บทที่ 95: การรับมือที่คลองดำ
น้ำในคลองดำกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มก่อนที่ผู้บุกยึดจะเข้ามาในเขตท่าเรือ แสงสีน้ำเงินจากตราอาคมของภาคินส่องลงน้ำทำให้น้ำเปลี่ยนสีเหมือนหมึกที่หยดลงในแก้ว ลูกเรือคนคลองสิบห้าคนยืนเรียงรายอยู่สองฝั่งท่าเรือ พวกเขาถือตราอาคมที่ผูกด้ายสีน้ำเงิน ครูเมฆสอนให้พวกเขาใช้ตราเหล่านี้ย้อนกลับพลังของผู้บุกยึด
ผู้บุกยึดทีมที่สองเดินเข้ามาในคลองดำสิบสองคน ผู้นำทีมเป็นหญิงสาวในชุดคลุมสีดำที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายหนา เธอเดินนำหน้า มือข้างหนึ่งถืออาวุธอาคมที่เปล่งแสงสีแดง อีกข้างถือตราอาคมที่นรินทร์ไม่รู้จัก เธอมองภาคินที่ยืนอยู่ที่ท่าเรือ เธอมองตราอาคมในมือภาคิน เธอรู้จักตรานี้ เธอเคยเห็นตรานี้ในร้านขายเครื่องรางใต้ดินแถวคลองดำเมื่อสิบปีก่อน
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง นรินทร์นับถอยหลังในใจ สาม วินาที ก่อนที่เสียงจากก้นบึ้งของนครจะแตะหูอีกครั้ง
"ภาคิน นาคบดี" เธอพูด
"ใช่" ภาคินตอบ
"เรามาคนละสิบสองคน เรามีอาวุธครบ เราพร้อมตาย"
"ผมรู้"
"แล้วคุณจะทำยังไง"
"ผมจะทำให้คุณไม่ต้องตาย"
ภาคินยกตราอาคมขึ้น แสงสีน้ำเงินสาดส่องออกไปทั่วคลอง น้ำในคลองกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มทั้งสาย ผู้บุกยึดที่ยืนอยู่ในน้ำรู้สึกว่าเท้าของพวกเขาถูกดูดลงไปในพื้นคลอง เท้าของพวกเขาไม่ยอมเคลื่อนเหมือนถูกรากไม้พัน
"นาคาคลองเงา" ผู้นำทีมหญิงสาวพูด "คุณใช้นาคาคลองเงา"
"ใช่" ภาคินตอบ "ตรานี้ผมใช้คุ้มครองคลองดำมาสิบปี"
"แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าพวกเราจะมา"
"ผมไม่รู้" ภาคินยิ้ม "ผมแค่รู้ว่ามีคนอยากทำลายคลองดำ ผมเตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว"
ผู้บุกยึดเริ่มใช้อาวุธอาคม ลำแสงสีแดงพุ่งเข้าหาภาคิน ภาคินยกตราอาคมขึ้นป้องกัน ลำแสงสีน้ำเงินจากตราปะทะกับลำแสงสีแดงกลางอากาศ แสงทั้งสองสีแตกออกเป็นประกายเหมือนฟ้าผ่า น้ำในคลองเดือดพล่านจากแรงปะทะ
แสงสีน้ำเงินจากตราอาคมของภาคินแผ่ออกเป็นวงกว้าง แสงนั้นเหมือนน้ำที่ไหลบ่า มันไหลผ่านตัวภาคิน ไหลผ่านลูกเรือคนคลองที่ยืนอยู่รอบเขา ไหลผ่านผู้บุกยึดที่ยืนอยู่ในคลอง ผู้บุกยึดที่โดนแสงนี้รู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นจัดราดลงบนตัว พวกเขาสั่นสะท้านจากความเย็นที่ไม่ใช่ความเย็นของอากาศ แต่เป็นความเย็นของคลองดำที่ไม่ต้องการให้คนแปลกหน้าเข้ามา
"แสงนี้เป็นของคลอง" ภาคินพูด "คลองดำรู้จักทุกคนที่อยู่ที่นี่ คลองดำรู้ว่าใครเป็นคนของพี่ ใครเป็นผู้บุกรุก"
ลูกเรือคนคลองสิบห้าคนใช้ตราอาคมที่ผูกด้ายสีน้ำเงิน พวกเขาทำสัญญาณมือที่ครูเมฆสอนไว้ ตราอาคมเปล่งแสงสีน้ำเงินอ่อน ลำแสงจากตราพุ่งเข้าหาผู้บุกยึด ลำแสงเหล่านั้นดูดราคาที่ผู้บุกยึดพยายามจะโอนให้ผู้อื่นแล้วย้อนกลับไปที่ผู้บุกยึดเอง ผู้บุกยึดสามคนทรุดลงพื้นทันที พวกเขากุมข้อมือที่ถูกแสงสีน้ำเงินพัน พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาแค่รู้สึกว่าตัวเองถูกดูดซับพลัง
ภาคินยิงพลังจากตราอาคมอีกครั้ง พลังของตราอาคมนี้มาจากการที่ภาคินเสียสละตัวเองเพื่อคลองดำมาสิบปี พลังนี้แข็งแกร่งมาก ลำแสงสีน้ำเงินพุ่งเข้าหาผู้บุกยึดอีกสี่คน ผู้บุกยึดทั้งสี่ทรุดลงพื้นทันที ลูกเรือคนคลองเข้าไปผูกมือไพล่หลัง
ผู้บุกยึดที่เหลืออีกห้าคนเริ่มถอยหลัง พวกเขาเห็นเพื่อนทรุดลงพื้นทีละคน พวกเขาไม่อยากเป็นคนต่อไป พวกเขาเห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือ มือข้างหนึ่งถือตราอาคม อีกข้างถือเชือกผูกราคา เขายิ้มให้พวกเขา ยิ้มแบบที่ทำให้คนกลัวมากกว่าคนโกรธ
"กลับมา" ภาคินพูด "ผมไม่อยากให้คุณตายในคลองดำ"
ผู้บุกยึดห้าคนหยุดถอยหลัง พวกเขามองกันและกัน พวกเขาเห็นตาแต่ละคนที่เต็มไปด้วยความกลัว พวกเขารู้ว่าพวกเขาไม่มีทางชนะ พวกเขาวางอาวุธลงบนพื้นคลอง
"ดี" ภาคินพูด "คุณเป็นคนฉลาด"
ลูกเรือคนคลองเข้าไปผูกมือผู้บุกยึดที่เหลือ ลูกเรือคนคลองสี่คนพาผู้บุกยึดทั้งหมดสิบสองคนไปที่ท่าเรือเก่า ภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคนเดียว เขามองน้ำในคลองที่กลับมาเป็นสีปกติ เขามองตราอาคมในมือที่เริ่มอุ่นลง เขามองลูกเรือคนคลองที่เดินกลับมาพร้อมรอยยิ้ม
นรินทร์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"พี่คิน" เล็กวิ่งเข้ามา "ทีมที่หนึ่งที่ตลาดสนธยาถูกจับหมดแล้ว"
"ดี" ภาคินพูด
"ทีมที่สามที่โรงเตาหมื่นควัน มะลิรับมืออยู่"
"ดี"
"แล้วทีมที่สี่ที่แกนนคร" เล็กถาม "นรินทร์รับมือไหวไหม"
"ไหว" ภาคินพูด "นรินทร์เป็นคนที่เมืองเลือก"
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในกระเป๋าเสื้อภาคิน เขาหยิบขึ้นมา เสียงนรินทร์ดังมาจากปลายสาย
"พี่คิน"
"พี่ริน"
"พี่ทำได้ดี"
"พี่ทำเพื่อคลองดำ ไม่ใช่เพื่อใคร" ภาคินพูด "แล้วมึงล่ะ ทีมที่สี่ที่แกนนคร"
"ผมรับมือไปแล้ว" นรินทร์ตอบ "ผู้นำทีมเป็นอรจิต เขาถือเครื่องรางจากครูเมฆ"
"อรจิต" เสียงภาคินแปลกไป "อรจิตเป็นคนที่พี่เคยค้าขายด้วยเมื่อสิบปีก่อน"
"รู้จักเขาดีไหม"
"ดี เขาเป็นคนที่ขายทุกอย่างที่ขวางหน้า"
"เขาไม่ได้ทำสำเร็จ"
"พี่รู้" ภาคินหัวเราะ "พี่ริน พี่ชนะแล้ว พี่ชนะหนึ่งทีม ทีมต่อไปพี่ชนะอีก"
"พี่คิน"
"อะไร"
"อย่าประมาท"
"พี่จะไม่ประมาท พี่จะรักษาคนของพี่"
เสียงสายตัด ภาคินวางโทรศัพท์ลง เขามองลูกเรือคนคลองที่ยืนอยู่รอบเขา เขาเห็นแก้วที่หัวไหล่มีผ้าพันแผล เขาเห็นเล็กที่มือเปื้อนเลือด เขาเห็นคนอื่น ๆ ที่เหนื่อยล้าแต่ยังยิ้มได้
"พวกเราทำสำเร็จ" ภาคินพูด "ทีมที่สองของผู้บุกยึดถูกจับหมดแล้ว"
ลูกเรือคนคลองโห่ร้องด้วยความดีใจ เสียงโห่ร้องดังก้องในคลองดำ น้ำในคลองสั่นสะเทือนเหมือนคลองดำกำลังโห่ร้องไปด้วย
แต่ภาคินไม่ได้ยิ้ม เขามองผู้บุกยึดที่ถูกจับกุมที่ท่าเรือเก่า เขาเห็นผู้หญิงที่เป็นผู้นำทีมนั่งอยู่บนพื้น มือถูกมัดไพล่หลัง เธอมองภาคินด้วยสายตาที่ไม่มีความโกรธ สายตาของเธอเป็นสายตาของคนที่พ่ายแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี
"ผู้หญิงคนนั้น" เล็กบอกภาคิน "เขาชื่อนภา เป็นอดีตลูกเรือคลองดำที่หนีไปเมื่อห้าปีก่อน"
"นภา" ภาคินพูดเสียงแผ่ว "พี่จำได้ เธอเป็นคนที่ขโมยเรือของพี่ไปขาย"
"ใช่"
"ปล่อยเธอไป" ภาคินพูด
"พี่คิน"
"ปล่อยเธอไป เธอไม่ใช่ศัตรู เธอเป็นคนที่ถูกบังคับ"
เล็กมองภาคิน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมภาคินถึงปล่อยผู้บุกยึดที่เพิ่งพยายามจะทำลายคลองดำ เขาเดินไปที่ท่าเรือเก่าแล้วแก้มือของนภา นภามองภาคิน เธอก้มหัวให้ภาคิน แล้วเดินจากไปทางท่อใต้คลอง
ผู้บุกยึดที่เหลืออีกสิบเอ็ดคนถูกจับกุม ลูกเรือคนคลองพาพวกเขาไปที่ท่าเรือเก่าเพื่อรอการสอบสวน เลือดไหลออกจากจมูกของผู้บุกยึดหลายคน ลูกเรือคนคลองเอาผ้ามาอุดจมูกให้ ลูกเรือบางคนเอาน้ำมาให้ผู้บุกยึดดื่ม
นรินทร์มองภาพในแอ่งน้ำ เขาเห็นคลองดำเต็มไปด้วยลูกเรือคนคลองที่ยืนเรียงราย เขาเห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือ เขาเห็นผู้บุกยึดสิบสองคนถูกจับกุมอยู่ที่ท่าเรือเก่า เขาเห็นโรงเตาหมื่นควันที่มะลิกำลังรับมือกับผู้บุกยึดทีมที่สาม เขาเห็นทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น และเขาเห็นว่าเมืองกำลังจะชนะ—แต่เขาก็เห็นว่าภาคินกำลังยืนอยู่คนเดียวที่ท่าเรือ และภาคินอาจจะไม่ได้กลับบ้าน?