📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 4: ช่างซ่อมเสาหลัก

ผู้หญิงร้านของเก่า · Arc 1 · ตอนที่ 4 / 100

ก่อนเปิดประตู นิลดับตะเกียงหน้าร้านให้เหลือแสงจากหน้าต่าง เธอใช้ปลายมีดเขี่ยฝุ่นตรงธรณีประตูและวางถ้วยน้ำไว้ใกล้มือ น้ำในถ้วยนิ่ง ไม่มีวงกระเพื่อมจากเวทที่กำลังทำงาน เธอจึงปลดกลอนชั้นบนเพียงตัวเดียว กลิ่นหินไหม้จากรอยตราแดงลอยผ่านช่องไม้เข้ามา ปะปนกับกลิ่นเหงื่อและน้ำมันเครื่องมือของคนด้านนอก เสียงชายหนุ่มไม่ดัง แต่จังหวะหยุดระหว่างคำทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังเลือกว่าจะพูดความจริงแค่ไหน นิลมองกล่องเครื่องมือก่อนมองรองเท้า แล้วจำตำแหน่งมือของเขาไว้เผื่อจำเป็นต้องปิดประตูเร็ว

เสียงเคาะประตูสามครั้งหยุดลง แล้วดังอีกสองครั้ง นิลจำจังหวะไม่ได้จากคนของขุนวิจิตร เธอยืนหลังชั้นวางของ มองผ่านช่องไม้ไปยังเงาคนด้านนอก ชายหนุ่มคนหนึ่งถือกล่องเครื่องมือยืนก้มหน้า เสื้อผ้าสีเทาเปื้อนฝุ่นหิน ปลายแขนเสื้อข้างหนึ่งมีรอยไหม้เป็นวง "ร้านเปิดไหมครับ" "ถ้าจะขายของ ต้องร

อเวลาเปิด" "ผมไม่ได้มาขายครับ" "ถ้าจะมาขโมย ก็รอให้ฉันเปิดก่อนเหมือนกัน" ชายหนุ่มเงียบไป เขาถอยจากประตูหนึ่งก้าว "ผมชื่อทองแดงครับ เอากล่องของมาคืน" นิลยังไม่เปิดทันที "กล่องของใคร" "ของช่างซ่อมประจำตลาด" "ชื่อเขา" "ลุงเพิ่ม" "ลุงเพิ่มฝากให้คุณมา" "ผมยืมไปเมื่อวาน" นิลมองมือของเข

า ไม่มีรอยตราแดง ไม่มีฝุ่นใต้ส้นรองเท้าเหมือนคนของขุนวิจิตร มีเพียงปลายนิ้วแข็งจากงานช่างและรอยบาดหลายเส้น เธอเปิดประตูแง้มพอให้กล่องผ่าน ทองแดงยื่นกล่องเข้ามา เขาไม่พยายามมองในร้าน "วางไว้บนถาดค่ะ" "ผมวางพื้นได้ไหมครับ กล่องเปื้อน" "ถ้าเครื่องมือข้างในไม่มีเวท ก็วางได้" ทองแดงชะ

งัก "มีค้อน มีเหล็กแหลม และลิ่มไม้ครับ" "ฉันถามว่ามีเวทไหม" "ไม่มีของผม แต่ช่างบางคนชอบใส่ตราค้ำไว้กับเครื่องมือ" "เพราะฉะนั้นถาดค่ะ" เขาวางกล่องบนถาดตามคำสั่ง นิลปิดประตูแล้วล็อก เธอเปิดกล่องทีละชั้น ด้านในมีค้อนหัวเล็ก เหล็กปลายงอ เชือกถัก และแผ่นหินสีเทาขนาดเท่านิ้วมือ แผ่นหิน

มีรอยแตกตรงกลาง ทองแดงขยับเข้ามาใกล้ "แผ่นนั้นไม่ใช่ของลุงเพิ่มครับ" "คุณรู้ได้อย่างไร" "ผมเป็นคนใส่ไว้ในกล่อง" "แล้วทำไมกล่องของคุณถึงอยู่กับลุงเพิ่ม" "เมื่อวานผมไปซ่อมเสาไฟ เขายืมเครื่องมือไปเปลี่ยนหมุด แล้วผมลืมถามคืน" นิลหยิบแผ่นหินด้วยคีม "ของนี้เรียกว่าอะไร" "ชิ้นค้ำเสา" "เ

สาอะไร" ทองแดงตอบไม่ทัน เขามองรอยร้าวบนแผ่นหินเหมือนคนมองแผลของคนรู้จัก "เสาหลักจำลองครับ" "เสาหลักจำลองอยู่ในกล่องช่างตลาดได้อย่างไร" "เพราะผมรับงานซ่อม" "งานของกรมตราเงาหรือ" สีหน้าทองแดงเปลี่ยนเมื่อได้ยินชื่อกรม แต่ยังยืนอยู่ที่เดิม "ร้านนี้ถามละเอียดทุกคนหรือครับ" "เฉพาะคนที่

นำของมีรอยตรามาวางบนถาด"

เมื่อกล่องวางบนถาด นิลเดินอ้อมโต๊ะเพื่อตรวจด้านข้างโดยไม่ยืนตรงหน้าแขก เธอใช้ผ้าแตะคราบฝุ่นบนบานพับ แยกเศษหินใส่ซอง และลองเขย่ากล่องเบาๆ เสียงค้อนกระทบกันแห้งสนิท แต่แผ่นหินด้านล่างส่งเสียงทึบเหมือนมีโพรงอยู่ข้างใน แสงเช้าตกบนรอยไหม้ที่แขนเสื้อทองแดงจนเห็นขอบแผลเป็นสีแดงเข้ม เขาพยายามซ่อนข้อมือไว้ใต้โต๊ะ นิลเลื่อนถ้วยน้ำเข้าใกล้โดยไม่แตะตัวเขา แล้ววางคีมข้างแผ่นหิน เผื่อรอยจำพุ่งขึ้นอีกครั้ง

นิลเปลี่ยนคีมเป็นผ้าฝ้าย เธอแตะแผ่นหินผ่านผ้า รอยเย็นจากเนื้อหินแทรกเข้าฝ่ามือ ภาพสั้นปรากฏเป็นเสาหินทรงสูง มีร่องคลื่นอยู่ด้านข้าง ชายหนุ่มสองคนกำลังเปลี่ยนหมุด คนหนึ่งมีไหล่กว้างกว่า อีกคนผูกผ้าสีแดงที่ข้อมือ เสียงหินเสียดกันดังขึ้น ภาพแตกก่อนเห็นใบหน้า นิลวางแผ่นหินลง "คุณทำงา

นกับเสาหลักต้นที่หนึ่ง" ทองแดงก้มมองพื้น "ผมเคยช่วยงานครับ" "เคยช่วยหรือยังช่วยอยู่" "งานนั้นจบแล้ว" "คนในภาพอีกคนคือใคร" ทองแดงหันไปทางประตู เขาเดินไปดึงกลอนให้แน่นขึ้นทั้งที่นิลล็อกไว้แล้ว "คุณได้ยินเสียงจากของหรือครับ" "ฉันถามก่อน" "พี่ชายผม" คำตอบสั้นจนเหมือนเขาอยากตัดการสนทน

า นิลหยิบสมุดบัญชีมาวางบนโต๊ะ ไม่เปิดหน้าว่างให้เขาเห็น แต่เปิดหน้าที่เขียนชื่อหลวงวารินเมื่อคืน "ถ้าจะให้ฉันช่วยตามของ ต้องรู้ว่าของเกี่ยวกับใคร" "ผมไม่ได้มาขอให้ช่วยตามคน" "คุณพกเสาหลักจำลองที่มีรอยแตกมาร้านฉัน แล้วคุณบอกว่าไม่ตามคน" ทองแดงขยับริมฝีปาก แต่ไม่ตอบ นิลเทน้ำใส่ถ้วย

วางตรงหน้าเขา "ดื่มก่อน มือคุณไหม้" "ไม่เป็นไรครับ" "คนที่บอกไม่เป็นไรตอนผิวไหม้มักทำงานต่อจนแผลเปิด ร้านฉันไม่รับของที่ช่างทำตกเพราะมือใช้การไม่ได้" ทองแดงมองรอยไหม้ที่แขนเสื้อแล้วรับถ้วยไป เขาดื่มช้าๆ "ผมชื่อทองแดง พี่ผมชื่อทองกล้า เขาเป็นช่างค้ำช่องกรองของเสาหลักต้นที่หนึ่ง เ

มื่อห้าปีก่อนมีคำสั่งให้เปลี่ยนหินรับผลค้าง พี่เข้าไปทำงานพร้อมคนของกรม" "แล้วกลับออกมาไหม" "ชื่อเขาไม่อยู่ในบัญชีคนออก" "มีศพไหม" "ไม่มี" "มีคนรับผิดชอบไหม" ทองแดงหัวเราะเบาๆ แต่ไม่มีความขำในเสียง "ในบัญชีเขียนว่าคนงานสูญหายระหว่างซ่อม ทุกคนเซ็นรับแล้วแยกย้าย" "คุณไม่เซ็น" "ผมไม

่ได้อยู่ตรงนั้นครับ ผมถูกส่งไปซื้อหมุด" นิลมองเขา "คุณจึงตามหาพี่ด้วยการซ่อมของทุกชิ้นที่มีรอยเสาหลัก" ทองแดงจับถ้วยน้ำแน่น "ผมตามจากงานที่เขาทำไว้ ไม่ได้ตามจากข่าวลือ" "ขอฉันดูสมุดซ่อม" เขาลังเลอยู่นานจนเสียงเรือบรรทุกสินค้าครางผ่านท่าน้ำ "ถ้าผมให้ คุณจะไม่ส่งต่อให้กรมใช่ไหมครับ

" "ฉันไม่รับปากแทนคนอื่น ฉันรับปากได้ว่าจะไม่ส่งสิ่งที่ยังตรวจไม่เสร็จ" "คำตอบนี้ฟังไม่เหมือนคนรับปาก" "เพราะมันเป็นคำตอบของคนทำบัญชี" ทองแดงเปิดกล่องเครื่องมือ หยิบสมุดเล่มเล็กปกหนังออกมา เขาวางบนโต๊ะและเปิดหน้าแรก ชื่อทองกล้าเขียนไว้หลายครั้ง ตามด้วยรายการเสาหิน หมุด และช่องกรอ

ง หน้าสุดท้ายมีรอยหมึกเข้มกว่าหน้าอื่น วันที่ซ่อมช่องกรองต้นที่หนึ่ง ชิ้นค้ำสำรองถูกเปลี่ยนโดยคำสั่งพิเศษ ผู้ตรวจรับ: หลวงปราณี ชื่อปราณีทำให้นิลไม่กะพริบตา ทองแดงเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น "คุณรู้จักชื่อนี้หรือครับ" "ฉันรู้จากรอยจำในสร้อยของตาแสง" "ตาแสงเป็นใคร" "คนที่ฝากสร้อยแล้วหา

ยไป" ทองแดงยกตัวขึ้น "สร้อยของใคร" "ยังไม่รู้" "แต่ชื่อปราณีอยู่ในสมุดพี่ผม" "ชื่อเดียวกันไม่ได้แปลว่าเป็นคนเดียวกัน" "คนในตลาดบอกว่าปราณีเคยอยู่ร้านนี้" นิลมองไปยังชั้นไม้ด้านใน ร้านแห่งนี้เก็บความลับไว้มากกว่าของขาย คนในตลาดรู้บางส่วน แต่ไม่มีใครบอกว่าหญิงเจ้าของเดิมหายไปไหน "ค

ุณกลัวตราระดับสูง" ทองแดงปิดสมุด "ผมกลัวคนที่ใช้ตรา ไม่ได้กลัวตรา" "เมื่อครู่คุณมองประตูทุกครั้งที่ได้ยินคำว่ากรม" "เพราะคนของกรมไม่ถามก่อนใช้คำสั่ง" "ถ้าฉันขอให้คุณช่วยตรวจของปลอม คุณจะตอบว่าอะไร" ทองแดงนิ่งไป "งานแบบไหนครับ" นิลนำตะขอเงินออกจากกล่องเหล็ก วางบนผ้าขาวโดยไม่แตะมือ

"ชิ้นนี้ลบความจำของหลวงวาริน และคนของขุนวิจิตรพยายามเอากลับไปโดยไม่ถอนบัญชี" ทองแดงไม่เข้าใกล้ เขาใช้ปลายเหล็กเขี่ยตะขอห่างจากตัว "ของปลอมที่ลบชื่อจะมีรอยดำใต้ขอบครับ" "คุณรู้จากไหน" "จากงานซ่อม" "ช่วยฉันตรวจได้ไหม" "ถ้าผมรู้ว่าเป็นของที่ทำให้พี่หาย ผมคงทำลายมัน" "ทำลายหลักฐานก่

อนรู้ต้นทางก็ช่วยใครไม่ได้" ทองแดงมองตะขอเงิน แล้วมองสมุดของพี่ชาย "ถ้าผมช่วย คุณจะตามหาทองกล้าด้วยหรือครับ" "ฉันตามหลักฐาน ถ้าหลักฐานพาไปหาพี่คุณ ฉันจะตามไป" "ไม่ใช่คำสัญญา" "ไม่ใช่" "แต่เป็นงานได้" "เป็นงานได้" ทองแดงหยิบผ้าพันมือออกจากกล่อง เขาพันรอบข้อมือที่มีรอยไหม้ แล้วหยิบ

แผ่นหินสีเทาขึ้นมา "ขอผมดูรอยแตก" "ถ้าจะใช้เวท บอกก่อน" "ผมใช้ได้แค่ตราหลวงพระ ไม่ใช่เวทใหญ่" เขาพลิกข้อมือ ตราสีเทาปรากฏใต้ผิวเป็นเส้นบางๆ ลายตราไม่สวย แต่แน่นและสม่ำเสมอ ทองแดงวางนิ้วบนแผ่นหิน แสงสีเทาซึมเข้าสู่รอยแตก เสียงหินสะเทือนเบาๆ รอยแยกค่อยๆ ขยับเข้าหากัน ทองแดงกัดฟัน เ

หงื่อผุดตามขมับ รอยตราบนข้อมือสว่างขึ้นแล้วเริ่มมีเส้นดำแทรก นิลเลื่อนถ้วยน้ำไปใกล้เขา "หยุดได้แล้ว" "อีกนิดครับ" "ถ้ารอยดำถึงข้อศอก ฉันจะหักนิ้วคุณก่อนแผ่นหิน" ทองแดงถอนมือ แสงเทาดับลง รอยแตกปิดได้เพียงครึ่งหนึ่ง แต่ด้านในมีเส้นคลื่นใหม่ปรากฏ นิลก้มดู "มันเป็นแผนผัง" "ไม่ใช่แผนผ

ังครับ เป็นทางไหลของผลค้าง" "ต่างกันอย่างไร" "แผนผังบอกว่าจะไปไหน ทางไหลบอกว่าของเสียจะกลับมาที่ใคร" เขาใช้นิ้วแตะจุดหนึ่งบนแผ่นหิน จุดนั้นตรงกับต้นมะม่วงใหญ่กลางตลาด นิลเก็บแผ่นหินไว้ในถาด "คุณรู้ว่าช่องกรองอยู่ใต้ต้นมะม่วง" "ผมรู้ว่ามีช่อง แต่ไม่รู้ทางเข้า" "ฉันมีแผนผัง" ทองแดง

เงยหน้า "จากใครครับ" "จากคนที่อาจเป็นแม่ฉัน" เขาไม่ถามชื่อ เขามองสร้อยในกล่องแทน "ถ้าปราณีเป็นแม่คุณ เธออาจเคยตรวจเสาต้นนั้น" "ถ้าเธอไม่ใช่ล่ะ" "เราก็จะเสียเวลาไปตลาด" "คุณพูดเหมือนการตามหาพี่ตัวเองเป็นการเดินซื้อของ" "ผมพูดแบบช่างครับ ถ้ารอยแตกมีอยู่ ก็ต้องดูว่ามันเริ่มตรงไหน" น

ิลชอบคำตอบนั้นมากกว่าคำปลอบใจ เธอเขียนชื่อทองแดงลงในสมุดแยกจากบัญชีร้าน พร้อมรายการสิ่งที่เขานำมาและสิ่งที่เธอยืมตรวจ ก่อนออกจากร้าน ทองแดงหยุดหน้าประตู "อาจารย์ครับ" นิลเงยหน้า "อย่าเรียกฉันแบบนั้นถ้าฉันยังไม่ได้สอนอะไร" "คนที่ฟังรอยจำได้เก่งกว่าผมมาก ผมเรียกตามงาน" "ถ้าเรียกแล้

วทำให้คุณกลัวน้อยลง ก็เรียกได้" ทองแดงมองตราแดงที่ยังทิ้งรอยไหม้บนไม้ เขาหน้าซีดลงเล็กน้อย "ผมไม่ได้กลัวครับ" "คุณกำลังถอยหลังเข้าหาประตู" เขาหยุดเท้า "คนของขุนวิจิตรจะกลับมาไหมครับ" "ถ้าพวกเขาต้องการตะขอ พวกเขากลับมาแน่" "แล้วถ้าพวกเขารู้เรื่องพี่ผม" "พวกเขารู้อยู่แล้ว หรือไม่ก็

กลัวว่าฉันจะรู้" ทองแดงกำสมุดซ่อมแน่น "ผมจะกลับมาพรุ่งนี้" "เอาผ้าพันมือผืนใหม่มาด้วย ของเดิมดูเหมือนผ่านสงคราม" "ร้านของเก่ามีผ้าขายไหมครับ" "มี แต่คิดราคาแพงกว่าผ้าทั่วไป เพราะมันผ่านความลับมาแล้ว" เขาเกือบยิ้ม แล้วรีบก้มหน้าเดินออกไป นิลกลับไปเปิดสมุดซ่อมอีกครั้ง หน้ารายการสุด

ท้ายมีตัวอักษรเล็กกว่าบรรทัดอื่นอยู่ใต้ชื่อหลวงปราณี เธอใช้แสงตะเกียงส่องจนเห็นข้อความที่หมึกจางซ่อนอยู่ "ชิ้นค้ำสำรองไม่พอ ผู้ค้างตราหนึ่งรายยังอยู่ในช่องกรอง" ด้านล่างมีรอยนิ้วมือสองชุด ชุดแรกเล็กและเรียวยาว ชุดที่สองมีรอยไหม้จากตราหลวงพระ นิลหยิบสร้อยขึ้นมาวางข้างสมุด ลายคลื่น

ของจี้ตรงกับรูปบนแผ่นหิน และตรงกับรอยในสมุดซ่อม เธอเขียนบันทึกเพิ่มหนึ่งบรรทัด ทองกล้าไม่ได้เป็นคนแรกที่หายใต้เสาหลัก เมื่อเปิดหน้าสุดท้าย เธอพบคำเขียนด้วยหมึกแดงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "พี่ชายผมอยู่ในเสาหลักต้นที่หนึ่งครับ" นิลเงยหน้ามองประตูที่ทองแดงเพิ่งเดินออกไป ประโยคนั้นไม่ได้อ

หลังทองแดงกลับไป นิลไม่ปิดสมุดซ่อมทันที เธอวางแผ่นหินบนผ้าหลายชั้น ใช้ถ่านถูบนกระดาษบางเพื่อดึงรอยที่เพิ่งปรากฏออกมา เสียงเรือบรรทุกสินค้าครางยาวผ่านท่าน้ำจนพื้นร้านสั่น แสงตะเกียงบนรอยหมึกแดงทำให้เส้นบางส่วนเหมือนมีเลือดซึมออกจากเนื้อกระดาษ เธอเอานิ้วแตะขอบโต๊ะเพื่อยืนยันว่ามือยังไม่สั่น แล้วเททรายละเอียดล้อมแผ่นหินเป็นวงกันไหล นอกประตูมีเสียงคนเดินผ่านและหยุดตรงรอยไหม้เก่า นิลจึงเก็บสมุดซ่อมเข้าช่องลับ เหลือเพียงประโยคที่ไม่ใช่ลายมือของทองแดงวางอยู่บนโต๊ะ เธอใช้ผ้าคลุมแผ่นหินไว้เพียงครึ่งเดียว แสงจากรอยแตกสะท้อนบนเล็บของนิลเป็นสีเทาหม่น เธอขยับตะเกียงไปด้านซ้ายเพื่อดูว่ารอยนั้นเกิดจากแผ่นหินหรือจากเงาไม้ พื้นผิวหินเย็นจนผ้าฝ้ายแข็งตัวตรงจุดที่สัมผัส นิลใช้คีมหมุนแผ่นทีละน้อย พบผงละเอียดร่วงจากด้านหลังและมีกลิ่นน้ำเก่าปนสนิม เธอแบ่งผงออกเป็นสองซอง ซองหนึ่งเก็บจากรอยแตก อีกซองเก็บจากขอบเรียบ แล้วเขียนเวลาที่เก็บไว้ด้วยดินสอไม่ใช้หมึก เสียงข้างนอกกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มีคนหยุดตรงช่องหน้าต่าง นิลมองผ่านเงาสะท้อนของตะเกียงแทนการหันหน้าไปตรงๆ เห็นปลายผ้าสีแดงผ่านไปเหนือขอบไม้ เธอวางไม้ค้ำไว้ใต้โต๊ะ นิลถอยจากแผ่นหินเพื่อให้แสงจากรอยแตกตกลงบนพื้นแทนมือ เธอเห็นฝุ่นบนพื้นเรียงเป็นรูปครึ่งวงและมีเม็ดหนึ่งกระเด็นออกไปทางประตูหลัง จึงใช้ไม้บรรทัดวัดระยะแล้วจดลงขอบสมุด กลิ่นหินชื้นแรงขึ้นเมื่อเสียงเรือผ่านท่าน้ำ พื้นร้านสั่นจนถ้วยน้ำเกิดวงเล็ก นิลใช้ผ้ารองใต้ถ้วยและตรวจว่ารอยสั่นมาจากเสาหรือจากแผ่นหิน เศษสีดำติดอยู่กับผ้าเป็นทางยาว เธอเก็บผ้าผืนนั้นใส่ซอง ไม่ทิ้งลงเตา และปิดช่องลับด้วยกลอนสองชั้น ก่อนวางแผ่นหินให้หันรอยแตกไปทางผนังที่ไม่มีหน้าต่าง เปิดทางลงใต้พื้น และเก็บสมุดซ่อมไว้ใกล้มือ แผ่นหินสั่นอีกครั้งเมื่อเสียงนั้นเดินพ้นร้าน ทิ้งรอยเส้นเล็กบนผ้าคลุมที่ชี้ไปทางต้นมะม่วง ไม่ปิดรอยแตกที่มีแสงสีเทาค้างอยู่ด้านใน จากนั้นเดินไปตรวจบานประตูโดยไม่เปิดช่องมอง เสียงข้างนอกมีน้ำหนักต่างกัน คนหนึ่งลากปลายรองเท้า อีกคนวางส้นลงเต็มแรงจนไม้สะเทือน นิลนับระยะห่างจากเสียงถึงธรณีประตู แล้วนับจำนวนลมหายใจระหว่างการเคาะ เธอหยิบเศษหินจากถาดมาวางบนพื้นตรงบานพับ หากมีคนผลักประตู เศษหินจะเลื่อนและบอกทิศแรงให้รู้ก่อนกลอนหลุด กลิ่นควันตราแดงยังติดอยู่ในร่องไม้ แต่มีอีกกลิ่นหนึ่งแทรกเข้ามา เป็นกลิ่นผ้าเปียกกับน้ำมันจากกล่องเครื่องมือของทองแดง นิลหันกลับไปมองโต๊ะ เห็นสมุดซ่อมเปิดเองตรงหน้าที่มีชื่อทองกล้า ทั้งที่หน้ากระดาษหนักพอจะไม่พลิกด้วยลม เธอเดินกลับ ใช้ปลายมีดกดสันสมุด และพบผงหินละเอียดติดใต้กระดาษเป็นรูปเส้นทางสั้นๆ จากร้านไปยังต้นมะม่วง เธอเก็บผงนั้นแยกจากแผ่นหิน แล้วเขียนบันทึกว่าของช่างไม่ได้เพียงทิ้งรอยซ่อม แต่กำลังชี้ตำแหน่งคนที่ถูกซ่อนไว้ใต้บัญชี นิลไม่ดับตะเกียงจนกว่าจะเห็นว่าแสงในรอยแตกมืดลงเอง เสียงนอกประตูเงียบไป ทว่าไม้ใต้ฝ่าเท้ากลับสั่นเบาๆ เหมือนมีใครเคาะจากใต้ร้าน

ยู่ในมือของทองแดง และหมึกยังเปียกอยู่…