📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 71 จาก 135

ตอนที่ 71: คู่ที่ไม่รอให้ซอกเงียบ

ทางแคบมีเสียงรองเท้าคนแก่ในที่สุด เมื่อคลื่นคู่ที่สองไม่ยอมอยู่ที่โค้ง

[ระบบ] คลื่นทมิฬทะลุเขตเรือน — ไม่ใช่แค่โค้ง — เงายังไม่ใช่ตัวคน — ห้ามชน — ให้ออกทางร่องดำ — ห้ามเปิดห่อ — ห้ามเปิดกล่อง — ห้ามจุดโคม

ชายชรายืนที่ปากทาง ไม่ก้าวเข้าซอก "คู่ที่สองสั้นกว่าคู่ที่ข้าให้ทดสอบ ซอกนี้ได้ยินชัดแล้วจะถูกกวาด ออกทางร่องดำ อย่ากลับลาน"

"ร่องดำเมื่อกี้ยังไม่เรียก" ฉันว่า

"ตอนนี้เรียก" เขาตอบ "เรียกเพราะเขตเรือนถูกแตะ ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าวาดรูป ไปก่อนที่เส้นเล็กจะกลายเป็นเงาในลาน"

ลิลี่ปลุกจินยีด้วยศอก ไม่ใช่ด้วยเสียง "ลุก โคมคว่ำไว้"

จินยีลุกโดยไม่ถามซ้ำ โคมอยู่ในมือคว่ำ ไส้ไม่แดง "หนูไม่จุดค่ะ"

อันลืมตาทั้งที่มือยังอยู่บนผ้าทับฝา "ฝาไม่คลิก ข้าถือออกได้"

โขมลุกจากมุมที่ไม่หลับ "ร่องดำเรียกแล้ว ข้านำได้ถ้าไม่มีใครวิ่ง"

มินฟังโค้งอีกครู่ "คู่ที่สองไม่รอช่วงที่สาม มันเข้าเขตเรือนแล้ว ไม่ใช่แค่ตามร่องเก่า"

ฉันกอดห่อให้ผ้าทึบ "ห้ามเปิด ห้ามวาง ห้ามส่งให้ใครระหว่างเดิน"

เราออกจากซอกเป็นแถวเดิม โขมนำ ฉันตาม ห่อไม่ครูดพื้น อันไม่ให้กล่องชนผา จินยีอยู่ในศอกลิลี่ มินปิดท้ายเพื่อฟังว่าคลื่นตัดหน้าหรือยัง

ทางแคบว่าง ชายชราไม่เดินนำ เขาชี้ร่องดำครั้งเดียวแล้วถอยกลับชั้นผา "ข้าไม่ไปกับพวกเจ้า เรือนนี้ยังต้องอยู่ให้เงากวาดผิดที่ ถ้าเรือนว่าง มันจะตามร่องเท้าใหม่ทันที"

"ท่านจะอยู่ให้มันกวาด" ลิลี่พูดต่ำ

"อยู่ให้มันกวาดเรือน ไม่ใช่อยู่ให้มันเจอตัว" เขาตอบ "ข้ามีซอกที่พวกเจ้าไม่รู้ และข้าไม่ได้ถือแหวน ไป อย่าทักชื่อข้าดังในลาน"

ไม่มีชื่อให้ทักอยู่แล้ว ฉันไม่ถาม

ร่องดำแคบกว่าทางที่เราเข้าเรือน หินชื้น ฝ่ามือโขมแตะผาทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้แถวเบียด "ก้าวเดียวต่อหนึ่งหิน หินที่สามเอียง อย่ากระโดด"

เราเดินตาม นางไม่เร่งจนห่อกระแทก ฉันนับหินในใจ ไม่นับเพื่อฝึก นับเพื่อไม่ให้ใครแซง

ข้างหลัง ลานที่เราเคยยืนมีเสียงผ้าลมกวาด ไม่ใช่เสียงคน "มันถึงลานแล้ว" มินกระซิบ "กวาดวงที่เราไม่วาด วงว่าง มันยังหาไม่เจอ"

"อย่าหยุดดู" ฉันว่า

จินยีหันคอได้ครู่เดียว แล้วลิลี่กดไหล่นางกลับ "ดูพอรู้ว่าโคมเรายังดับ ก็พอ"

อันไม่หัน "ฝาอยู่ฝั่งใน ข้าไม่สลับให้มันไปรับลมกวาด"

โขมพาเราพ้นหินที่สาม หมอกบางลงหนึ่งชั้น ฟ้าเทายังไม่ถึงเรือน แต่เรือนอยู่ข้างหลังแล้ว เหลี่ยมสามหลังแรกหายในชั้นผา เราอยู่บนทางแคบนอกเขต

[ระบบ] พ้นเขตเรือน — คลื่นยังตาม — เงาเริ่มก่อที่โค้ง ไม่ใช่ตัวคน — ห้ามย้อน — ห้ามปล่อยพลังสายฟ้า

ฉันไม่ปล่อยอะไรจากแหวน แหวนอุ่นที่ข้อมือ เป็นอุ่นค้าง ไม่ใช่อุ่นที่ขอให้เปิด "ยังไม่ตอบ" ฉันบอกตัวเองดังพอให้ลิลี่ได้ยิน

"อย่าตอบ" นางรับ

ทางลงช่วงแรกมีหินชื้นกว่าที่โขมบอก น้ำไม่ไหลเป็นสาย มันเยิ้มอยู่ที่ขอบ

"ขอบซ้ายแห้งกว่า" นางพูด "อย่าเหยียบกลาง ก้อนกลางหลวม"

ฉันเหยียบขอบ ห่อไม่ครูด จินยีเหยียบตามแล้วส้นลื่นครึ่งนิ้ว ลิลี่รับศอกนางก่อนตัวเด็กจะไปชนผา

"โคมไม่ทัก" จินยีรายงาน ทั้งที่ยังไม่ทันลุกเต็มตัว

"ดี" ลิลี่ว่า "ลุกให้ส้นอยู่ขอบ ไม่ต้องรีบแซง"

อันรอให้เด็กพ้นก้อนหลวมก่อนจะก้าว "กล่องไม่แตะน้ำเยิ้ม น้ำเยิ้มทำให้ผ้าหนัก และผ้าหนักทำให้ฝาอยากคลิกโดยไม่เปิด"

"ไม่ให้คลิก" ฉันว่า

ข้างหลัง เสียงกวาดเปลี่ยนจากลานมาที่ซอกที่เราหลับ มันกวาดมุมที่จินยีเคยกอดเข่า กวาดที่โคมคว่ำเคยวาง กวาดที่อันหลับไม่ลึก วงนั้นว่าง เพราะเราไม่ได้อยู่ และเพราะเราไม่ได้วาดรูปทิ้งไว้

มินฟังโดยไม่หัน "มันเข้าซอกแล้ว เข้าแล้วไม่เจอตัว มันจะออกมาที่ร่องดำต่อ เมื่อออกมา อย่าให้ก้อนหลวมหล่นไปบอกทาง"

โขมย่อมือกันก้อนที่ขยับได้ "ก้อนนี้อยู่กับผา ข้าไม่เตะ"

ไม่มีใครเตะ แม้จินยีจะอยากเตะให้มันไปขวางร่อง ลิลี่ส่ายหัวก่อนเด็กจะยกเท้า "ขวางคือรูป ปล่อยร่องว่างไว้แบบที่มินบอก"

ชายชราไม่ส่งเสียงจากชั้นผา ฉันเหลือบได้ครั้งหนึ่ง เห็นเรือนดับ และเห็นช่องแคบอีกช่องที่เราไม่เคยเข้า ช่องนั้นไม่มีร่องเท้าเรา ลมกวาดเลียผ่านช่องนั้นแล้วไม่เข้า เพราะไม่มีเส้นให้ลาก

"ท่านอยู่ในช่องที่เราไม่รู้จริง" มินกระซิบ "อย่าหาช่องนั้นให้มัน"

"ไม่หา" ฉันตอบ

เราลงต่อจนหมอกมารับข้อเท้า โดยไม่มีก้อนใดหล่นไปเป็นระฆัง

ที่โค้งซึ่งเราทิ้งไว้ตั้งแต่ตอนฟ้ามืด มีเงาตั้งขึ้น ไม่สูงเท่าคนที่เดินมา ไม่เตี้ยเท่าตราบนหิน มันไม่มีหน้า ไม่มีเท้าที่จรดพื้นทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งขาดเหมือนตราที่ถูกหักออกจากมุมบาน

มินหยุดฟัง ไม่หยุดเดิน "นั่นไม่ใช่ตัวคน มันเป็นเงาของมือที่ตราไม่ครบ ครบเมื่อมีคนไปวาดรูปให้ หรือไปชนให้มันมีคู่"

"ไม่มีใครไปชน" ฉันสั่ง "ไม่มีใครวาด ไม่มีใครชี้"

โขมไม่ชี้ "ทางนี้ลงผาอีกสองช่วง แล้วจะเข้าหมอกหนาของป่านอกเรือน หนาพอให้เงาที่ตราไม่ครบเดินช้า"

"ช้าไม่ใช่หาย" มินว่า "มันกวาดลานอยู่ ต่อไปมันจะกวาดร่องที่เราเดินออก"

ข้างหลัง เสียงกวาดเลื่อนจากลานมาที่ปากซอก ชายชราไม่ส่งเสียง เรือนไม่จุดโคม เงาที่โค้งหันครึ่งตัว ครึ่งที่ขาดไม่หันตาม ไม่มีตาให้มองเรา แต่มันหันไปทางร่องดำที่เพิ่งมีรองเท้าเรา

จินยีกำโคมคว่ำจนข้อนิ้วขาว "หนูไม่จุดแม้แต่มันจะมาค่ะ"

"ดี" ลิลี่ว่า "แสงจะทำให้ครึ่งที่ขาดมีขอบ"

อันขยับกล่องให้ชิดลำตัว "ฝาปิด ข้าไม่ให้ขอบกล่องไปเป็นเส้นให้มันกวาด"

ฉันกอดห่ออีกชั้น ผ้าไม่คลาย มุมห่อไม่ชี้ไปที่เงา "เราลงสองช่วง แล้วเข้าหมอก อย่าวิ่งให้หินส่งเสียงเป็นจังหวะ"

โขมก้าวลงหินแรกของทางลง "จังหวะข้าให้ ไม่ใช่จังหวะกลัว"

เราลงตาม ลมกวาดมาถึงปากร่องดำตอนเท้าฉันพ้นหินที่สอง มันกวาดหินที่เราเหยียบแล้ว ไม่กวาดตัวเรา เพราะตัวเรายังไม่หันไปวาดคู่ให้มัน

เงาที่โค้งไม่กระโดดข้าผา มันไม่มีเท้าครบจะกระโดด มันเลื่อน เลื่อนช้า เพราะตราไม่ครบ และเพราะเรายังไม่ตอบ

มินพูดโดยไม่หันหลัง "มันเห็นร่อง ไม่เห็นชื่อ เห็นร่องก็พอให้ตาม ถ้าเราหยุดกลางทางลง ร่องจะกลายเป็นที่กวาด"

"ไม่หยุด" ฉันตอบ

ลิลี่ดึงจินยีให้ก้าวพร้อมนาง "ไม่หยุดแม้โคมจะอยากแดง โคมไม่ได้รับอนุญาต"

จินยีกัดริมฝีปาก ไส้โคมไม่แดงสักเส้น

อันกระซิบกับฝากล่อง ไม่ใช่กับเงา "อย่าคลิก"

โขมพ้นทางลงช่วงแรก หมอกเริ่มหนาที่ข้อเท้า "อีกช่วงหนึ่ง แล้วป่านอกเรือนจะรับเรา รับแบบกลบรอย ไม่ใช่รับแบบซ่อนตลอดไป"

ฉันเหลือบขึ้นครั้งสุดท้าย เงาที่โค้งยังไม่มีหน้า ครึ่งที่ขาดยังขาด มันกวาดร่องดำได้เพียงครึ่งความกว้าง ครึ่งที่เหลือว่างเพราะไม่มีรูปให้ลาก

ชายชราไม่โผล่ที่ชั้นผา เรือนสามหลังแรกยังดับ ลานที่เราฝึกถูกกวาดเป็นวงว่าง วงนั้นไม่มีชื่อเรา

[ระบบ] เงาขั้นสี่ยังไม่ถึงตัว — กวาดได้แค่ร่อง — ห้ามย้อนไปปิดร่อง — ห้ามเปิดห่อ

"อย่าปิดร่อง" มินพูดราวกับได้ยินคำในหัวฉัน "ปิดคือวาดเส้นให้มัน เปิดทางไว้ แล้วเข้าหมอก"

โขมรับคำนั้นด้วยการก้าวช่วงสุดท้าย "หมอกหนาแล้ว เดินชิดซ้าย ขวาเป็นหน้าผา"

เราชิดซ้าย ห่ออยู่ชิดอก กล่องอยู่ชิดอัน โคมคว่ำอยู่ในมือเด็กที่ไม่ได้จุด

ข้างหลัง ลมกวาดครึ่งร่องยังตามมาช้า ๆ และเงาที่ไม่มีหน้าเริ่มเลื่อนออกจากโค้ง ไม่ใช่เพื่อทักเรา เพื่อกวาดทางที่รองเท้าเราเพิ่งทำให้มีร่อง

ฉันไม่ทักมัน

ฉันไม่ให้ใครทิ้งของไว้บนทางลงเพื่อล่อ แม้ก้อนเล็กก็ไม่ทิ้ง จินยีกุมโคมคว่ำจนพ้นหมอกชั้นแรก ลิลี่เดินประกบโดยไม่บังทางโขม อันให้กล่องอยู่ต่ำกว่าแนวที่ลมกวาดจะอ่านเป็นเส้น มินปิดท้ายและไม่เรียกชื่อใครดัง ๆ

และเงาครึ่งตราหันมาทางหมอกที่เรากำลังเข้า… ยังไม่มีตัวคนให้สู้