บทที่ 118: สมุดบันทึกของแม่
รสาคืนสมุดบันทึกของแม่ให้นรินทร์ที่โรงเตาหมื่นควัน สมุดบันทึกเล่มนี้เป็นสมุดบันทึกเล่มเดียวกับที่แม่เขียนถึงพ่อ นรินทร์อ่านสมุดบันทึกและเข้าใจว่าแม่ต้องการให้เขาทำอะไร นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตูโรงเตาหมื่นควัน มองรสาที่ยืนอยู่ที่ประตู รสาถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งในมือ รสาส่งสมุดบันทึกให้นรินทร์ บอกว่า "นี่คือสมุดบันทึกของแม่คุณ สมุดบันทึกเล่มนี้เป็นของคุณ ไม่ใช่ของเมือง ฉันเก็บไว้ให้คุณ เพราะฉันรู้ว่าคุณจะกลับมาเมื่อเมืองพร้อม" นรินทร์รับสมุดบันทึกและเปิดอ่าน เห็นข้อความที่แม่เขียนถึงพ่อ เห็นข้อความที่แม่เขียนถึงเขา เห็นข้อความที่แม่เขียนถึงคนที่จะมาอ่านสมุดบันทึกนี้ในอนาคต
นรินทร์เปิดหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกและเห็นข้อความที่แม่เขียนถึงเขาโดยเฉพาะ แม่เขียนว่า "ลูกเอ๊ย ถ้าลูกอ่านบันทึกนี้ ลูกคือคนที่ช่วยสร้างเมืองใหม่ ลูกคือคนที่ทำให้เมืองเป็นเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วม ลูกคือคนที่แม่ภูมิใจที่สุดในโลก แม่ไม่ต้องการให้ลูกเป็นที่รู้จัก แม่ต้องการให้ลูกเป็นคนดี แม่รักลูก" นรินทร์รู้สึกน้ำตาไหล เขาปิดสมุดบันทึกและกอดสมุดบันทึกไว้แน่น กลิ่นกระดาษเก่าของสมุดบันทึกทำให้เขานึกถึงกลิ่นของแม่ รสาพูดกับเขาว่า "นรินทร์คุณยังมีชื่ออยู่ ชื่อของคุณอยู่ในสมุดบันทึกเล่มนี้ ชื่อของคุณอยู่ในบัญชีเมือง และชื่อของคุณอยู่ในใจของคนที่คุณรัก" นรินทร์พยักหน้าและขอบคุณรสา
เขาเดินออกจากโรงเตาหมื่นควันและขึ้นไปบนโลกเบื้องบน นรินทร์กลับบ้านสายสินและกินข้าวกับครอบครัว นรินทร์วางสมุดบันทึกของแม่ลงบนโต๊ะอาหาร แม่เห็นสมุดบันทึกและยิ้ม บอกว่า "ลูกเอ๊ย สมุดบันทึกเล่มนี้เป็นของลูก แม่ดีใจที่ลูกได้สมุดบันทึกกลับมา" ครอบครัวสายสินกินข้าวด้วยกันเป็นมื้อที่มีความสุขที่สุดในรอบหลายปี นรินทร์กัดริมฝีปากแน่น เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีครอบครัวที่จำเขาได้ เขามีสมุดบันทึกของแม่ เขามีตราอาคมของแม่ เขามีทุกอย่างที่เขาต้องการ แสงแดดส่องลงมาบนโต๊ะอาหาร ทำให้ห้องอาหารอบอุ่น กลิ่นอาหารจากครัวลอยมาถึงจมูกของทุกคน ทำให้บ้านอบอุ่น
เขาเดินเข้าไปในห้องนอนและนอนลงบนเตียงไม้เก่า เขามองเพดานห้องที่มีรอยร้าวเล็กๆ ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เขาคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดถึงเมืองอาคมที่เขาเคยอยู่ เขาคิดถึงเสาหลักเจ็ดต้นที่เขาเคยดูแล เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาคิดถึงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านสายสิน เขาหลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส นกเริ่มร้องเพลงบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย้นแต่อุ่น
เขาเดินเข้าไปในห้องนอนและนอนลงบนเตียงไม้เก่า เขามองเพดานห้องที่มีรอยร้าวเล็กๆ ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เขาคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดถึงเมืองอาคมที่เขาเคยอยู่ เขาคิดถึงเสาหลักเจ็ดต้นที่เขาเคยดูแล เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาคิดถึงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านสายสิน เขาหลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส นกเริ่มร้องเพลงบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย้นแต่อุ่น
เขาเดินออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปยังลูกค้าคนต่อไป แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ลมพัดผ่านมาทำให้เสื้อของเขาสะบัดเบาๆ กลิ่นอาหารจากร้านอาหารริมถนนลอยมาถึงจมูก กลิ่นดอกไม้จากร้านขายดอกไม้ริมถนนลอยมาถึงจมูก เขาหิวแต่ไม่ได้แวะ เขาอยากทำงานให้เสร็จก่อน เขาอยากกลับบ้าน เขาอยากกินข้าวกับแม่และนนท์ เขาอยากนอนบนเตียงไม้เก่าในห้องเล็กๆ ของเขา เขาขี่รถจักรยานยนต์ต่อไป พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มอ่อน เขามองท้องฟ้าและรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ดี เขาเป็นคนธรรมดาที่ส่งของให้คนในกรุงเทพฯ เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีครอบครัวที่จำเขาได้ เขามีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขาขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านในตอนเย็น พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีม่วงเข้ม ดาวเริ่มปรากฏบนท้องฟ้า เขามองดาวและรู้สึกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี