บทที่ 101: การปรองดอง
แสงเช้าของวันใหม่ส่องผ่านหน้าต่างบ้านสายสิน เข้ามาในห้องครัวเล็ก ๆ ที่นรินทร์เคยกินข้าวคนเดียวมาสิบเก้าปี นรินทร์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เขามองนนท์ที่นั่งฝั่งตรงข้าม นนท์มองจานข้าวของตัวเอง เขายังไม่ยกช้อนขึ้น เขายังไม่พร้อมจะกิน
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
เสียงร้องเพลงดังมาจากเสาหลักต้นที่หนึ่ง เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังเบา ๆ ทะลุผ่านพื้นใต้บ้านขึ้นมา เสียงนั้นไม่ได้ดังจากคน เสียงนั้นดังจากรอยจำที่จารไว้ในหิน เสียงนั้นดังอยู่ทุกเช้า เสียงนั้นรอนรินทร์และนนท์อยู่ที่บ้าน
"นนท์" นรินทร์พูด เสียงของเขาแผ่ว "น้องได้ยินเสียงแม่ไหม"
"ได้ยินครับ" นนท์ตอบ "ผมได้ยินทุกเช้า"
"เสียงแม่เพราะใช่ไหม"
"เพราะมากครับ" นนท์ยกช้อนขึ้น เขาเริ่มกินข้าว เขากินช้า ๆ เขาเคี้ยวทีละคำ เขามีเวลา เขาไม่ต้องรีบไปทำงาน เขาไม่ต้องรีบไปเฝ้าเสาหลัก เขาแค่นั่งกินข้าวกับพี่ชาย เขาฟังเสียงร้องเพลง "รักแท้" ที่ดังจากเสาหลัก
นรินทร์กินข้าว เขากินเงียบ ๆ เขามองเสียงร้องเพลงที่ดังจากเสาหลัก เขาได้ยินเสียงเดิม เสียงที่แม่เคยร้องกล่อมนนท์เมื่อสิบเก้าปีก่อน เสียงนั้นเป็นเสียงเดียวกับเสียงที่เขาเคยได้ยินจากเสาหลักเมื่อสามวันก่อน เสียงนั้นไม่เปลี่ยน เสียงนั้นจะไม่เปลี่ยน
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"นนท์" นรินทร์พูด เขาวางช้อนลง "พี่อยากถามน้องเรื่องเสียงแม่"
"อะไรครับ"
"น้องได้ยินเสียงแม่มาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ตั้งแต่ผมอยู่ในเมือง" นนท์ตอบ "เสียงแม่ดังอยู่ในเสาหลักทั้งเจ็ด เสียงแม่ดังอยู่ตลอดเวลา เสียงแม่ร้องเพลง "รักแท้" ซ้ำ เสียงแม่ไม่หยุด เสียงแม่ดังอยู่ทุกคืน"
"เสียงแม่ไม่เคยหยุดเลยเหรอ" นรินทร์ถาม
"ไม่เคยครับ" นนท์ตอบ "เสียงแม่ไม่เคยหยุด เสียงแม่ดังอยู่ในเสาหลักทั้งเจ็ด เสียงแม่ดังอยู่ตลอดเวลา เสียงแม่รอเราอยู่"
นรินทร์มองนนท์ เขาเข้าใจว่านนท์อยู่ในเมืองมาตั้งแต่เล็ก นนท์ได้ยินเสียงแม่มาตลอด นนท์ไม่เคยรู้จักแม่ นนท์ได้ยินเสียงแม่จากเสาหลัก เสียงแม่เป็นเสียงเดียวที่นนท์รู้จัก
"นนท์" นรินทร์พูด "เมื่อวานเราไปที่เสาหลัก เราได้ยินเสียงแม่"
"ได้ยินครับ" นนท์ตอบ
"เสียงแม่ไม่ตอบเรา เสียงแม่ไม่รู้ว่าเรามา เสียงแม่แค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน"
"ผมรู้ครับ" นนท์ตอบ "เสียงแม่ไม่รู้ เสียงแม่ไม่ตอบ เสียงแม่เป็นเสียงที่จารไว้ในหิน เสียงแม่จะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงแม่จะรอเรา"
"น้องจะได้ยินเสียงแม่ทุกคืน" นรินทร์พูด "น้องจะมาที่เสาหลักทุกคืน น้องจะฟังเสียงแม่"
"ครับ" นนท์ตอบ "ผมจะฟังเสียงแม่ทุกคืน"
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ใต้บ้าน เสียงนั้นดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่านรินทร์และนนท์นั่งกินข้าวอยู่ เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เหมือนเสียงที่แม่เคยร้องกล่อมนนท์เมื่อสิบเก้าปีก่อน
นรินทร์ยกช้อนขึ้น เขากินข้าว เขากินคู่กับนนท์ เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เขาแค่กิน เขาแค่นั่ง เขาแค่ฟังเสียงร้องเพลงจากเสาหลัก เขาแค่เป็นพี่ชายที่กินข้าวกับน้องชาย เขาแค่เป็นลูกของเสียงร้องเพลง "รักแท้" ที่ดังอยู่ในเสาหลักใต้พิภพ
"นนท์" นรินทร์พูดเมื่อกินเสร็จ "เราจะไปที่หอทะเบียนเงา เราจะพบรสา"
"ครับ" นนท์ตอบ "ผมจะไปด้วย"
เขาทั้งสองลุกขึ้น เขาทั้งสองเก็บจาน เขาทั้งสองเข้าไปในเมือง เขาทั้งสองเดินผ่านถนนในกรุงเทพฯ เขาทั้งสองเข้าไปในทางลงใต้พิภพ เขาทั้งสองเดินผ่านตลาดสนธยา เขาทั้งสองเข้าไปในหอทะเบียนเงา
รสายืนอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอสวมเสื้อคอเต่ำสีขาว เสื้อของเธอมีรอยหมึกเปื้อนที่ปลายแขน เธอเปิดสมุดปกแข็งสีดำเล่มใหม่อยู่ เธอเห็นนรินทร์และนนท์เดินเข้ามา เธอพยักหน้าให้พวกเขา
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"นรินทร์" รสาพูด "เข้ามา"
นรินทร์เดินเข้าไปในหอทะเบียนเงา เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานของรสา เขาเห็นสมุดปกแข็งสีดำเล่มใหม่ เขาเห็นชื่อสมาชิกสภาเจ้าหนี้ทั้งสิบสองคน เขาเห็นชื่อนายทุนอาคมสามสิบเจ็ดคน เขาเห็นชื่อหัวหน้าเจ็ดเรือนสี่คน เขาเห็นตัวเลขสามชุดข้างชื่อทุกคน
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง นรินทร์นับถอยหลังในใจ สาม วินาที ก่อนที่เสียงจากก้นบึ้งของนครจะแตะหูอีกครั้ง
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"รสา" นรินทร์พูด "เมื่อวานเราเขียนกฎใหม่ของเมือง เราเขียนว่ารอยจำที่อยู่ในเสาหลักจะได้รับการเคารพ ไม่ใช่ผู้ที่ต้องปลดปล่อยหรือกักขัง"
"ผมจำได้" รสาพูด "กฎข้อห้า"
"เมืองจะต้องเปิดบัญชีลับที่เก็บไว้ในเสาหลัก" นรินทร์พูด "บัญชีลับที่เก็บราคาทุกอย่างที่ผู้มีอำนาจเคยทำ"
"บัญชีลับที่เก็บไว้ในเสาหลัก" รสาพูด เธอหยิบสมุดปกแข็งสีดำเล่มใหม่ขึ้นมา เธอเปิดไปที่หน้าแรก เธอเขียนชื่อบัญชีใหม่ "บัญชีลับ"
"บัญชีลับที่เก็บไว้ในเสาหลัก" นรินทร์พูด "บัญชีที่เมืองเก็บไว้ในเสาหลักตั้งแต่เมืองเริ่มต้น บัญชีที่บันทึกทุกการโอนหนี้ที่ผ่านเสาหลัก บัญชีที่บันทึกทุกการแกล้งบัญชีที่กรมตราเงาทำ บัญชีที่บันทึกทุกการทุจริตที่สภาเจ้าหนี้ทำ"
"บัญชีนี้อยู่ที่ไหน" รสาถาม
"บัญชีอยู่ในเสาหลัก" นรินทร์ตอบ "บัญชีเป็นรอยจำที่เมืองเก็บไว้ในหิน บัญชีอยู่ในเสาหลักทั้งเจ็ดต้น บัญชีเป็นส่วนหนึ่งของเมือง บัญชีเป็นของเมือง ไม่ใช่ของใครคนเดียว"
"ผมจะเปิดบัญชี" รสาพูด
"ผมจะพาไปที่เสาหลัก" นรินทร์พูด "ผมจะใช้ดุลหนี้เปิดบัญชี"
รสาพยักหน้า เธอหยิบสมุดปกแข็งสีดำเล่มใหม่ขึ้น เธอเตรียมตัวเขียนบันทึก เธอเตรียมตัวเป็นผู้จัดการบัญชีเมือง เธอเตรียมตัวเป็นผู้ที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมดที่เมืองเก็บไว้
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
นรินทร์จูงมือนนท์ เขาเดินออกจากหอทะเบียนเงา เขาเดินไปที่แกนนคร เขาเดินเข้าไปในแกนนคร เขาเดินไปที่เสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาเห็นรอยจำที่ผนังเสาหลัก เขาเห็นเสียงร้องเพลง "รักแท้" ยังดังอยู่ เขาเห็นรอยจำที่ผนังเสาหลักเรืองแสงสีเงิน เขาเห็นรอยจำที่ผนังเสาหลักเปลี่ยนเป็นสีทอง
รอยจำที่ผนังเสาหลักเปลี่ยนเป็นสีทอง เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังขึ้น เสียงนั้นดังขึ้นและดังขึ้น เสียงนั้นดังจนนรินทร์ได้ยินเสียงเพลงชัดเจน เสียงเพลงดังอยู่ในเสาหลัก เสียงเพลงเปิดเผยรอยจำที่เมืองเก็บไว้
บัญชีลับของเมืองปรากฏบนผนังเสาหลัก บัญชีนั้นเขียนด้วยรอยจำ บัญชีนั้นบันทึกทุกการโอนหนี้ที่ผ่านเสาหลัก บัญชีนั้นบันทึกทุกการแกล้งบัญชีที่กรมตราเงาทำ บัญชีนั้นบันทึกทุกการทุจริตที่สภาเจ้าหนี้ทำ บัญชีนั้นบันทึกทุกการฆ่าและทุกการสังเวยที่ผู้มีอำนาจทำ
นรินทร์มองบัญชีลับ เขาเห็นชื่อสมาชิกสภาเจ้าหนี้ทั้งสิบสองคน เขาเห็นชื่อนายทุนอาคมสามสิบเจ็ดคน เขาเห็นชื่อหัวหน้าเจ็ดเรือนสี่คน เขาเห็นชื่อผู้มีอำนาจที่ทุจริต เขาเห็นจำนวนเงินที่โอน จำนวนคนที่ถูกลบชื่อ จำนวนคนที่ถูกฝังในเสาหลัก เขาเห็นทุกอย่างที่เมืองเก็บไว้
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"เมืองเก็บทุกอย่างไว้" นรินทร์พูด เสียงของเขาสั่น "เมืองเก็บทุกอย่างไว้ในเสาหลัก เมืองเก็บทุกการโอนหนี้ เมืองเก็บทุกการแกล้งบัญชี เมืองเก็บทุกการทุจริต เมืองเก็บทุกการฆ่า เมืองเก็บทุกการสังเวย เมืองเก็บทุกอย่าง"
"เมืองเก็บทุกอย่างไว้" นนท์ตอบ "เมืองเป็นพยานของทุกอย่าง"
"เมืองเป็นพยาน" นรินทร์พูด "เมืองเป็นพยานของทุกการกระทำของผู้มีอำนาจ เมืองเห็นทุกอย่าง เมืองจำทุกอย่าง เมืองเก็บทุกอย่างไว้ในเสาหลัก"
นรินทร์หันไปหานนท์ เขาเห็นว่านนท์มองบัญชีลับ เขาเห็นว่านนท์เข้าใจ เขาเห็นว่านนท์รู้แล้วว่าเมืองเก็บทุกอย่างไว้
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"นนท์" นรินทร์พูด "เมืองเป็นพยาน เมืองจะอยู่ต่อไป เมืองจะเก็บทุกอย่างไว้ เมืองจะเป็นหลักฐานของทุกการกระทำของผู้มีอำนาจ"
"ครับ" นนท์ตอบ "เมืองจะอยู่ต่อไป เมืองจะเป็นหลักฐาน"
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นดังอยู่ในบัญชีลับ เสียงนั้นดังอยู่ในรอยจำที่ผนังเสาหลัก เสียงนั้นดังอยู่ทุกที่ในเมือง เสียงนั้นไม่ได้ร้องเพลงอย่างเดียว เสียงนั้นเปิดเผยบัญชีลับ เสียงนั้นเปิดเผยความจริงที่เมืองเก็บไว้ เสียงนั้นเป็นพยาน เสียงนั้นเป็นหลักฐาน เสียงนั้นเป็นบัญชี เสียงนั้นเป็นรอยจำ เสียงนั้นเป็นเมือง
นรินทร์ยืนอยู่หน้าเสาหลัก เขาเห็นบัญชีลับ เขาเห็นทุกอย่าง เขาเห็นว่าเมืองไม่เคยลืม เมืองเก็บทุกอย่างไว้ เมืองเป็นพยานของทุกการกระทำของผู้มีอำนาจ เมืองจะเป็นพยานตลอดไป เมืองจะเปิดเผยทุกอย่าง เมืองจะไม่มีวันลืม
นรินทร์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"นรินทร์" นนท์เรียก
"ครับ"
"เมืองเปิดเผยทุกอย่างแล้ว เมืองจะเปิดเผยอีกไหม"
"เมืองจะเปิดเผยทุกอย่าง" นรินทร์ตอบ "เมืองจะเปิดเผยทุกการโอนหนี้ เมืองจะเปิดเผยทุกการแกล้งบัญชี เมืองจะเปิดเผยทุกการทุจริต เมืองจะเปิดเผยทุกการฆ่า เมืองจะเปิดเผยทุกการสังเวย เมืองจะเปิดเผยทุกอย่าง"
"ทุกอย่าง" นนท์ตอบ "เมืองเปิดเผยทุกอย่าง"
"ใช่" นรินทร์ตอบ "เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองไม่มีความลับอีกแล้ว เมืองเป็นของทุกคน"
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นดังอยู่พร้อมกับบัญชีลับ เสียงนั้นไม่ได้ร้องเพลงอย่างเดียว เสียงนั้นเปิดเผยความจริงทั้งหมด เสียงนั้นเป็นพยาน เสียงนั้นเป็นเมือง
นรินทร์ยืนอยู่หน้าเสาหลัก เขาเห็นทุกอย่าง เขาเห็นบัญชีลับ เขาเห็นความจริงที่เมืองเก็บไว้ เขาเห็นว่าเมืองไม่เคยลืม เมืองเป็นพยาน เมืองเป็นหลักฐาน เมืองเป็นของทุกคน
เขาหันไปหานนท์ เขาเห็นว่านนท์มองบัญชีลับ เขาเห็นว่านนท์เข้าใจ เขาเห็นว่านนท์รู้แล้วว่าเมืองเก็บทุกอย่างไว้
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"นนท์" นรินทร์พูด "เราจะกลับบ้าน เราจะบอกทุกคนว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่างแล้ว"
"ครับ" นนท์ตอบ "เราจะบอกทุกคน"
เขาทั้งสองเดินออกจากแกนนคร เขาทั้งสองเดินผ่านหอทะเบียนเงา เขาทั้งสองเข้าไปในหอทะเบียนเงา เขาเห็นรสานั่งที่โต๊ะทำงาน เขาเห็นสมุดปกแข็งสีดำเล่มใหม่ เขาเห็นรสาเขียนบันทึก
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
"รสา" นรินทร์พูด "เมืองเปิดเผยบัญชีลับ เมืองเปิดเผยทุกอย่าง"
รสาพยักหน้า เธอเขียนบันทึก เธอเขียนบัญชีลับของเมือง เธอเขียนทุกชื่อที่บัญชีลับเปิดเผย เธอเขียนทุกจำนวนเงินที่โอน เธอเขียนทุกจำนวนคนที่ถูกลบชื่อ เธอเขียนทุกจำนวนคนที่ถูกฝังในเสาหลัก เธอเขียนทุกอย่าง เธอเขียนบัญชีลับที่เมืองเก็บไว้
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
"บัญชีลับนี้ครบถ้วน" รสาพูด "บัญชีลับนี้เป็นหลักฐานที่สำคัญที่สุด ผมจะใช้บัญชีลับนี้เป็นแบบอย่างในการจัดการบัญชีเมือง"
"ใช่" นรินทร์ตอบ "บัญชีลับนี้เป็นแบบอย่าง บัญชีลับนี้แสดงว่าเมืองเก็บทุกอย่างไว้ บัญชีลับนี้แสดงว่าเมืองเป็นพยาน"
รสาเขียนบัญชีลับ เธอเขียนทุกอย่าง เธอเขียนบัญชีที่เมืองเก็บไว้ตั้งแต่เมืองเริ่มต้น บัญชีที่เมืองเก็บไว้จะอยู่ในสมุดปกแข็งสีดำเล่มใหม่ บัญชีจะอยู่ในหอทะเบียนเงา บัญชีจะเป็นหลักฐานที่ทุกคนในเมืองสามารถอ่านได้
นรินทร์มองรสาเขียนบัญชี เขาเห็นว่ารสาเขียนทุกอย่าง เขาเห็นว่ารสาเป็นผู้จัดการบัญชีเมืองที่ดี เขาเห็นว่ารสาจะเปิดเผยทุกความจริง เขาเห็นว่ารสาจะทำให้เมืองโปร่งใส
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
"รสา" นรินทร์พูด "เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองไม่มีความลับอีกแล้ว เมืองเป็นของทุกคน"
"เมืองเป็นของทุกคน" รสาพูด "ผมจะทำให้เมืองโปร่งใส จะทำให้ทุกคนรู้ว่าเมืองเก็บทุกอย่างไว้"
"ใช่" นรินทร์ตอบ "เมืองเป็นของทุกคน เมืองเปิดเผยทุกอย่าง"
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นดังอยู่ในหอทะเบียนเงา เสียงนั้นดังอยู่ในทุกที่ในเมือง เสียงนั้นเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นเป็นพยาน เสียงนั้นเป็นเมือง
นรินทร์จูงมือนนท์ เขาเดินออกจากหอทะเบียนเงา เขาเดินขึ้นไปบนโลกเบื้องบน เขาเดินกลับบ้าน เขาเห็นเมืองที่อยู่ใต้พิภพ เขาเห็นเมืองที่เปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นเมืองที่เป็นของทุกคน
เขาเห็นว่าเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เมืองเป็นของทุกคน เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองเป็นพยานของทุกการกระทำของผู้มีอำนาจ เมืองเป็นหลักฐาน เมืองเป็นของทุกคน
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
และเสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเป็นของทุกคน เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง—แต่นรินทร์รู้ว่าเมืองต้องเรียกราคาจากเขา และราคานั้นอาจเป็นชื่อของเขาเอง?
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ยังดังอยู่—