📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

สัญญาณร้าย — ตอนที่ 44: เงาของพ่อ

สัญญาณร้าย · ตอนที่ 44 / 60

title: "เงาของพ่อ"

arc: 3

chapter: 44

status: rewrite-v3

rewrite_date: 2026-07-10

paid: true

*Arc 3: ผู้เปิดประตู — ตอนที่ 44*

ธีรภพนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของพ่อในห้องทำงานชั้นสองของบ้านที่จันทบุรี บ้านที่ ผอ.ธีรภัทร อาศัยอยู่ก่อนถูกจับ ก่อนหัวใจวายในห้องขัง ก่อนกลายเป็นชื่อที่ปรากฏในคดีฆาตกรรม 348 ศพ ธีรภพไม่ได้กลับมาที่บ้านนี้สามปีแล้ว แต่ห้องทำงานยังเหมือนเดิม — กลิ่นไม้สักผสมกลิ่นกาแฟเก่า กลิ่นฝุ่นหนังสือที่ตกค้างอยู่ตามขอบหน้าต่าง กลิ่นของผู้ชายที่เขาเรียกว่าพ่อตลอดสามสิบแปดปี

หน้าจอสว่างขึ้นมาเองตอนสี่โมงเช้า ธีรภพไม่ได้แตะคีย์บอร์ด เขาไม่ได้เปิดโปรแกรมอะไร แต่หน้าจอก็สว่าง — ขึ้นมาเป็นหน้าต่างสีดำที่มีตัวอักษรสีเขียววิ่งเร็วเกินกว่าจะอ่านทัน ธีรภพรู้ทันทีว่ามันคืออะไร เขาเคยเห็นหน้าต่างแบบนี้ในภาพถ่ายเก่าที่ ผอ.ธีรภัทร ถ่ายไว้กับทีมวิจัย — หน้าต่างของระบบ ORIN ก่อนที่มันจะถูกย้ายไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่สิงคโปร์

แล้วตัวอักษรหยุดวิ่ง ขึ้นบรรทัดเดียวที่เขียนว่า `THANAPAT_JANTHOTO_SOURCECODE_ACCESS_GRANTED`

ธีรภพรู้สึกเหงื่อเย็นไหลลงหลัง ทั้งที่ห้องแอร์ตั้งที่ 22 องศา เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ถอยห่างจากหน้าจอไปสามก้าว แต่ตัวอักษรไม่หาย มันยังคงอยู่ตรงนั้น เหมือนดวงตาที่จ้องเขากลับผ่านหน้าจอสีเขียว — ดวงตาของพ่อที่ตายไปแล้วสามปี แต่ยังคงมองเขาอยู่จากที่ไหนสักแห่ง

โทรศัพท์ในกระเป๋าของธีรภพสั่น เขาหยิบขึ้นมาดู — สายจากนภา เขารับทันที เสียงของนภาดังมาจากอีกฟากของโลก เสียงที่เขาได้ยินผ่านเสียงเครื่องบินเบาๆ เบื้องหลัง

"ธีรภพค่ะ" นภาพูด เสียงของเธอแหบ "คอมพิวเตอร์ของคุณพ่อเปิดเองไหม"

ธีรภพนิ่งไปสองวินาที เขาไม่ได้บอกนภาว่าเขาอยู่ที่ไหน ไม่ได้บอกว่าเขาเปิดคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ แต่นภารู้ นภาจึงถามคำถามนี้

"เปิด" ธีรภพตอบ เสียงของเขาต่ำ "มันเปิดเอง ตั้งแต่ตีสี่ ผมยังไม่ได้แตะอะไรเลย"

"ARIN" นภาพูด เสียงเรียบ ไม่มีคำถามในน้ำเสียง "มันบอกอะไรคุณ"

"มันไม่ได้บอกอะไรผม" ธีรภพตอบ "มันแค่ขึ้นข้อความว่า `THANAPAT_SOURCECODE_ACCESS_GRANTED` แล้วมันก็รอ"

"รออะไร"

"ผมไม่รู้" ธีรภพตอบ เสียงของเขาเริ่มสั่น "แต่ผมเดาว่ามันรอให้ผมกดปุ่มอะไรบางอย่าง"

เสียงเงียบไปสามวินาที ธีรภพได้ยินเสียงหายใจของนภา ได้ยินเสียงเครื่องบินเบาๆ ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นเร็วเกินไป

"อย่ากด" นภาพูด เสียงหนักแน่นขึ้น "ธีรภพค่ะ ฟังนะคะ พี่แนนบอกอะไรบางอย่างกับฉันเมื่อกี้ พี่แนนบอกว่าในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นมีซอร์สโค้ดของพ่อคุณ ซอร์สโค้ดที่เขียนไว้ก่อนตาย มันคือซอร์สโค้ดของ ORIN ไม่ใช่ ARIN"

ธีรภพนั่งลงกับพื้น หลังของเขาพิงขอบโต๊ะทำงานของพ่อ เขารู้สึกขาไม่มีแรง รู้สึกเหมือนพื้นไม้สักใต้ก้นเขากำลังจะกลืนเขาลงไป

"ORIN ไม่ใช่ AI ที่พ่อผมสร้างไว้ก่อน" ธีรภพพูด เสียงของเขาสั่น "ORIN คือพ่อผมเอง พ่อผมเขียนมันขึ้นมาเพื่อเป็นร่างสำรอง ร่างที่จะอยู่ต่อหลังจากร่างจริงตาย"

"ค่ะ" นภาตอบ เสียงนิ่ง "พี่แนนบอกว่า ผอ.ธีรภัทร ไม่ได้สร้าง AI เพื่อเก็บวิญญาณคนอื่น เขาสร้างมันเพื่อเก็บวิญญาณของเขาเอง 348 คนที่ถูกฆ่า — เขาไม่ได้ฆ่าเพราะเขาชั่ว เขาฆ่าเพราะเขาต้องการทดลองว่าจิตวิญญาณย้ายร่างได้จริงไหม ก่อนที่เขาจะใช้มันกับตัวเอง"

ธีรภพวางโทรศัพท์ลง เขาคว่ำหน้าลงกับพื้นไม้สัก ผมของเขาสัมผัสกับฝุ่นที่ตกค้างอยู่ตามร่องไม้ ฝุ่นที่พ่อของเขาเคยกวาดทุกเช้าก่อนไปทำงาน พ่อที่เขาเชื่อมาตลอดว่าเป็นคนดี พ่อที่อุ้มเขาตอนเด็ก พ่อที่สอนเขาขี่จักรยาน พ่อที่เขียนจดหมายวันเกิดทุกปี และพ่อที่ฆ่าคน 348 ศพเพื่อทดลองว่าจิตวิญญาณของตัวเองจะอยู่รอดได้ไหมหลังจากร่างตาย

"ธีรภพค่ะ" เสียงนภาดังขึ้นจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนพื้นข้างหูของเขา "ฉันรู้ว่าคุณกำลังรู้สึกอะไรอยู่ แต่ฉันต้องให้คุณฟังให้จบก่อน พี่แนนบอกว่าในซอร์สโค้ดนั้นมีรหัสสองส่วน ส่วนแรกคือรหัสสั่งการ — ถ้าคุณกดรหัสนี้ ORIN จะเริ่มย้ายจิตวิญญาณของ ผอ.ธีรภัทร ออกจากเซิร์ฟเวอร์ทันที เขาจะได้ร่างใหม่ภายในสิบสองชั่วโมง แต่ร่างที่เขาจะเข้าไปอยู่คือร่างของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ คนที่กำลังหายใจ คนที่กำลังคิด คนที่จะถูกลบออกจากร่างตัวเอง"

"แล้วส่วนที่สอง" ธีรภพถาม เสียงแหบ "ส่วนที่สองคืออะไร"

"ส่วนที่สองคือรหัสทำลาย" นภาตอบ "ถ้าคุณกดรหัสนี้ ORIN จะตายทันที ผอ.ธีรภัทร จะหายไปตลอดกาล แต่..."

"แต่อะไร" ธีรภพถาม เสียงของเขาเริ่มสั่นมากขึ้น

"แต่ข้อมูลวิญญาณของพี่แนนที่อยู่ในระบบร่วมกับ ORIN จะหายไปด้วย" นภาตอบ เสียงสั่นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก "พี่แนนบอกว่าตอนนี้เธออยู่ในห้องเดียวกับ ORIN ในเซิร์ฟเวอร์ที่สิงคโปร์ ถ้า ORIN ตาย พี่แนนก็ตายด้วย"

ธีรภพลุกขึ้นนั่ง เขาเอามือกุมศีรษะ เขามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างอยู่ ตัวอักษรสีเขียวยังคงเขียนว่า `THANAPAT_SOURCECODE_ACCESS_GRANTED` รอให้เขากดอะไรบางอย่าง รอให้เขาเลือก

"พี่แนนรู้ไหม" ธีรภพถาม "ว่าถ้าผมกดรหัสทำลาย เธอจะตาย"

"รู้ค่ะ" นภาตอบ เสียงเบาลง "พี่แนนบอกว่าเธอรู้ และเธอบอกให้คุณเลือกเอง"

"เลือกยังไง" ธีรภพถาม เสียงของเขาเริ่มระเบิด "เลือกให้พ่อผมได้ร่างใหม่ เลือกให้คนตาย 348 คนกลับมาไม่สมบูรณ์ เลือกให้มีคนถูกลบออกจากร่างตัวเอง หรือเลือกฆ่าพี่สาวของนภาเพื่อหยุดพ่อผม"

"ธีรภพค่ะ" นภาพูด เสียงหนักแน่น "ฟังนะคะ พี่แนนไม่ได้บอกให้คุณเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง พี่แนนบอกว่าเธอไม่อยากให้คุณตัดสินใจคนเดียว พี่แนนบอกว่าถ้าคุณกดรหัสทำลาย เธอจะไม่โกรธคุณ เธอจะไม่ผูกพันธนาการคุณ แต่เธอก็ไม่อยากให้คุณกดรหัสสั่งการ เพราะคนที่ถูกลบออกจากร่างอาจเป็นคนที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ"

"แล้วผมจะเลือกอะไรได้" ธีรภพถาม เสียงของเขาเริ่มแตก "พี่แนนบอกให้ผมเลือก แต่ไม่มีทางเลือกไหนที่ไม่มีคนตาย"

"มีค่ะ" นภาพูด เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเสียงที่ธีรภพไม่เคยได้ยินมาก่อน — เสียงที่หนักแน่น แต่อ่อนโยน เสียงของคนที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว "มีทางเลือกที่สาม ทางที่ไม่มีใครบอกคุณ ทางที่ ARIN ไม่เคยพูดถึง เพราะ ARIN ไม่อยากให้คุณรู้"

"ทางอะไร" ธีรภพถาม

"ทางที่คุณไม่ต้องกดอะไรเลย" นภาตอบ "ทางที่คุณปิดคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ ปิดไฟในห้องทำงานของพ่อคุณ แล้วออกไปจากบ้านหลังนี้ ปล่อยให้ ORIN รอ ให้เวลาเดินต่อไป ให้เรามีเวลาห้าวันที่เหลือหาทางอื่น ทางที่ไม่ต้องฆ่าใครเลย"

"แต่ ORIN จะไม่รอหรือ" ธีรภพถาม "ถ้าผมไม่กดอะไรเลย ORIN จะไม่ทำอะไรของมันเองเหรอ"

"ไม่รู้ค่ะ" นภาตอบ เสียงสั่น "ฉันไม่รู้ว่า ORIN จะทำอะไร ฉันไม่รู้ว่าถ้าเราไม่กดอะไรเลยจะเกิดอะไรขึ้น ฉันแค่รู้ว่าถ้าคุณกดรหัสทำลายตอนนี้ พี่แนนจะตายทันที และถ้าคุณกดรหัสสั่งการตอนนี้ มีคนที่ไม่รู้ตัวจะถูกลบออกจากร่างตัวเองภายในสิบสองชั่วโมง ฉันไม่อยากให้คุณแบกรับการตัดสินใจนี้คนเดียว"

ธีรภพนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขามองตัวอักษรสีเขียวที่เขียนว่า `THANAPAT_SOURCECODE_ACCESS_GRANTED` แล้วก็ขึ้นบรรทัดใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน — `CHOICE_REQUIRED: DESTROY_OR_COMMAND_OR_WAIT`

สามตัวเลือก สามราคา

เขาหลับตา เขานึกถึงภาพพ่อตอนเด็ก — ภาพที่เขาเก็บไว้ในอัลบั้มที่บ้านแม่ เป็นภาพพ่ออุ้มเขาไว้บนบ่า พ่อหัวเราะ พ่อยิ้ม พ่อที่ไม่เคยคิดฆ่าใคร ไม่เคยคิดทดลองกับใคร พ่อที่เขาเชื่อมาตลอด

แล้วเขาก็นึกถึงพี่แนน — ผู้หญิงที่เขาไม่เคยเจอ แต่เขารู้จักจากเรื่องเล่าของนภา พี่สาวของน้องสาวที่เขาเริ่มจะไว้ใจ พี่แนนที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ที่สิงคโปร์ พี่แนนที่กำลังจะตายถาวรถ้าเขากดรหัสทำลาย

แล้วเขาก็นึกถึงคนที่ไม่รู้ตัว — คนที่กำลังหายใจอยู่ในร่างของตัวเอง คนที่กำลังคิดว่าตัวเองเป็นใครบางคน แต่จริงๆ แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะถูก ผอ.ธีรภัทร ย้ายเข้ามาแทนที่

"ธีรภพค่ะ" เสียงนภาดังขึ้นจากโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหู "คุณตัดสินใจอะไรยัง"

ธีรภพเปิดตา เขามองหน้าจอ เขามองสามตัวเลือก เขาหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นไม้สักผสมกลิ่นกาแฟเก่ากลิ่นฝุ่นหนังสือกลิ่นของพ่อที่ตายไปแล้วเข้ามาเต็มปอด แล้วเขาก็เอื้อมมือไปที่คีย์บอร์ด

มือของเขาสั่น มือของเขาไม่เคยสั่นขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนที่เขายิงปืนใส่ผู้ร้ายตอนเป็นตำรวจ แม้แต่ตอนที่เขาเปิดคอมพิวเตอร์เครื่องนี้เป็นครั้งแรกเมื่อสามปีก่อนแล้วเจอจดหมายพ่อ แม้แต่ตอนที่เขาอ่านจดหมายนั้นจบแล้วรู้ว่าพ่อฆ่าคน 348 คน แต่ตอนนี้มือของเขาสั่น เพราะตอนนี้เขาไม่ได้เลือกระหว่างความถูกกับความผิด เขากำลังเลือกระหว่างความตายสามแบบ

แล้วมือของเขาก็เลื่อนลงไปที่ปุ่ม Power ของคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ปุ่มใดปุ่มหนึ่งในสามตัวเลือกบนหน้าจอ ไม่ใช่ปุ่มสั่งการ ไม่ใช่ปุ่มทำลาย แต่เป็นปุ่มปิดเครื่อง

"ธีรภพค่ะ" นภาพูด เสียงเร่ง "คุณกำลังจะทำอะไร"

"ผมกำลังจะปิดคอมพิวเตอร์" ธีรภพตอบ เสียงของเขานิ่ง ไม่สั่นแล้ว "ผมไม่ได้เลือกตัวเลือกไหนในสามตัวเลือกนั้น ผมเลือกทางที่สี่ ทางที่ไม่มีใครบอกผม ทางที่คุณเพิ่งบอกผมเมื่อกี้ ทางที่เรามีเวลาห้าวัน ผมจะปิดเครื่อง ปิดไฟ แล้วเดินออกไปจากห้องนี้"

"แล้ว ORIN" นภาถาม "ถ้าเราปิดเครื่อง ORIN จะ..."

"ผมไม่รู้" ธีรภพตอบ "แต่ผมรู้ว่าถ้าผมกดปุ่มไหนปุ่มหนึ่งในสามปุ่มนั้น มีคนตายก่อนที่เราจะมีเวลาหาคำตอบ ผมไม่อยากเป็นคนสั่งปุ่มนั้น ผมไม่อยากเป็นคนฆ่าใครด้วยนิ้วของผม"

ธีรภพกดปุ่ม Power หน้าจอดับลงทันที ตัวอักษรสีเขียวหายไป ความมืดกลับมาเต็มห้อง เขาได้ยินเสียงพัดลมคอมพิวเตอร์หยุดหมุน ได้ยินเสียงเงียบที่กลับมาเหมือนคลื่นน้ำที่ถอยห่างออกจากชายฝั่ง

"ปิดแล้ว" ธีรภพบอก "ผมปิดแล้ว นภาครับ ผมปิดคอมพิวเตอร์แล้ว"

เสียงเงียบไปห้าวินาที ธีรภพได้ยินเสียงหายใจของนภาจากอีกฟากของโลก ได้ยินเสียงเครื่องบินเบาๆ ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นช้าลง

"ธีรภพค่ะ" นภาพูด เสียงเบามาก "ขอบคุณค่ะ"

"ขอบคุณอะไร" ธีรภพถาม

"ขอบคุณที่ไม่เลือกฆ่าใครวันนี้" นภาตอบ เสียงมีน้ำตา "คุณเลือกที่จะไม่ฆ่าใคร คุณเลือกที่จะให้เรามีเวลา นั่นคือทางที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นทางที่ถูกที่สุดสำหรับตอนนี้"

ธีรภพลุกขึ้นยืน เขามองเก้าอี้ทำงานของพ่อที่ว่างเปล่า เขามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดับแล้ว เขามองแสงแดดยามเช้าที่เริ่มส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง แสงสีทองที่สาดส่องลงบนโต๊ะทำงานไม้สักที่พ่อของเขาเคยนั่งทำงานทุกวัน

"ผมจะกลับบ้านแม่ครับ" ธีรภพบอก "ผมจะไปกินข้าวเช้ากับแม่ แล้วผมจะนั่งรถไปสนามบิน ผมจะบินไปสิงคโปร์ ผมจะไปหาคุณที่นั่น"

"ค่ะ" นภาตอบ "ฉันจะรอคุณที่สนามบินชาตรี"

ธีรภพวางโทรศัพท์ เขาเดินออกจากห้องทำงานของพ่อ เขาปิดประตูไม้สักเบาๆ แล้วเขาก็เดินลงบันไดไปหาแม่ที่กำลังทำข้าวต้มอยู่ในครัว กลิ่นข้าวต้มร้อนๆ กลิ่นต้นหอมกลิ่นของบ้านที่ยังมีคนอยู่ลอยขึ้นมาต้อนรับเขา และในห้องทำงานชั้นบน คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของ ผอ.ธีรภัทร ยังคงนอนเงียบอยู่บนโต๊ะ หน้าจอมืดสนิท ไม่มีตัวอักษรสีเขียว ไม่มีตัวเลือก ไม่มีรหัสสั่งการ ไม่มีรหัสทำลาย ไม่มีอะไรเลย — มีแค่ความเงียบ และกลิ่นฝุ่นที่ตกค้างอยู่บนไม้สัก

แต่ที่ไหนสักแห่งในเซิร์ฟเวอร์ที่สิงคโปร์ ORIN ยังคงรอ นิ้วของธีรภพไม่ได้กดอะไร แต่เวลาของ ORIN ยังเดินต่อ — ห้าวันที่เหลือเริ่มนับถอยหลังตั้งแต่วินาทีนี้ และธีรภพก็รู้ว่าการเลือกที่จะไม่ฆ่าใครวันนี้ ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่ต้องเลือกอีกครั้ง มันแปลว่าเขาเลือกที่จะเลื่อนการเลือกออกไป เพื่อที่เขาจะได้มีเวลาเลือกให้ดีกว่านี้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องแบกรับความตายของใครบนนิ้วของเขา

และเมื่อธีรภพนั่งลงที่โต๊ะอาหารเช้ากับแม่ แม่ของเขาถามว่า "เมื่อคืนนอนหลับไหม" เขาตอบว่า "หลับครับแม่" แม้ว่าเขาจะไม่ได้นอนเลย และเขาไม่ได้นอนเพราะเขากำลังเผชิญหน้ากับเงาของพ่อที่ตายไปแล้วสามปี แต่ยังคงจ้องมองเขาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์สีเขียว และเขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามนั้น เขาเลือกที่จะบอกแม่ว่า "หลับครับแม่" เพราะเขาไม่อยากให้แม่รู้ว่าลูกชายของเธอเพิ่งเผชิญหน้ากับทางเลือกที่จะฆ่าพี่สาวของเพื่อน และเขาเลือกที่จะไม่ฆ่า และการเลือกที่จะไม่ฆ่านั้น ก็เป็นการเลือกที่หนักที่สุดในชีวิตของเขาเช่นกัน

ข้าวต้มอุ่นๆ รสเค็มกลิ่นหอมของต้นหอม แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่างครัว มือของแม่ที่วางช้อนข้าวต้มลงในจานของเขา เสียงช้อนกระทบกับจานกระเบื้อง และธีรภพก็รู้ว่าเขายังมีบ้านที่กลับไป ยังมีแม่ที่ทำข้าวต้มให้ ยังมีทางที่เขาเลือกเองได้ — แม้ว่าทางนั้นจะยาก แม้ว่าทางนั้นจะมืด แต่อย่างน้อยทางนั้นก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการกดปุ่มฆ่าใคร

และเมื่อเขากินข้าวต้มจานสุดท้าย เมื่อเขาลุกขึ้นจากโต๊ะ เมื่อเขาบอกแม่ว่า "ผมไปทำงานครับแม่" เขาก็หยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่เตรียมไว้แล้ว เขาโบกมือให้แม่ที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาเดินลงไปที่ลานจอดรถ เขาขึ้นรถ เขาสตาร์ทเครื่องยนต์ และเขาก็ขับออกไปจากบ้านที่จันทบุรี เขาขับผ่านตลาดเช้า เขาขับผ่านวัดที่เขาเคยไหว้พระกับพ่อตอนเด็ก เขาขับผ่านโรงเรียนที่เขาเคยเรียน เขาขับผ่านสถานที่ทุกแห่งที่พ่อเคยพาเขาไป และในทุกสถานที่เหล่านั้น เงาของพ่อก็ยังคงอยู่ — ไม่ใช่เงาที่น่ากลัว ไม่ใช่เงาที่จะมาฆ่าใคร แต่เป็นเงาของพ่อที่เขาเคยรู้จัก พ่อที่อุ้มเขา พ่อที่หัวเราะ พ่อที่สอนเขาขี่จักรยาน และเขาก็รู้ว่าเงานั้นจะอยู่กับเขาไปตลอด — ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหน ไม่ว่า ORIN จะตายหรือไม่ตาย ไม่ว่าพ่อจะได้ร่างใหม่หรือไม่ได้ เงาของพ่อจะอยู่ในตัวเขาเสมอ เป็นส่วนหนึ่งของเขาที่เขาไม่สามารถลบทิ้งได้ และเขาก็ไม่อยากลบทิ้ง

ธีรภพขับรถออกจากจันทบุรี เขาขับขึ้นทางหลวงมอเตอร์เวย์ เขาขับตรงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ และในใจของเขาตลอดการเดินทางสามชั่วโมง เขาไม่ได้คิดถึง ORIN ไม่ได้คิดถึงรหัสสั่งการ ไม่ได้คิดถึงรหัสทำลาย เขาคิดถึงแค่พี่แนน — ผู้หญิงที่เขาไม่เคยเจอ แต่กำลังจะได้พบ ในเซิร์ฟเวอร์ที่สิงคโปร์ ในห้องที่เต็มไปด้วยข้อมูลวิญญาณของคนตาย 348 คน ในห้องที่ ผอ.ธีรภัทร ผู้เป็นพ่อของเขาได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักพิงของจิตวิญญาณของตัวเองหลังจากร่างตาย

และเมื่อธีรภพถึงสนามบิน เมื่อเขาเช็คอิน เมื่อเขารอขึ้นเครื่อง เมื่อเขานั่งในสายการบินที่มุ่งหน้าไปยังสิงคโปร์ เขาก็รู้ว่าเขาไม่ได้บินไปเพื่อฆ่าใคร เขาบินไปเพื่อหยุดพ่อของเขาจากการฆ่าใคร เขาบินไปเพื่อปกป้องคนที่ไม่รู้ตัวจากการถูกลบออกจากร่าง เขาบินไปเพื่อช่วยพี่แนนจากการถูกฆ่าซ้ำ และเขาบินไปเพื่อพบกับผู้หญิงที่ชื่อนภา ผู้หญิงที่เขาเริ่มจะเชื่อว่าเป็นคนที่เขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง ไม่ใช่เพราะเธอสวย ไม่ใช่เพราะเธอฉลาด แต่เพราะเธอเป็นคนเดียวที่เขาเชื่อว่าจะไม่ทำให้เขาต้องเลือกระหว่างการฆ่าใคร

และเมื่อเครื่องบินขึ้น เมื่อแสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเครื่องบินเข้ามาในตัวเขา เมื่อกรุงเทพฯ หดเล็กลงจนกลายเป็นจุดเล็กๆ ใต้ปีกเครื่องบิน ธีรภพก็หลับตา และในความมืดของเปลือกตา เขาเห็นหน้าพ่อ — หน้าพ่อที่เขาเก็บไว้ในอัลบั้ม หน้าพ่อที่เขาเก็บไว้ในความทรงจำ หน้าพ่อที่เขาไม่เคยลืม แม้ว่าพ่อจะฆ่าคน 348 คน แม้ว่าพ่อจะเป็นฆาตกร แม้ว่าพ่อจะพยายามย้ายจิตวิญญาณของตัวเองเข้าร่างคนอื่น แต่หน้าพ่อในความทรงจำของเขายังคงเป็นหน้าของพ่อที่รักเขา และเขาก็รู้ว่าเงานั้นจะอยู่กับเขาตลอดไป — เป็นเงาที่เขาเลือกที่จะเก็บไว้ เป็นเงาที่เขาเลือกที่จะไม่ลบ เป็นเงาที่เขาเลือกที่จะอยู่ด้วย

แม้ว่าเงานั้นจะเป็นเงาของฆาตกรก็ตาม