📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 93: การรับมือที่แกนนคร

เมืองเวทใต้พิภพ · Arc 3 · ตอนที่ 93 / 120

ความเงียบในแกนนครแตกด้วยเสียงเครื่องราง ลำแสงสีแดงเข้มพุ่งออกจากฝ่ามืออรจิตตรงเข้าหาเสาหลักต้นที่หนึ่ง เสาหลักสั่นสะเทือน แสงสีเงินรอบเสากระเพื่อมเหมือนผิวน้ำที่ถูกทุบ เสียงต่ำจากใจกลางเสาดังขึ้นเป็นจังหวะสั้น ๆ เหมือนหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ

นรินทร์ถอยหลังสามก้าว เขายืนในตำแหน่งที่เครื่องรางเอาไม่ถึง เขาไม่ได้ใช้ยอดรวม เขาใช้ดุลหนี้ของเขาเอง

"นรินทร์" อรจิตตะโกน "มอบตราแกนนครให้ฉัน แล้วฉันจะหยุด"

"สามนาที" นรินทร์พูดเสียงเรียบ "คุณบอกว่าคุณทำลายเสาหลักได้ในสามนาที"

"ใช่"

"คุณจะไม่ทำลาย"

"ทำไม"

"เพราะเครื่องรางของคุณดูดซับพลังจากผู้ที่จ่ายราคาเข้าสู่เสาหลัก" นรินทร์พูด "คุณกำลังดูดซับพลังจากคนที่เสียสละชีวิต คุณจ่ายไม่ไหวแล้ว"

อรจิตหันมามองนรินทร์ เขาไม่เข้าใจว่านรินทร์รู้ได้อย่างไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเครื่องรางนี้ดูดซับอะไร เขาแค่รู้ว่ามันทรงพลังพอที่จะทำลายเสาหลัก เขาแค่รู้ว่าถ้าเขาใช้มันนานพอ เสาหลักจะแตก

นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว

"คุณโกหก" อรจิตพูด

"ผมไม่โกหก"

"คุณพูดแบบนี้เพราะคุณกลัว"

"ผมพูดแบบนี้เพราะผมเห็นราคาในเครื่องรางของคุณ"

นรินทร์ยกมือขึ้น เขาชี้นิ้วไปที่เครื่องราง เขาใช้ดุลหนี้มองเข้าไปในแสงสีแดง เขาเห็นราคาเป็นเส้นสีขาวพันกันอยู่ภายในเครื่องราง ราคาเหล่านั้นเป็นของคนที่เสียสละเข้าสู่เสาหลัก ราคาเหล่านั้นเป็นของคนที่ตายไปแล้วและฝังชื่อไว้ในหิน ราคาเหล่านั้นเป็นของแม่ของเขา

ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง นรินทร์นับถอยหลังในใจ สาม วินาที ก่อนที่เสียงจากก้นบึ้งของนครจะแตะหูอีกครั้ง

ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น

"เครื่องรางนี้ใส่ราคาของคนตาย" นรินทร์พูด "คุณใช้มันยิ่งนาน คนที่ตายไปแล้วยิ่งถูกดูดออกมา"

"พวกเขาตายแล้ว" อรจิตพูด "พวกเขาไม่รู้สึกอะไร"

"คุณรู้ได้ยังไง"

"เพราะฉันเป็นคนซื้อเครื่องรางนี้มา"

"คุณซื้อจากใคร"

อรจิตไม่ตอบ เขาหันกลับไปที่เสาหลัก เขายิงพลังอีกครั้ง ลำแสงสีแดงพุ่งเข้าหาเสาหลัก เสาหลักสั่นสะเทือน เสียงจากใจกลางเสาดังขึ้น นรินทร์รู้สึกว่ายอดรวมในตัวเขาเคลื่อนไหว ยอดรวมพุ่งออกจากร่างเขาเข้าสู่เสาหลักเพื่อปกป้องเสา เขาเจ็บที่หน้าอก เขาเจ็บที่ข้อมือ เขาเจ็บที่หัวใจ แต่เขาไม่ถอย

นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก

"นนท์" เขาเรียก

"ครับ"

"รับของพี่หน่อย"

นนท์รู้ทันทีว่าพี่ชายต้องการอะไร เขากระโดดไปที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาวางมือทั้งสองข้างบนหินเย็น ลำแสงสีเงินจากเสาหลักพุ่งเข้าหานิ้วมือเขา เขาเจ็บ เขาเจ็บมาก แต่เขาไม่ปล่อย เขาแบกยอดรวมครึ่งหนึ่งที่นรินทร์ส่งออกมา

ยอดรวมหยุดเคลื่อน เสาหลักต้นที่หนึ่งหยุดสั่น แต่เครื่องรางในมืออรจิตยังเปล่งแสงอยู่

นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว

"คุณจะแลกอะไรกับเสาหลัก" นรินทร์ถาม

"ผมไม่ได้แลก ผมยึด"

"ผมถามว่าคุณจะแลกอะไร"

อรจิตยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เคยเห็นในกระจกเมื่อหลายปีก่อน

ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น

"ผมจะแลกชื่อของคุณ"

"ถ้าผมไม่ให้ล่ะ"

"ผมจะดูดชื่อของคุณทีละตัวอักษร ผมจะดูดจนคุณไม่มีชื่อเหลือในบัญชีเมือง"

นรินทร์มองเครื่องรางในมืออรจิต เขาเห็นราคาที่ไหลอยู่ภายในเครื่องราง ราคาเหล่านั้นไม่ใช่ราคาของผู้บุกยึด ราคาเหล่านั้นเป็นของคนที่เคยเสียสละเข้าสู่เสาหลัก เครื่องรางดูดซับพลังเสาหลักมาเป็นเวลานาน นานพอที่จะเก็บราคาเล็ก ๆ ของคนหลายร้อยคนไว้ในตัว

นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก

"เครื่องรางนี้เต็มแล้ว" นรินทร์พูด

"ยังไม่เต็ม"

"เต็มแล้ว และคุณกำลังจะรับราคาทั้งหมดกลับมา"

แสงสีแดงในเครื่องรางเริ่มสั่น เครื่องรางไม่ได้สั่นเพราะนรินทร์ เครื่องรางสั่นเพราะราคาที่อยู่ข้างในเริ่มดิ้น มันดิ้นเหมือนคนที่ถูกขังในห้องแคบมานานและได้ยินเสียงประตูเปิด

อรจิตมองเครื่องรางในมือ เขาเริ่มเข้าใจว่านรินทร์กำลังพูดถึงอะไร เขาเห็นรอยร้าวเล็ก ๆ บนผิวเครื่องราง แสงสีแดงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ และเสียงต่ำ ๆ จากเครื่องรางดังขึ้นเหมือนเสียงคนร้องไห้

นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว

"ผมไม่ได้ยิน" อรจิตพูด

"คุณได้ยิน" นรินทร์ตอบ "คุณได้ยินเสียงแม่ของคุณ"

อรจิตชะงัก เขาไม่ได้ยินเสียงแม่ แต่เขาได้ยินเสียงอื่น เสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เสียงที่ออกมาจากเครื่องรางเป็นเสียงผู้หญิงร้องเพลงแจ๊ส เสียงนั้นเบามากจนแทบไม่ได้ยิน แต่เขาได้ยิน เขาได้ยินเสียง "รักแท้" ที่แม่ของเขาเคยร้องกล่อมเขาตอนเด็ก ๆ

"แม่" เขาพูดเสียงแผ่ว

เครื่องรางในมือเขาเริ่มร้อน แสงสีแดงเข้มกลายเป็นสีแดงสว่าง เสียงร้องเพลงดังขึ้น เสียงนั้นไม่ได้ร้องออกมาจากเครื่องราง เสียงนั้นร้องออกมาจากราคาที่อยู่ข้างใน

นรินทร์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก

ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น

"แม่ของคุณเสียสละเข้าสู่เสาหลักเมื่อยี่สิบปีก่อน" นรินทร์พูด "เครื่องรางนี้ดูดซับเสียงเธอไว้"

"ทำไม"

"เพราะครูเมฆเป็นคนออกแบบเครื่องรางนี้ และเขาเป็นคนฝังเสียงของคนที่เสียสละไว้ในเครื่องราง"

"ครูเมฆ" อรจิตพูด "ครูเมฆเป็นคนขายเครื่องรางนี้ให้ผม"

"ครูเมฆไม่ได้ขาย ครูเมฆถูกขโมย"

อรจิตมองนรินทร์ เขาเริ่มเข้าใจว่าเขาเป็นเพียงเครื่องมือของคนอื่น เขาเป็นเครื่องมือที่ถูกส่งมาทำลายเสาหลักเพื่อให้คนที่อยู่เบื้องหลังได้ประโยชน์ เขาไม่รู้ว่าคนเบื้องหลังคือใคร เขาแค่รู้ว่าเขาถูกใช้

นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก

"ผมไม่ได้เป็นคนเริ่ม" อรจิตพูด

"ผมรู้"

"ผมแค่ตามคำสั่ง"

"ผมรู้"

"แล้วทำไมผมต้องจ่ายราคา"

นรินทร์มองเครื่องรางในมืออรจิต เขาเห็นราคาเป็นเส้นสีขาวพันกันอยู่ภายใน เส้นเหล่านั้นเป็นของแม่ของอรจิต เป็นของคนอื่น ๆ อีกหลายร้อยคนที่เสียสละเข้าสู่เสาหลัก เขาเห็นว่าราคาเหล่านั้นกำลังจะกลับคืนสู่เจ้าของ

นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว

"เพราะคุณเป็นคนถือเครื่องราง" นรินทร์พูด "คุณเป็นคนที่เมืองเลือกให้รับราคา"

"แล้วคุณล่ะ"

"ผมก็เป็นคนที่เมืองเลือก"

อรจิตหยุดยิงพลัง เครื่องรางเรืองแสงจางลง เสียงร้องเพลงแจ๊สจางหายไป เขาถอยหลังสองก้าว แล้วทรุดลงพื้น เขาหอบหายใจ เขามองเครื่องรางในมือแล้ววางลงพื้น เขาไม่อยากถือมันอีก

ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น

"ผมขอโทษ" เขาพูดเสียงแผ่ว

"ผมไม่ใช่คนที่คุณต้องขอโทษ"

"ผมรู้" อรจิตพูด "ผมรู้ว่าผมต้องขอโทษใคร"

ลูกน้องของอรจิตสองคนเข้ามาในแกนนคร เขาพยุงอรจิตลุกขึ้น เขาพาอรจิตออกไปทางอุโมงค์เดิม เครื่องรางถูกทิ้งไว้ที่พื้น

นรินทร์เดินไปหยิบเครื่องราง เขาจับมันด้วยมือทั้งสองข้าง เขารู้สึกได้ถึงราคาที่อยู่ข้างใน ราคาเป็นเส้นสีขาวพันกันแน่น ราคาเป็นชื่อจริงของคนที่เสียสละเข้าสู่เสาหลัก ราคาเป็นชื่อจริงของสมาชิกสภาเจ้าหนี้และนายทุนอาคมที่เคยฝังชื่อไว้ในเสาหลัก เขาเห็นชื่อสมเกียรติอยู่ในนั้น

นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก

"เครื่องรางนี้เป็นของสำคัญ" นรินทร์พูดกับนนท์

"ครับ"

"เราจะเก็บไว้ที่แกนนคร"

"ครับ"

นรินทร์มองเครื่องรางในมือ เขาเห็นชื่อตัวเองอยู่ข้างในนั้นด้วย ชื่อของเขาถูกฝังไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ตอนที่เขาคุมยอดรวมที่เสาหลักต้นที่หนึ่ง ตอนที่รอยร้าวบนผนังเสาหลักเป็นรูปชื่อเขา เขาไม่รู้ว่าชื่อเขาเข้าไปอยู่ในเครื่องรางได้อย่างไร เขาแค่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น และมันเป็นราคาที่เขาต้องจ่าย—แต่เขาไม่รู้ว่าเมืองจะเรียกราคานั้นเมื่อไหร่ และเสียงในเครื่องรางจะเริ่มร้องเพลงอีกครั้งเมื่อใด?