บทที่ 8: พันธมิตรที่ยังไม่ไว้ใจ
ก่อนออกจากร้าน นิลตรวจกลอนทุกบานและเอาน้ำมันถูร่องประตูให้เสียงฝืดลง เธอผูกกล่องของเดชกับขาโต๊ะด้วยเชือกสองชั้น แล้ววางแผ่นกระดาษที่มีชื่อปราณีไว้บนผ้าขาวเป็นของล่อ กลิ่นน้ำคลองจากทางใต้พื้นลอยขึ้นมาพร้อมลมเย็น เธอคลุมผมด้วยผ้าสีเข้มเพื่อไม่ให้เงาสะท้อนบนผิวน้ำ และส่งสัญญาณให้ทองแดงถือค้อนต่ำไว้ข้างลำตัว แสงจันทร์บนหลังคาโกดังขาดเป็นช่วงเพราะกระเบื้องหลายแผ่นไม่เท่ากัน นิลจำช่องที่เงาเคลื่อนผ่าน แล้วเลือกทางขึ้นแพร้างที่ไม่มีรอยเท้าใหม่
กระดาษใต้ประตูไม่มีลายนิ้วมือ นิลใช้แหนบคีบมันขึ้น ใต้ตราคลังต้นที่หนึ่งมีตัวอักษรเล็กมากที่เธอไม่เห็นตอนแรก เป็นรหัสของผู้ส่ง ไม่ใช่ชื่อสมเกียรติ แต่รูปแบบการเขียนเหมือนรหัสในกรมตราเงา เธอไม่เปิดประตู "ถ้าจะคุย เข้ามาทางหน้าต่าง" ด้านนอกเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เสียงชายคนหนึ่งตอบ "หน้
าต่างมีคนเฝ้า" "ประตูก็มีฉันเฝ้า" "คุณแน่ใจว่าผมเป็นคนเดียว" "ไม่แน่ใจค่ะ จึงยังไม่เปิด" เสียงฝีเท้าถอยออกไป นิลมองทองแดง เขาขยับไปข้างหน้าต่างอย่างเงียบๆ แล้วชี้ไปยังหลังคาโกดัง เงาหนึ่งเคลื่อนผ่านแสงจันทร์ นิลหยิบเชือกผูกตรึงกล่องของเดชกับขาโต๊ะ ก่อนเปิดประตูหลังร้าน เธอไม่ออกไ
ปตรงๆ แต่ใช้ทางใต้พื้น ผ่านร่องน้ำ และขึ้นหลังแพร้างด้านข้างตลาด สมเกียรติยืนอยู่ในห้องเก็บตะเกียงร้างตามที่เขาเคยบอกทางไว้ ไม่มีตราใดเปิดใช้งาน เขาถอดเสื้อคลุมกรมออก เหลือเสื้อสีเทาเรียบกับซองเอกสารในมือ ทองแดงยืนอยู่หลังนิล มือซ้ายถือค้อน มือขวาจับเชือกที่ผูกกับกล่อง สมเกียรติม
องเขา "คุณพาช่างมาด้วย" "เขาพาผมมา" ทองแดงตอบทันที "ผมไม่ปล่อยให้อาจารย์เดินเข้าที่มืดคนเดียว" "ผมไม่ใช่คนที่ควรไว้ใจ" "ผมยังไม่ได้บอกว่าไว้ใจครับ" สมเกียรติเลื่อนสายตากลับมาที่นิล "คุณเก็บกล่องไว้" "คุณรู้ได้อย่างไร" "ถ้าคุณส่งกล่องให้กรม ผมจะเห็นตรารับของในบัญชี" "ตรารับของอาจถ
ูกลบ" "นั่นคือเหตุผลที่ผมมาพบคุณนอกกรม" นิลไม่รับซองเอกสาร "คุณเป็นคนส่งกระดาษหน้าร้านหรือ" "ไม่ใช่ทั้งหมด" "คำตอบไม่ครบ" "คนส่งเป็นเสมียนที่ผมไม่ไว้ใจ เขาไม่รู้ว่ากระดาษจะถึงมือคุณหรือใคร" "คุณใช้คนของกรมเป็นเหยื่อ" สมเกียรติไม่ปฏิเสธ "ผมใช้ระบบที่ผมมี" "ระบบของคุณทำให้เดชหาย" "
ระบบของผมมีคนแก้บัญชีจากข้างบน ผมกำลังพยายามหาว่าใคร" นิลจึงรับซองเอกสาร เธอไม่เปิดทันที วางไว้บนพื้นระหว่างทั้งสามคน "เริ่มจากข้อเท็จจริง" "คดีของเดชเริ่มที่คลังต้นที่หนึ่ง เขาเป็นเสมียนตรวจรายการของกลาง เขาพบว่าของปลอมสามชิ้นถูกนำออกโดยใช้ใบอนุมัติที่ชื่อผู้ตรวจถูกตัดทิ้ง" "สาม
ชิ้นอยู่ที่ร้านฉัน" "ผมรู้จากรอยที่คุณส่งให้" "ฉันไม่ได้ส่ง" "ผงในซองดำที่ผมวางไว้หน้าร้านมาจากฐานกล่อง ผมดูรอยแล้วรู้ว่าอยู่ที่คุณ" ทองแดงก้มมองเชือก "ถ้ารู้แล้วทำไมไม่เข้าค้นครับ" "เพราะคำสั่งค้นร้านต้องมีตราหลวงขึ้นไป และคนที่ถืออำนาจระดับนั้นอาจใช้คำสั่งย้ายกล่องไปที่คลังต้นท
ี่หนึ่งทันที" นิลเปิดซอง ภายในมีสำเนาบัญชีสี่แผ่นและแผนผังเสาหลักแบบหยาบ แผ่นแรกเป็นรายชื่อผู้หาย แผ่นที่สองเป็นรายการของกลาง แผ่นที่สามเป็นคำสั่งเปลี่ยนสถานะผู้ฝาก แผ่นสุดท้ายเป็นทะเบียนผู้ค้างตรา ชื่อปราณีอยู่บนแผ่นสุดท้าย สมเกียรติพูดก่อนที่นิลจะถาม "ผมพบชื่อเธอเมื่อสองปีก่อน
ตอนตรวจบัญชีเก่าที่ถูกปิด เธอเป็นหลวงผู้ตรวจทะเบียนเกราะ ไม่ใช่คนรับจำนำ และไม่ได้หายเพราะอุบัติเหตุทั่วไป" นิลกำกระดาษ "คุณรู้เรื่องแม่ฉันมานานแล้ว" "ผมรู้ชื่อก่อนรู้ว่าคุณมีอยู่" "คุณเห็นฉันเปิดร้านแล้วจึงตามมาหรือ" "ร้านเปิดเมื่อสามเดือนก่อน ชื่อเจ้าของร้านไม่มีในทะเบียนเมือง
แต่มีรหัสคนค้างเก่าตรงกับรหัสของปราณีหนึ่งหลัก" นิลไม่ชอบประโยคนี้ "คุณกำลังบอกว่าฉันเป็นคนค้างตรา" "ผมกำลังบอกว่าระบบจำคุณได้ก่อนที่คุณจะจำแม่" ทองแดงเดินเข้ามาใกล้กระดาษ "ผู้ค้างตราคือคนที่ถูกเสาหลักดึงเข้าไปหรือครับ" สมเกียรติเลื่อนแผ่นทะเบียนให้เขาเห็น "บางคนถูกดึง บางคนถูกส่
งเข้าไปเพื่อปิดหนี้ และบางคนถูกเปลี่ยนสถานะหลังหายตัว เพื่อไม่ต้องนับเป็นคนของเมือง" "พี่ผมอยู่ในนี้หรือ" "ชื่อทองกล้าอยู่ในทะเบียนซ่อม ไม่อยู่ในทะเบียนผู้ค้างตรา" ทองแดงกำหมัด "แปลว่าพวกเขาลบชื่อพี่ผม" "แปลว่าผมยังไม่มีหลักฐานว่าใครลบ" "คุณพูดเหมือนคำต่างกันทำให้พี่ผมกลับมาได้"
"คำต่างกันทำให้คนที่กำลังสืบไม่ถูกจับข้อหากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน" บรรยากาศในห้องเก็บตะเกียงเงียบลง มีน้ำหยดจากหลังคาลงถังเก่าทีละหยด นิลเปิดแผ่นที่สาม "ผู้ฝากที่ไม่มีชื่อถูกย้ายหนี้ตราไปที่ใคร" "ผู้ฝากที่ยังไม่มีตำแหน่ง" "คนธรรมดา" "คนที่ไม่อาจขอให้กรมทบทวนคำสั่ง" สมเกียรติใช้ดิน
สอวงรหัสหลายชุด "ของปลอมไม่ได้สร้างพลัง มันเปลี่ยนเจ้าของหนี้ คนถือของรับคำสั่งชั่วคราว แล้วผลค้างไหลไปยังชื่อที่ไม่มีตราค้ำ" นิลนึกถึงเดช มือดำ และเสียงคนเดินลงใต้ต้นมะม่วง "ใครเป็นคนได้ประโยชน์" "คนที่ต้องการเปิดช่องกรองโดยไม่ให้ตราพระยาของตนปรากฏบนคำสั่ง" "พระยาทองสุข" สมเกียร
ติไม่ตอบทันที "ชื่อเขาอยู่บนใบอนุมัติหลายใบ แต่ยังไม่พอเป็นหลักฐานว่าเขาสั่งทุกชิ้น" "คุณกลัวเขา" "ผมกลัวหลักฐานที่ยังไม่ครบ เพราะคนอื่นจะตายระหว่างที่ผมรีบสรุป" นิลวางกระดาษลง "คุณต้องการอะไรจากฉัน" "กล่องของเดช รอยจำของสร้อย และทางเข้าร้าน" ทองแดงขยับค้อน "ไม่ได้ครับ" สมเกียรติ
มองเขา "ผมยังพูดไม่จบ" "อาจารย์ไม่ให้ของกับคุณ" "ผมไม่ขอเอากล่องไป ผมขอให้ตรวจมันร่วมกัน" นิลหันมองสมเกียรติ "คุณมีห้องตรวจของกรม" "ห้องตรวจของกรมมีคนอ่านผลก่อนผม" "คุณจะใช้ร้านฉันเป็นที่ทำงานลับ" "ผมจะใช้ร้านคุณเป็นที่ที่บัญชียังไม่ถูกแก้" "แลกกับอะไร" สมเกียรติหยิบแผ่นกระดาษว่า
งออกจากซอง "สำเนาทุกฉบับที่ผมมี และรหัสทางเข้าสู่คลังต้นที่หนึ่ง" "คุณมีทางเข้าแล้วหรือ" "มีทางเข้า แต่ไม่มีสิทธิ์ผ่านตรา" นิลมองทองแดง "คุณช่วยค้ำสิทธิ์ได้ไหม" ทองแดงส่ายหน้า "ตราหลวงพระค้ำหินได้ ค้ำชื่อไม่ได้ครับ" สมเกียรติพยักหน้า "นั่นคือเหตุผลที่ผมยังเข้าไม่ได้" นิลคิดถึงเสี
ยงจากสร้อย คำเตือนเรื่องชื่อของเด็ก และรหัสของเธอที่โผล่ในแฟ้มดำ ความร่วมมือกับสมเกียรติอาจพาไปหาแม่เร็วขึ้น แต่ก็ทำให้คนของกรมรู้ว่าร้านมีหลักฐานมากแค่ไหน เธอหยิบพู่กันออกมา เขียนเงื่อนไขบนกระดาษสามข้อ หนึ่ง ห้ามใช้ตรากับคนในร้านโดยไม่ได้รับอนุญาต สอง วัตถุที่ตรวจร่วมกันต้องมีสำ
เนาสองชุด สาม ถ้าใครถูกเรียกไปกรม อีกสองคนต้องรู้ก่อน สมเกียรติอ่านแล้วหยิบพู่กันเขียนใต้ข้อสาม สี่ ไม่มีใครใช้ชื่อของอีกคนเพื่อเปิดบัญชี นิลมองเขา "ข้อนี้คุณเพิ่มเอง" "ชื่อของคุณถูกใช้ไปแล้ว ผมไม่อยากให้เราทำซ้ำกับคนอื่น" "คุณจะลงชื่อในฐานะอะไร" "สมเกียรติ หลวงแห่งกรมตราเงา ผู้ต
รวจคดีของปลอม" เขาลงชื่อเต็ม บรรทัดหมึกไม่เกิดรอยคลื่น นิลเซ็นชื่อของตัวเองตาม และทองแดงลงชื่อเป็นคนสุดท้าย ทันทีที่พู่กันของทองแดงยกจากกระดาษ แผ่นทะเบียนปราณีสั่น รหัสข้างชื่อเธอเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีเทา แล้วมีเส้นใหม่ลากไปยังคำว่า "ต้นที่หนึ่ง" ทองแดงเอื้อมมือจะจับ แต่สมเกียรติห้
าม "อย่าแตะตอนกำลังเปลี่ยนสถานะ" "มันเปลี่ยนเพราะชื่อของพวกเราหรือครับ" "เพราะมีคนเปิดบัญชีจากอีกด้าน" นิลมองกระดาษ "ปราณีอยู่ข้างในหรือยังมีคนใช้ชื่อเธอ" "คำตอบอยู่หลังตราปิดทางออก" สมเกียรติใช้นิ้วแตะขอบกระดาษ ไม่ได้ใช้เวทเต็มกำลัง เพียงปล่อยแสงน้ำเงินบางๆ ให้ไหลตามเส้นหมึก ภาพ
จากรอยทะเบียนไม่ใช่ภาพแม่ เป็นเพียงรายงานสั้นๆ ผู้ค้างตรา: ปราณี สถานะ: ถูกผูกกับแกนทะเบียน ทางกลับ: ไม่ได้รับอนุมัติ ผู้ตรวจครั้งสุดท้าย: ถูกลบ นิลอ่านทุกคำ "ถูกผูกกับแกนทะเบียน หมายความว่าเธอยังอยู่" "หมายความว่ายังมีสิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม" "คุณจะใช้คำนี้จนกว่าฉันจะถามว่ามีชีวิตไ
หม" "ถ้าผมบอกว่ายังมีชีวิต ผมต้องมีหลักฐานให้คุณ ถ้าผมบอกว่าไม่รู้ ผมยังเปิดทางค้นหาได้" นิลกำหมัดแล้วคลาย "ฉันต้องการความจริง ไม่ใช่คำที่ฟังดี" "ผมก็เหมือนกัน" สมเกียรติเก็บสำเนาที่เหลือเข้าซอง แต่ทิ้งแผ่นหนึ่งไว้บนโต๊ะ เป็นแผนผังทางเดินใต้ตลาด เส้นทางเริ่มจากต้นมะม่วงและหยุดที่
ประตูหินซึ่งมีตราวงกลมว่าง "นี่ทางเข้า" "คุณเคยไปถึงประตูไหม" "ไปถึง แต่ตราของผมถูกปฏิเสธ" "เพราะเป็นตราหลวง" "เพราะประตูต้องการชื่อที่มีรอยค้างอยู่กับแกน" นิลมองรหัสของตัวเอง "จึงต้องการฉัน" "ผมไม่รู้ว่าต้องการคุณ หรือกำลังล่อคุณ" "คำตอบนี้ทำให้ฉันสบายใจนิดหนึ่ง" สมเกียรติเงยหน้
า "ทำไม" "เพราะถ้าคุณรู้ทุกอย่าง ฉันคงไม่ร่วมมือ" เขาเก็บซองเอกสาร "พรุ่งนี้ผมจะส่งรายการของต้องห้ามให้คุณ อย่าแตะตราเปล่าถ้ามันปรากฏอีก" นิลนึกถึงเสียงในสร้อย "คุณรู้เรื่องตราเปล่าไหม" สมเกียรติหยุดที่ประตู "รู้ว่ามันไม่ควรว่าง" "แล้วถ้ามันมีชื่อของฉัน" เขามองเธอโดยไม่หลบ "อย่าใ
ห้ใครเห็นก่อนที่คุณจะรู้ว่าใครเป็นคนเขียน" สมเกียรติออกจากห้องไปก่อนฟ้าสาง นิล ทองแดง และแผนผังทางเข้ากลับร้านผ่านร่องน้ำ ที่ร้าน กล่องของเดชยังอยู่ใต้โต๊ะ เชือกที่ผูกไว้มีรอยดำเพิ่มขึ้นหนึ่งเส้น ทั้งที่ไม่มีใครแตะมัน นิลเปิดบัญชีและวางสำเนาทะเบียนข้างชื่อเดช เธอเพิ่มหัวข้อทีมสืบ
สวนสามคน แต่ไม่เขียนคำว่าพันธมิตร เขียนเพียงว่า "ร่วมมือชั่วคราว" ก่อนเก็บกระดาษ เธอเห็นตราปิดทางออกใต้ชื่อปราณีเปลี่ยนรูป จากวงกลมกลายเป็นเส้นประตู และหลังเส้นประตูนั้น มีตัวหนังสือชัดขึ้นทีละตัว "ผู้ค้างตราในเสาหลักต้นที่หนึ่ง" นิลไม่เห็นหน้าแม่ ไม่ได้ยินเสียงเรียก และยังไม่มีห
หลังตกลงเงื่อนไข นิลพับกระดาษสามข้อเข้าหาตัวและใช้ปลายมีดกดสันให้คม นิลใช้ปลายถ่านแตะหมึกใหม่เพื่อดูว่ามันแห้งเร็วเพียงใด เธอวางถ่านลงบนผ้าขาวและใช้นิ้วแตะขอบกระดาษโดยไม่แตะตัวอักษร ความเหนียวของหมึกยังอยู่แม้อากาศเย็น เสียงน้ำหยดจากหลังคาเปลี่ยนจังหวะเมื่อกล่องใต้โต๊ะสั่น นิลเลื่อนแผนผังขึ้นมาบังชื่อเดช แล้วใช้เชือกวัดระยะจากกล่องถึงช่องพื้นได้สามช่วงแขน ปลายเชือกมีผงเทาติดเป็นวง เธอผูกปมตรงตำแหน่งนั้นและเก็บไว้เป็นหลักฐาน สมเกียรติตรวจประตูหลัง ทองแดงตรวจหน้าต่าง นิลจึงตรวจพื้น ไม่มีใครพูด แต่ทุกคนรู้ว่าทางลงกำลังขยับใกล้ร้านทีละน้อย สีดำติดถ่านเป็นคราบเหนียวและมีกลิ่นเหล็กสด เธอวางกระดาษบนตะแกรงไม้ให้ลมพัดผ่าน แล้วตรวจเชือกที่ผูกกล่องของเดช ปมด้านที่หันไปทางร่องน้ำมีเส้นดำเพิ่มอีกเส้น ทั้งที่ไม่มีใครแตะ กล่องส่งเสียงทึบจากใต้โต๊ะเหมือนของหนักขยับอยู่ข้างใน นิลก้มลงใช้กระจกส่องใต้พื้น ไม่เห็นมือหรือเท้า เห็นเพียงรอยคลื่นทอดผ่านฝุ่นจากประตูไปยังช่องลงดิน เธอเอาผ้าปิดจมูกและเก็บฝุ่นสองชนิดแยกกัน ชนิดแรกเย็นและหยาบ ชนิดที่สองละเอียดเหมือนเถ้าไม้แต่ไม่ติดลิ้น ทองแดงตรวจค้อนกับเชือก สมเกียรติไม่เปิดซองเพิ่ม ทั้งสามคนจึงมีงานที่ไม่ต้องพูด นิลวางแผนผังเส้นทางกลับไว้ด้านบนสุดและขีดรอยสีเทาตรงจุดที่ประตูปฏิเสธตรา เธอรู้ว่าความร่วมมือจะอยู่ได้เท่าที่ทุกคนรักษาสำเนาของตัวเอง แต่หากชื่อแม่ถูกเรียกจากอีกด้าน คนทั้งสามอาจไม่มีเวลาตรวจว่าคำสั่งมาจากใคร แสงก่อนฟ้าสางซีดจนเห็นเส้นประตูบนทะเบียนชัดกว่าหมึกส่วนอื่น สมเกียรติห่อสำเนาไว้แน่น ทองแดงตรวจเชือกทีละปม และนิลเดินกลับผ่านร่องน้ำเป็นคนสุดท้าย น้ำเย็นถึงข้อเท้า เศษใบไม้เปียกติดชายกางเกง เธอหยุดตรงทางแยกที่เชื่อมร้านกับต้นมะม่วงแล้วใช้ถ่านขีดเครื่องหมายบนคานไม้ เสียงใต้ดินดังคล้ายของหนักถูกลากไปไกลๆ เมื่อกลับถึงร้าน เธอวางแผนผังบนโต๊ะ เปิดบัญชีที่หน้าชื่อปราณี และปล่อยให้แสงแรกของวันตกลงบนคำที่เพิ่งเปลี่ยนสถานะ
ลักฐานว่าเธอกลับมาได้ แต่ชื่อปราณีถูกลงทะเบียนไว้ใต้ต้นมะม่วงอย่างเป็นทางการแล้ว…