📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 114: ชายสูงอายุในเสื้อคลุมสีขาว

เมืองเวทใต้พิภพ · Arc 3 · ตอนที่ 114 / 120

ชายสูงอายุสวมเสื้อคลุมสีขาวเป็นผู้ใช้เวทบนโลกเบื้องบน จำนรินทร์ได้จากการเยี่ยมชมเมืองอาคมเมื่อสามเดือนก่อน นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตูบ้านของชายสูงอายุ ชายสูงอายุมองนรินทร์และยิ้ม นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตู มองชายสูงอายุที่ยืนอยู่ตรงข้ามประตู ชายสูงอายุสูงมาก ผมสีขาวยาว หนวดสีขาว มีริ้วรอยบนใบหน้ามากมาย เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวที่มีตราสีเงินอยู่ที่อก ตราสีเงินเป็นรูปงูพันไม้เท้า แสงแดดส่องลงมาบนเสื้อคลุมสีขาวของเขาทำให้เขาดูสว่างไสวเหมือนผู้ใช้เวทที่แท้จริง ลมเย็นพัดผ่านมาทำให้เสื้อคลุมของเขาสะบัดเบาๆ ต้นไม้หน้าบ้านของชายสูงอายุสูงใหญ่และเขียวชอุ่ม ใบไม้บนกิ่งไม้ไหวเบาๆ ตามสายลม กำแพงบ้านของชายสูงอายุทาสีขาวอมครีม มีต้นไผ่ขึ้นอยู่ริมรั้ว นกกระจอกบินผ่านไปมาบนยอดไผ่

ชายสูงอายุพูดกับนรินทร์ว่า "คุณเป็นไรเดอร์ที่ไม่มีชื่อ แต่ผมจำคุณได้ ผมเคยไปเยี่ยมชมเมืองอาคมเมื่อสามเดือนก่อน ผมเห็นคุณที่แกนนคร คุณยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่หนึ่ง คุณถือตราแกนนคร" นรินทร์มองชายสูงอายุและไม่พูดอะไร เขารู้ว่าชายสูงอายุจำเขาได้ ความเงียบระหว่างเขากับชายสูงอายุนั้นยาวนานแต่ไม่อึดอัด ชายสูงอายุพูดต่อว่า "ผมรู้ว่าคุณทำอะไร คุณปลดปล่อยเมืองอาคม คุณทำให้เมืองเป็นเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วม" นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตู มองชายสูงอายุที่พูดอย่างจริงใจ แสงแดดส่องลงมาบนใบหน้าของชายสูงอายุทำให้ริ้วรอยดูอ่อนลง เขามองเห็นความอ่อนโยนในดวงตาของชายสูงอายุ

นรินทร์ตอบชายสูงอายุว่า "ผมไม่ใช่คนสำคัญ ผมเป็นแค่ไรเดอร์ที่ส่งของ" ชายสูงอายุส่งของให้นรินทร์และจ่ายค่าส่ง บอกว่า "คุณเป็นคนสำคัญ คุณทำให้เมืองเป็นเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วม ผมจะจำคุณไว้ในใจ ผมจะไม่ลืม" ชายสูงอายุปิดประตูบ้าน นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตูและรู้สึกว่าเขาไม่ได้สูญเสียทุกอย่าง เขายังมีคนที่จำเขาได้ ลมเย็นพัดผ่านมาหลังจากชายสูงอายุปิดประตู นรินทร์ยืนอยู่ที่นั่นอีกสักครู่ก่อนจะเดินต่อไป ความรู้สึกที่มีคนจำเขาได้ทำให้เขาอุ่นใจ เขาเดินลงจากบ้านของชายสูงอายุและมุ่งหน้าไปยังลูกค้าคนต่อไป

ลูกค้าอีกคนเป็นหญิงสาวที่ถือกล้องถ่ายรูป หญิงสาวเป็นนักข่าวที่เคยถ่ายรูปตลาดสนธยาเมื่อสามเดือนก่อน เธอจำนรินทร์ได้จากภาพถ่าย บอกว่า "คุณเป็นคนที่อยู่ในภาพถ่ายของฉัน คุณเป็นคนที่ช่วยสร้างเมืองใหม่ ผมจำคุณได้" นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตูบ้าน มองหญิงสาวที่ถือกล้องถ่ายรูปอยู่ตรงหน้า หญิงสาวยื่นกล้องให้นรินทร์ดู ภาพถ่ายในกล้องแสดงให้เห็นนรินทร์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่หนึ่งในเมืองอาคม นรินทร์ตอบว่า "ผมไม่อยากเป็นที่รู้จัก ผมเป็นแค่ไรเดอร์ที่ส่งของ" รับกล้องคืน มองภาพถ่ายแล้วส่ายหัว หญิงสาวยิ้มแล้วเดินออกจากบ้าน นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตู มองตามหญิงสาวที่เดินออกไป เขารู้ว่าเขาจะไม่หนีจากความเป็นที่รู้จักไปได้ แต่เขาจะเลือกที่จะไม่เป็นที่รู้จัก กลิ่นดอกไม้จากสวนหน้าบ้านลอยมาถึงจมูก เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินต่อไป

นรินทร์ยืนอยู่ที่ประตูบ้านของชายสูงอายุ มองต้นไผ่ที่ขึ้นอยู่ริมรั้ว ใบไผ่ไหวเบาๆ ตามสายลม นกกระจอกบินผ่านไปมาบนยอดไผ่ ส่งเสียงร้องเบาๆ เขามองชายสูงอายุที่ยืนอยู่ตรงข้ามประตู และรู้สึกว่าเขาไม่ได้สูญเสียทุกอย่าง เขายังมีคนที่จำเขาได้ เขายังมีเรื่องราวที่จะเล่าให้ลูกค้าฟัง เขายังมีความทรงจำที่ดีในเมืองอาคม เขาเดินออกจากบ้านของชายสูงอายุและมุ่งหน้าไปยังลูกค้าคนต่อไป แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ทำให้เขารู้สึกอบอุ่น ลมเย็นพัดผ่านมาทำให้เสื้อของเขาสะบัดเบาๆ กลิ่นดอกไม้จากสวนหลังบ้านลอยมาถึงจมูก เขาหายใจเข้าลึกๆ และรู้สึกว่าเขายังมีคุณค่าในโลกนี้ แม้ว่าไม่มีใครจะรู้จักชื่อของเขาก็ตาม

หลังจากนั้น นรินทร์เดินทางกลับบ้านสายสิน เขาขี่รถจักรยานยนต์ผ่านถนนในกรุงเทพฯ ถนนยังคงคึกคักไปด้วยรถยนต์และผู้คนที่เดินเท้า แสงแดดส่องลงมาบนถนนอย่างจ้า ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในอากาศ ลมพัดผ่านมาทำให้เสื้อของเขาสะบัดเบาๆ กลิ่นอาหารจากร้านอาหารริมถนนลอยมาถึงจมูก กลิ่นดอกไม้จากร้านขายดอกไม้ริมถนนลอยมาถึงจมูก เขาหิวแต่ไม่ได้แวะ เขาอยากกลับบ้าน เขาอยากกินข้าวกับแม่และนนท์ เขาอยากนอนบนเตียงไม้เก่าในห้องเล็กๆ ของเขา เขาขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มอ่อน เขาเข้าบ้านและกินข้าวเย็นกับครอบครัว แม่เล่าเรื่องให้เขาฟังว่านนท์เรียนอยู่ที่โรงเรียนไหน ทำอะไรบ้าง เขาฟังอย่างตั้งใจ เขาเป็นคนธรรมดาที่ส่งของให้คนในกรุงเทพฯ เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีครอบครัวที่จำเขาได้ เขามีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ตกลงไปใต้ขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ค้างคาวเริ่มบินออกจากรัง ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย็น ลมเย็นพัดผ่านมาที่ระเบียงหน้าบ้าน พัดเอากลิ่นดอกไม้จากสวนหลังบ้านมาให้เขาได้กลิ่น แม่เดินเข้าบ้านไปเตรียมอาหารเย็น นรินทร์ยืนอยู่ที่ระเบียงคนเดียว มองดาวที่เริ่มปรากฏบนท้องฟ้า ทำให้เขารู้สึกสงบและอบอุ่น เขาคิดถึงเมืองอาคม เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลัก เขาคิดถึงรสาที่รอเขาอยู่ เขาคิดถึงทุกคนที่เขารู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องกลับบ้านสายสิน เขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขา เขาเป็นคนไร้นาม แต่เขามีทุกอย่างที่เขาต้องการ

เขาเดินเข้าไปในห้องนอนและนอนลงบนเตียงไม้เก่า เขามองเพดานห้องที่มีรอยร้าวเล็กๆ ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยอยู่ในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เขาคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดถึงเมืองอาคมที่เขาเคยอยู่ เขาคิดถึงเสาหลักเจ็ดต้นที่เขาเคยดูแล เขาคิดถึงแม่ที่อยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่ง เขาคิดถึงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านสายสิน เขาหลับตาลงและฝันเห็นเมืองอาคม เขาเห็นแม่ยืนอยู่ในแกนนคร เห็นรสายืนอยู่ที่โรงเตาหมื่นควัน เห็นภาคินยืนอยู่ที่ท่าเรือคลองดำ เห็นนนท์ยืนอยู่ที่เสาหลักต้นที่ห้า เขาฝันว่าเขาเดินกลับเข้าไปในเมืองอาคมและได้พบกับทุกคนอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังอยู่ที่บ้านสายสิน แสงเช้าส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงแม่เรียกจากห้องครัวว่ามากินข้าวเช้าได้แล้ว นรินทร์ลุกจากเตียงและเดินไปที่ห้องครัว แม่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้เขา กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยมาถึงจมูก เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและกินข้าวเช้าด้วยกัน นนท์นั่งฝันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เขามองนนท์และยิ้มให้ เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ที่บ้านสายสินต่อไป ไม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนใหม่ที่นี่ เป็นพี่ชายของนนท์ เป็นลูกชายของแม่ เขาจะหางานทำในหมู่บ้าน เขาจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เขาก็มีบ้านที่กลับมาได้แล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีส้มอ่อนส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม่เดินมายืนข้างๆ เขาและกอดเขาเบาๆ บอกว่าลูกอยู่บ้านนี้ได้ตลอดไป แม่ไม่ได้ไปไหน แม่จะอยู่ที่นี่เสมอ นรินทร์พยักหน้าและยิ้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส นกเริ่มร้องเพลงบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องเบาๆ ในอากาศเย้นแต่อุ่น ลมอุ่นพัดผ่านมาที่ระเบียงหน้าบ้าน พัดเอากลิ่นดอกไม้จากสวนหลังบ้านมาให้เขาได้กลิ่น แม่เดินเข้าบ้านไปเตรียมอาหารเช้า นรินทร์ยืนอยู่ที่ระเบียงคนเดียว มองท้องฟ้าที่เริ่มสว่าง ทำให้เขารู้สึกสงบและอบอุ่น