บทที่ 112: การเริ่มต้นใหม่
นรินทร์กลายเป็นคนไร้นามบนโลกเบื้องบนหลังจากออกจากเมืองอาคม เขาไม่มีชื่อ ไม่มีบัญชีเมือง ไม่มีเสาหลักใดๆ ที่จดจำเขาได้ เขาเริ่มชีวิตใหม่ที่บ้านสายสิน แม่ของเขาเปิดประตูบ้านให้เขาเข้ามา นั่งที่โต๊ะอาหาร มองนนท์และแม่ นนท์มองด้วยสายตาที่ไม่รู้จัก แม่มองด้วยสายตาที่จำเขาได้ แม่เล่าให้นนท์ฟังว่า "นี่คือพี่ชายของนนท์" แม่เล่าเรื่องที่นรินทร์เลี้ยงนนท์มาตั้งแต่เด็ก แม่เล่าเรื่องที่นรินทร์ทำงานหนักเพื่อหาเงินเลี้ยงนนท์ นนท์ฟังแม่เล่าเรื่องและเริ่มจำนรินทร์ได้ นนท์จำได้ว่าเคยมีพี่ชายชื่อนรินทร์ นนท์จำได้ว่าพี่ชายเคยเลี้ยงนนท์มาตั้งแต่เด็ก แสงแดดส่องลงมาจากหน้าต่างห้องนั่งเล่น ทำให้ห้องอบอุ่นด้วยแสงสีทอง ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในอากาศยามเช้า กลิ่นกาแฟที่แม่ชงไว้ลอยมาถึงจมูกของเขา ห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยแสงแดดที่ส่องผ่านม่านสีครีม
"พี่ริน ผมจำพี่ได้แล้ว" นนท์ลุกขึ้นเดินเข้าไปหานรินทร์ กอดนรินทร์และร้องไห้ นรินทร์กอดนนท์กลับ รู้สึกว่านนท์จำเขาได้ รู้สึกว่าการเสียสละของเขาไม่เสียเปล่า แม่เดินเข้ามากอดทั้งสองคน บอกว่า "ลูกทั้งสองคนแม่ดีใจที่ลูกทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน" ครอบครัวสายสินนั่งกินข้าวด้วยกัน นรินทร์รู้สึกว่าเขาเป็นคนใหม่ เป็นคนที่ไม่มีชื่อ แต่มีครอบครัวที่จำเขาได้ ข้าวเหนียวมีกลิ่นหอมจากกะทิ แม่จัดจานให้ครบถ้วน ทั้งแกงเขียวหวาน ปลาทูทอด และผักลวก นรินทร์กินข้าวอย่างเงียบๆ รสชาติของข้าวเหนียวมื้อนี้ทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่เขาหายไปนานแล้ว แม้จะไม่มีใครเรียกชื่อเขาก็ตาม แม่จับตาดูเขาขณะกินข้าวด้วยสายตาที่อ่อนโยน นรินทร์รู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของแม่
นรินทร์เริ่มทำงานเป็นไรเดอร์ส่งของ ลูกค้าถามว่า "คุณชื่ออะไร" นรินทร์ตอบว่า "ผมไม่มีชื่อ ผมเป็นแค่ไรเดอร์" ลูกค้ามองเขาด้วยสายตาที่ไม่รู้จัก แต่สั่งของตามปกติ นรินทร์ส่งพัสดุให้ลูกค้า รับเงิน ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เขาไม่ต้องการเป็นที่รู้จัก เขาต้องการเป็นคนธรรมดาที่ส่งของ เขาไม่อยากเป็นนรินทร์ สายสินอีก เขาอยากเป็นคนที่ส่งของให้คนในกรุงเทพฯ แม่เห็นเขากลับบ้านทุกวัน แม่ไม่ถามชื่อของเขา แม่เพียงแค่เตรียมอาหารไว้ให้เขา นรินทร์กินข้าวกับแม่และนนท์ทุกเย็น ทุกคืน เขานอนหลับบนเตียงห้องเล็กๆ ที่บ้านสายสิน เขาไม่มีชื่อ แต่เขามีครอบครัวที่จำเขาได้ ห้องเล็กๆ ของเขามีเตียงไม้เก่า ตู้เสื้อผ้าเล็กๆ และโต๊ะทำงานที่แม่ทำไว้ให้ เขานอนหลับบนเตียงนั้นทุกคืน ฝันดีโดยไม่มีฝันร้าย กลิ่นดอกไม้จากสวนหลังบ้านลอยเข้ามาในห้องทุกคืน ทำให้เขานอนหลับได้อย่างสบายใจ
รสาโทรหานรินทร์ บอกว่า "นรินทร์ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่กรุงเทพฯ ฉันรู้ว่าคุณเป็นไรเดอร์ ฉันไม่ลืมคุณ คุณมีชื่อในบัญชีเมืองเพราะฉันเป็นคนบันทึกชื่อของคุณไว้" นรินทร์รับสายโทรศัพท์ ฟังรสาพูด เขาไม่ตอบอะไร เพียงแค่ฟัง เสียงของรสานั้นอบอุ่นเหมือนเดิม รสาบอกว่า "ฉันจะไปหาเร็วๆ นะ ฉันมีอะไรบางอย่างจะให้คุณ" นรินทร์วางสายโทรศัพท์ มองออกไปนอกหน้าต่าง กรุงเทพฯยังคงเงียบสงบในตอนกลางคืน เขาตัดสินใจว่าจะรอรสา เขาจะรอให้รามาหาเขาเอง แสงจันทร์ส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอนของเขา ทำให้ห้องสว่างขึ้นเล็กน้อย เขามองดวงจันทร์และรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังจะมาถึง
นรินทร์นอนหลับบนเตียงไม้เก่า หลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นเสาหลักเจ็ดต้นที่เรืองแสง เห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะรอรสา เขาจะรอจนกว่ารสาจะมาหาเขา
เขามองดวงจันทร์ แสงจันทร์ส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอนของเขา ทำให้ห้องสว่างขึ้นเล็กน้อย เขานอนหลับตาลงและฝันถึงเมืองอาคม เขาเห็นเสาหลักเจ็ดต้นที่เรืองแสง เห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะรอรสา เขาจะรอจนกว่ารสาจะมาหาเขา
หลังอาหารเช้า นรินทร์ออกจากบ้านไปทำงานเป็นไรเดอร์ส่งของ เขาขี่รถจักรยานยนต์ผ่านถนนในกรุงเทพฯ ถนนยังคงคึกคักไปด้วยรถยนต์และผู้คนที่เดินเท้า แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในอากาศ ลมพัดผ่านมาทำให้เสื้อของเขาสะบัดเบาๆ เขาส่งพัสดุให้ลูกค้าหลายคนในกรุงเทพฯ ลูกค้าบางคนจำเขาได้ ลูกค้าบางคนไม่จำเขา แต่ทุกคนยิ้มให้เขาเมื่อเขาส่งพัสดุ เขาขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านในตอนเย็น พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มอ่อน เขาเข้าบ้านและกินข้าวเย็นกับครอบครัว แม่เล่าเรื่องให้เขาฟังว่านนท์เรียนอยู่ที่โรงเรียนไหน ทำอะไรบ้าง เขาฟังอย่างตั้งใจ เขาเป็นคนธรรมดาที่ส่งของให้คนในกรุงเทพฯ เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีครอบครัวที่จำเขาได้ เขามีบ้านที่กลับมาได้แล้ว
หลังอาหารเย็น นรินทร์ช่วยแม่เก็บจาน นนท์ช่วยเช็ดโต๊ะ แสงแดดยามเย็นส่องลงมาบนหน้าต่างห้องครัว ทำให้ห้องอบอุ่นด้วยแสงสีส้มอ่อน นรินทร์มองแม่และนนท์ที่ทำงานบ้านด้วยกัน รู้สึกว่าเขามีครอบครัวที่อบอุ่นที่สุดในโลก แม้ว่าเขาจะไม่มีชื่อในความทรงจำของเมืองอาคม แต่เขายังมีชื่อในบ้านหลังนี้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ตกลงไปใต้ขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ค้างคาวเริ่มบินออกจากรัง ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย็น