บทที่ 103: อรชาเสนอทางรอดครั้งสุดท้าย
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง นรินทร์นับถอยหลังในใจ สาม วินาที ก่อนที่เสียงจากก้นบึ้งของนครจะแตะหูอีกครั้ง
นรินน์สะดุดกับรอยแตกบนพื้นหิน สายตาเลื่อนลงไปตามรอยแยก — บางส่วนส่องแสงสีฟ้าอ่อน เหมือนสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้นครมานานแล้วกำลังขยับตัว
แสงเช้าส่องลงพื้นแกนนคร เสาหลักทั้งเจ็ดต้นส่งเสียงต่ำใต้พื้น เสียงนั้นดังขึ้นกว่าเมื่อวาน เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน
นรินทร์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาเห็นรอยจำที่ผนังเสาหลัก เขาเห็นเสียงร้องเพลง "รักแท้" ยังดังอยู่ เขาเห็นว่าเสียงนั้นไม่เปลี่ยน เขาเห็นว่าเสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นว่าเสียงนั้นเป็นรอยจำที่จารไว้ในหิน เสียงนั้นไม่ใช่แม่ที่กลับมา เสียงนั้นเป็นเสียงที่จารไว้ในเสาหลัก
"นรินทร์" เสียงเรียกดังจากทางเดินใต้ดิน
นรินทร์หันไป เขาเห็นอรชาเดินเข้ามาในแกนนคร เธอสวมเสื้อคลุมสีขาว เธอถือร่มสีดำ เธอเดินเข้ามาพร้อมผู้ติดตามสองคน เขาเดินเข้ามาหานรินทร์ เขาเห็นว่าอรชามาที่แกนนครอีกครั้ง เขาเห็นว่าอรชาเสนอทางรอดใหม่
"คุณอรชามาอีกแล้ว" นรินทร์พูด
"ผมมาพบคุณ" อรชาพูด "ผมต้องการเสนอทางรอดครั้งสุดท้าย"
"ทางรอดอะไร" นรินทร์ถาม
"คุณยกเลิกกฎของเมือง คุณบังคับสภาให้ยอมรับการเปิดเผยเมือง คุณเปิดเผยบัญชีลับ แต่การเปิดเผยเมืองจะทำให้เมืองถูกทำลาย" อรชาพูด เธอหยุดคิด เธอเห็นว่านรินทร์ไม่เข้าใจว่าการเปิดเผยเมืองจะทำให้เมืองเสียหายอย่างไร "การเปิดเผยเมืองจะทำให้ผู้ใช้เวทบนโลกเบื้องบนรู้ว่าเมืองมีอยู่จริง ผู้ใช้เวทเหล่านี้จะแย่งชิงอำนาจกันเอง เมืองจะกลายเป็นสนามรบ"
"ผมเข้าใจความกังวลของคุณ" นรินทร์พูด "ผมเข้าใจว่าการเปิดเผยเมืองจะทำให้ผู้ใช้เวทแย่งชิงอำนาจ แต่ผมจะสร้างระบบป้องกันเพื่อไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น"
"ระบบอะไร" อรชาถาม
"เมืองต้องเปิดเผย" นรินทร์ตอบ เขาอธิบายว่าเมืองต้องโปร่งใส แต่ต้องมีระบบป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เวทแย่งชิงอำนาจ "เมืองจะสร้างระบบที่ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนมีสิทธิ์พูด ทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียง ผู้ใช้เวทที่แข็งแกร่งจะควบคุมผู้อ่อนแอไม่ได้"
"กฎนี้เป็นระบบประชาธิปไตย" อรชาพูด
"ระบบที่ทุกคนมีส่วนร่วม" นรินทร์ตอบ เขาอธิบายว่าระบบนี้ไม่ใช่ระบบประชาธิปไตยแบบโลกเบื้องบน แต่เป็นระบบที่ทุกคนในเมืองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ระบบนี้จะทำให้เมืองเป็นของทุกคน
ลมในแกนนครพัดเบา ๆ ลมนั้นพัดผ่านตัวทั้งสอง ลมนั้นพัดผ่านเสาหลัก ลมนั้นพัดผ่านรอยจำที่ผนังเสาหลัก ลมนั้นพัดเสียงร้องเพลง "รักแท้" ให้ดังขึ้นชัดเจน เหมือนเมืองกำลังตัดสินใจ เหมือนเมืองเห็นด้วยกับการตัดสินใจของนรินทร์
แสงเช้าส่องลงพื้นแกนนคร เสาหลักทั้งเจ็ดต้นส่งเสียงต่ำใต้พื้น เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนเมืองเห็นด้วยกับการตัดสินใจของนรินทร์ เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะไม่หายไป เสียงนั้นจะเป็นรอยจำที่เมืองเก็บไว้ตลอดไป เสียงนั้นจะเป็นหลักฐานว่าเมืองเคยมีคนที่เสียสละเข้าสู่เสาหลัก เสียงนั้นจะเป็นหลักฐานว่าเมืองเคยมีแม่ที่รักลูก
ลมในแกนนครพัดเบา ๆ ลมนั้นพัดผ่านตัวทั้งสอง ลมนั้นพัดผ่านเสาหลัก ลมนั้นพัดผ่านรอยจำที่ผนังเสาหลัก ลมนั้นพัดเสียงร้องเพลง "รักแท้" ให้ดังขึ้นชัดเจน เหมือนเมืองกำลังตัดสินใจ เหมือนเมืองเห็นด้วยกับการตัดสินใจของนรินทร์ เหมือนเมืองเลือกที่จะเป็นของทุกคน
"คุณจะไม่ยอมรับ" อรชาพูด เธอเห็นว่านรินทร์ตัดสินใจแล้ว
"ผมจะไม่ปกปิดเมือง" นรินทร์ตอบ เขายืนหยัดว่าเมืองจะเปิดเผยทุกอย่าง โปร่งใส เป็นของทุกคน
"ผมจะจำการตัดสินใจของคุณไว้" อรชาพูด
"ผมเหมือนกัน" นรินทร์ตอบ "คุณเสนอทางรอดที่ผมไม่ยอมรับ"
แสงเช้าส่องลงพื้นแกนนคร เสาหลักทั้งเจ็ดต้นส่งเสียงต่ำใต้พื้น เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนเมืองเห็นด้วยกับการตัดสินใจของนรินทร์ เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะไม่หายไป เสียงนั้นจะเป็นรอยจำที่เมืองเก็บไว้ตลอดไป เสียงนั้นจะเป็นหลักฐานว่าเมืองเคยมีคนที่เสียสละเข้าสู่เสาหลัก เสียงนั้นจะเป็นหลักฐานว่าเมืองเคยมีแม่ที่รักลูก
อรชาเดินออกจากแกนนคร เธอเดินไปทางทางเดินใต้ดิน เธอเดินขึ้นไปบนโลกเบื้องบน เธอเดินออกจากเมือง เธอไม่กลับมา
นรินทร์มองอรชาเดินออกไป เขาเห็นว่าอรชาเดินออกจากเมือง เขาเห็นว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นว่าเมืองเป็นของทุกคน เขาเห็นว่าเมืองเปลี่ยนไปแล้ว
นรินทร์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง แรงดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นรินน์รู้สึกผิวหนังตึงขึ้น — สัญญาณเตือนก่อนเหตุการณ์จะเริ่มต้น
นรินน์หยุดมือกลางอากาศ เสียงของตัวเองดังก้องในห้องว่าง — ไม่มีใครตอบ
นนท์เดินเข้ามาในแกนนคร เขาเห็นนรินทร์ยืนอยู่ที่เสาหลัก เขาเห็นว่านรินทร์คุยกับอรชาเสร็จแล้ว "อรชาไปแล้วเหรอ"
"ไปแล้ว" นรินทร์ตอบ "อรชาเสนอทางรอดที่ผมไม่ยอมรับ อรชาบอกว่าการเปิดเผยเมืองจะทำให้เมืองถูกทำลาย ผมบอกอรชาว่าเมืองจะเป็นของทุกคน"
"เมืองเปิดเผยทุกอย่าง" นนท์ตอบ "เมืองเป็นของทุกคน"
"ใช่" นรินทร์ตอบ
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นไม่รู้ว่าอรชาเดินออกจากเมือง เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง
นรินทร์เดินผ่านทางเดินใต้ดิน เขาเห็นแสงสีเงินที่เปลี่ยนเป็นสีทอง เขาเห็นว่าเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองโปร่งใส เมืองเป็นของทุกคน เขาเห็นผู้คนในเมืองเดินไปมา เขาเห็นผู้คนในเมืองอ่านประกาศ เขาเห็นผู้คนในเมืองรู้แล้วว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นผู้คนในเมืองตกใจ เขาเห็นผู้คนในเมืองโกรธ เขาเห็นผู้คนในเมืองร้องไห้ เขาเห็นผู้คนในเมืองรู้ว่าเมืองถูกทุจริต เขาเห็นผู้คนในเมืองรู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นผู้คนในเมืองเป็นส่วนหนึ่งของเมือง เขาเห็นผู้คนในเมืองเป็นของทุกคน
นรินทร์เดินถึงหอทะเบียนเงา เขาเห็นรสานั่งที่โต๊ะทำงาน เขาเห็นสมุดปกแข็งสีดำเล่มใหม่ เขาเห็นรสาเขียนบัญชีลับ เขาเห็นรสาเขียนทุกอย่างที่บัญชีลับเปิดเผย เขาเห็นรสาเขียนชื่อสมาชิกสภาเจ้าหนี้ เขาเห็นรสาเขียนชื่อนายทุนอาคม เขาเห็นรสาเขียนชื่อหัวหน้าเจ็ดเรือน เขาเห็นรสาเขียนทุกชื่อที่เมืองเก็บไว้ เขาเห็นรสาเขียนทุกจำนวนเงินที่โอน เขาเห็นรสาเขียนทุกจำนวนคนที่ถูกลบชื่อ เขาเห็นรสาเขียนทุกจำนวนคนที่ถูกฝังในเสาหลัก เขาเห็นรสาเขียนทุกอย่าง เขาเห็นว่ารสาเป็นผู้จัดการบัญชีเมืองที่ดี เขาเห็นว่ารสาจะเปิดเผยทุกอย่าง
นรินน์เงียบไปสักครู่ ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในอากาศ ไม่มีใครพูด เสียงของแกนนครดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยืนยันว่าทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก
และเสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเป็นของทุกคน เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง—แต่นรินทร์รู้ว่าเมืองจะเรียกราคาจากเขา และราคานั้นอาจเป็นชื่อของเขาเอง?
เสียงร้องเพลง "รักแท้" ยังดังอยู่—