บทที่ 117: บัญชีเมือง
รสาโทรหานรินทร์และบอกว่าเธอบันทึกชื่อของเขาไว้ในบัญชีเมือง เธออยากพบนรินทร์ที่กรุงเทพฯเพื่อคืนของบางอย่างให้เขา นรินทร์ขี่รถจักรยานยนต์หยุดที่มุมถนน รับโทรศัพท์จากรสา เสียงของรสาดังมาจากลำโพงโทรศัพท์ เขาได้ยินเสียงเธอหลังจากไม่ได้ยินมานานหลายเดือน ถนนในกรุงเทพฯยังคงคึกคักไปด้วยรถยนต์และผู้คนที่เดินเท้า แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในอากาศ ลมพัดผ่านมาทำให้ใบไม้ข้างถนนสั่นไหว
รสาพูดกับนรินทร์ว่า "นรินทร์ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่กรุงเทพฯ ฉันไม่ลืมคุณ ฉันบันทึกชื่อของคุณไว้ในบัญชีเมือง ฉันเก็บของบางอย่างไว้ให้คุณ ของชิ้นนี้เป็นของของคุณ ฉันอยากคืนให้คุณ" นรินทร์ถามว่า "ของอะไร" รสาตอบว่า "สมุดบันทึกของแม่คุณ สมุดบันทึกเล่มที่แม่คุณเขียนถึงพ่อของคุณ สมุดบันทึกเล่มนี้เป็นของคุณ ไม่ใช่ของเมือง ฉันเก็บไว้ให้คุณ" นรินทร์รู้สึกว่ารสาพูดถูก สมุดบันทึกของแม่เป็นของเขา ไม่ใช่ของเมือง เขาตอบว่า "ผมจะไปหาคุณ บอกผมว่าคุณอยู่ที่ไหน" เสียงของรสานั้นอบอุ่นเหมือนเดิม ทำให้เขารู้สึกว่ามีคนที่ยังจำเขาได้ในโลกนี้
รสาตอบว่า "ฉันอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน ฉันกำลังสอนคนที่อยากเรียนรู้การทำเครื่องราง ฉันมาเยี่ยมคุณวันนี้ ฉันจะรอคุณที่โรงเตาหมื่นควัน" นรินทร์วางโทรศัพท์และขี่รถจักรยานยนต์ไปที่โรงเตาหมื่นควัน เขาเดินลงไปใต้ตลาดสนธยาและเดินเข้าไปในเมืองอาคม นรินทร์เดินเข้าเมืองอาคมครั้งแรกในฐานะคนไร้นาม ถนนในเมืองอาคมเงียบสงบ แสงสีอ่อนๆ ส่องลงมาจากเพดานสูง เขาเดินผ่านร้านค้าต่างๆ ที่ขายเครื่องรางและสมุนไพรอาคม รสาอยู่ที่ประตูโรงเตาหมื่นควัน รสาส่งสมุดบันทึกของแม่ให้นรินทร์ บอกว่า "นี่คือสมุดบันทึกของแม่คุณ สมุดบันทึกเล่มนี้เป็นของคุณ ไม่ใช่ของเมือง ฉันเก็บไว้ให้คุณ" นรินทร์รับสมุดบันทึกและกอดไว้แน่น เขารู้ว่าแม่ยังมีอยู่ในสมุดบันทึกเล่มนี้ แม้เมืองจะลบชื่อของเขาจากความทรงจำแล้วก็ตาม กลิ่นกระดาษเก่าของสมุดบันทึกทำให้เขานึกถึงกลิ่นของแม่
เขาเดินเข้าไปในห้องนอนและนอนลงบนเตียงไม้เก่า เขามองเพดานห้องที่มีรอยร้าวเล็กๆ ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เขาคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดถึงเมืองอาคมที่เขาเคยอยู่ เขาคิดถึงเสาหลักเจ็ดต้นที่เขาเคยดูแล เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาคิดถึงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านสายสิน เขาหลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส นกเริ่มร้องเพลงบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย้นแต่อุ่น
เขาเดินเข้าไปในห้องนอนและนอนลงบนเตียงไม้เก่า เขามองเพดานห้องที่มีรอยร้าวเล็กๆ ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เขาคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดถึงเมืองอาคมที่เขาเคยอยู่ เขาคิดถึงเสาหลักเจ็ดต้นที่เขาเคยดูแล เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาคิดถึงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านสายสิน เขาหลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส นกเริ่มร้องเพลงบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย้นแต่อุ่น
เขาเดินออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปยังลูกค้าคนต่อไป แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ลมพัดผ่านมาทำให้เสื้อของเขาสะบัดเบาๆ กลิ่นอาหารจากร้านอาหารริมถนนลอยมาถึงจมูก กลิ่นดอกไม้จากร้านขายดอกไม้ริมถนนลอยมาถึงจมูก เขาหิวแต่ไม่ได้แวะ เขาอยากทำงานให้เสร็จก่อน เขาอยากกลับบ้าน เขาอยากกินข้าวกับแม่และนนท์ เขาอยากนอนบนเตียงไม้เก่าในห้องเล็กๆ ของเขา เขาขี่รถจักรยานยนต์ต่อไป พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มอ่อน เขามองท้องฟ้าและรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ดี เขาเป็นคนธรรมดาที่ส่งของให้คนในกรุงเทพฯ เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีครอบครัวที่จำเขาได้ เขามีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขาขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านในตอนเย็น พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีม่วงเข้ม ดาวเริ่มปรากฏบนท้องฟ้า เขามองดาวและรู้สึกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี