📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 7: ตราครอบจิต

ผู้หญิงร้านของเก่า · Arc 1 · ตอนที่ 7 / 100

เช้าหลังคืนเฝ้าร้าน นิลเปิดหน้าต่างเพียงครึ่งบานเพื่อระบายกลิ่นน้ำมันหอมและผงหิน เธอวางกล่องของเดชบนถาดเหล็ก ใช้ไม้ยาวคีบฝากล่อง แล้วตรวจพื้นใต้โต๊ะว่ามีผงใหม่ตกหรือไม่ ปลายผมเส้นเดียวติดบนขอบไม้ทำให้เธอต้องเปลี่ยนถุงมือก่อนหยิบแหนบ แสงแดดลอดซี่ไม้เป็นริ้วตัดบนฝากล่อง เสียงพ่อค้าเคาะลังดังสม่ำเสมอด้านนอก แต่ทุกครั้งที่เสียงนั้นหยุด กล่องจะสั่นเบาๆ ราวกับรอเสียงอื่นมาทับ นิลผูกเชือกกับขาโต๊ะและเก็บปลายไว้ข้างสมุดบัญชี

ซองดำจากกรมตราเงาไม่ใช่คำเชิญ นิลเปิดมันต่อหน้าทองแดงในตอนเช้า สำเนาแผ่นหลังมีรหัสของเธออยู่จริง แต่ไม่มีลายเซ็นสมเกียรติ ไม่มีตราปิดผนึก และไม่มีคำสั่งให้เธอหยุดสืบ มันจึงอาจเป็นคำเตือนหรือกับดักที่ต้องการให้เธอรู้ว่าถูกมองอยู่ เธอเก็บซองใส่กล่องหลักฐาน ทองแดงวางกล่องตราประทับขอ

งเดชบนผ้าขาว เขาใช้ไม้ยาวคีบฝากล่องขึ้นแล้ววางน้ำมันหอมรอบโต๊ะเพื่อกลบรอยกลิ่นหิน "ถ้าของชิ้นนี้รู้ว่าเราอยู่ มันจะทำอะไรครับ" "ยังไม่รู้" "ถ้ารู้แล้วล่ะครับ" "มันอาจเรียกคนถือ หรือเรียกคนที่ถูกสั่งให้มา" ทองแดงผูกเชือกจากประตูไปยังข้อมือของเขา ปลายอีกด้านยื่นให้นิล "ถ้าผมเดินตาม

เสียง ให้ดึงเชือก" "ฉันจะไม่ดึง ถ้าคุณเดินเข้าไปในกำแพง" "ถ้ามันเรียกพี่ผมล่ะครับ" "ฉันจะถามว่ามันมีหลักฐานหรือแค่ยืมชื่อพี่คุณมาใช้" ทองแดงพยักหน้า เขานั่งลงตรงข้ามกล่องและวางตราหลวงพระสีเทาไว้ข้างตัว ไม่เปิดใช้ทันที นิลเริ่มจากภายนอก เธอตรวจรอยหมุด ขอบไม้ และเส้นผงที่ตกจากร่องใ

ต้ฐาน กล่องทำจากไม้ดำที่ไม่ขึ้นรา ขอบในมีรอยขีดเหมือนถูกเปิดหลายครั้งด้วยมีดปลายแหลม ตรงฝากล่องมีเส้นผมติดอยู่หนึ่งเส้น นิลใช้แหนบคีบใส่ซอง "ของเดช" "รู้ได้อย่างไรครับ" "เส้นผมมีคราบหมึกและน้ำมันจากห้องบัญชี เขาแตะฝากล่องทุกวันก่อนนำของออก" "หรือคนอื่นแตะ" "ใช่ ฉันจึงเขียนว่าเส้น

ผม ไม่เขียนว่าเป็นของเดช" ทองแดงมองเธอแล้วหยิบผ้าพันมือมารัดแน่นขึ้น นิลใช้เข็มแซะร่องไม้ ปลายเข็มแตะผงสีเทา กล่องสั่นหนึ่งครั้ง เสียงคนหลายคนดังจากด้านในพร้อมกัน "เดช" "ช่วยด้วย" "กลับมา" เสียงทับกันจนแยกไม่ได้ว่าใครพูดอะไร ทองแดงลุกขึ้น "นี่เสียงคนจริงหรือครับ" "เป็นรอยจำ" "แต่

เรียกชื่อเดช" "คนใช้กล่องมีชื่อเดียวกับคนที่ถูกพาไป หรือมีใครตั้งใจเก็บคำไว้ในไม้" กล่องสั่นอีกครั้ง เสียงผู้หญิงร้องไห้สั้นๆ แล้วมีเสียงชายพูด "เดินไปใต้ต้นมะม่วง" นิลยื่นมือเข้าใกล้ แต่ยังไม่แตะ "คุณได้ยินอะไรไหม" "ได้ยินหลายเสียงครับ มีคนกลัว" "ฉันจะอ่านชั้นลึก" "อาจารย์ไม่ควร

อ่านของที่ยังทำงานอยู่" "ถ้าไม่อ่าน เราจะรู้แค่ว่ามีคนกลัว แต่ไม่รู้ว่าใครสั่ง" ทองแดงมองตราหลวงพระ "ถ้ารอยมันเข้าหัวคุณ ผมจะค้ำออก" "อย่าใช้ตราจนกว่าฉันจะขอ" นิลวางผ้าฝ้ายบนฝากล่อง แตะผ่านผ้าเพียงปลายนิ้ว ความเย็นกระแทกเข้ากระดูก เสียงร้านหายไป ภาพปรากฏเป็นโต๊ะยาวในห้องมืด กล่อง

แบบเดียวกันเรียงกันเจ็ดใบ มีชายคนหนึ่งสวมตราทองคล้ำยืนอยู่ปลายโต๊ะ นิลไม่เห็นใบหน้า เห็นเพียงมือขวาที่สวมแหวนดำ และนิ้วโป้งกดตราบนกระดาษทีละใบ ผู้ฝากที่ไม่มี...

ผู้ฝากที่ไม่มี... ผู้ฝากที่ไม่มี...

ชื่อที่ตามหลังคำถูกลบจนเหลือความว่าง ชายอีกคนยืนอยู่ข้างโต๊ะ เขาพูดด้วยเสียงสั่น "คนพวกนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนรับหนี้อะไร" ชายตราทองคล้ำตอบ "คนที่ไม่รู้ไม่อาจปฏิเสธคำสั่ง" ภาพไหว รอยตราบนกระดาษเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีดำ แล้วไหลกลับเข้าไปในกล่อง นิลได้ยินคำหนึ่งก่อนภาพดับ "ทองสุข" เธอ

ถอยมือ แต่ปลายนิ้วติดอยู่กับฝากล่องเหมือนมีแรงดูด รอยดำใต้ฐานขยับขึ้นตามข้อมือ ทองแดงคว้าผ้าพันมือกดมือเธอไว้ "ถอนมือครับ" นิลดึงเต็มแรง ความเย็นแล่นเข้าไหล่ เธอเห็นภาพซ้อนเป็นทางเดินยาว คนสิบกว่าคนเดินเรียงไปใต้แสงตะเกียง ทุกคนก้มหน้าและถือกล่องแบบเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือเดช นิลจ

ำเสื้อสีขาวได้ เขาเดินอยู่ท้ายแถวและหันกลับมามองเหมือนรู้ว่ามีใครกำลังตาม ภาพขาด นิลล้มชนเก้าอี้ ทองแดงดึงมือเธอออกจากกล่องแล้ววางตราหลวงพระบนพื้น "ขอใช้ตรานะครับ" "ใช้" แสงเทาแผ่จากตราไปตามเชือก กล่องสั่นรุนแรงขึ้น เสียงคนในนั้นเปลี่ยนเป็นเสียงเดียว "กลับไป" ทองแดงกัดฟัน "มันกำล

ังดึงชื่ออาจารย์" "ไม่ใช่ฉัน มันดึงชื่อเดช" "ชื่อเขาไม่อยู่ตรงนี้" นิลมองสมุดบัญชีบนโต๊ะ เธอเห็นบรรทัดของเดชขยับ หมึกดำไหลย้อนขึ้นจากชื่อ กลายเป็นเส้นคลื่นพาดไปยังกล่อง "ชื่ออยู่ในบัญชี" นิลคว้าพู่กัน เขียนเส้นกั้นระหว่างชื่อเดชกับกล่อง ไม่ใช่เวท เป็นหมึกธรรมดา แต่ช่วยให้เธอวางจุ

ดอ้างอิงได้ "ฉันจะตัดเส้น" "ด้วยหมึกหรือครับ" "ด้วยบัญชี ถ้าของมันใช้ชื่อเป็นทาง มันต้องเห็นว่าชื่อนั้นอยู่ภายใต้การรับฝากของร้าน" นิลประทับนิ้วลงข้างชื่อเดชและพูดชัด "เดชฝากของไว้ที่ร้านนี้ เขายังไม่ถอนของ และยังไม่โอนสิทธิ์ให้ใคร" เสียงในกล่องกระแทกฝากล่องหนึ่งครั้ง แสงเทาบนพื้

นแตกเป็นเส้น ทองแดงทรุดเข่าลง รอยไหม้ลามจากข้อมือถึงแขนเสื้อ "พอแล้วครับ" "อีกนิด" "อาจารย์ พอ" นิลลากพู่กันปิดเส้นสุดท้าย หมึกธรรมดาทับลายคลื่นพอดี กล่องเงียบลงทันที ทองแดงถอนตรา มือเขาสั่นจนเหล็กปลายงอหล่นพื้น นิลรีบพันผ้าให้เขา "คุณใช้แรงเกินไป" "ถ้าผมไม่ใช้ กล่องจะเอาชื่อคุณไ

ป" "มันเอาไปไม่ได้" "คุณไม่รู้ครับ" "ฉันรู้ว่ามันต้องมีทางผ่าน และบัญชีเป็นทางผ่านที่มันใช้ไม่ได้แล้ว" ทองแดงมองชื่อเดชบนกระดาษ "ถ้าชื่อเขายังอยู่ในบัญชี แปลว่ายังตามตัวได้" "ใช่" "แต่เขาอาจไม่รู้ชื่อตัวเองแล้ว" "จึงต้องมีคนจำแทน" นิลเปิดกล่องตรา เธอใช้ไม้ค้ำฝากไว้ไม่ให้มือแตะ ภา

ยในไม่มีตราประทับ มีเพียงแผ่นรองบางๆ กับผงหินสีเทา เมื่อยกแผ่นรองออก รอยคลื่นปรากฏเต็มพื้นไม้ และมีตรารูปคลังอยู่ตรงกลาง ทองแดงก้มดู "ตราของคลังต้นที่หนึ่ง" "เหมือนชิ้นส่วนสามชิ้น" "ของชิ้นนี้อาจเป็นตัวเรียก ไม่ใช่ของกลาง" นิลพลิกกล่อง มีรอยสลักเล็กใต้ก้นกล่องเป็นรูปเสาหลักเจ็ดต้

น ต้นที่หนึ่งถูกขีดซ้ำจนลึกกว่าต้นอื่น จากร่องไม้มีเศษกระดาษติดอยู่ นิลใช้แหนบดึงออก กระดาษเปียกหมึกครึ่งหนึ่ง เหลือชื่อเพียงสี่ตัวอักษรไทย ปรา...

ทองแดงมองกระดาษ "ปราณีหรือครับ" "ยังไม่ครบ" "แต่คุณคิดว่าใช่" "ฉันคิดว่าคนที่เขียนตั้งใจให้เราเดา" นิลวางกระดาษแยกจากหลักฐานอื่น เธอเปิดซองดำของสมเกียรติอีกครั้ง หมึกบนรหัสของเธอไม่เปลี่ยน แต่มีผงสีเทาใหม่ติดอยู่ในซอง สมเกียรติอาจรู้ว่ากล่องกำลังทำงาน เขาอาจส่งซองมาเพื่อเตือน หรื

อส่งผงมาเพื่อดูว่านิลจะใช้มันตามรอยอย่างไร ทองแดงถาม "เราควรส่งกล่องให้กรมไหมครับ" "คุณอยากส่งหรือ" "ไม่อยากครับ" "ฉันก็ไม่ส่ง" "เพราะยังไม่ไว้ใจสมเกียรติ" "เพราะหลักฐานอยู่ในมือคนที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้แปลว่าปลอดภัย" นิลเปิดสมุดและแบ่งหลักฐานเป็นสามกอง กองหนึ่งของเดช กองสองเส้นทางก

รองเกราะแก้ว กองสามชื่อปราณี เธอวางเศษกระดาษชื่อแม่ไว้ในกองที่สาม แต่ไม่ใส่คำว่าแม่ในหัวข้อ เขียนเพียงว่า "ชื่อที่ต้องยืนยัน" นอกหน้าต่างมีเสียงรถเข็นหยุดหน้าร้าน ชายสองคนถามคนขายผักว่าร้านของเก่าอยู่ตรงไหน คำตอบดังชัดว่าอยู่ถัดจากต้นโพธิ์ แต่เสียงรองเท้ากลับเดินมาทางร้านของนิล ท

องแดงดับตะเกียงหน้าร้าน "คนของขุนวิจิตรหรือครับ" "ยังไม่รู้" "ถ้าเป็นพวกเขา ผมจะค้ำประตู" "ค้ำเสา ไม่ใช่ประตู" "ผมซ่อมอะไรก็ได้ที่อยู่ตรงหน้า" นิลเก็บกล่องเข้าช่องลับใต้โต๊ะ ทิ้งกระดาษชื่อปราณีไว้บนผ้าขาว เพราะคนที่ค้นร้านควรเห็นของล่อมากกว่าของจริง เสียงเคาะประตูดังขึ้นหนึ่งครั้

ง "ร้านของเก่ารับกล่องที่ไม่มีเจ้าของไหม" นิลมองทองแดง เขากำเหล็กปลายงอไว้แต่ยังไม่ใช้ตรา "คนของกรมตราเงาก็ถามแบบนี้ไหมครับ" "คนของกรมถามเป็นประโยค คนของขุนวิจิตรถามเหมือนรู้คำตอบ" นิลเลื่อนสมุดบัญชีเข้าหาตัว "เปิดไหมครับ" "ยัง" ด้านนอกมีเสียงกระดาษถูกสอดใต้ประตู แผ่นนั้นเลื่อนเข

หลังกล่องเงียบ นิลกวาดผงหินจากพื้นด้วยแปรงขนนุ่ม เศษผงติดปลายขนเป็นสีเทาเข้มกว่าของเดิม เธอวางแผ่นรองบนถาดแก้ว ใช้แสงตะเกียงส่องรอยคลื่นใต้ก้นกล่อง และคัดเศษกระดาษที่เปียกหมึกออกจากร่องไม้ทีละชิ้น ทองแดงนั่งพิงผนัง พันข้อมือใหม่โดยไม่พูด นิลเลื่อนน้ำไปให้เขาแล้วหันกลับมาที่บัญชี ชื่อเดชยังอยู่ แต่เส้นคลื่นใต้ชื่อยาวขึ้นจนแตะขอบหน้า เธอขีดกรอบรอบชื่อแม่ แยกมันจากชื่อคนอื่น และวางซองดำไว้ด้านบนสุด เสียงเคาะประตูครั้งใหม่ดังตรงกับจังหวะที่หมึกเติมตัวอักษรสุดท้าย นิลยกตะเกียงออกจากแนวประตู เธอวางตะเกียงลงบนพื้นให้เงาโต๊ะบังแสงจากช่องหน้าต่าง แล้วใช้เข็มเจาะกระดาษว่างสามรูเป็นสัญญาณทางหนี เสียงกล่องใต้โต๊ะขยับตามจังหวะคนข้างนอก นิลกำกุญแจไว้และไม่ปล่อยให้ทองแดงแตะตรา เธอรอจนเสียงโลหะหายไปจึงตรวจหมึกบนชื่อปราณีอีกครั้ง รอยใหม่พาดผ่านขอบกระดาษไปทางพื้นร้านเหมือนมีคนลากเส้นจากอีกด้านและใช้ผ้าดำคลุมส่วนล่างเพื่อไม่ให้แสงลอดออกไป เธอให้ทองแดงนั่งลงข้างผนัง ไม่ยืนตรงกับกลอน แล้วเลื่อนกล่องของเดชไปใต้โต๊ะด้วยไม้ค้ำที่ยังไม่แตะรอยดำ เสียงด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มีโลหะกระทบไม้ตามหลังหนึ่งจังหวะ นิลเก็บซองชื่อปราณีไว้ใต้เสื้อและวางกระดาษว่างบนโต๊ะให้ดูเหมือนร้านยังรอรับของ เธอใช้แหนบคีบเศษหมึกที่ร่วงจากใต้กล่องออกมา เม็ดหมึกเกาะกันเป็นเส้นคลื่นเล็กๆ และขยับเข้าหาประตูเมื่อมีคนพูดชื่อแม่ในกระดาษ เธอจึงวางแผ่นเหล็กทับไว้ ไม่ให้คำที่ยังไม่อ่านกลายเป็นทางเดิน นอกหน้าต่างมีเงาคนผ่านแสงจันทร์สามครั้ง แต่ครั้งสุดท้ายไม่มีเสียงเท้า กลิ่นดินเปียกเข้มขึ้นตรงพื้นข้างโต๊ะ นิลใช้หลังมือแตะไม้และพบความเย็นจากใต้ร้าน เธอไม่เปิดช่องลับ เพราะคนด้านนอกอาจรอให้ชื่อของเธอเป็นคนเปิดเอง ทองแดงขยับค้อนอยู่ข้างเข่า นิลพยักหน้าให้เขาเตรียมทางหนี แล้วหันกลับมามองคำเตือนที่บอกว่าแม่ยังถูกเรียกใช้งาน

้ามาช้าๆ และหยุดตรงปลายรองเท้าของนิล เธอก้มเก็บ บนกระดาษมีตราคลังต้นที่หนึ่ง และชื่อปราณีที่เขียนครบเป็นครั้งแรก ใต้ชื่อมีข้อความสั้นๆ "ผู้ค้างตรารายนี้ยังถูกเรียกใช้งานอยู่" นิลเงยหน้ามองกล่องที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ ของปลอมไม่ได้แค่ลบชื่อคน มันกำลังใช้ชื่อของแม่เป็นคำสั่ง…