บทที่ 119: หนึ่งปีผ่านไป
หนึ่งปีผ่านไปหลังจากเมืองเปิดเผย นรินทร์ยังคงเป็นไรเดอร์ส่งของ เมืองอาคมยังคงเป็นเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงและทุกอย่างยังคงเดิม นรินทร์ขี่รถจักรยานยนต์ส่งพัสดุให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ ทำงานเป็นไรเดอร์มาหนึ่งปีแล้ว รู้จักลูกค้าทุกคนในกรุงเทพฯ ลูกค้าทุกคนเรียกเขาว่า "คนส่งของ" ไม่มีใครเรียกเขาว่า "นรินทร์" เพราะไม่มีใครรู้จักชื่อของเขา แต่ลูกค้าทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนดีและช่วยเหลือ ถนนในกรุงเทพฯยังคงคึกคักไปด้วยผู้คนที่เดินเท้าและรถยนต์ แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในอากาศยามบ่าย
นรินทร์เดินเข้าไปในเมืองอาคมในวันหยุดและเห็นว่าเมืองเปลี่ยนไป ตลาดสนธยามีผู้คนจำนวนมาก ผู้คนเดินเข้ามาเยี่ยมชม ผู้คนซื้อเครื่องราง ผู้คนถ่ายรูป เขาเดินเข้าแกนนครและเห็นเสาหลักเจ็ดต้นที่ไม่มีตราแกนนคร เสาหลักทำงานของมันเอง ไม่มีใครเฝ้าเสาหลัก ไม่มีใครคุมยอดรวม ไม่มีใครถือตราแกนนคร นรินทร์เห็นแม่เดินอยู่ในแกนนคร แม่ยิ้มให้เขา แม่ไม่ได้อยู่ในเสาหลักแล้ว แม่อยู่ในเมืองอาคมในฐานะคนธรรมดา นรินทร์เดินเข้าไปหาแม่และกอดแม่ แม่กอดเขากลับ บอกว่า "ลูกเอ๊ย เมืองเป็นเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วม แม่ดีใจที่ลูกทำสำเร็จ แม่รักลูก" กลิ่นธูปจากวัดร้างที่อยู่ปลายซอยลอยมาถึงจมูกของเขา ทำให้เขานึกถึงเมืองอาคมในอดีต
นรินทร์และแม่เดินออกจากแกนนครด้วยกัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำและยิ้มให้เขา เห็นรสายืนอยู่ที่หอทะเบียนเงาและยิ้มให้เขา เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้าและดูแลเสาหลัก นรินทร์เดินออกจากเมืองอาคมและกลับไปทำงานเป็นไรเดอร์ เขาขี่รถจักรยานยนต์และส่งพัสดุให้ลูกค้า เห็นผู้หญิงสูงอายุที่เขาช่วยยกของเข้าบ้านเมื่อสามเดือนก่อน ผู้หญิงส่งของให้นรินทร์และยิ้มให้เขา บอกว่า "คุณยังส่งของอยู่ คุณเป็นคนดี ผมดีใจที่ผมรู้จักคุณ" นรินทร์ยิ้มและเดินออกจากบ้าน ลมเย็นพัดผ่านมาทำให้เสื้อของเขาสะบัดเบาๆ
เขาเดินเข้าไปในห้องนอนและนอนลงบนเตียงไม้เก่า เขามองเพดานห้องที่มีรอยร้าวเล็กๆ ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เขาคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดถึงเมืองอาคมที่เขาเคยอยู่ เขาคิดถึงเสาหลักเจ็ดต้นที่เขาเคยดูแล เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาคิดถึงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านสายสิน เขาหลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส นกเริ่มร้องเพลงบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย้นแต่อุ่น
เขาเดินเข้าไปในห้องนอนและนอนลงบนเตียงไม้เก่า เขามองเพดานห้องที่มีรอยร้าวเล็กๆ ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เขาคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดถึงเมืองอาคมที่เขาเคยอยู่ เขาคิดถึงเสาหลักเจ็ดต้นที่เขาเคยดูแล เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาคิดถึงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านสายสิน เขาหลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส นกเริ่มร้องเพลงบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย้นแต่อุ่น
เขาเดินออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปยังลูกค้าคนต่อไป แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ลมพัดผ่านมาทำให้เสื้อของเขาสะบัดเบาๆ กลิ่นอาหารจากร้านอาหารริมถนนลอยมาถึงจมูก กลิ่นดอกไม้จากร้านขายดอกไม้ริมถนนลอยมาถึงจมูก เขาหิวแต่ไม่ได้แวะ เขาอยากทำงานให้เสร็จก่อน เขาอยากกลับบ้าน เขาอยากกินข้าวกับแม่และนนท์ เขาอยากนอนบนเตียงไม้เก่าในห้องเล็กๆ ของเขา เขาขี่รถจักรยานยนต์ต่อไป พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มอ่อน เขามองท้องฟ้าและรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ดี เขาเป็นคนธรรมดาที่ส่งของให้คนในกรุงเทพฯ เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีครอบครัวที่จำเขาได้ เขามีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขาขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านในตอนเย็น พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีม่วงเข้ม ดาวเริ่มปรากฏบนท้องฟ้า เขามองดาวและรู้สึกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี