บทที่ 115: ความทรงจำที่หายไป
นักข่าวหญิงสาวพบว่าภาพถ่ายที่ถ่ายที่ตลาดสนธยาเมื่อสามเดือนก่อนถูกลบออกจากคอมพิวเตอร์ เมืองอาคมลบความทรงจำของผู้ที่ถ่ายภาพ นรินทร์เดินเข้าบ้านสายสินหลังจากส่งพัสดุ เห็นหญิงสาวนักข่าวยืนอยู่ที่ประตูบ้าน หญิงสาวดูเครียด ผมยาวสีดำ ตาสีน้ำตาล สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว มีกล้องดิจิทัลขนาดใหญ่แขวนอยู่ที่คอ กล้องถ่ายรูปของเธอเป็นกล้องมืออาชีพที่ดูเหมือนจะมีราคาแพง นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตู มองหญิงสาวที่ดูเครียดอยู่ตรงหน้า แสงแดดบ่ายส่องลงมาบนหลังของหญิงสาว ทำให้เธอดูเหมือนเงาที่ยืนอยู่ตรงข้าม ถนนสายสินยังคงเงียบสงบ ไม่มีใครเดินผ่านไปมาในตอนบ่าย
หญิงสาวพูดกับนรินทร์ว่า "คุณคือคนที่อยู่ในภาพถ่าย ผมมาหาคุณเพราะอยากรู้ว่าคุณเป็นใคร ผมถ่ายรูปตลาดสนธยาเมื่อสามเดือนก่อน ภาพถ่ายมีคุณอยู่ในนั้น แต่ภาพถ่ายหายไปจากคอมพิวเตอร์ของผม" นรินทร์เข้าใจว่าเมืองอาคมลบความทรงจำของผู้ที่ถ่ายภาพ เขารู้ว่าเมืองลบชื่อของเขาจากความทรงจำ แต่คิดว่าเมืองลบเฉพาะชื่อไม่ใช่ลบภาพถ่ายทั้งหมด หญิงสาวเดินเข้ามาจนมุมประตู เธอถือกล้องแน่นเหมือนถือสิ่งของมีค่า แสงสว่างจากด้านนอกส่องผ่านประตูเข้ามาในห้อง ทำให้เห็นฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในอากาศ นนท์เดินออกมาจากห้องและมองหญิงสาวด้วยความสงสัย
แม่ของนรินทร์เดินออกมาจากบ้านและถามหญิงสาวว่า "ลูกสาวมาหาใคร" หญิงสาวตอบว่า "ผมมาหาลูกชายของคุณ ลูกชายของคุณอยู่ในภาพถ่ายที่หายไป ลูกชายของคุณช่วยสร้างเมืองใหม่" แม่ตอบว่า "ลูกชายของแม่ชื่อนรินทร์ สายสิน เขาเป็นพี่ชายของนนท์ เขาเลี้ยงนนท์มาตั้งแต่เด็ก เขาเพิ่งกลับมาจากเมืองอาคม เขาไม่มีชื่อในเมืองอาคมอีกแล้ว แต่เขายังมีชื่อในบ้านนี้" นรินทร์มองแม่และรู้สึกว่าแม่ยังจำชื่อของเขาได้ แม่พูดชื่อให้หญิงสาวฟัง หญิงสาวจดชื่อลงในสมุดบันทึก เสียงปากกาเขียนลงบนกระดาษดังแกร๊กๆ ในความเงียบของบ้านสายสิน กลิ่นกระดาษและหมึกปากกาลอยอยู่ในอากาศ นนท์เดินออกมาจากห้องและมองหญิงสาวด้วยความสงสัย
หญิงสาวพูดกับนรินทร์ว่า "ผมจะเขียนเรื่องของคุณ ผมจะเขียนว่าคุณชื่อนรินทร์ สายสิน คุณเป็นคนที่ช่วยสร้างเมืองใหม่" แต่นรินทร์ไม่ต้องการเป็นที่รู้จัก เขาต้องการเป็นคนธรรมดาที่ส่งของ ตอบว่า "อย่าเขียนเรื่องผมเลย ผมเป็นแค่ไรเดอร์ที่ส่งของ" หญิงสาวยิ้มแล้วเดินออกจากบ้าน นรินทร์มองตามหญิงสาวที่เดินออกไป เขารู้ว่าบางคนยังจำเขาได้ แม้เมืองจะลบชื่อของเขาจากความทรงจำแล้วก็ตาม ลมเย็นพัดผ่านมาที่ประตูบ้าน พัดเอากลิ่นดอกไม้จากสวนหลังบ้านมาให้เขาได้กลิ่น
หลังจากนั้น นรินทร์เดินทางกลับบ้านสายสิน เขาขี่รถจักรยานยนต์ผ่านถนนในกรุงเทพฯ ถนนยังคงคึกคักไปด้วยรถยนต์และผู้คนที่เดินเท้า แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในอากาศ ลมพัดผ่านมาทำให้เสื้อของเขาสะบัดเบาๆ กลิ่นอาหารจากร้านอาหารริมถนนลอยมาถึงจมูก กลิ่นดอกไม้จากร้านขายดอกไม้ริมถนนลอยมาถึงจมูก เขาหิวแต่ไม่ได้แวะ เขาอยากกลับบ้าน เขาอยากกินข้าวกับแม่และนนท์ เขาอยากนอนบนเตียงไม้เก่าในห้องเล็กๆ ของเขา เขาขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มอ่อน เขาเข้าบ้านและกินข้าวเย็นกับครอบครัว แม่เล่าเรื่องให้เขาฟังว่านนท์เรียนอยู่ที่โรงเรียนไหน ทำอะไรบ้าง เขาฟังอย่างตั้งใจ เขาเป็นคนธรรมดาที่ส่งของให้คนในกรุงเทพฯ เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีครอบครัวที่จำเขาได้ เขามีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ตกลงไปใต้ขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ค้างคาวเริ่มบินออกจากรัง ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย็น ลมเย็นพัดผ่านมาที่ระเบียงหน้าบ้าน พัดเอากลิ่นดอกไม้จากสวนหลังบ้านมาให้เขาได้กลิ่น แม่เดินเข้าบ้านไปเตรียมอาหารเย็น นรินทร์ยืนอยู่ที่ระเบียงคนเดียว มองดาวที่เริ่มปรากฏบนท้องฟ้า ทำให้เขารู้สึกสงบและอบอุ่น เขาคิดถึงเมืองอาคม เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลัก เขาคิดถึงรสาที่รอเขาอยู่ เขาคิดถึงทุกคนที่เขารู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องกลับบ้านสายสิน เขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขา เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีทุกอย่างที่เขาต้องการ
เขาเดินเข้าไปในห้องนอนและนอนลงบนเตียงไม้เก่า เขามองเพดานห้องที่มีรอยร้าวเล็กๆ ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เขาคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดถึงเมืองอาคมที่เขาเคยอยู่ เขาคิดถึงเสาหลักเจ็ดต้นที่เขาเคยดูแล เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาคิดถึงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านสายสิน เขาหลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส นกเริ่มร้องเพลงบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย้นแต่อุ่น ลมอุ่นพัดผ่านมาที่ระเบียงหน้าบ้าน พัดเอากลิ่นดอกไม้จากสวนหลังบ้านมาให้เขาได้กลิ่น แม่เดินเข้าบ้านไปเตรียมอาหารเช้า นรินทร์ยืนอยู่ที่ระเบียงคนเดียว มองท้องฟ้าที่เริ่มสว่าง ทำให้เขารู้สึกสงบและอบอุ่น