บทที่ 106: การยึดเสาหลักต้นที่หนึ่ง
แสงเช้าส่องลงตลาดสนธยา ตลาดสนธยาคึกคักอีกครั้ง ผู้ใช้เวทจากทุกเขตของเมืองมาที่ตลาดสนธยา ผู้ใช้เวทจากคลองดำสามสิบคน ผู้ใช้เวทจากโรงเตาหมื่นควันยี่สิบคน ผู้ใช้เวทจากหอทะเบียนเงาสิบห้าคน ผู้ใช้เวทจากสถานีรถไฟร้างสิบคน ผู้ใช้เวทจากทุกเขตของเมืองมาที่ตลาดสนธยา ผู้ใช้เวททั้งหมดเตรียมอาวุธ ผู้ใช้เวททั้งหมดเตรียมคน ผู้ใช้เวททั้งหมดเตรียมแผน
นรินทร์ยืนอยู่กลางตลาดสนธยา เขามองผู้ใช้เวททั้งหมด เขาเห็นว่าผู้ใช้เวททั้งหมดพร้อม เขาเห็นว่าผู้ใช้เวททั้งหมดเตรียมตัว เขาเห็นว่าเมืองพร้อมที่จะยึดเสาหลักทั้งเจ็ด เขาเห็นว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นว่าเมืองเป็นของทุกคน เขาเห็นว่าเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองโปร่งใส เมืองเป็นของทุกคน
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง นรินทร์นับถอยหลังในใจ สาม วินาที ก่อนที่เสียงจากก้นบึ้งของนครจะแตะหูอีกครั้ง
"วันนี้เราจะยึดเสาหลักทั้งเจ็ด" นรินทร์พูด เสียงของเขาดังไปทั่วตลาดสนธยา "เราจะยึดเสาหลักต้นที่หนึ่งที่สถานีรถไฟร้าง เราจะยึดเสาหลักต้นที่สองและต้นที่สามที่คลองดำ เราจะยึดเสาหลักต้นที่สี่และต้นที่ห้าที่โรงเตาหมื่นควัน เราจะยึดเสาหลักต้นที่หกและต้นที่เจ็ดที่หอทะเบียนเงา"
"ผมจะยึดเสาหลักต้นที่หนึ่ง" ครูเมฆพูด "ผมจะใช้ลูกศิษย์ห้าคนช่วยยึดเสาหลักต้นที่หนึ่ง"
"ผมจะยึดเสาหลักต้นที่หนึ่งด้วย" นนท์พูด "ผมจะใช้พลังของผมช่วยยึดเสาหลักต้นที่หนึ่ง"
"ผมจะยึดเสาหลักต้นที่สองและต้นที่สาม" ภาคินพูด "ผมจะใช้ลูกเรือคนคลองสามสิบคนช่วยยึดเสาหลักต้นที่สองและต้นที่สาม"
"ผมจะยึดเสาหลักต้นที่สี่และต้นที่ห้า" มะลิพูด "ผมจะใช้ช่างอาคมยี่สิบคนช่วยยึดเสาหลักต้นที่สี่และต้นที่ห้า"
"ผมจะยึดเสาหลักต้นที่หกและต้นที่เจ็ด" รสาพูด "ผมจะใช้เจ้าหน้าที่สิบห้าคนช่วยยึดเสาหลักต้นที่หกและต้นที่เจ็ด"
ผู้ใช้เวททั้งหมดเดินออกจากตลาดสนธยา ผู้ใช้เวททั้งหมดเดินไปที่เขตของตัวเอง ผู้ใช้เวททั้งหมดเดินไปยึดเสาหลักทั้งเจ็ด แสงเช้าส่องลงตลาดสนธยา แสงเช้าส่องลงบนผู้ใช้เวทที่เดินออกไป แสงเช้าส่องลงบนทุกอย่างในตลาดสนธยา แสงเช้าทำให้ตลาดสนธยาสว่าง แสงเช้าทำให้ตลาดสนธยาอบอุ่น แสงเช้าทำให้ตลาดสนธยาเป็นที่ที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย
ที่สถานีรถไฟร้าง สถานีรถไฟร้างเงียบ สถานีรถไฟร้างมืด สถานีรถไฟร้างมีกลิ่นเหม็นของเหล็กเก่า สถานีรถไฟร้างมีเสาเหล็กสูงใหญ่ที่รองรับชายคา สถานีรถไฟร้างมีรางรถไฟที่ขึ้นสนิม สถานีรถไฟร้างมีเสาหลักต้นที่หนึ่งที่อยู่กลางสถานีรถไฟร้าง ครูเมฆและนนท์เดินเข้าไปในสถานีรถไฟร้าง ครูเมฆและนนท์เห็นเสาหลักต้นที่หนึ่ง เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่ใหญ่ที่สุด เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่เก็บผลค้างจากเวทบนโลกเบื้องบน เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่เก่าแก่ที่สุด เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่เมืองสร้างขึ้นเป็นเสาหลักแรก เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่เก็บความทรงจำของเมือง เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่เก็บรอยจำของทุกคนที่เคยเสียสละเข้าสู่เสาหลัก เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่สำคัญที่สุดของเมือง เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่สำคัญที่สุด เสาหลักต้นที่หนึ่งเป็นเสาหลักที่เมืองต้องปกป้อง
"เราจะเริ่มยึดเสาหลัก" ครูเมฆพูด ครูเมฆยกมือขึ้น ครูเมฆเริ่มใช้กลไกโยกหนี้ที่เขาออกแบบเมื่อยี่สิบปีก่อน กลไกโยกหนี้เริ่มทำงาน เสาหลักต้นที่หนึ่งเริ่มสั่น เสาหลักต้นที่หนึ่งเริ่มเรืองแสง เสาหลักต้นที่หนึ่งเริ่มส่งเสียงต่ำใต้พื้น
"ผมจะช่วย" นนท์พูด นนท์วางมือบนเสาหลัก นนท์ใช้พลังของเขาที่เป็นหัวใจของเสาหลักต้นที่ห้า นนท์ส่งพลังของเขาไปยังเสาหลักต้นที่หนึ่ง เสาหลักต้นที่หนึ่งเรืองแสงมากขึ้น เสาหลักต้นที่หนึ่งส่งเสียงดังขึ้น เสาหลักต้นที่หนึ่งส่งเสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังขึ้น
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นดังอยู่ในสถานีรถไฟร้าง เสียงนั้นดังอยู่ในทุกที่ในเมือง เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองกำลังยึดเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองกำลังเปลี่ยนแปลง เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง
ครูเมฆและนนท์ทำงานร่วมกัน ครูเมฆใช้กลไกโยกหนี้ที่เขาออกแบบเมื่อยี่สิบปีก่อน นนท์ใช้พลังของเขาที่เป็นหัวใจของเสาหลัก เสาหลักต้นที่หนึ่งเรืองแสงมากขึ้นเรื่อย ๆ เสาหลักต้นที่หนึ่งส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ เสาหลักต้นที่หนึ่งส่งเสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังขึ้นเรื่อย ๆ
"เสาหลักต้นที่หนึ่งยึดได้แล้ว" ครูเมฆพูด "เสาหลักต้นที่หนึ่งเรืองแสง เสาหลักต้นที่หนึ่งส่งเสียง เสาหลักต้นที่หนึ่งปลอดภัย"
"เสาหลักต้นที่หนึ่งยึดได้แล้ว" นนท์พูด "เสาหลักต้นที่หนึ่งเรืองแสง เสาหลักต้นที่หนึ่งส่งเสียง เสาหลักต้นที่หนึ่งปลอดภัย"
ครูเมฆและนนท์เดินออกจากสถานีรถไฟร้าง ครูเมฆและนนท์เห็นว่าเสาหลักต้นที่หนึ่งเรืองแสง เสาหลักต้นที่หนึ่งส่งเสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ เสาหลักต้นที่หนึ่งปลอดภัย
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นดังอยู่ในสถานีรถไฟร้าง เสียงนั้นดังอยู่ในทุกที่ในเมือง เสียงนั้นไม่รู้ว่าเสาหลักต้นที่หนึ่งยึดได้แล้ว เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองกำลังเปลี่ยนแปลง เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง
ครูเมฆและนนท์เดินกลับตลาดสนธยา ครูเมฆและนนท์เห็นผู้คนในตลาดสนธยาเดินไปมา ครูเมฆและนนท์เห็นแผงขายของ ครูเมฆและนนท์เห็นเวที ครูเมฆและนนท์เห็นม้านั่ง ครูเมฆและนนท์เห็นนรินทร์ยืนอยู่ที่ตลาดสนธยา ครูเมฆและนนท์เห็นว่าเสาหลักต้นที่หนึ่งยึดได้แล้ว เสาหลักต้นที่หนึ่งเรืองแสง เสาหลักต้นที่หนึ่งส่งเสียง เสาหลักต้นที่หนึ่งปลอดภัย
นรินทร์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"เสาหลักต้นที่หนึ่งยึดได้แล้ว" ครูเมฆพูด "เสาหลักต้นที่หนึ่งปลอดภัย"
"ดี" นรินทร์ตอบ "เสาหลักต้นที่หนึ่งยึดได้แล้ว เมืองมีเสาหลักต้นที่หนึ่งปลอดภัย"
แสงเช้าในตลาดสนธยาส่องลงพื้น แสงเช้าอุ่น แสงเช้าส่องลงบนใบหน้าของผู้ใช้เวท แสงเช้าส่องลงบนเวที แสงเช้าส่องลงบนม้านั่ง แสงเช้าส่องลงบนแผงขายของ แสงเช้าทำให้ตลาดสนธยาสว่าง แสงเช้าทำให้ตลาดสนธยาอบอุ่น แสงเช้าทำให้ทุกคนรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เมืองเปลี่ยนแปลง
และเสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเสาหลักต้นที่หนึ่งยึดได้แล้ว เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองกำลังยึดเสาหลักทั้งเจ็ด เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง—แต่นรินทร์รู้ว่าเมืองจะเรียกราคาจากเขา และราคานั้นอาจเป็นชื่อของเขาเอง?
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ยังดังอยู่—