บทที่ 94: การรับมือที่ตลาดสนธยา
ตลาดสนธยาเป็นที่แรกที่ผู้บุกยึดเลือกเข้า นรินทร์เห็นพวกเขาเดินเรียงสามแถวจากท่อใต้ตลาด พวกเขาไม่ได้ซ่อนตัว พวกเขาเดินตรงเข้ามา หน้าของพวกเขาถูกบังด้วยผ้า มือข้างหนึ่งถืออาวุธอาคมที่เปล่งแสงสีแดง อีกข้างถือตราอาคมที่นรินทร์ไม่รู้จัก
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"พี่ริน" เสียงเล็กดังขึ้นจากโทรศัพท์ เขาเป็นลูกเรือคนคลองที่รักษาทางเข้าตลาดสนธยา "ผู้บุกยึดสิบสองคน กำลังเข้าตลาด"
"รับทราบ" นรินทร์ตอบ "ตั้งตำแหน่งตามแผนที่ของมะลิ"
"ครับ"
นรินทร์มองลงไปในแอ่งน้ำ เขาเห็นภาพของตลาดสนธยาจากยอดรวมในตัวเขา แผงขายของหลายสิบแผงเรียงรายเป็นทางยาว เจ้าของแผงยังนอนหลับอยู่ ไฟคบเพลิงในตลาดส่ายไหวตามลม ลูกเรือคนคลองสิบห้าคนซ่อนอยู่ในซอกแผงต่าง ๆ พวกเขาถือเชือกผูกราคาที่ครูเมฆเตรียมไว้
ผู้บุกยึดเข้ามาในตลาด ผู้นำทีมเป็นชายร่างใหญ่ที่สวมเสื้อคลุมสีดำ เขายกอาวุธอาคมขึ้นและยิงพลังใส่แผงขายของแผงแรก แผงไม้ไผ่ระเบิดออก ของที่ขายในแผงกระจายเกลื่อนพื้น เจ้าของแผงตื่นขึ้นมาตะโกน
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"อย่าให้เขาหนี" ผู้นำทีมตะโกน
ลูกเรือคนคลองโจมตีจากทุกทิศทาง เชือกผูกราคาถูกสาดออกจากมือลูกเรือ พันรอบข้อมือของผู้บุกยึดสี่คนในเสี้ยววินาที เชือกเหล่านั้นดูดราคาที่ผู้บุกยึดพยายามจะโอนให้ผู้อื่น แล้วย้อนกลับไปที่ผู้บุกยึดเอง
ผู้บุกยึดสี่คนทรุดลงพื้นทันที พวกเขากุมข้อมือที่พันด้วยเชือก พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาแค่รู้สึกว่าตัวเองถูกดูดซับพลัง พวกเขาแค่รู้สึกว่าร่างกายเบาลงจนเกือบลอย
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"กลไกทำงาน" เสียงเล็กดังจากโทรศัพท์
"เก็บตัวคนที่เหลือ" นรินทร์สั่ง
ลูกเรือคนคลองโจมตีต่อ เชือกผูกราคาถูกสาดออกอีกสามเส้น เชือกพันรอบตัวผู้บุกยึดอีกสามคน ผู้บุกยึดเหล่านั้นทรุดลงพื้นเหมือนคนที่ถูกดูดเลือดออกจากร่าง ผู้บุกยึดที่ถูกจับทั้งเจ็ดคนนอนนิ่งไม่ไหวติงบนพื้นตลาด เลือดไหลออกจากจมูกของพวกเขา ลูกเรือคนคลองรีบเข้าไปผูกมือไพล่หลังและเอาผ้าอุดจมูก
ผู้บุกยึดที่เหลืออีกห้าคนเริ่มถอยหลัง พวกเขาเห็นเพื่อนทรุดลงพื้นทีละคน พวกเขาไม่อยากเป็นคนต่อไป พวกเขาเห็นแก้วยืนถือเชือกผูกราคาที่เปื้อนเลือดของตัวเอง พวกเขาเห็นสายตาของแก้วที่จ้องมาที่พวกเขา สายตาของแก้วไม่ได้จ้องด้วยความโกรธ สายตาของแก้วจ้องด้วยความเหนื่อยล้า
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"หนี" ผู้นำทีมตะโกน
ผู้บุกยึดห้าคนวิ่งกลับออกทางท่อใต้ตลาด แต่ลูกเรือคนคลองสี่คนวิ่งตัดหน้าพวกเขา พวกเขาถือตราอาคมที่ผูกด้ายสีแดง พวกเขาทำสัญญาณมือที่ครูเมฆสอนไว้ ผู้บุกยึดห้าคนหยุดวิ่งทันที ขาของพวกเขาไม่ยอมเคลื่อนเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้น
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"เดินกลับมา" เล็กตะโกน
ผู้บุกยึดห้าคนเดินกลับมาเหมือนหุ่นกระบอก ลูกเรือคนคลองจับกุมพวกเขาแล้วผูกมือไพล่หลัง ตาแต่ละคนมีสีแดงจาง ๆ เหมือนเลือดที่ไหลออกมาทางตา
ผู้นำทีมที่ถูกจับนอนอยู่บนพื้น เขาพยายามลุกขึ้นแต่ขาของเขาไม่ยอมเคลื่อน เลือดไหลออกจากจมูกเขาเป็นสาย เขามองเพื่อนของเขาที่นอนหมดสติอยู่รอบ ๆ เขาเห็นลูกเรือคนคลองยืนถือเชือกผูกราคา เขาเห็นเล็กเดินเข้ามาใกล้เขา
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"ใครเป็นคนสั่งพวกคุณ" เล็กถาม
"ผมไม่ตอบ"
"ผมถามอีกครั้ง ใครเป็นคนสั่ง"
"ผมไม่ตอบ"
เล็กยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความสุข เขาหยิบเชือกผูกราคาอีกเส้นออกมาจากกระเป๋า เขาวางเชือกไว้บนหน้าอกของผู้นำทีม
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"เชือกนี้จะดูดราคาที่คุณปิดบัง" เล็กพูด "ราคาจะไหลออกมาทางเชือก ผมจะเห็นว่าใครสั่งคุณมา"
"คุณจะเห็น"
"ใช่"
"แล้วคุณจะทำยังไง"
"ผมจะบอกพี่ริน" เล็กตอบ "พี่รินจะตัดสินใจว่าจะทำยังไง"
ผู้นำทีมมองเล็ก เขาเห็นใบหน้าของเล็กที่เหนื่อยล้า เขาเห็นรอยเลือดที่มือของเล็ก เขาเห็นว่าเล็กไม่ได้อยากทำสิ่งที่กำลังทำ แต่เล็กก็ยังทำ
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง นรินทร์นับถอยหลังในใจ สาม วินาที ก่อนที่เสียงจากก้นบึ้งของนครจะแตะหูอีกครั้ง
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"สภาสั่งผมมา" ผู้นำทีมพูด
"สภาเจ้าหนี้"
"ใช่"
"ทำไม"
"ผมไม่รู้ ผมแค่รับคำสั่ง"
"คำสั่งอะไร"
"ให้ทำลายเมือง"
"ใครในสภาสั่ง"
"ผมไม่รู้จริง ๆ" ผู้นำทีมพูด "ผมรับคำสั่งจากคนที่ชื่อสมเกียรติ แต่ผมไม่รู้ว่าสมเกียรติรับคำสั่งจากใคร"
เล็กพยักหน้า เขาหยิบเชือกผูกราคาออกจากหน้าอกของผู้นำทีม เขาเก็บเชือกกลับเข้ากระเป๋า
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"พี่รินจะโทรมาหาคุณ" เล็กพูด "คุณจะตอบคำถามของพี่ริน"
"ครับ"
นรินทร์นับจำนวนในแอ่งน้ำ ผู้บุกยึดที่ถูกจับกุมที่ตลาดสนธยามีทั้งหมดสิบสองคน ตามแผน ไม่มีใครหนี ไม่มีใครตาย ลูกเรือคนคลองเจ็บสามคน บาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกอาวุธอาคมของผู้บุกยึดขูด
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"พี่ริน" เสียงเล็กดังจากโทรศัพท์ "ทีมแรกถูกจับหมดแล้ว"
"รับทราบ"
นรินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภาคิน เสียงเรียกดังสามครั้งก่อนภาคินรับ
"พี่คิน ทีมแรกที่ตลาดสนธยาถูกจับกุมหมดแล้ว"
"ดี" เสียงภาคินดังมาจากปลายสาย เสียงน้ำไหลเป็นฉากหลัง "ทีมสองที่คลองดำกำลังเข้ามา พี่จะรับมือเอง"
"พี่คิน"
"อะไร"
"ระวังตัวด้วย"
"พี่รู้จักคลองดำดีกว่าคนที่เข้ามา คนที่เข้ามาเป็นคนของสภา พวกเขาไม่รู้จักคลอง"
"ครับ"
"ทีมสามที่โรงเตาหมื่นควัน มะลิรับมือเองอยู่"
"รับทราบ"
"แล้วมึง ทีมที่สี่"
"ผมรับมือไปแล้ว" นรินทร์พูด "ผู้นำทีมเป็นคนที่ชื่ออรจิต เขาถือเครื่องรางจากครูเมฆ"
"อรจิต" เสียงภาคินแปลกไป "อรจิตเป็นคนที่พี่เคยค้าขายด้วยเมื่อสิบปีก่อน"
"รู้จักเขาดีไหม"
"ดี เขาเป็นคนที่ขายทุกอย่างที่ขวางหน้า"
"เขาไม่ได้ทำสำเร็จ"
"พี่รู้" ภาคินหัวเราะ เสียงหัวเราะเปียกเหมือนน้ำในท่อ "พี่ริน พี่ชนะแล้ว พี่ชนะหนึ่งทีม ทีมต่อไปพี่ชนะอีก"
"พี่คิน"
"อะไร"
"อย่าประมาท"
"พี่จะไม่ประมาท พี่จะรักษาคนของพี่"
เสียงสายตัด นรินทร์วางโทรศัพท์ลง เขามองลงไปในแอ่งน้ำ เขาเห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ ตราอาคมในมือภาคินส่องแสงสีน้ำเงิน แสงนั้นส่องลงน้ำและทำให้น้ำในคลองเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินจาง ๆ ผู้บุกยึดทีมที่สองกำลังเดินเข้ามาในคลองดำ พวกเขายังไม่รู้ว่าคนที่ยืนอยู่ที่ท่าเรือคือคนที่จะหยุดพวกเขา
ภาคินยกตราอาคมขึ้น แสงสีน้ำเงินสาดส่องออกไปทั่วคลอง ผู้บุกยึดหยุดเดิน แสงนั้นไม่ได้หยุดขาพวกเขา แสงนั้นหยุดหัวใจพวกเขา พวกเขามองภาคิน และภาคินมองพวกเขา
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"ผู้บุกยึดที่นี่จะไม่ผ่าน" ภาคินพูดเสียงดัง "ผู้บุกยึดที่นี่จะต้องจ่ายราคา"
ผู้นำทีมที่สองเป็นหญิงสาวในชุดคลุมสีดำที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายหนา เธอมองตราอาคมในมือภาคิน เธอจำตรานี้ได้ เธอเคยเห็นตรานี้ในร้านขายเครื่องรางใต้ดินแถวคลองดำ เธอรู้ว่าตรานี้เป็นตราของนาคาคลองเงา
นรินทร์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"ภาคิน นาคบดี" เธอพูด
"ใช่" ภาคินตอบ
"เรามาคนละสิบสองคน เรามีอาวุธครบ เราพร้อมตาย"
"ผมรู้"
"แล้วคุณจะทำยังไง"
"ผมจะทำให้คุณไม่ต้องตาย"
ผู้นำทีมหญิงสาวหัวเราะ เสียงหัวเราะของเธอดังก้องในคลอง น้ำในคลองสั่นสะเทือนเหมือนเสียงหัวเราะของเธอทำให้น้ำกลัว
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"คุณพูดเหมือนคนที่ไม่เคยสู้"
"ผมพูดเหมือนคนที่เคยสู้มามาก" ภาคินตอบ "ผมเคยสู้กับคนที่อยากทำลายคลองดำ "
"แล้วคุณชนะไหม"
"ผมแพ้ทุกครั้ง" ภาคินยิ้ม "แต่คลองดำไม่เคยแพ้"
นรินทร์มองภาพในแอ่งน้ำ เขาเห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคนเดียว เขาเห็นผู้บุกยึดสิบสองคนยืนเรียงรายอยู่ในคลอง เขาเห็นลูกเรือคนคลองสิบห้าคนซ่อนอยู่ตามซอกเรือ เขาเห็นน้ำในคลองเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม เขาเห็นทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น และเขาเห็นว่าภาคินกำลังจะชนะ—แต่การชนะของภาคินอาจทำให้ราคาในคลองไหลกลับมาที่เขา?