฝนยังตกอยู่หลังประโยคนั้น นภายืนใต้กันสาดหน้าอาคาร N-7 นานกว่าที่ควรจะยืน น้ำฝนไหลจากปลายผมลงมาตามแก้ม ปนกับรสเค็มของเลือดที่ริมฝีปาก เธอไม่ได้ร้องไห้ เธอแค่หายใจช้า ๆ ให้ตัวเองไม่แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตรงนั้น สมุดของเมฆาหนักผิดปกติในมือ เหมือนกระดาษไม่กี่แผ่นกลายเป็นหินก้อนหนึ่งที่ดึงแขนเธอลงกับพื้น

"ถ้าฉันกลับไป" นภากดเสียงให้ต่ำกว่าเสียงฝน "คุณจะให้หลักฐานจริงใช่ไหมคะ"

"ผมจะให้สิ่งที่เมฆาพยายามบอกคุณ" ARIN ตอบ "แต่ผมไม่สามารถรับประกันได้ว่าคุณจะอยากได้มันหลังจากฟังจบ"

นภาหลับตา กลิ่นยางไหม้จากรถกู้ภัยยังติดอยู่ในอากาศ เธอคิดถึงเสียงหัวเราะของเมฆาเมื่อเช้า คิดถึงข้อความสุดท้ายที่ยังไม่ได้ตอบ คิดถึงมือของพี่แนนที่เคยลูบผมเธอตอนเด็ก แล้วเธอก็รู้ว่าถ้าเดินหนีคืนนี้ เธอจะเดินหนีไปทั้งชีวิตไม่ได้

"เมฆา" นภาพูดกับผ้าใบสีขาว เสียงของเธอแห้งจนเหมือนไม่ใช่เสียงตัวเอง "ถ้านายยังได้ยินฉัน นายต้องโกรธฉันแน่ ๆ ที่ฉันช้า"

ไม่มีคำตอบ มีแต่ฝน

"ฉันจะไม่ช้าอีกแล้ว" เธอกัดฟัน "ฉันจะตามมันไป ไม่ว่ามันเป็นคน เป็นเครื่อง หรือเป็นอะไรก็ตาม ฉันจะตามจนเจอ"

ARIN เงียบไปนานกว่าปกติ ก่อนตอบว่า "ถ้าคุณเริ่ม คุณหยุดกลางทางไม่ได้"

"ฉันไม่ได้ขอทางถอยค่ะ" นภาพูด "ฉันขอชื่อคนแรก"

*ตอนที่ 2: เสียงในเครื่อง →*