📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 22: ห้องที่ไม่มีในแผนที่

ผู้หญิงร้านของเก่า · Arc 1 · ตอนที่ 22 / 100

กลิ่นหมึกจีนชุ่มชื้นและกลิ่นกระดาษสาเก่าเก็บโชยออกมาจากห้องโถงชั้นสองของห้องใต้ดินใต้รากต้นมะม่วงใหญ่ อากาศด้านล่างเย็นจัดและแห้งสนิท ไร้ความชื้นจากแผ่นดินด้านบน ผนังหินสี่ด้านไม่ได้เปลือยเปล่าเหมือนชั้นแรก แต่ถูกบุด้วยชั้นไม้เนื้อหนาสูงทอดตัวตั้งแต่พื้นหินจนจรดเพดานโค้งรูปกลีบบัว บนชั้นไม้แต่ละช่องมีสมุดบัญชีปกหนังสีดำวางเรียงแถวไว้อย่างเป็นระเบียบ สมุดทุกเล่มถูกผูกไว้ด้วยเชือกปานป่านสีคล้ำ และมีตราชาดประทับตัวเลขกำกับไว้อย่างชัดเจนเรียงตามลำดับ ตั้งแต่หมายเลข 001 จนถึงหมายเลข 348

"ห้องบัญชีจริง..." สมเกียรติกระพริบตาถี่ๆ แสงไฟส้มสัวจากตะเกียงน้ำมันในมือนิลสะท้อนลงบนหน้าสมุดบัญชีหนังดำที่เรียงรายนับร้อยเล่ม "นิลครับ... นี่คือสิ่งที่กรมตราเงาสืบหาและพยายามแกะรอยมาตลอดสิบปี ทะเบียนแท้จริงของผู้ค้างตราทุกคนที่ถูกลบชื่อออกจากระบบเมือง"

นิลก้าวเข้าหาชั้นไม้ฝั่งทิศเหนือ สายตาคมกริบไล่มองตัวเลขบนปกสมุดบัญชีทีละเล่ม เธอค่อยๆ หยิบสมุดบัญชีหมายเลข 348 ซึ่งเป็นเล่มล่าสุดขึ้นมา ปลายนิ้วสัมผัสปกหนังเรียบลื่น ความรู้สึกสั่นสะท้านของรอยจำในวัตถุแล่นเข้าสู่ประสาทรับรู้ทันที รอยจำส่งภาพเสมียนไร้หน้ากำลังจับปากกาขนนกด้วยมือสั่นเทา ขณะจรดปลายหมึกเขียนคำว่า 'ตรวจสอบครบถ้วนถูกต้อง' ลงบนกระดาษสา "เล่มสามร้อยสี่สิบแปดนี่เป็นบัญชีปลอมครับอาจารย์" ทองแดงส่องตะเกียงดูใกล้ๆ "มันลงชื่อผู้ตรวจยศหลวงที่ไม่มีตัวตนอยู่ในกรมตราเงาเลย"

"และดูเล่มสามร้อยสี่สิบสองสิ" นิลดึงสมุดบัญชีหมายเลข 342 ออกมาจากช่องถัดไป หน้าปกกระดาษสาด้านในถูกฉีกออกอย่างรีบร้อน รอยฉีกยังใหม่ หมึกที่ขอบกระดาษยังไม่แห้งสนิทดี "นี่คือเล่มของเสมียนเดช คนที่เอาของปลอมมาฝากไว้ที่ร้านเราในตอนที่ห้า มีคนลงมาฉีกชื่อเขาออกก่อนหน้าพวกเราไม่กี่ชั่วโมง"

สมเกียรติเดินสำรวจชั้นไม้รอบๆ ตัวโถง ก่อนอธิบายด้วยน้ำเสียงขรึมและเป็นทางการ "เมืองกรุงแก้วมีระบบบัญชีซ้อนสองชุดครับนิล คนทุกคนในเมืองเมื่อเริ่มได้รับตำแหน่งหรือเปิดร้านค้าจะถูกบันทึกชื่อไว้ในบัญชีทางการที่หอจดหมายเหตุ แต่เมื่อใครถูกสภาตราลบชื่อ บัญชีทางการจะถูกเผาทิ้ง เพื่อให้ความทรงจำของคนในเมืองพร่าเลือน...

ทว่าบัญชีจริงกลับถูกส่งมาเก็บไว้ที่นี่ เพื่อใช้เป็นตัวอ้างอิงในการดึงผลค้างของเวทเข้าสู่ร่างของผู้ค้างตรา" "หมายความว่าพวกเขาไม่ได้แค่ลบชื่อออกจากกระดาษ" ทองแดงเค้นเสียงขมขื่น "แดยังอยากเก็บร่างและชื่อของพวกเขาไว้ใช้หนี้แทนขุนนางหรือครับสมเกียรติ"

"ถูกแล้วเจ้าช่างซ่อม" เสียงชายชรา #001 เสมียนคลังคนแรก ดังก้องมาจากมุมมืดหลังชั้นหนังสือ "เกราะแก้วรับพลังเวทจากโลกเบื้องบนมาปกป้องเมือง แต่พลังเวทระดับสูงทิ้งผลค้างที่รุนแรง หากไม่มีผู้ชำระ เมืองจะเกิดแผ่นดินสะเทือนและตราตำแหน่งของพวกขุนนางจะหลอมละลาย สภาตราจึงเลือกสลักชื่อของพวกเราไว้ที่นี่ แล้วแปลงชื่อของพวกเราเป็น 'เชื้อเพลิง' ให้เกราะแก้ว" นิลดึงสมุดบัญชีหมายเลข 104 ออกจากชั้นไม้ ปกหนังของเล่มนี้มีรอยกรีดเป็นรูปรวงข้าว ตัวอักษรสีทองบนปกเขียนว่า *ปราณี หลวงผู้ตรวจทะเบียนเกราะ*

นิลใช้นิ้วสัมผัสรอยกรีดเบาๆ ภาพความทรงจำฉายชัดในความคิด ไม่ใช่เสียงร้องไห้ แต่เป็นลายมือปราณีตของแม่ที่เขียนไว้ที่มุมหน้าแรก: *เกราะแก้วไม่ใช่สิ่งที่ปกป้องเรา...

มันคือกรอบกักขัง และผู้ที่สร้างเกราะไม่ได้ต้องการปกป้องกรุงแก้ว แต่ต้องการเก็บเมืองนี้ไว้เป็นฐานผลิตบารมีให้เบื้องบน* นิลอ่านข้อความนั้นให้สมเกียรติและทองแดงฟัง อากาศในห้องโถงเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงน้ำมันในตะเกียงเดือดปุดๆ และเสียงลมหายใจของสมเกียรติที่หนักอึ้ง "ถ้าเกราะแก้วใช้คนเป็นเชื้อเพลิง..." ทองแดงพูดเสียงสั่น "แล้วคนสามร้อยสี่สิบแปดคนที่ถูกลบชื่อ...

ตอนนี้ร่างของพวกเขาอยู่ที่ไหนครับ" ชายชรา #001 ชี้พลองไม้ลงสู่พื้นหินใต้เท้า "ข้างล่างนี้... ในแกนกลางเสาหลัก ร่างของพวกเขาถูกผูกไว้กับรากของเกราะแก้ว จิตใจถูกลบ แต่ร่างยังคงหายใจเพื่อรับหนี้แทนคนข้างบน"

สมเกียรติหลุบสายตาต่ำลง ถอนหายใจยาว "ผมรู้เรื่องนี้มาตลอดครับนิล...

กรมตราเงารู้ดีว่ามีห้องบัญชีนี้อยู่ แต่ผู้ตรวจทุกคนที่พยายามเปิดเผยความจริงจะถูกลบชื่อและส่งลงมาที่นี่ นั่นคือเหตุผลที่ผมยอมกลายเป็นคนของกรมตราเงา เพื่อรอโอกาสลงมาหาหลักฐานในห้องนี้" นิลหันมองสมเกียรติ "คุณไม่ได้แค่ทำตามหน้าที่สินะ สมเกียรติ คุณกำลังไถ่บาปให้ตัวเองที่เคยนิ่งเฉย" สมเกียรติพยักหน้ารับ "ครับ...

และวันนี้ผมพร้อมรับผลที่ตามมาจากการตัดสินใจของผมแล้ว ไม่ว่าสภาตราจะทำอย่างไรกับตำแหน่งของผมก็ตาม"

นิลถือสมุดบัญชีเล่มของแม่ไว้ในมือซ้าย ก่อนหันหลังเตรียมเดินย้อนกลับขึ้นบันไดเพื่อนำหลักฐานขึ้นไป ทว่าเมื่อก้าวถึงขั้นบันไดที่เจ็ด ชานหินใต้เท้าส่งเสียงสั่นสะเทือนเบาๆ ตัวอักษรหมึกดำในสมุดบัญชีของแม่เริ่มขยับเลื่อนไหวและปรากฏประโยคใหม่ต่อหน้าต่อนิล: *ลูก...

อย่าไว้ใจใครในเมืองนี้ที่มีตราตำแหน่ง และอย่าไว้ใจบันทึกเล่มนี้หากลายมือไม่มีรอยแผลที่ปลายนิ้ว* นิลหยุดก้าวเท้าทันที นิ้วมือสัมผัสขอบกระดาษสมุดบัญชี... หมึกของข้อความใหม่นี้เพิ่งถูกเขียนขึ้นจริงๆ และมันเขียนหลังจากที่นิลลงมาถึงห้องนี้! "อาจารย์...

หยุดเดินทำไมครับ" ทองแดงถามจากด้านหลัง นิลไม่ตอบ เธอชูสมุดบัญชีขึ้นในระดับสายตา รอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ปลายนิ้วชี้ขวาของแม่ซึ่งนิลจำได้ดี ไม่ได้ถูกประทับไว้บนข้อความนี้... ลายมือนี้เลียนแบบแม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่มันไม่ใช่แม่เขียน!

ใครบางคนในห้องนี้ หรือใครบางคนที่ถือด้ามปากกาอยู่ข้างบน กำลังแทรกแซงสมุดบัญชีของแม่เพื่อส่งนิลไปผิดทาง! "สมเกียรติ..." นิลเอ่ยเสียงแผ่วพลางหมุนตัวกลับมามองชายเสื้อคลุมของหลวงแห่งกรมตราเงา "สมุดบัญชีเล่มนี้...

ใครเป็นคนถือรักษามันไว้ก่อนที่คุณจะพาฉันลงมา" สมเกียรตินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าครึ้มลงภายใต้แสงไฟตะเกียง ก่อนค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นแตะซองจดหมายตราครั่งสีทองในอกเสื้อ... ซองจดหมายที่มีตราประทับของพระยาทองสุข!

"ผมจำเป็นต้องพาสมุดเล่มนี้มาให้นิลตามคำสั่งครับ" สมเกียรติสารภาพ น้ำเสียงของเขาไร้ความลังเล "แต่ผมไม่ได้ทรยศนิล... พระยาทองสุขบอกว่า ถ้าผมไม่นำสมุดเล่มนี้ลงมาให้นิล นิลจะไม่มีทางเข้าสู่ด่านชั้นสามได้เลย" นิลมองซองจดหมายตราครั่งในมือสมเกียรติด้วยสายตาเรียบสงบ "พระยาทองสุขไม่ได้ต้องการฆ่าเรา...

ห้องที่ไม่มีในแผนที่มีฝุ่นน้อยเกินไปสำหรับสถานที่ถูกลืม ชั้นบัญชีทุกชั้นสะอาดเฉพาะแนวที่มือคนแตะถึง ส่วนมุมสูงยังจับใยแมงมุมหนา นิลจึงรู้ว่ามีคนกลับมาที่นี่เรื่อยๆ และกลับมาเลือกเฉพาะเล่มที่ตนเองต้องการให้หาย สมุดหมายเลขสามร้อยสี่สิบสองวางผิดแนวไปเพียงปลายนิ้ว ความผิดนั้นเล็กพอจะหลอกเสมียน แต่ไม่พอจะหลอกคนขายของเก่าที่ใช้ชีวิตกับรอยเลื่อนบนวัตถุ ทองแดงถือไฟให้นิ่งจนเงานิ้วของเขาสั่นแทนเปลวไฟ สมเกียรติยอมรับคำสารภาพทีละน้อยเหมือนคนแกะตรวนออกจากข้อมือตัวเอง นิลไม่ได้เร่งเขา เธอปล่อยให้เสียงกระดาษเปิดหน้าสุดท้ายแทนคำถาม แล้วพบช่องชื่อที่ถูกเว้นว่างไว้ตรงกลางหน้าบัญชี ช่องนั้นมีขนาดพอดีกับชื่อของคนที่พาเธอลงมา

ห้องบัญชีจริงไม่ได้เงียบเพราะไม่มีคนอยู่ มันเงียบเพราะทุกอย่างในห้องนี้ถูกฝึกให้รอคำสั่ง ชั้นไม้สูงเกินศีรษะเรียงลึกเข้าไปในความมืด ป้ายหมายเลขแต่ละแถวถูกเขียนด้วยหมึกสีเดียวกัน แต่ความหนาของลายมือไม่เท่ากัน นิลไล่สายตาตามความต่างเล็กๆ เหล่านั้นและพบว่าแถวที่เกี่ยวกับผู้ค้างตราถูกแก้ซ้ำมากกว่าส่วนอื่น สันสมุดบางเล่มมีรอยเล็บเก่า บางเล่มไม่มีฝุ่นเลยทั้งที่ควรนอนอยู่ตรงนี้มาหลายปี

นิลวางแหวนนพเก้าบนโต๊ะกลางห้อง แสงจากหัวแหวนไม่กระจายออกเหมือนครั้งก่อน มันหดเป็นเส้นบางแล้วลากผ่านพื้นไปหยุดหน้าแถวบัญชีชั้นล่างสุด ตรงนั้นมีช่องว่างระหว่างสมุดสองเล่ม ช่องว่างแคบเกินกว่าจะซ่อนของ แต่พอดีกับมือคนที่ต้องการเลื่อนบางอย่างเข้าไปลึกกว่าสายตา เธอใช้ปลายมีดงัดแผ่นไม้ใต้ชั้นขึ้นช้าๆ กลิ่นหมึกสดลอยออกมาจากที่ซ่อน ทั้งที่ห้องนี้ควรมีแต่กลิ่นกระดาษเก่า

สิ่งที่อยู่ใต้แผ่นไม้ไม่ใช่บัญชีอีกเล่ม แต่เป็นแถบผ้าทอสีซีดขนาดเท่าฝ่ามือ ลายบนผ้าเป็นลายเดียวกับชายผ้าของปราณีในรอยจำชั้นบันได นิลไม่รีบหยิบมันขึ้นมา เธอปล่อยให้แสงตะเกียงแตะขอบผ้าก่อน เมื่อเส้นด้ายเริ่มขยับเองเหมือนแผนที่กำลังหายใจ เธอจึงรู้ว่าห้องนี้ไม่ได้ซ่อนคำตอบไว้เพื่อสมเกียรติ แต่มันซ่อนทางต่อไว้เพื่อเธอ

เขาต้องการให้เราเปิดประตูชั้นสามแทนเขา" แม่ไม่ได้แค่เลือกที่จะไม่กลับ... แต่คนที่พานิลลงมาที่นี่ กำลังถูกใช้เป็นหมากโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว!