📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 104: การประชุมใหญ่ของเมือง

เมืองเวทใต้พิภพ · Arc 3 · ตอนที่ 104 / 120

แสงเช้าส่องลงตลาดสนธยา ตลาดสนธยาคึกคักกว่าทุกวัน ผู้คนในตลาดเดินไปมา ผู้คนในตลาดพูดคุยกัน ผู้คนในตลาดรู้แล้วว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง ผู้คนในตลาดรู้แล้วว่าเมืองเป็นของทุกคน ผู้คนในตลาดรอการประชุมใหญ่ ผู้คนในตลาดรอการลงคะแนนเสียง ผู้คนในตลาดรอการเปลี่ยนแปลง ผู้ใช้เวทจากทุกเขตของเมืองมาประชุม ผู้ใช้เวทจากตลาดสนธยา ผู้ใช้เวทจากคลองดำ ผู้ใช้เวทจากโรงเตาหมื่นควัน ผู้ใช้เวทจากหอทะเบียนเงา ผู้ใช้เวทจากสวนหินจำ ผู้ใช้เวทจากด่านรางผี ผู้ใช้เวทจากทุกที่ในเมืองมาประชุมที่ตลาดสนธยา เวทีถูกจัดไว้กลางตลาด ม้านั่งถูกจัดเรียงเป็นแถวรอบเวที ผู้ใช้เวทนั่งบนม้านั่ง ผู้ใช้เวทมองเวที

นรินทร์ยืนอยู่บนเวที เขามองผู้ใช้เวทหลายร้อยคน เขาเห็นภาคินยืนอยู่ที่มุมเวที เขาเห็นมะลิยืนอยู่ที่มุมเวที เขาเห็นรสายืนอยู่ที่มุมเวที เขาเห็นครูเมฆยืนอยู่ที่มุมเวที เขาเห็นนนท์ยืนอยู่ข้างเขา เขาเห็นผู้ใช้เวทจากทุกเขตของเมือง เขาเห็นว่าเมืองเป็นของทุกคน เขาเห็นว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นว่าเมืองต้องการระบบที่ทุกคนมีส่วนร่วม

"ผู้ใช้เวท" นรินทร์พูด เสียงของเขาดังไปทั่วตลาดสนธยา "ผมขอเชิญทุกคนมาประชุมเพื่อตัดสินใจเรื่องระบบใหม่ของเมือง"

ผู้ใช้เวทในตลาดสนธยามองนรินทร์ ผู้ใช้เวทฟังนรินทร์ ผู้ใช้เวทรู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง ผู้ใช้เวทรู้ว่าเมืองถูกทุจริต ผู้ใช้เวทรู้ว่าเมืองต้องการระบบใหม่

"ผมจะอธิบายระบบใหม่ของเมือง" นรินทร์พูด "ระบบใหม่เป็นระบบที่ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนมีสิทธิ์พูด ทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียง ผู้ใช้เวทที่แข็งแกร่งจะควบคุมผู้อ่อนแอไม่ได้"

"การตัดสินใจทุกอย่างจะมีการลงคะแนนเสียง" นรินทร์พูด "การลงคะแนนเสียงจะทำแบบลับ ไม่มีใครรู้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร การลงคะแนนเสียงจะทำในห้องลงคะแนนที่มีผนังกั้น ผู้ใช้เวททุกคนจะลงคะแนนเสียงโดยไม่มีใครเห็น"

ผู้ใช้เวทในตลาดสนธยาฟังนรินทร์ ผู้ใช้เวทเข้าใจระบบใหม่ ผู้ใช้เวทเห็นว่าระบบใหม่เป็นระบบที่ทุกคนมีส่วนร่วม ผู้ใช้เวทเห็นว่าระบบใหม่เป็นระบบที่ทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียง ผู้ใช้เวทเห็นว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง ผู้ใช้เวทเห็นว่าเมืองเป็นของทุกคน ผู้ใช้เวทเห็นว่าระบบใหม่เป็นระบบที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม ผู้ใช้เวทเห็นว่าระบบใหม่เป็นระบบที่ทำให้เมืองโปร่งใส ผู้ใช้เวทเห็นว่าระบบใหม่เป็นระบบที่ทำให้เมืองเป็นของทุกคน

"ผู้ใช้เวทคนหนึ่งลุกขึ้น" ผู้ใช้เวทถาม "ถ้าเราลงคะแนนเสียง เราจะรู้ได้ยังไงว่าผลลัพธ์ถูกต้อง ใครจะนับคะแนน"

"รสา วัฒนเมธา ผู้ตรวจบัญชีของเมือง จะเป็นคนนับคะแนน" นรินทร์ตอบ "รสาเป็นคนที่ซื่อสัตย์และไม่โกงตัวเลข"

ผู้ใช้เวทอีกคนลุกขึ้น ผู้ใช้เวทถาม "ถ้าเราลงคะแนนเสียง เราจะป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เวทที่แข็งแกร่งควบคุมผู้อ่อนแอได้ยังไง ผู้ใช้เวทที่แข็งแกร่งอาจขู่ผู้อ่อนแอให้ลงคะแนนตามที่พวกเขาต้องการ"

"การลงคะแนนเสียงจะทำแบบลับ" นรินทร์ตอบ "ผู้ใช้เวททุกคนจะลงคะแนนเสียงในห้องลงคะแนนที่มีผนังกั้น ไม่มีใครรู้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร การลงคะแนนเสียงจะทำแบบลับเพื่อป้องกันการขู่"

รสายืนขึ้น เธอถือสมุดปกแข็งสีดำเล่มใหม่ เธอพูด "ผมจะเป็นคนนับคะแนน จะทำให้การลงคะแนนเสียงเป็นไปอย่างโปร่งใส"

นรินทร์เปิดให้ผู้ใช้เวทลงคะแนนเสียง ผู้ใช้เวททุกคนเข้าไปในห้องลงคะแนน ผู้ใช้เวทลงคะแนนเสียงในห้องลงคะแนนที่มีผนังกั้น ผู้ใช้เวทลงคะแนนเสียงโดยไม่มีใครเห็น

หลังการลงคะแนนเสร็จ รสานับคะแนนเสียง รสาเขียนผลคะแนนบนกระดาน ผลคะแนนคือผู้ใช้เวทส่วนใหญ่ลงคะแนนเสียงรับรองกฎใหม่ แต่มีผู้ใช้เวทส่วนน้อยที่ลงคะแนนเสียงไม่รับรอง

"ผู้ใช้เวทส่วนใหญ่ลงคะแนนเสียงรับรองกฎใหม่" รสาประกาศ "กฎใหม่ของเมืองได้รับการรับรองจากผู้ใช้เวทส่วนใหญ่"

สมาชิกสภาเจ้าหนี้ลุกขึ้น สมาชิกสภาเจ้าหนี้ประกาศ "เราไม่ยอมรับกฎใหม่ เราจะออกจากเมืองและไปตั้งเมืองใหม่"

สมาชิกสภาเจ้าหนี้เดินออกจากตลาดสนธยา สมาชิกสภาเจ้าหนี้เดินไปทางทางเดินใต้ดิน สมาชิกสภาเจ้าหนี้เดินขึ้นไปบนโลกเบื้องบน สมาชิกสภาเจ้าหนี้เดินออกจากเมือง สมาชิกสภาเจ้าหนี้ไม่กลับมา

นรินทร์มองสมาชิกสภาเจ้าหนี้เดินออกไป เขาเห็นว่าสมาชิกสภาเจ้าหนี้เดินออกจากเมือง เขาเห็นว่าสมาชิกสภาเจ้าหนี้ไม่กลับมา เขาเห็นว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นว่าเมืองเป็นของทุกคน เขาเห็นว่าเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองโปร่งใส เมืองเป็นของทุกคน

"เมืองเปลี่ยนไปแล้ว" ผู้ใช้เวทในตลาดสนธยาพูด "เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองเป็นของทุกคน เมืองรับรองกฎใหม่ เมืองโปร่งใส"

"เมืองเปลี่ยนไปแล้ว" นรินทร์ตอบ "เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองเป็นของทุกคน เมืองรับรองกฎใหม่ เมืองโปร่งใส"

ลมในตลาดสนธยาพัดเบา ๆ ลมนั้นพัดผ่านผู้ใช้เวทที่ยืนอยู่ในตลาด ลมนั้นพัดผ่านแผงขายของ ลมนั้นพัดผ่านเวที ลมนั้นพัดผ่านม้านั่งที่ว่างเปล่า ลมนั้นพัดเสียงร้องเพลง "รักแท้" จากเสาหลักใต้พิภพขึ้นมาให้ได้ยิน เหมือนเมืองกำลังยืนยันว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เหมือนเมืองกำลังยืนยันว่าเมืองเป็นของทุกคน เหมือนเมืองกำลังยืนยันว่าระบบใหม่ได้รับการรับรอง

เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นดังอยู่ในตลาดสนธยา เสียงนั้นดังอยู่ในทุกที่ในเมือง เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเป็นของทุกคน เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองรับรองกฎใหม่ เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง

นรินทร์ลงจากเวที เขาเดินออกจากตลาดสนธยา เขาเดินกลับบ้าน เขาเห็นว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เขาเห็นว่าเมืองเป็นของทุกคน เขาเห็นว่าเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เมืองเปิดเผยทุกอย่าง เมืองโปร่งใส เมืองเป็นของทุกคน

แสงแดดในตลาดสนธยาส่องลงพื้น แสงแดดอุ่น แสงแดดส่องลงบนใบหน้าของผู้ใช้เวท แสงแดดส่องลงบนเวที แสงแดดส่องลงบนม้านั่ง แสงแดดส่องลงบนแผงขายของ แสงแดดส่องลงบนทุกอย่างในตลาดสนธยา แสงแดดทำให้ตลาดสนธยาสว่าง แสงแดดทำให้ตลาดสนธยาอบอุ่น แสงแดดทำให้ตลาดสนธยาเป็นที่ที่ทุกคนอยากอยู่

และเสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเปิดเผยทุกอย่าง เสียงนั้นไม่รู้ว่าเมืองเป็นของทุกคน เสียงนั้นแค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน เสียงนั้นจะอยู่ในเสาหลักตลอดไป เสียงนั้นจะรอนรินทร์กลับมา เสียงนั้นจะรอนนท์กลับมา เสียงนั้นจะรอทุกคนที่ต้องการฟัง—แต่นรินทร์รู้ว่าเมืองจะเรียกราคาจากเขา และราคานั้นอาจเป็นชื่อของเขาเอง?

เสียงร้องเพลง "รักแท้" ยังดังอยู่—