📚 Oracle Novel Libraryอ่านนิยายบน Oracle · Hermes Inc.
A
ฟอนต์

บทที่ 1: พัสดุของคนตาย

เมืองเวทใต้พิภพ · Arc 1 · ตอนที่ 1 / 120

ฝนตกไม่ซา แต่ละเม็ดตกใส่หมวกกันน็อคมีกลิ่นเหล็ก ผสมคาวดินเปียก และกลิ่นน้ำมันเครื่องจากมอเตอร์ไซค์คันก่อน นรินทร์บิดคันเร่งเบา ๆ ให้รถพ้นแยกที่แสงไฟเขียวกะพริบเหมือนจะดับตลอดเวลา

"ปลายทาง สี่แยกบางรัก" เขาอ่านจากแอป "ระยะทาง สามร้อยเมตร"

"ค่าจ้าง สี่สิบบาท" เขาพูดต่อ "เวลาเหลือ สิบสามนาที"

"ทุกงานมียอด" เขาพูดกับตัวเอง "ถ้าลูกค้าอยากได้ ผมก็ส่ง"

ยุ้ยเสียชีวิตมาแล้วสามวัน แต่คำสั่งซื้อชื่อเธอเด้งขึ้นในแอปตอนห้าโมง ค่าส่งตัดผ่านวอเลต

"ยุ้ย" เขาเรียกชื่อลูกค้า "ส่งให้สามเดือนแล้ว สัปดาห์ละสองกล่อง"

ที่อยู่เป็นห้องเช่าในซอยข้างศาลเจ้า นรินทร์รู้จักดี บางครั้งเป็นยา บางครั้งเป็นน้ำมันนวด และบางครั้งเป็นกล่องเล็ก ๆ ผูกริบบิ้นแดงมีกลิ่นเหม็นเขียวของสมุนไพรจีน

เขาไม่เคยถามว่าข้างในคืออะไร

"ผมเป็นไรเดอร์ ไม่ใช่ตำรวจ" เขาบอกตัวเอง

หมุดถึงที่หมาย ตึกแถวสีครีมสองชั้น ป้ายชื่อหอพักเขียนด้วยสีแดงลอก ประตูเหล็กม้วนลงครึ่งหนึ่ง นรินทร์จอดรถ ดับเครื่อง ถือกล่องพัสดุใบสุดท้ายของวันขึ้นมือ กล่องกระดาษสีน้ำตาลเบา ๆ ผูกเชือกป่านแบบที่ร้านขายยาจีนชอบใช้ ด้านข้างกล่องมีรอยตราสีแดงซีดเป็นรูปวงกลมซ้อนสามชั้น เขาเคยเห็นตราคล้าย ๆ แบบนี้บนผนังศาลเจ้าแถวบ้าน แต่ไม่เคยถามว่าแปลว่าอะไร

ในหัวของเขา ตรานั้นลุกโชนขึ้นมาเล็กน้อย เหมือนตัวเลขที่ยืนขึ้นจากกระดาษ บอกตัวเลขที่คนธรรมดามองไม่เห็น

สี่สิบบาทค่าส่ง ยอดราคาเวทจริง หนึ่งร้อยยี่สิบบาท ปลายทาง คนเดิม

นรินทร์กะพริบตา ตัวเลขหายไป เขาถอนหายใจ นี่เป็นโรคที่ไม่มีในตำราแพทย์ แต่เขาเรียกมันว่า 'ดุลหนี้' ตั้งแต่อายุสิบหก มันมาพร้อมกันกับวันที่เขาเห็นตาแม่เป็นราคาตัวเลขบนโต๊ะผ่าตัดครั้งสุดท้าย

"บอกยอดจริงมาเถอะครับ ผมจน แต่ไม่ได้โง่เป็นของแถม" เขาพูดกับตราบนกล่อง "ยอดร้อยยี่สิบ ลูกค้าจ่ายสี่สิบ ใครจะรับส่วนต่าง"

ตราไม่ตอบ แต่ตัวเลขสั่น ค้างอยู่ตรงหน้าเขาอีกสองวินาทีก่อนหายไป

เขาเดินขึ้นบันไดปูน มือจับลูกบิดประตูห้องเช่า กระดกนิ้วเคาะสองที ไม่มีเสียงตอบ

"คุณยุ้ยครับ ของถึงครับ"

เงียบ

"คุณยุ้ย"

เขาลดเสียงลง มืออีกข้างแตะลูกบิด บิดลง ประตูไม่ได้ล็อก

ข้างในห้องเช่าเป็นห้องเล็ก ๆ กลิ่นควันธูปเก่า ๆ ตกค้างอยู่ในอากาศ มีโต๊ะไม้ตัวเล็ก ตู้เย็นเสียงฮึดฮัด และเตียงนอนที่มีผ้าห่มคลุมหน้าคน

นรินทร์หยุดหายใจ

เขาเคยเห็นคนตายมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยเห็นคนที่เสียชีวิตมาแล้วสามวัน นอนใต้ผ้าห่ม ทั้งที่งานส่งชื่อเธอเพิ่งเด้งขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ดวงตาเปิดครึ่งหนึ่ง กลิ่นเหม็นหวานของยาจีนลอยออกจากปาก

มือถือของเขาสั่น แอปแผนที่ยังเขียนคำว่าส่งสำเร็จกระพริบเป็นสีเขียว

ตราสีแดงบนกล่องพัสดุลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ตัวเลขสีดำลอยออกมาเป็นประโยค

ยอดราคาเวท ของในกล่อง หนึ่งพันสองร้อยบาท ผู้รับ ตายแล้ว ผู้จ่าย ไม่ระบุ รอผู้รับช่วง

"นี่มันอะไรกัน" เขาพูดเสียงแผ่ว "ผมส่งกล่องยาจีน ไม่ได้ส่งหนี้"

นรินทร์นิ่งไปสามวินาที แล้วถอยออกมาหนึ่งก้าว

"บอกยอดจริงมาเถอะครับ ผมจน แต่ไม่ได้โง่เป็นของแถม" เขาพูดกับตัวเองในห้อง "จะให้ผมส่งของให้คนตาย สี่สิบบาทไม่พอ"

ไม่มีใครตอบ มีแต่เสียงพัดลมเก่า ๆ หมุนเบา ๆ ในมุมห้อง

เขาตั้งสติได้ในเวลาสี่วินาที เปิดกล้องมือถือถ่ายรูปห้อง ถ่ายรูปกล่อง ถ่ายรูปตรา แล้วออกมานอกห้อง โทรหาภาคิน

"พี่คิน" นรินทร์พูดเสียงเรียบ "ผมส่งของให้คุณยุ้ย แล้วเจอคุณยุ้ยนอนตาย"

ปลายสายเงียบ

"น้องริน เอ็งรู้ได้ไงว่าตาย"

"เห็นตาเปิดครึ่งหนึ่งครับ กลิ่นปากเหม็นหวาน แล้วกล่องพัสดุมีตรา"

"อย่าขยับกล่อง" เสียงภาคินเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายของคนทำงาน "แล้วเอ็งอยู่ที่ไหน"

"ห้องเช่าคุณยุ้ย ตึกแถวข้างศาลเจ้าแถวบางรัก"

"น้ำไม่เคยเลือกข้างหรอกน้อง" ภาคินพูด "มันแค่ไหลไปหาที่ต่ำ คนต่างหากที่ขุดทาง เอ็งรอที่ระเบียง อย่าเข้าไปข้างในอีก"

"ผมเข้าไปแล้วครับ" นรินทร์พูด "แล้วตราบนกล่องบอกยอด หนึ่งพันสองร้อย แต่ผู้รับตาย"

"บอกแล้วว่าอย่าเข้าไป" ภาคินถอนหายใจ "ผู้รับตาย ผู้จ่ายไม่ระบุ รอผู้รับช่วง ริน เอ็งเป็นผู้ส่ง เอ็งคือผู้รับช่วง"

"ผมไม่ได้ลงนาม"

"ไม่ต้องลงนาม" ภาคินพูด "แค่นำเข้าห้องก็พอ"

นรินทร์วางสาย ถอยมายืนที่ระเบียง ลมเย็นจากฝนพัดผ่านใบหน้า กล่องพัสดุวางอยู่ตรงปลายเท้า เขาก้มลงมองตรา

ตราสีแดงยังลุกโชน แต่คราวนี้มีประโยคใหม่ลอยขึ้นมาเป็นสีทอง

ผู้รับช่วงที่เป็นไปได้ หนึ่งในรายชื่อ นรินทร์ สายสิน

นรินทร์เบือนหน้า เขาไม่ได้กลัว แต่เขาโกรธ ใครเอาชื่อเขาไปแปะบนกล่องผี เขาเดินไปที่รถ เปิดกระเป๋าเก็บของ ดึงใบเสร็จรับเงินออกมา ใบกระดาษอุ่นเหมือนเพิ่งพิมพ์ มีรอยตราเดียวกันประทับอยู่ที่มุมล่างขวา เขาไม่ได้ทิ้งใบเสร็จ ถือไว้ในมือเป็นหลักฐาน

"บอกยอดจริงมาเถอะครับ" เขาพูดกับตรานั้น "ผมไม่ได้ลงนามรับของ"

ตราบนใบเสร็จสั่นไหว ตัวเลขลอยขึ้นมาอีกชุด

ยอดราคาเวทที่ผูกบนชื่อ นรินทร์ สายสิน สามหมื่นบาท ต้นทางไม่ทราบ ผู้รับช่วง นรินทร์ สายสิน พยาน ไม่มี

นรินทร์นิ่งไปสามวินาที นี่คือดุลหนี้ที่เขาเห็นได้ แต่ดุลหนี้มีขีดจำกัดสี่ข้อ หนึ่ง สร้างหรือทำลายยอดไม่ได้ ต้องมีผู้รับที่ระบุได้ สอง โอนหนี้โดยไม่ได้รับความยินยอม รอยค้างติดบนชื่อเขาและเมืองมีสิทธิ์ทวงคืน สาม ยอดเกินกำลังต้องแบ่งผ่านพยานหรือรับเอง ซึ่งการรับเองกัดกินความทรงจำของผู้ที่เขาต้องการปกป้อง สี่ เขาอ่านยอดได้ แต่ไม่รู้ผลทางอารมณ์ คำนวณถูกแต่ตัดสินใจผิดได้

เขากำใบเสร็จแน่น

"สามหมื่น" เขาพูดเสียงเบา

"ผู้รับช่วงคือผม"

"แต่ผมไม่ได้ลงนาม"

ในกระเป๋าเก็บของ มือถือของเขาสั่น เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก เขากดรับ

"นรินทร์ สายสิน" เสียงปลายสายเป็นผู้หญิง พูดสุภาพจนฟังดูเหมือนคนอ่านสัญญา "ฉันรสา วัฒนเมธา กรมตราเงา ฉันไม่ได้ขอให้คุณเชื่อใจ แต่ขอให้คุณฟังให้จบก่อนวางสาย"

"พูด"

"กล่องพัสดุที่คุณถืออยู่ เป็นของที่ลูกค้าของคุณสั่งจากตลาดสนธยา ข้างในมีใบเรียกเก็บซึ่งลอยชื่อผู้รับช่วงเป็นชื่อคุณ"

"ผมไม่ได้ลงนาม"

"คุณไม่ต้องลงนาม" รสาพูด "การที่คุณเป็นผู้ส่งของใบนี้ ถือเป็นการรับช่วงโดยปริยาย ตามข้อเท็จจริงที่คุณเป็นผู้นำพัสดุเข้าสู่ที่อยู่ปลายทาง"

"ข้อเท็จจริงของคุณ ฟังดูเหมือนคนเขียนกฎไม่เคยต้องจ่ายตามมัน"

"คุณพูดถูก" รสาพูดเสียงเรียบ "ฉันไม่ได้เขียนกฎ แต่ฉันต้องบังคับใช้มัน ตอนนี้คุณมีทางเลือกสองทาง หนึ่ง คุณนำกล่องมาที่หอทะเบียนเงา เพื่อให้เราบันทึกยอดและผูกประวัติ หรือสอง คุณทิ้งกล่อง แล้วยอดทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ชื่อของผู้ที่คุณส่งของให้ครั้งล่าสุดในเขตคลองดำ"

"นั่นคือภาคิน"

"คุณไม่จำเป็นต้องบอกชื่อ" รสาพูด "แต่คุณพูดไปแล้ว"

นรินทร์กัดริมฝีปากแน่น เขามองกล่องพัสดุ แล้วมองใบเสร็จในมือ

"ถ้าผมทิ้งกล่อง ยอดสามหมื่นตกไปที่ภาคิน" เขาพูดกับตัวเอง "คนที่ช่วยผมมาตลอด"

"ถ้าผมนำไปหอทะเบียนเงา ผมต้องเข้าระบบ"

"แล้วชื่อผมจะถูกบันทึกในบัญชีเมือง"

"ผมมีเวลาเท่าไหร่"

"หนึ่งชั่วโมง"

"ถ้าผมเปิดกล่องตอนนี้ล่ะ"

"คุณเปิดได้ แต่ถ้าเปิดโดยไม่มีพยาน ตัวเลขที่ลอยอยู่จะกลายเป็นสัญญา คุณจะต้องรับผิดชอบยอดทั้งหมดเอง รวมทั้งดอกที่จะตามมา"

"ดอกเท่าไหร่"

"สามเท่าในสามวัน"

นรินทร์หัวเราะ เสียงหัวเราะแห้ง

"เก่งครับ" เขาพูด "กฎของคุณออกแบบมาให้ไม่มีทางรอด"

"ฉันไม่ได้ออกแบบกฎ" รสาพูด "ฉันแค่ทำให้มันทำงานได้"

"แล้วถ้าผมไม่ทำทั้งสองทาง"

"ถ้าคุณนิ่ง ยอดจะค้างบนชื่อคุณ และเมืองจะเริ่มเก็บดอกเอง คุณจะเริ่มลืมใบหน้าคนในครอบครัวทีละคน ภายในสามสัปดาห์"

"ลืมใคร" นรินทร์ถาม

"คนที่คุณรักที่สุด" รสาพูด "ระบบจะเริ่มจากคนนั้นก่อน"

มือของนรินทร์สั่น เขากลืนน้ำลาย

"ผมจะโทรกลับ"

"คุณมีเวลา หนึ่งชั่วโมง" รสาพูด แล้ววางสาย

นรินทร์วางมือถือลง เขานั่งบนรถมอเตอร์ไซค์ ปล่อยให้ฝนตกใส่หมวกกันน็อค กลิ่นเหล็กยังคงอยู่ แต่คราวนี้มันเหม็นคาวปนเลือด

เขาหลับตา แล้วเห็นใบหน้าน้องชาย นนท์ เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดที่หายตัวไปเมื่อสามเดือนก่อน

"ถ้าผมยอมรับยอดนี้ ผมจะลืมใบหน้านนท์" เขาพูดกับตัวเอง

"คนเดียวที่ผมอยากตามหา"

"แต่ถ้าผมไม่รับ ยอดจะตกไปที่ภาคิน"

"พี่เลี้ยงที่สอนผมให้รอดมาตั้งแต่เด็ก"

"บอกยอดจริงมาเถอะครับ ผมจน แต่ไม่ได้โง่เป็นของแถม" เขากัดฟันบอกตัวเอง "ผมไม่มีใครให้ลืม"

เขาโกหก แต่เปิดกล่อง ไม่ใช่เพื่อรับยอดหรือลืมนนท์ กันหนี้ไม่ให้ตกที่ภาคิน และหาคนใส่ชื่อเขาในใบเรียกเก็บ

ข้างในกล่อง ไม่มีของสมุนไพร ไม่มียา ไม่มีน้ำมันนวด มีเพียงใบกระดาษแผ่นเดียว พับสามทบ มีรอยตราสีแดงประทับอยู่กลางแผ่น เขาหยิบขึ้นมา ใบกระดาษอุ่นเหมือนเพิ่งพิมพ์ กลิ่นหมึกเก่า ๆ ติดปลายนิ้ว

เขาคลี่ใบกระดาษออก

ใบเรียกเก็บ

ผู้ส่ง นรินทร์ สายสิน ผู้รับ นรินทร์ สายสิน ยอดราคา สิบสองร้อยบาท วันที่ออก วันนี้ วันครบกำหนด วันนี้

ใต้บรรทัดสุดท้าย มีข้อความเล็ก ๆ เขียนด้วยหมึกสีทองซึ่งลอยเป็นตัวอักษรเหนือกระดาษ

หลักประกันของบัญชีเมือง ชีวิตและชื่อ นรินทร์ สายสิน ยอดค้ำ สามหมื่นบาท กำหนดชำระ คืนที่เสาหลักดับ

นรินทร์นิ่งไป ตัวเลขวันที่อยู่ใต้ข้อความไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ มันเป็นวันที่เขาไม่เคยเห็น ปีที่เขาไม่เคยอยู่ถึง

"ใครเขียน" เขาถามเสียงสั่น

ไม่มีใครตอบ แต่ตัวอักษรสีทองสั่นไหว แล้วลายเซ็นมือเขียนชื่อ นรินทร์ สายสิน ปรากฏขึ้นกลางแผ่น ลายเซ็นที่เขาไม่ได้เขียน แต่มันเป็นลายมือเขา ลายเดียวกับที่อยู่บนบัตรประชาชน

ใบเรียกเก็บคลี่เองบนเบาะมอเตอร์ไซค์ แผ่นกระดาษอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ จนร้อนระอุ ตัวอักษรสีทองลอยหนาขึ้น แล้วชื่อของเขาเรืองแสง สลักอยู่กลางแผ่นราวกับเขาเป็นหลักประกันของทั้งเมือง

<!-- ข้อมูลปิดบท: คำ ๑๓๓๐ มุมมอง นรินทร์ เวลา คืนวันศุกร์ ฝนตกหนัก ฉาก ๔ --> <!-- เมล็ดปริศนา บิลแห่งอนาคต ลายเซ็นนรินทร์ในอนาคต กำหนดคืนเสาหลักดับ --> <!-- อ้างอิงขีดจำกัด ดุลหนี้สี่ข้อครบถ้วน ในฉากคลี่ใบเสร็จ --> <!-- ฉากประสาทสัมผัส ฝนบนหมวกกันน็อคมีกลิ่นเหล็ก ใบเสร็จอุ่นเหมือนเพิ่งพิมพ์ -->