📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 113: ไรเดอร์ผู้ไร้นาม

เมืองเวทใต้พิภพ · Arc 3 · ตอนที่ 113 / 120

สามเดือนบนโลกเบื้องบน นรินทร์ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านถนนกรุงเทพฯ ทุกเช้า ไม่มีชื่อในแอป ไม่มีใครเรียกเขาว่าอะไร แค่เบอร์โทรศัพท์กับรูปถ่ายหน้าคนที่ไม่มีใครจำได้ เขาส่งพัสดุให้ลูกค้าหลายสิบรายต่อวัน กล่องเล็ก กล่องใหญ่ พัสดุที่มีน้ำหนักและพัสดุที่ไม่มีใครรู้ว่าข้างในอะไร นรินทร์ไม่เคยเปิดดู เขาแค่รับมาแล้วส่งไปให้ถึงมือ

เสียงรถจักรยานยนต์เบากว่าเสียงรถยนต์ แต่ดังพอเพียงที่จะทะลุผ่านความเงียบของถนนสายสองในยามเช้า ลมร้อนพัดมาจากทิศใต้พัดเอากลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นก๋วยเตี๋ยวร้านริมทางมาให้เขาได้กลิ่น หูเขาทั้งสองข้างจับเสียงแตรรถยนต์เสียงหนึ่งเสียงสองแล้วก็จับเสียงนกกินรีที่ร้องอยู่บนต้นมะยมหน้าร้านขายของชำ นรินทร์มองไปข้างหน้า ถนนกว้างและยาวเหมือนทุกเช้า

เขาส่งพัสดุให้ลูกค้าคนแรกที่สี่แยกราชประสงค์ ลูกค้ารับกล่องแล้วพูดว่า "ขอบคุณครับ" นรินทร์ก้มหัวเล็กน้อยแล้วขี่รถต่อไป มือซ้ายจับแฮนด์ขวาถือพัสดุอีกสองกล่อง น้ำหนักพาดลงบ่าไหล่ซ้าย เขาไม่บ่น อากาศร้อนจัดแต่เขาก็ขี่ต่อไป

อีกสามบล็อกมีลูกค้ารอที่หน้าประตูร้านขายยา ผู้หญิงสูงอายุยืนถือร่มอยู่ข้างประตู ใบหน้ามีริ้วรอยลึกและผมสีขาวจัดที่พันรวมกันเป็นมวย นรินทร์จอดรถจักรยานยนต์ลง เขาถอดพัสดุออกจากถุงแล้วเดินเข้าไปหาหญิงชรา พัสดุกล่องเล็กมีร้านขายยาเขียนชื่อยาไว้บนกล่อง นรินทร์ส่งกล่องให้เธอ

"ขอบคุณนะลูก" ผู้หญิงสูงอายุพูดเสียงเบาแต่อุ่น

นรินทร์ยิ้มแล้วนั่งลงบนขอบบันไดหน้าบ้าน เขาสังเกตเห็นว่าบ้านหลังนี้มีต้นมะลิวางอยู่บนชั้นหน้าต่าง กลิ่นมะลิลอยมาในอากาศร้อนจัดผสมกับกลิ่นยาในกล่องที่เขาส่งมา สายลมพัดผ่านทำให้ใบมะลิปลิวไหว

"คุณชื่ออะไร คุณเป็นไรเดอร์ที่ไหน" ผู้หญิงสูงอายุถามนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างประตู มือถ้วยชากล้วยหอมที่นรินทร์ไม่ได้สังเกตเห็นมาก่อน

นรินทร์มองลงไปที่มือของตัวเอง ฝ่ามือมีแผลเป็นเล็กน้อยจากพัสดุที่มีขอบคม เขาตอบเสียงเรียบ "ผมไม่มีชื่อครับ ผมเป็นไรเดอร์อิสระ รับงานจากแอปส่งของ"

ผู้หญิงสูงอายุพยักหน้าช้าๆ ตาเธอขมวดเล็กน้อยเหมือนกำลังพิจารณาบางสิ่งที่ลึกกว่าคำตอบที่เขาให้มา เธอพูดต่อ "คุณเป็นคนดี คุณช่วยฉันโดยไม่หวังอะไร ฉันขอบคุณ"

นรินทร์ยิ้มกว้างขึ้น เขาลุกขึ้นยืนแล้วโบกมือลา "ผมขับรถต่อแล้วครับ ขอบคุณที่ให้ผมมาส่งของ"

เขาหันหลังเดินออกจากบ้าน ผู้หญิงสูงอายุมองตามเขาจนมุมถนน เสียงเพลง "รักแท้" ดังมาจากลำโพงร้านค้าข้างทาง จังหวะเพลงช้าๆ ผสมกับเสียงฝีเท้าของเขาบนพื้นซีเมนต์ เขาหันกลับมองบานประตูสีเขียวอ่อนที่ปิดสนิท ไม่มีใครมองออกว่าเขาคือใคร เขาแค่เป็นไรเดอร์ที่ไม่มีชื่อคนหนึ่งที่ส่งของมาให้

นรินทร์ขี่รถจักรยานยนต์ต่อไป ถนนสายสองยาวออกไปทางทิศเหนือ แสงแดดจัดจนทะลุผ่านใบไม้ของต้นมะพร้าวบนข้างทางเป็นจุดๆ ลงบนถนน เขาส่งพัสดุให้ลูกค้าอีกห้ารายในหนึ่งชั่วโมง ลูกค้าบางคนรับของแล้วไม่พูดอะไร แค่ยื่นมือรับแล้วปิดประตู ลูกค้าบางคนพูดขอบคุณเสียงเบา นรินทร์รับทุกคำตอบด้วยการก้มหัวเหมือนเดิม ไม่มีใครรู้จักเขา ไม่มีใครจำเขาได้ เขาเป็นเพียงเสียงรถจักรยานยนต์ที่ผ่านไปแล้วหายไป

สายสินเริ่มจางลงเมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า นรินทร์ขี่รถกลับบ้านผ่านซอยร้างที่มีไฟถนนส้มสลัว กลิ่นอาหารจากครัวเรือนลอยมาผสมกับกลิ่นดินเปียกหลังฝนตกเล็กน้อยตอนบ่าย เขาจอดรถจักรยานยนต์หน้าบ้านชานเมืองหลังเล็กๆ ประตูสีน้ำตาลเปิดออกและแม่ของเขายืนอยู่ข้างในถือชามข้าวเหนียว

"กลับแล้วหรือลูก" แม่พูดเสียงอ่อนๆ

"กลับแล้วครับ" นรินทร์ตอบแล่างัดเท้าเข้าไปในบ้าน นอนลงบนเตียงไม้เก่าที่ห้องเล็กๆ ข้างหลังบ้าน แม่ของเขาตั้งถาดข้าวไว้บนโต๊ะไม้ ข้าวเหนียวห่อด้วยใบตอง แกงเขียวหวาน และปลาทูทอด แม่ของเขานั่งลงข้างๆ แล้วตักข้าวให้เขา นรินทร์กินเงียบๆ ไม่พูดมาก แม่มองเขาอยู่ข้างๆ น้ำตาไหลลงแก้มโดยไม่พูดอะไร นรินทร์กินต่อไป ช้อนตักข้าวเหนียวเข้าปากรสเค็มและหวานจากแกงเขียวหวาน

นนท์นั่งอยู่ปลายโต๊ะอีกฝั่งหนึ่ง กำหนดการบ้านอยู่บนโต๊ะข้างๆ จานข้าว เขาหันมามองนรินทร์แล้วพูดเสียงเบาๆ "พี่รินครับ"

นรินทร์หยุดกินชั่วครู่ นนท์จำเขาได้แล้ว นนท์เรียกเขาว่าพี่ริน นรินทร์มองหน้านนท์ที่ยังเด็กแต่เริ่มจำใบหน้าของเขาได้หลังจากสามเดือนที่เขากลับมาอยู่บ้าน นรินทร์ยิ้มเบาๆ แล้วตักข้าวเหนียวให้นนท์ "กินข้าวเถอะน้อง"

แม่มองนรินทร์แล้วนนท์แล้วน้ำตาไหลอีกครั้ง เสียงเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในห้องจากลำโพงมือถือของนนท์ที่เปิดเพลงไว้เบาๆ จังหวะเพลงวนซ้ำเหมือนทุกคืน ทุกเช้า ทุกวันที่นรินทร์อยู่ในบ้านหลังนี้ นรินทร์กินข้าวกับแม่และนนท์ในความเงียบที่อุ่นใจ ความเงียบที่ไม่จำเป็นต้องเติมเต็มด้วยคำพูด

ค่ำลง นรินทร์นอนบนเตียงในห้องเล็กๆ ฟังเสียงลมจากหน้าต่างที่เปิดอยู่เล็กน้อย เสียงเพลง "รักแท้" ยังดังอยู่ในห้องแต่เบากว่าเดิม เขาหลับตาลงและนึกถึงวันนี้ ผู้หญิงสูงอายุที่ร้านขายยา ใบหน้าที่มีริ้วรอยและมือสั่นขณะรับพัสดุ นรินทร์ไม่ได้บอกชื่อเขาแก่ใคร เขาแค่ทำงานอย่างซื่อสัตย์ ส่งของแล้วจากไป ไม่มีใครรู้จักเขา ไม่มีใครจำเขาได้

แต่เช้าวันรุ่งขึ้น นรินทร์ตื่นขึ้นแต่เช้าและขี่รถจักรยานยนต์ออกไปอีกครั้ง ถนนกรุงเทพฯ ยาวและกว้างเหมือนทุกวัน แสงเช้าส่องลงมาอย่างนุ่มนวล เขาส่งพัสดุให้ลูกค้าหลายสิบรายในวันนี้ ลูกค้าบางคนเป็นคนหนุ่มสาวที่สั่งของออนไลน์แล้วรอรับอยู่ที่บ้าน ลูกค้าบางคนเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังในบ้านหลังเล็กๆ นรินทร์ส่งของให้ทุกคนด้วยมือที่ไม่สั่นและใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ เขาเป็นไรเดอร์ที่ไม่มีชื่อ เขาแค่ส่งของ

บ่ายโมงเขาส่งของไปยังซอยเล็กๆ ในย่านบางกะปิ บ้านหลังหนึ่งมีประตูสีขาวและมีต้นบัวขึ้นอยู่ข้างทาง นรินทร์จอดรถจักรยานยนต์ลงและเดินเข้าไปหาประตู พัสดุกล่องหนึ่งอยู่ในมือของเขา กล่องมีน้ำหนักปานกลางและมีแสตมป์ไปรษณีย์ติดอยู่ด้านบน

ประตูเปิดออก ชายสูงอายุยืนอยู่ตรงประตู สวมเสื้อคลุมสีขาวที่ดูเก่าแก่และมีประกายเงินแวววาวที่ผิวผ้า ไม้เท้าสีดำถืออยู่ในมือขวาของเขา ตราสีเงินติดอยู่ที่หน้าอกเสื้อคลุม ตรานั้นเป็นรูปวงกลมล้อมด้วยอักษรโบราณที่นรินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน ตราสีเงินประกายแสงในแสงแดดบ่าย ตราของผู้ใช้เวทบนโลกเบื้องบน

ชายสูงอายุมองนรินทร์อย่างเงียบๆ นานหลายวินาที ความเงียบระหว่างพวกเขาหนักและหนาแน่นเหมือนหมอกที่ลอยอยู่ในซอย เสียงเพลง "รักแท้" ไม่ดังในซอยนี้ มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านต้นบัวและเสียงฝีเท้าของนรินทร์ที่ยืนนิ่งอยู่ตรงประตู

ชายสูงอายุพูดเสียงเบาแต่ชัดเจน "คุณเป็นไรเดอร์ที่ไม่มีชื่อ คุณเคยเป็นใครมาก่อน"

นรินทร์ไม่ตอบ เขาแค่มองชายสูงอายุที่ยืนอยู่ตรงประตู ตราสีเงินบนเสื้อคลุมของเขาส่องแสงในสายตาของนรินทร์เหมือนประกายจากสิ่งที่เขาจำไม่ได้ นรินทร์ก้มหัวเล็กน้อยแล้ววางพัสดุลงบนพื้นหน้าประตู "ส่งของครับ" เขาพูดเสียงเรียบแล้วหันหลังเดินออกไป

ชายสูงอายุไม่ปิดประตู เขายืนอยู่ตรงประตูและมองนรินทร์ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปจากซอย เสียงเพลง "รักแท้" ดังขึ้นมาอีกครั้งจากที่ไหนสักแห่งในเมือง จังหวะเดิมที่ทุกคืนเคยได้ยิน นรินทร์ขี่รถต่อไปโดยไม่หันกลับมอง แต่มือของเขาที่จับแฮนด์เริ่มสั่นเล็กน้อย

ชายสูงอายุยืนอยู่ตรงประตูคนเดียว ตราสีเงินบนเสื้อคลุมของเขาส่องแสงในความเงียบ—คุณเคยเป็นใครมาก่อน—