บทที่ 93: การรับมือที่แกนนคร
ความเงียบในแกนนครแตกด้วยเสียงเครื่องราง ลำแสงสีแดงเข้มพุ่งออกจากฝ่ามืออรจิตตรงเข้าหาเสาหลักต้นที่หนึ่ง เสาหลักสั่นสะเทือน แสงสีเงินรอบเสากระเพื่อมเหมือนผิวน้ำที่ถูกทุบ เสียงต่ำจากใจกลางเสาดังขึ้นเป็นจังหวะสั้น ๆ เหมือนหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
นรินทร์ถอยหลังสามก้าว เขายืนในตำแหน่งที่เครื่องรางเอาไม่ถึง เขาไม่ได้ใช้ยอดรวม เขาใช้ดุลหนี้ของเขาเอง
"นรินทร์" อรจิตตะโกน "มอบตราแกนนครให้ฉัน แล้วฉันจะหยุด"
"สามนาที" นรินทร์พูดเสียงเรียบ "คุณบอกว่าคุณทำลายเสาหลักได้ในสามนาที"
"ใช่"
"คุณจะไม่ทำลาย"
"ทำไม"
"เพราะเครื่องรางของคุณดูดซับพลังจากผู้ที่จ่ายราคาเข้าสู่เสาหลัก" นรินทร์พูด "คุณกำลังดูดซับพลังจากคนที่เสียสละชีวิต คุณจ่ายไม่ไหวแล้ว"
อรจิตหันมามองนรินทร์ เขาไม่เข้าใจว่านรินทร์รู้ได้อย่างไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเครื่องรางนี้ดูดซับอะไร เขาแค่รู้ว่ามันทรงพลังพอที่จะทำลายเสาหลัก เขาแค่รู้ว่าถ้าเขาใช้มันนานพอ เสาหลักจะแตก
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"คุณโกหก" อรจิตพูด
"ผมไม่โกหก"
"คุณพูดแบบนี้เพราะคุณกลัว"
"ผมพูดแบบนี้เพราะผมเห็นราคาในเครื่องรางของคุณ"
นรินทร์ยกมือขึ้น เขาชี้นิ้วไปที่เครื่องราง เขาใช้ดุลหนี้มองเข้าไปในแสงสีแดง เขาเห็นราคาเป็นเส้นสีขาวพันกันอยู่ภายในเครื่องราง ราคาเหล่านั้นเป็นของคนที่เสียสละเข้าสู่เสาหลัก ราคาเหล่านั้นเป็นของคนที่ตายไปแล้วและฝังชื่อไว้ในหิน ราคาเหล่านั้นเป็นของแม่ของเขา
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง นรินทร์นับถอยหลังในใจ สาม วินาที ก่อนที่เสียงจากก้นบึ้งของนครจะแตะหูอีกครั้ง
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"เครื่องรางนี้ใส่ราคาของคนตาย" นรินทร์พูด "คุณใช้มันยิ่งนาน คนที่ตายไปแล้วยิ่งถูกดูดออกมา"
"พวกเขาตายแล้ว" อรจิตพูด "พวกเขาไม่รู้สึกอะไร"
"คุณรู้ได้ยังไง"
"เพราะฉันเป็นคนซื้อเครื่องรางนี้มา"
"คุณซื้อจากใคร"
อรจิตไม่ตอบ เขาหันกลับไปที่เสาหลัก เขายิงพลังอีกครั้ง ลำแสงสีแดงพุ่งเข้าหาเสาหลัก เสาหลักสั่นสะเทือน เสียงจากใจกลางเสาดังขึ้น นรินทร์รู้สึกว่ายอดรวมในตัวเขาเคลื่อนไหว ยอดรวมพุ่งออกจากร่างเขาเข้าสู่เสาหลักเพื่อปกป้องเสา เขาเจ็บที่หน้าอก เขาเจ็บที่ข้อมือ เขาเจ็บที่หัวใจ แต่เขาไม่ถอย
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"นนท์" เขาเรียก
"ครับ"
"รับของพี่หน่อย"
นนท์รู้ทันทีว่าพี่ชายต้องการอะไร เขากระโดดไปที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาวางมือทั้งสองข้างบนหินเย็น ลำแสงสีเงินจากเสาหลักพุ่งเข้าหานิ้วมือเขา เขาเจ็บ เขาเจ็บมาก แต่เขาไม่ปล่อย เขาแบกยอดรวมครึ่งหนึ่งที่นรินทร์ส่งออกมา
ยอดรวมหยุดเคลื่อน เสาหลักต้นที่หนึ่งหยุดสั่น แต่เครื่องรางในมืออรจิตยังเปล่งแสงอยู่
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"คุณจะแลกอะไรกับเสาหลัก" นรินทร์ถาม
"ผมไม่ได้แลก ผมยึด"
"ผมถามว่าคุณจะแลกอะไร"
อรจิตยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เคยเห็นในกระจกเมื่อหลายปีก่อน
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"ผมจะแลกชื่อของคุณ"
"ถ้าผมไม่ให้ล่ะ"
"ผมจะดูดชื่อของคุณทีละตัวอักษร ผมจะดูดจนคุณไม่มีชื่อเหลือในบัญชีเมือง"
นรินทร์มองเครื่องรางในมืออรจิต เขาเห็นราคาที่ไหลอยู่ภายในเครื่องราง ราคาเหล่านั้นไม่ใช่ราคาของผู้บุกยึด ราคาเหล่านั้นเป็นของคนที่เคยเสียสละเข้าสู่เสาหลัก เครื่องรางดูดซับพลังเสาหลักมาเป็นเวลานาน นานพอที่จะเก็บราคาเล็ก ๆ ของคนหลายร้อยคนไว้ในตัว
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"เครื่องรางนี้เต็มแล้ว" นรินทร์พูด
"ยังไม่เต็ม"
"เต็มแล้ว และคุณกำลังจะรับราคาทั้งหมดกลับมา"
แสงสีแดงในเครื่องรางเริ่มสั่น เครื่องรางไม่ได้สั่นเพราะนรินทร์ เครื่องรางสั่นเพราะราคาที่อยู่ข้างในเริ่มดิ้น มันดิ้นเหมือนคนที่ถูกขังในห้องแคบมานานและได้ยินเสียงประตูเปิด
อรจิตมองเครื่องรางในมือ เขาเริ่มเข้าใจว่านรินทร์กำลังพูดถึงอะไร เขาเห็นรอยร้าวเล็ก ๆ บนผิวเครื่องราง แสงสีแดงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ และเสียงต่ำ ๆ จากเครื่องรางดังขึ้นเหมือนเสียงคนร้องไห้
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"ผมไม่ได้ยิน" อรจิตพูด
"คุณได้ยิน" นรินทร์ตอบ "คุณได้ยินเสียงแม่ของคุณ"
อรจิตชะงัก เขาไม่ได้ยินเสียงแม่ แต่เขาได้ยินเสียงอื่น เสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เสียงที่ออกมาจากเครื่องรางเป็นเสียงผู้หญิงร้องเพลงแจ๊ส เสียงนั้นเบามากจนแทบไม่ได้ยิน แต่เขาได้ยิน เขาได้ยินเสียง "รักแท้" ที่แม่ของเขาเคยร้องกล่อมเขาตอนเด็ก ๆ
"แม่" เขาพูดเสียงแผ่ว
เครื่องรางในมือเขาเริ่มร้อน แสงสีแดงเข้มกลายเป็นสีแดงสว่าง เสียงร้องเพลงดังขึ้น เสียงนั้นไม่ได้ร้องออกมาจากเครื่องราง เสียงนั้นร้องออกมาจากราคาที่อยู่ข้างใน
นรินทร์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"แม่ของคุณเสียสละเข้าสู่เสาหลักเมื่อยี่สิบปีก่อน" นรินทร์พูด "เครื่องรางนี้ดูดซับเสียงเธอไว้"
"ทำไม"
"เพราะครูเมฆเป็นคนออกแบบเครื่องรางนี้ และเขาเป็นคนฝังเสียงของคนที่เสียสละไว้ในเครื่องราง"
"ครูเมฆ" อรจิตพูด "ครูเมฆเป็นคนขายเครื่องรางนี้ให้ผม"
"ครูเมฆไม่ได้ขาย ครูเมฆถูกขโมย"
อรจิตมองนรินทร์ เขาเริ่มเข้าใจว่าเขาเป็นเพียงเครื่องมือของคนอื่น เขาเป็นเครื่องมือที่ถูกส่งมาทำลายเสาหลักเพื่อให้คนที่อยู่เบื้องหลังได้ประโยชน์ เขาไม่รู้ว่าคนเบื้องหลังคือใคร เขาแค่รู้ว่าเขาถูกใช้
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"ผมไม่ได้เป็นคนเริ่ม" อรจิตพูด
"ผมรู้"
"ผมแค่ตามคำสั่ง"
"ผมรู้"
"แล้วทำไมผมต้องจ่ายราคา"
นรินทร์มองเครื่องรางในมืออรจิต เขาเห็นราคาเป็นเส้นสีขาวพันกันอยู่ภายใน เส้นเหล่านั้นเป็นของแม่ของอรจิต เป็นของคนอื่น ๆ อีกหลายร้อยคนที่เสียสละเข้าสู่เสาหลัก เขาเห็นว่าราคาเหล่านั้นกำลังจะกลับคืนสู่เจ้าของ
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"เพราะคุณเป็นคนถือเครื่องราง" นรินทร์พูด "คุณเป็นคนที่เมืองเลือกให้รับราคา"
"แล้วคุณล่ะ"
"ผมก็เป็นคนที่เมืองเลือก"
อรจิตหยุดยิงพลัง เครื่องรางเรืองแสงจางลง เสียงร้องเพลงแจ๊สจางหายไป เขาถอยหลังสองก้าว แล้วทรุดลงพื้น เขาหอบหายใจ เขามองเครื่องรางในมือแล้ววางลงพื้น เขาไม่อยากถือมันอีก
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"ผมขอโทษ" เขาพูดเสียงแผ่ว
"ผมไม่ใช่คนที่คุณต้องขอโทษ"
"ผมรู้" อรจิตพูด "ผมรู้ว่าผมต้องขอโทษใคร"
ลูกน้องของอรจิตสองคนเข้ามาในแกนนคร เขาพยุงอรจิตลุกขึ้น เขาพาอรจิตออกไปทางอุโมงค์เดิม เครื่องรางถูกทิ้งไว้ที่พื้น
นรินทร์เดินไปหยิบเครื่องราง เขาจับมันด้วยมือทั้งสองข้าง เขารู้สึกได้ถึงราคาที่อยู่ข้างใน ราคาเป็นเส้นสีขาวพันกันแน่น ราคาเป็นชื่อจริงของคนที่เสียสละเข้าสู่เสาหลัก ราคาเป็นชื่อจริงของสมาชิกสภาเจ้าหนี้และนายทุนอาคมที่เคยฝังชื่อไว้ในเสาหลัก เขาเห็นชื่อสมเกียรติอยู่ในนั้น
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"เครื่องรางนี้เป็นของสำคัญ" นรินทร์พูดกับนนท์
"ครับ"
"เราจะเก็บไว้ที่แกนนคร"
"ครับ"
นรินทร์มองเครื่องรางในมือ เขาเห็นชื่อตัวเองอยู่ข้างในนั้นด้วย ชื่อของเขาถูกฝังไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ตอนที่เขาคุมยอดรวมที่เสาหลักต้นที่หนึ่ง ตอนที่รอยร้าวบนผนังเสาหลักเป็นรูปชื่อเขา เขาไม่รู้ว่าชื่อเขาเข้าไปอยู่ในเครื่องรางได้อย่างไร เขาแค่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น และมันเป็นราคาที่เขาต้องจ่าย—แต่เขาไม่รู้ว่าเมืองจะเรียกราคานั้นเมื่อไหร่ และเสียงในเครื่องรางจะเริ่มร้องเพลงอีกครั้งเมื่อใด?