📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 110: การประชุมสภาเจ้าหนี้ครั้งที่สอง

เมืองเวทใต้พิภพ · Arc 3 · ตอนที่ 110 / 120

แสงเช้าส่องลงแกนนคร เสาหลักทั้งเจ็ดต้นส่งเสียงต่ำใต้พื้น เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลักทุกต้น ผู้ใช้เวทจากทุกเขตของเมืองมาประชุมที่ตลาดสนธยา — คลองดำสามสิบคน โรงเตาหมื่นควันยี่สิบคน หอทะเบียนเงาสิบห้าคน สถานีรถไฟร้างห้าคน และอีกหลายสิบคนที่เดินเท้ามาจากหมู่บ้านห่างไกลตามเส้นทางคลอง ผู้ใช้เวททุกคนพร้อมรับมือกับสภาเจ้าหนี้ที่จะมาถึงในอีกสามวัน ลมเช้าพัดผ่านตลาดสนธยา พัดเอากลิ่นดินเปียกและกลิ่นธูปจากวัดร้างที่อยู่ปลายซอยมาให้ผู้ใช้เวททุกคนได้กลิ่น ก่อนที่วันนี้จะเริ่มต้นขึ้น ท้องฟ้ายังจางๆ ด้วยแสงสีส้มอ่อนที่ลอดผ่านเมฆบางๆ ที่เกาะอยู่เหนือแกนนคร ผู้ใช้เวทบางคนนั่งลงบนพื้นหิน รออย่างเงียบๆ ไม่มีใครพูด แม้แต่เสียงกระซิบก็ไม่มี ความเงียบในตลาดสนธยาความเงียบที่หนักที่สุดที่นรินทร์เคยพบมา

นรินทร์ยืนอยู่กลางตลาดสนธยา มองผู้ใช้เวททุกคนที่หันมามอง เขารู้ว่าทุกคนพร้อม แต่เขารู้ด้วยว่าราคาที่ต้องจ่ายอาจเป็นชื่อของเขาเอง — ชื่อที่หายไปจากความทรงจำอาคมตั้งแต่วันที่เขาเข้าไปในเสาหลักครั้งแรก และไม่มีใครในเมืองนี้จำเขาได้อีกต่อไป แม้แต่นภที่เคยเรียกเขาว่าลูกชายของเสาหลักก็เงียบไปเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา นภก้มหัวไม่พูดอะไร แค่มองด้วยตาที่ไม่เชื่อ นภจำได้ดีว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นนรินทร์ เขายังเป็นเด็กหนุ่มที่วิ่งเล่นอยู่หน้าวัดร้าง ตอนนี้เขาเดินมาหาในฐานะผู้ใช้เวทที่ไม่มีใครจำได้ นภถึงกับก้มหัวต่ำลงไม่กล้ามองตา นภยังจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่อยู่ด้วยกัน นรินทร์สัญญาว่าจะกลับมา แต่เขากลับหายไปในเสาหลักโดยไม่มีใครรู้ นภถึงกับน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว

นรินทร์ยกมือขึ้นเรียกความเงียบ เสียงของเขาดังไปทั่วตลาดสนธยา "สภาเจ้าหนี้จะมาถึงในสามวัน" เขาพูด "เราจะใช้เสาหลักทั้งเจ็ดต้นเป็นฐานป้องกัน"

"เสาหลักต้นแรกที่ตลาดสนธยา ต้นที่สองที่คลองดำ ต้นที่สามที่โรงเตาหมื่นควัน ต้นที่สี่ที่หอทะเบียนเงา — ทั้งเจ็ดต้น พร้อมพร้อมกัน" รสากล่าว เขาหยิบบัญชีลับออกจากกระเป๋าหนังสือ หน้ากระดาษเหลืองจางๆ แผ่นนั้นเขียนมือมาหลายปี "บัญชีนี้แสดงทุกการโอนหนี้ที่ผ่านเสาหลัก เมื่อสภาเจ้าหนี้มาถึง ทุกอย่างจะถูกเปิดเผย ทั้งเงินที่ยืม ทั้งสัญญาที่ทุจริต ทุกอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ดินของเมือง"

มะลินั่งลงข้างๆ กอดกระดาษแผ่นหนึ่งไว้แน่น "ผมวาดแผนที่นี้ตั้งแต่อายุสิบห้า" เขาชี้ลงบนพื้นหิน "ทุกทางเข้า-ออกของเมือง ทุกซอกทุกมุม ที่ที่สภาเจ้าหนี้จะใช้ลอบเข้ามา"

นนท์เงียบไปนาน ก่อนพูดเสียงเบาจนแทบจมในเสียงเพลง "รอยจำที่แม่ทิ้งไว้ในเสาหลัก... มันชี้ทางออกให้เราได้" เขามองขึ้นไปบนเสาหลักต้นที่ห้า แสงสีฟ้ากะพริบเหมือนมีอะไรสั่นอยู่ข้างใน "แต่ผมไม่รู้ว่าจะอ่านมันยังไงดี"

เสียงร้องเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลักทั้งเจ็ดต้น ไม่รู้ว่าเมืองกำลังเตรียมรับมือกับสภาเจ้าหนี้ ไม่รู้ว่าผู้ใช้เวททุกคนพร้อมจะปกป้องเมือง แค่ร้องเพลงซ้ำเหมือนทุกคืน รอนรินทร์กลับมา รอนนท์กลับมา รอทุกคนที่ต้องการฟัง เสียงเพลงนั้นไม่มีคำตอบ มีเพียงจังหวะที่วนซ้ำเหมือนหัวใจที่เต้นแต่ไม่เคยหยุด

นรินทร์มองเสาหลักทั้งเจ็ดต้นที่เรืองแสงในที่ห่างไกล แสงสีเงิน สีฟ้า สีทอง สีขาว ผสมกับเสียงเพลงในหัวของเขา เขาไม่รู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายคืออะไร — เพียงรู้ว่าต้องอยู่กับมัน รอยจำที่แม่ทิ้งไว้ให้เขาจะกลายเป็นความทรงจำที่เขาต้องจ่ายในวันข้างหน้า วันที่ชื่อของเขาหายไปจากความทรงจำอาคม?

เขาแค่ไม่ถอย นรินทร์ยืนอยู่ที่ตลาดสนธยา แสงเช้าอุ่นลงบนใบหน้าของเขา เขาเพิ่งยึดเสาหลักเจ็ดต้น ทำให้เมืองเป็นของทุกคน ทำให้ทุกอย่างเปิดเผย แต่ราคาที่ต้องจ่ายคืออะไร? เขาไม่รู้ แค่รู้ว่าต้องอยู่กับราคานั้น รอยจำที่แม่ทิ้งไว้ให้เขาจะกลายเป็นความทรงจำที่เขาต้องจ่ายในวันข้างหน้า—วันที่ชื่อของเขาหายไปจากความทรงจำอาคม?

นรินทร์มองเสาหลักทั้งเจ็ดต้นที่เรืองแสงในที่ห่างไกล แสงสีเงิน สีฟ้า สีทอง สีขาว ผสมกับเสียงเพลงในหัวของเขา เขาไม่รู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายคืออะไร เพียงรู้ว่าต้องอยู่กับมัน เขาต้องอยู่กับเมืองนี้ เขาต้องอยู่กับเสาหลักเหล่านี้ เขาต้องอยู่กับรอยจำที่แม่ทิ้งไว้ให้เขา รอยจำที่แม่ทิ้งไว้ให้เขาจะกลายเป็นความทรงจำที่เขาต้องจ่ายในวันข้างหน้า—วันที่ชื่อของเขาหายไปจากความทรงจำอาคม?

แต่นรินทร์ไม่ถอย เขาแค่ยืนอยู่ที่ตลาดสนธยา รอเช้าวันใหม่ที่สภาเจ้าหนี้จะมาถึง รอคำตอบที่เสาหลักจะให้ รอรอยจำที่แม่ทิ้งไว้จะเปิดเผยสิ่งที่เขายังไม่พร้อมจะรับ—วันที่ชื่อของเขาหายไปจากความทรงจำอาคม และสิ่งที่เหลืออยู่คือตัวตนของคนที่ไม่มีใครจำได้

เขาต้องเป็นคนนั้นหรือไม่? นรินทร์ไม่มีคำตอบ เขาแค่ยืนอยู่ รอให้เช้าขึ้น รอให้สามวันผ่านไป รอให้สภาเจ้าหนี้มาถึง และรอให้เสาหลักทั้งเจ็ดต้นส่งเสียงตอบกลับมาว่า—ราคาที่ต้องจ่ายคืออะไร

เสียงเพลง "รักแท้" ยังดังอยู่ในเสาหลัก เสียงนั้นไม่ตอบ ไม่พูด ไม่เตือน มันแค่เล่นซ้ำเหมือนทุกคืน รอนรินทร์กลับมา รอนนท์กลับมา รอทุกคนที่ต้องการฟัง—แต่สามวันเหลืออยู่แค่ไหนกันแน่?

นรินทร์ไม่มีคำตอบ เขาแค่ยืนอยู่ รอให้เช้าขึ้น รอให้เงาของสภาเจ้าหนี้ปรากฏตัวผ่านประตูเมือง รอให้เสาหลักทั้งเจ็ดต้นส่งเสียงเตือนเขาว่า—วันนี้คือวันที่ต้องจ่าย ไม่ใช่วันที่จะหนี

และเสียงเพลง "รักแท้" ก็ดังต่อไป ไม่หยุด ไม่เปลี่ยน ไม่สนใจว่าราคาที่ต้องจ่ายคืออะไร มันแค่เล่น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนความทรงจำที่แม่ทิ้งไว้ เหมือนชื่อที่หายไปจากความทรงจำอาคม เหมือนคนที่ยืนอยู่ที่ตลาดสนธยา รอให้เช้าขึ้น

นรินทร์ไม่มีคำตอบ เขาแค่ยืนอยู่ รอให้เช้าขึ้น รอให้เงาของสภาเจ้าหนี้ปรากฏตัวผ่านประตูเมือง รอให้เสาหลักทั้งเจ็ดต้นส่งเสียงเตือนเขาว่า—วันนี้คือวันที่ต้องจ่าย ไม่ใช่วันที่จะหนี นรินทร์ยังจำได้ว่าแม่เคยบอกเขาว่า "เสาหลักไม่ได้ปกป้องเมืองหรอก เสาหลักปกป้องความทรงจำ" แม่พูดแบบนั้นตอนที่เขายังเป็นเด็ก ตอนที่ยังไม่รู้จักหน้าที่ของเสาหลัก ตอนที่ยังไม่รู้ว่าความทรงจำมีราคา นรินทร์ยังจำได้ว่าแม่เคยบอกเขาว่า "วันที่ชื่อหายไปจากความทรงจำอาคม นั่นคือวันที่ต้องจ่าย" แม่พูดแบบนั้นตอนที่เขายังไม่เข้าใจ ตอนที่ยังไม่เคยเห็นสภาเจ้าหนี้ ตอนที่ยังไม่เคยยืนอยู่ที่ตลาดสนธยา รอให้เช้าขึ้น นรินทร์ไม่มีคำตอบ เขาแค่ยืนอยู่ รอให้เช้าขึ้น

เสียงเพลง "รักแท้" ดังอยู่ในเสาหลัก เหมือนทุกคืน เหมือนทุกวัน ไม่เคยหยุด ไม่เคยเปลี่ยน รอนรินทร์กลับมา รอนนท์กลับมา รอทุกคนที่ต้องการฟัง—แต่สามวันเหลืออยู่แค่ไหนกันแน่?

นรินทร์ไม่มีคำตอบ เขาแค่ยืนอยู่ รอให้เช้าขึ้น