📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 6: กรมตราเงา

ผู้หญิงร้านของเก่า · Arc 1 · ตอนที่ 6 / 100

ก่อนเข้าเขตกรม นิลล้างหมึกจากปลายนิ้วด้วยน้ำเย็นจนผิวตึง เธอสวมเสื้อคนส่งสมุดที่หยาบกว่าผ้าร้านและผูกกระสอบไว้ด้านหน้าเพื่อบังมือ กลิ่นกระดาษแห้งจากสมุดเปล่าผสมกลิ่นโคลนของทางเดินข้างศาลา ลมจากแม่น้ำพัดชายเสื้อจนต้องกดปมเชือกให้แน่น เธอตรวจใบส่งของใต้แสงแดด เห็นรอยพับสี่เส้นและคราบเกลือที่มุมกระดาษ จึงจำตำแหน่งไว้ก่อนเก็บเข้าชายแขน เสียงเรือเทียบท่าดังอยู่ด้านหลัง แต่ทางเดินเข้าอาคารกลับเงียบเกินกว่าจะเป็นทางรับของทั่วไป

นิลไม่พาเดชกลับมา เพราะไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เธอฝากถุงผ้ากับคนขายชา หากเดชกลับมาตามหา ให้ทองแดงเฝ้าร้าน แล้วนำสำเนาใบตรวจไปหาคนทำสมุดท้ายตลาด ชายทำสมุดอ่านใบตรวจแล้วส่ายหน้า "กระดาษนี้ไม่ได้ออกจากร้านทำสมุดครับ" "รู้จากอะไร" "เส้นใยยาวเกินกระดาษราชการทั่วไป และมีเศษเกลือฝัง

ในขอบ" "หอจดหมายเหตุหรือ" "หรือห้องที่อยู่ใกล้น้ำ แต่ตราตรงมุมเป็นของกรมตราเงา" "ถ้าฉันต้องการส่งสมุดคืนให้กรม ต้องผ่านใคร" ชายทำสมุดมองนิลตั้งแต่หัวจรดเท้า "คนส่งของไม่ควรถามทางเข้า คนที่ถามทางเข้าควรมีตรา" "ฉันมีใบส่งของ" "ใบนี้ถูกตัดชื่อผู้ตรวจออก" "จึงต้องเอาไปถามว่าใครตัด" เ

ขาไม่ตอบ เขียนที่อยู่บนเศษกระดาษ เป็นทางเดินข้างศาลาตะวันตก มีประตูรับของที่เปิดก่อนระฆังเที่ยง นิลกลับร้าน เปลี่ยนเป็นเสื้อคนส่งสมุด รวบผมต่ำ และนำสมุดเปล่าสามเล่มใส่กระสอบ เธอใช้ใบส่งของตลาด ไม่ได้ปลอมตรา แค่ต้องการเห็นทะเบียนโดยไม่ทิ้งชื่อไว้ ทองแดงยืนกอดอกอยู่ข้างประตู "คุณจะ

เข้าไปคนเดียวหรือครับ" "ใช่" "กรมตราเงาไม่ใช่ตลาด" "ตลาดยังมีคนตะโกนบอกว่าห้ามเหยียบแผง กรมมีคนตะโกนช้ากว่านั้น" "ผมไปด้วยได้ไหมครับ" "คุณกลัวตราสูง" "ผมกลัวคุณเข้าไปแล้วไม่มีใครค้ำทางกลับ" นิลหยิบเชือกเส้นหนึ่งส่งให้ "เฝ้าร้าน ถ้าฉันไม่กลับก่อนระฆังสามครั้ง ให้เอากล่องตราไปซ่อนไ

ว้ในช่องใต้พื้น" ทองแดงรับเชือก "ถ้าคนของกรมมาถาม" "บอกว่าฉันไปซื้อกระดาษ" "ถ้าพวกเขาถามว่าซื้อที่ไหน" "บอกว่ากำลังเลือกอยู่" "ถ้าเขาไม่เชื่อ" "ให้เขาซื้อเอง" ทองแดงมองเธออยู่ครู่หนึ่งแล้วหลบทาง กรมตราเงาอยู่หลังศาลารับเรือ อาคารไร้ป้าย มีเพียงแผ่นหินดำเหนือประตูแกะเป็นตราคลื่น ค

นผ่านถนนไม่ค่อยหันมอง นิลเดินไปประตูรับของ หญิงเฝ้าประตูรับกระสอบจากเธอและตรวจใบส่งของ "สมุดสามเล่ม ห้องเก็บชั้นล่าง" "ให้วางตรงไหนคะ" "ตามคนถือโคมไป" "ต้องมีลายเซ็นรับของไหม" หญิงเฝ้าประตูมองเธอ "สมุดยังไม่ถูกเปิด จะเซ็นทำไม" "ถ้าหาย ฉันต้องตอบร้านทำสมุด" "ถ้าหายจากมือกรม คนที่ต

้องตอบไม่ใช่คุณ" เธอผลักประตูให้ นิลก้มหน้าเดินตามชายถือโคมเข้าไป ทางเดินในกรมเงียบ มีตู้ไม้เรียงตามผนัง เชือกสีเทาผูกแฟ้มของกลาง สีแดงคือคดีที่กำลังตรวจ สีดำคือเรื่องห้ามเปิดเอง ชายถือโคมพาเธอไปถึงห้องเก็บสมุด แล้วเดินกลับโดยไม่หันมา นิลวางกระสอบลง เปิดสมุดเล่มหนึ่ง และสอดตัวเข้

าแถวตู้ก่อนประตูปิด เธอไม่แตะตรา ใช้ชื่อบนเศษใบตรวจกับแผนผังของเดช ห้องทะเบียนอยู่ชั้นล่างด้านตะวันออก เธอตามเสียงน้ำหยดไปหยุดที่ประตูเชือกดำ ด้านในมีโต๊ะสามตัวและชั้นแฟ้มสูงถึงเพดาน ชายคนหนึ่งกำลังเรียงกระดาษ เขาสวมเสื้อกรมไม่มีเครื่องหมาย แต่ปลายแขนเสื้อมีด้ายสีน้ำเงินหนึ่งเส้น

นิลหลบหลังตู้จนเขาเดินออก แล้วจึงเข้าไป แฟ้มที่เธอตามหาอยู่ชั้นล่างสุด สีดำด้าน มีรหัสเดียวกับใบตรวจของเดช นิลเปิดแฟ้มบนพื้น จดหัวข้อ วันที่ และชื่อผู้ตรวจ ของกลางสามชิ้นถูกส่งไปคลังเสาหลักต้นที่หนึ่งในหกเดือน ลายเซ็นเดียวกันอยู่ใต้เอกสารทุกใบ หลวงสมเกียรติ ตำแหน่งผู้ตรวจคดีของป

ลอม นิลเลื่อนกระดาษ รายชื่อผู้ค้างตราเรียงเป็นแถว หลายชื่อถูกขูดด้วยของมีคม ชื่อเดชอยู่กลางหน้า มีวงกลมสีเทา หมายถึงยังตามตัวได้ ชื่อถัดลงมาทำให้มือเธอหยุด ปราณี ข้างชื่อเป็นรหัสยาว ไม่มีวันเสียชีวิต ไม่มีที่อยู่ และไม่มีผู้รับรองการหายตัว มีเพียงคำว่า "คงค้าง" ประทับซ้ำสองครั้ง

นิลไม่ได้แตะกระดาษ เธอใช้ดินสอจดรหัสลงบนแขนเสื้อด้านใน จากนั้นคืนแฟ้มเข้าที่เดิม ช่องลับข้างชั้นมีใบรับของเล็ก มุมกระดาษมีตราพระยาทองสุขและคำสั่งย้ายของค้างจากของกลางไปยังผู้ฝากที่ยังไม่ลงทะเบียน ประโยคนั้นถูกขูดสองคำ แต่ยังพออ่านได้ ผู้ฝากที่ไม่มี...

นิลวางกระดาษกลับ ก่อนเสียงประตูด้านนอกจะดังขึ้น ชายสองคนกำลังเดินเข้าห้องทะเบียน เธอขยับเข้าไปในช่องระหว่างตู้กับผนัง กระดาษแฟ้มแนบอก ลมหายใจต้องเบาจนเจ็บหน้าอก "แฟ้มต้นที่หนึ่งอยู่ไหน" "หลวงสมเกียรติเอาไปตรวจ" "เขาตรวจนานเกินไป" "เขาไม่ยอมลงชื่อปิดคดี" "ถ้าไม่ลงชื่อ คนที่อยู่ใต้

เสาจะเพิ่มขึ้น" เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา แล้วหยุดตรงตู้ที่นิลซ่อนอยู่ มีเสียงพลิกแฟ้ม "คนส่งสมุดเข้ามาหรือยัง" "เห็นเดินไปห้องเก็บ" "อย่าให้ขึ้นชั้นสอง" ชายสองคนออกไป นิลรอจนเสียงฝีเท้าจางแล้วออกจากช่อง ชื่อปราณียังอยู่ในมือเหมือนแผลที่ยังไม่รู้จะล้างอย่างไร เธอเปิดแฟ้มอีกครั้งและพบ

แผ่นกระดาษพับอยู่หลังปก แผ่นนั้นไม่ได้มีรหัสของปราณี แต่มีรอยตราเปล่าเป็นรูปวงกลม และชื่อเด็กหญิงที่ถูกขูดจนเหลือเพียงเส้นเดียว นิลใช้แสงจากช่องหน้าต่างส่อง เส้นนั้นเหมือนตัวอักษรแรกของชื่อเธอ ประตูห้องทะเบียนเปิด ชายวัยสามสิบกว่าก้าวเข้ามา เสื้อสีเข้มมีตราหลวงน้ำเงินซ่อนที่ข้อมื

อ เขามองตู้แฟ้มแล้วมองนิล "คุณกำลังหาแฟ้มของใคร" นิลปิดแฟ้ม "ฉันกำลังหากล่องสมุดที่ถูกนำมาผิดห้อง" "ห้องนี้ไม่มีสมุดของตลาด" "ฉันเห็นแฟ้มจึงคิดว่าหยิบผิด" "คนหยิบผิดมักไม่รู้ว่าต้องซ่อนตัวหลังตู้" "คนเฝ้ากรมสอนให้ทำแบบนี้ค่ะ" ชายคนนั้นมองแขนเสื้อของนิล เห็นใบส่งของซึ่งโผล่ออกมาเล

็กน้อย "คุณชื่ออะไร" "นิล" เขาไม่ถามนามสกุล "ผมสมเกียรติ หลวงแห่งกรมตราเงา" นิลมองข้อมือเขา ตราหลวงสีน้ำเงินไม่ได้ส่องแสง แต่มีเส้นเล็กๆ เคลื่อนอยู่ใต้ผิวเหมือนน้ำไหลในคลอง "คุณรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร" "ตั้งแต่คุณหยุดหายใจหลังตู้" "ได้ยินเก่งนะคะ" "ผมตรวจคดีของปลอม ไม่ไ

ด้ตรวจคนส่งสมุด" "แล้วจะส่งฉันให้ใคร" "ขึ้นอยู่กับว่าคุณเปิดแฟ้มอะไร" นิลไม่ตอบ สมเกียรติเดินเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้ใช้ตรา แต่สายตาหยุดอยู่ที่มุมแฟ้มสีดำ "แฟ้มต้นที่หนึ่ง" "ฉันไม่รู้ว่ามันเรียกแบบนั้น" "คุณรู้ว่ามีชื่อปราณีอยู่ข้างใน" นิลเงียบอีกครั้ง สมเกียรติหยิบกุญแจจากกระเป๋า เป

ิดลิ้นชักใต้โต๊ะ และนำสำเนาใบตรวจของเดชออกมา "ใบนี้ออกจากคลังเมื่อวาน คุณได้มาจากไหน" "จากโกดังที่เสมียนชื่อเดชหายไป" "เดชหายไปตอนใด" "หลังนำของปลอมมาฝากที่ร้านฉัน" "คุณมีร้าน" "ร้านของเก่า" "ชื่อร้าน" "ถ้าฉันบอก คุณจะส่งคนไปตรวจ" "ถ้ามีของปลอมที่ลบความจำคน ผมควรส่งคนไปตรวจ" "แล้

วทำไมยังถามเหมือนคุณไม่รู้" สมเกียรติมองเธออยู่ครู่หนึ่ง "ผมรู้ร้านอยู่ตลาดริมน้ำ ผมยังไม่รู้ว่าคุณตัดสินใจเก็บหลักฐานหรือทำลายมัน" "คุณรู้เรื่องตาแสงไหม" กล้ามเนื้อรอบตาของสมเกียรติขยับเล็กน้อย "ชายชราที่หายหลังฝากสร้อย" "คุณจึงรู้" "ผมรู้ว่าชื่อของเขาอยู่ในรายชื่อคนหายที่ยังไม่

ถูกย้ายเข้าสถานะผู้ค้างตรา" "ใครเป็นคนไม่ย้าย" "คนที่แก้บัญชีอยู่สูงกว่าผม" นิลส่งสำเนาใบตรวจให้เขา แต่ไม่ให้กระดาษรหัสของปราณี "เดชมีรอยครอบจิต คุณเห็นกล่องนี้มาก่อนหรือ" สมเกียรติรับสำเนาและอ่านเร็ว "เห็นของที่มีรอยเดียวกันสองชิ้น แต่ไม่เคยได้ของไว้ตรวจ" "เพราะมันถูกส่งไปที่ต้น

ที่หนึ่ง" "ใช่" "ทำไมคุณไม่ลงชื่อปิดคดี" สมเกียรติพับกระดาษ "เพราะทุกครั้งที่ผมลงชื่อ คนหายจะกลายเป็นคนที่ไม่เคยมีอยู่" คำตอบนั้นไม่ใช่คำสารภาพ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่มีน้ำหนักพอให้นิลถามต่อ "ปราณีอยู่ในรายชื่อเดียวกัน" "คุณอ่านถึงหน้านั้นแล้ว" "ฉันเห็นชื่อ แต่ยังไม่เห็นความหมาย" ส

มเกียรติเดินไปยังตู้ด้านใน เปิดแฟ้มอีกเล่ม และหยิบสำเนาทะเบียนแผ่นบางออกมา เขาวางมันบนโต๊ะโดยไม่ให้เธอแตะ ชื่อปราณีอยู่ใต้หัวข้อผู้ค้างตรา เสาหลักต้นที่หนึ่ง นิลมองวันที่ ยี่สิบปีก่อน "เธอยังมีชีวิตไหม" "ผมยังไม่มีหลักฐานว่าเสียชีวิต" "แล้วทำไมเธอไม่กลับออกมา" "เสาหลักไม่ใช่ประตู

ที่คนเปิดจากด้านเดียวได้" "ใครส่งเธอเข้าไป" สมเกียรติเลื่อนนิ้วไปยังช่องผู้ตรวจรับ ช่องนั้นถูกขูดจนเหลือเพียงตราสีทองคล้ำ "เอกสารหายก่อนผมเข้ากรม" "ชื่อพระยาทองสุขอยู่บนใบตรวจของเดช" "ชื่อของเขาอยู่บนเอกสารหลายชุด" "คุณกำลังบอกว่าเขาผิดหรือยัง" "ผมกำลังบอกว่าคนที่มีตราพระยาไม่จำเ

ป็นต้องเขียนคำสั่งด้วยมือของตัวเอง" เสียงระฆังจากชั้นบนดังครั้งแรก สมเกียรติปิดแฟ้มสีดำ "คุณต้องออกจากกรมก่อนระฆังครั้งที่สาม" "ถ้าออกตอนนี้ ฉันจะไม่ได้สำเนา" "ถ้าคุณอยู่ต่อ คุณจะไม่ได้ร้าน" "คำขู่หรือคะ" "การแจ้งความเสี่ยง" นิลหยิบดินสอจดรหัสปราณีที่แขนเสื้อ เธอไม่ต้องการแผ่นทะเ

บียน เพราะการขนกระดาษออกจากกรมยากกว่าการจำเลขให้ได้ สมเกียรติสังเกต "คุณจำได้หมดหรือ" "ไม่หมด แต่ฉันจำสิ่งที่ไม่ควรหาย" ระฆังดังครั้งที่สอง เสียงคนเดินมาจากทางเดินด้านนอก สมเกียรติเปิดประตูด้านข้างให้เห็นช่องบันไดแคบ "ทางนี้ไปห้องเก็บสมุด คุณจะออกทางประตูรับของ" "คุณปล่อยฉัน" "ผม

ยังไม่ตัดสินว่าคุณเป็นผู้ต้องหา" "แล้วถ้าฉันกลับมาอีก" "ครั้งหน้าผมจะถามว่าคุณมาเอาอะไร ก่อนเปิดแฟ้ม" นิลเดินไปถึงประตูแล้วหันกลับ "หลวงสมเกียรติ ถ้าคุณตรวจคดีของปลอมจริง คุณควรรู้ว่าของที่มีรอยคลื่นสามเส้นกำลังพาคนไปต้นที่หนึ่ง" "ผมรู้" "คุณรู้มานานแค่ไหน" "นานพอจะรู้ว่าคนที่เข้

าไปตามชื่อของตัวเองมักไม่เหลือชื่อกลับมา" นิลออกทางประตูรับของก่อนระฆังครั้งที่สาม รหัสของปราณีบนแขนเสื้อหนักกว่ากระดาษทั้งแฟ้ม ทองแดงรออยู่หน้าร้าน "คุณกลับช้าครับ" "ฉันได้แฟ้ม" "ได้อะไรอีก" นิลถอดแขนเสื้อให้เขาดูรหัสที่เขียนไว้ ทองแดงอ่านแล้วหน้าเสีย "นี่รหัสเสาหลักต้นที่หนึ่ง"

"ฉันรู้" "ใครให้คุณ" "หลวงสมเกียรติ" ทองแดงถอยไปครึ่งก้าวเมื่อได้ยินชื่อนั้น "หลวงแห่งกรมตราเงา" "คนเดียวกัน" นิลเปิดประตูร้าน พวกเขาเข้าไปนั่งที่โต๊ะตรวจ เธอเขียนชื่อสมเกียรติลงในสมุดของทีม แล้วขีดเส้นใต้คำว่า "ยังไม่ใช่พันธมิตร" ก่อนปิดสมุด เธอนึกถึงแผ่นตราเปล่าในแฟ้มดำ รอยวงก

เมื่อออกจากกรม นิลเดินอ้อมศาลาเพื่อให้ลมพัดกลิ่นอาคารออกจากเสื้อ เธอแวะล้างมือที่ท่าน้ำ น้ำเย็นกัดผิวจนรู้สึกชัดว่าปลายนิ้วยังอยู่ครบ แล้วใช้ดินสอเขียนรหัสปราณีซ้ำบนกระดาษสามแผ่น แสงบ่ายสะท้อนผิวน้ำจนตัวอักษรพร่า เธอจึงบังด้วยฝ่ามือและตรวจทีละเส้น ทองแดงรออยู่หน้าร้านพร้อมรอยดินที่ข้อเท้า เขาไม่ถามระหว่างเดินกลับ นิลเปิดประตู ใช้กลอนปิดสองชั้น และวางซองดำไว้บนโต๊ะโดยให้ด้านที่มีรหัสหงายขึ้น เสียงกระดาษเสียดสีกับไม้เบามาก แต่ทำให้เธอไม่แตะตะเกียงอยู่พักหนึ่ง นิลปิดซองด้วยขี้ผึ้งธรรมดา เธอใช้ด้ายผูกซองกับข้อมือตัวเองเพื่อไม่ให้ลืมไว้ในช่องลับ แล้วเช็ดคราบขี้ผึ้งจากนิ้วด้วยผ้าชุบน้ำเย็น กลิ่นน้ำคลองจางลง แต่รสเค็มยังค้างที่ริมฝีปาก นิลตรวจรอยสลักบนพื้นอีกครั้งและเติมเส้นสั้นตรงทางแยกที่ไม่มีในแผนผัง ไม่ใช้ตราใดผูกปากซอง เธอวางมันใต้แผ่นไม้ที่สลักทางกลับและใช้ก้อนหินทับไว้ กลิ่นขี้ผึ้งอุ่นปนกับกลิ่นน้ำคลองจนร้านเหมือนห้องเก็บของที่ถูกปิดมานาน ทองแดงยืนเฝ้าหน้าต่าง มองตลาดแทนที่จะมองเธอ เขาใช้ปลายค้อนเคาะขอบวงกบสองครั้งเพื่อฟังเสียงกลวง นิลเดินไปตรวจใต้พื้น พบหยดน้ำใหม่เรียงห่างกันเท่าก้าวของคนเดิน แต่รอยเท้าไม่มี เธอเก็บน้ำหยดแรกด้วยกระดาษซับ แล้ววางไว้ข้างสำเนาใบตรวจ ผิวกระดาษเปลี่ยนเป็นสีเทารอบขอบทันที แสดงว่าของจากกรมไม่ได้ทิ้งเพียงหมึก แต่ทิ้งสิ่งที่ยังทำงานอยู่ในความชื้นด้วย เธอเขียนข้อสังเกตลงสมุดแยก ไม่เติมลงบัญชีร้าน เพราะหลักฐานยังไม่มีผู้ฝาก นอกประตูมีคนเดินผ่านสองคน เสียงหนึ่งหยุดอ่านป้ายร้านที่ไม่มีชื่อ อีกเสียงกระซิบถึงกรมตราเงาแล้วเงียบไป นิลกดมือบนกุญแจช่องลับและทบทวนทางลงใต้พื้น เธอรู้ว่าครั้งหน้าจะไม่เข้าอาคารกรมด้วยใบส่งของเพียงใบเดียว ต้องมีคนเห็นเวลาเข้า มีคนรู้เวลาออก และมีทางกลับที่ไม่ขึ้นกับคำสั่งของผู้ถือตรา

ลมบนกระดาษมีเส้นเดียวเหมือนตัวอักษรแรกของชื่อนิล คืนนั้น สมเกียรติส่งคนมาวางซองดำไว้หน้าร้าน ในซองมีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่น "คุณกำลังจะไปยุ่งกับเรื่องที่คุณไม่เข้าใจ และชื่อคุณก็อยู่ในบัญชีนี้" ด้านหลังมีรหัสของนิล เขียนด้วยหมึกที่ยังไม่แห้ง…