📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 72 จาก 135

ตอนที่ 72: ครึ่งที่กวาดไม่ครบ

หมอกนอกเรือนหนากว่าหมอกบนชั้นผา แต่หนาไม่พอให้ลืมเสียงกวาดข้างหลัง

[ระบบ] เงาขั้นสี่ยังไม่ใช่ตัวคน — กวาดพื้นที่ที่ทิ้งไว้ — ห้ามเผชิญหน้า — ห้ามปล่อยพลังสายฟ้า — ห้ามเปิดห่อ — ห้ามเปิดกล่อง — ห้ามจุดโคม

โขมไม่ให้เราหยุดที่ปากป่า "หยุดตรงนี้คือยืนให้ครึ่งร่องหาปลายเท้า เดินเข้าหมอกก่อน แล้วค่อยหันฟัง"

เราเดินอีกยี่สิบก้าวจนเหลี่ยมเรือนหาย เหลือแค่ชั้นผาเป็นเส้นเทา ฉันจึงหันได้หนึ่งครั้ง

ที่ลานหลังเรือน วงกวาดกว้างกว่าวงที่เราไม่เคยวาด มันกวาดซอกที่เราหลับ กวาดทางแคบ กวาดร่องดำได้ครึ่งความกว้าง ครึ่งที่ขาดของเงายังขาด ลมกวาดจึงขาดเป็นช่วง ๆ ไม่ต่อเป็นตาข่าย

มินยืนครึ่งก้าวหลังฉัน ไม่ให้ตัวนางพ้นหมอก "มันกวาดที่เราอยู่ ไม่กวาดที่เราเป็น เรือนยังดับ ชายชราไม่โผล่ มันยังหาตัวไม่เจอ"

"อย่าดีใจ" ลิลี่ว่า "หาไม่เจอไม่เท่ากับเลิกหา"

จินยีไม่หัน โคมคว่ำชิดท้อง "หนูได้ยินผ้าลมผ่านหินค่ะ ไม่ได้ยินเสียงคน"

"เพราะยังไม่มีคน" ฉันตอบ "มีแต่เงาของมือที่ตราไม่ครบ ตราครบเมื่อมีใครไปยืนให้มันมีคู่"

อันมองกล่องไม่มองลาน "ฝาไม่คลิกแม้ลมกวาดจะมาถึงปากร่อง ข้าไม่เปิดให้ลมเข้า"

เงาเลื่อนออกจากโค้งได้ครึ่งตัว ครึ่งที่เหลือเหมือนถูกลากอยู่กับมุมบานที่เราไม่ได้เห็น มันไม่มีไหล่ครบ จะยกมือกวาดทั้งสองข้างไม่ได้ ข้างหนึ่งกวาด อีกข้างว่าง ว่างนั้นไม่ใช่ช่องให้เราพุ่งเข้า

[ระบบ] ช่องว่างของเงาไม่ใช่ช่องโจมตี — เป็นตราที่หัก — ชนช่องนั้นเท่ากับวาดรูปให้ครบ — ห้ามชน

"ได้ยินในหัวหรือยัง" มินถามฉัน

"ได้ยิน" ฉันว่า "ไม่ชน"

โขมคุกเข่าแตะดินป่านอกเรือน "ดินที่นี่ไม่รับร่องเท้าง่ายเท่าแผ่นหิน รองเท้าเรายังทิ้งรอยอ่อน รอยอ่อนกลบได้ด้วยหมอก ถ้ายืนนิ่งเกินหนึ่งลม รอยจะเข้ม"

"หนึ่งลม" ลิลี่รับ แล้วนับในใจจนหมอกเลื่อนผ่านข้อเท้าจินยี "พอ เดินต่อ"

ก่อนเข้าป่าลึก ฉันขอให้แถวหยุดหนึ่งลมที่กำแพงหมอก ไม่ใช่เพื่อสู้ เพื่อดูว่าเรือนยังไม่ถูกเผาเป็นรูป

ลานที่ถูกกวาดยังเป็นวงขาด วงขาดไม่ลามขึ้นหลังคาเรือน สามหลังแรกยังดับ ไม่มีโคมตอบเงา ช่องที่ชายชราหายเข้าไปยังไม่มีลมกวาดพุ่งเข้า เป็นช่องว่างที่ไม่มีร่องเท้า

"มันกวาดของที่มีรอย" มินว่า "ไม่กวาดของที่ไม่มีเส้น เรือนเลยยังอยู่ และท่านเลยยังไม่ถูกดึงออกมา"

จินยีหุบคำถามที่สองไว้ได้เอง นางแค่กระซิบ "หนูไม่เรียกท่านค่ะ"

"ดี" ลิลี่ว่า

อันมองรอยเท้าตัวเองบนดินอ่อน "รอยข้าเริ่มตรงเกิน ตรงเกินมันอ่านง่าย"

โขมให้ทั้งแถวย่ำทับคนละมุมก่อนจะลึกเข้าไป "ทับครั้งนี้ครั้งเดียว อย่าทับเป็นแถวสวย ๆ แถวสวยคือเส้น"

เราทับจนรอยตรงเสียรูป ห่อของฉันไม่ลงดินระหว่างทับ กล่องของอันไม่ลงดิน โคมของจินยียังคว่ำ

เมื่อวงกวาดใหม่เริ่มที่รอยเก่า มันลากไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วขาด เพราะครึ่งตราไม่จรด และเพราะรอยที่เราทับไม่ยอมเป็นเส้นให้มันต่อ

"ขาดอีกแล้ว" มินว่า "ขาดแล้วมันจะถอยไปดึง เราใช้ช่วงดึงนี้เข้าป่า ไม่ใช้ช่วงนี้วิ่งกลับไปดูเรือน"

"ไม่มีใครกลับ" ฉันสั่ง

ลิลี่ดึงจินยีให้หันหน้าเข้าป่า "เรือนอยู่ข้างหลังได้ โดยไม่ต้องลาดัง ๆ"

จินยีก้าว "ไม่ลาดังค่ะ"

ลมกวาดวนอยู่ที่รอยเก่า วนไม่ปิด และไม่ตามทันกำแพงหมอกที่เราเดินทะลุเข้าไปอีกชั้น

เราเดินลึกเข้าป่า ต้นไม้เตี้ย ใบชื้น ไม่มีลูกดิ่ง ไม่มีโคมเรือน ทางไม่ใช่ถนน เป็นช่องระหว่างรากที่โขมเลือกเพราะไม่ส่งเสียง

ข้างหลัง เสียงกวาดเปลี่ยนจากหินเป็นลมผ่านใบ มันตามมา แต่ตามไม่สนิท ทุกครั้งที่ครึ่งเงาขาดจังหวะ กวาดจะบางลงหนึ่งชั้น แล้วหนาขึ้นเมื่อมันลากครึ่งที่เหลือตามมา

"มันเสียจังหวะทุกครั้งที่ตราไม่ครบ" มินพูด "เสียนานพอให้เราเดิน ไม่เสียนานพอให้เราหยุดตั้งหลักสู้"

"ไม่ตั้งหลักสู้" ฉันยืนยัน "ตั้งหลักเดิน"

จินยีสะดุดรากเล็ก ลิลี่รับศอกนางก่อนโคมจะทักพื้น "ยกเข่า สูงกว่านั้นอีกนิด"

"ยกแล้วค่ะ" จินยียกโดยไม่จุดอะไร

อันเดินคร่อมราก ไม่ให้ก้นกล่องครูด "ฝาอยู่เหนือราก ข้าไม่ให้ดินเปื้อนร่องฝา"

ฉันกอดห่อให้มุมผ้าชี้ลง ไม่ชี้ไปทางเสียงกวาด แหวนที่ข้อมืออุ่นเป็นจังหวะคู่ ไม่ใช่จังหวะเดียว "คู่ยังอยู่" ฉันบอกมิน

"คู่ยังอยู่ และช่วงระหว่างคู่สั้นลง" นางตอบ "สั้นลงไม่ใช่หาย ช่วงนี้ยังเดินได้"

โขมชี้ช่องซ้ายที่หมอกหนาเป็นกำแพงเตี้ย "เข้ากำแพงนั้น เงาที่กวาดครึ่งหนึ่งจะเสียขอบ อีกครั้ง"

เราเข้ากำแพงหมอก เสียงใบด้านหลังแผ่วลง ฉันนับก้าวถึงสิบสองก่อนมินจะพูด

"มันหยุดที่ขอบหมอกหนา" นางว่า "ไม่ใช่เพราะกลัวหมอก เพราะครึ่งที่ขาดลากขอบไม่ครบ มันกวาดหน้ากำแพง ยังไม่กวาดในกำแพง"

ลิลี่ไม่ยิ้ม "กำแพงหมอกเดินได้ ไม่ใช่ประตูปิด"

"เดิน" ฉันว่า

เราเดินในหมอกหนาจนชั้นผาหายสนิท เรือนลับอยู่ข้างหลังทั้งหลัง ไม่มีเสียงชายชรา ไม่มีเสียงระฆัง เพราะเรือนนี้ไม่มีระฆังอยู่แล้ว ฉันไม่เรียกท่าน

จินยีกระซิบ "ท่านอยู่ได้ไหมคะ"

"อยู่ได้ถ้าเราไม่ย้อนไปทำให้ร่องเท้านำมันกลับเรือน" ลิลี่ตอบ "คำถามนี้ถามครั้งเดียวพอ"

จินยีพยัก และไม่ถามซ้ำ

อันฟังฝากล่องอีกครั้ง "ยังไม่คลิก แม้หมอกจะชื้น ชื้นไม่เท่ากับเปิด"

โขมหยุดที่รากใหญ่ที่กั้นช่องทาง "ข้างหน้าป่าลึกกว่า รากถี่ เงาที่กวาดเป็นวงจะเดินช้ากว่าคนที่เดินเป็นแถว ถ้าแถวไม่แตก"

"แถวไม่แตก" ฉันสั่ง "โขมนำ ฉันกลาง ลิลี่กับจินยีชิด กล่องอย่าล้ำหน้าห่อ มินปิดท้าย ใครได้ยินจังหวะกวาดสนิทให้พูดคำเดียว ไม่ต้องอธิบาย"

"คำเดียวคือ มา" มินรับ "ตอนนี้ยังไม่มาสนิท"

เราลัดรากอีกช่วง เสียงกวาดวนอยู่ที่ขอบหมอกที่เราทิ้ง ไม่ได้ตัดหน้า มันยังกวาดพื้นที่ ไม่ได้กวาดตัว

ฉันเหลือบผ่านช่องใบครั้งหนึ่ง เห็นครึ่งเงาที่ขอบป่า ไม่มีหน้า ข้างที่ขาดยังชี้ไม่สุด ลมกวาดเป็นวงบนดินที่เราเดินผ่านแล้ว วงนั้นไม่ปิด เพราะครึ่งหนึ่งของมือไม่มีตราจะลากเส้นให้จรด

วงไม่ปิด ไม่ได้แปลว่าเราชนะ มันแปลว่ามันยังวาดไม่เสร็จ และมันจะวาดต่อถ้ามีใครเข้าไปยืนในวง

[ระบบ] วงกวาดไม่ปิด — ห้ามเข้าวง — ห้ามย้อน — เงายังตามพื้นที่ ไม่ตามชื่อ

"อย่าเข้าวง" ฉันพูดให้ทั้งแถว

ไม่มีใครเข้า โขมเลือกช่องที่วงกวาดไปไม่ถึง เพราะวงไปไม่ถึงที่หมอกหนาเกินกว่าครึ่งเงาจะลาก

มินฟังจนแน่ใจ "มันถอยครึ่งก้าวเพื่อลากครึ่งที่ขาดมาต่อ ถอยไม่ใช่เลิก มันจะกวาดใหม่เมื่อครึ่งนั้นมาถึง"

"ระหว่างที่มันลาก เราลึกเข้าไปอีก" ฉันว่า

ลิลี่ผลักจินยีให้พ้นช่องใบที่มองเห็นวง "อย่าให้ตานางไปเป็นจุดในวง"

จินยีหลบตา "หนูไม่มองแล้วค่ะ"

อันเดินอ้อมวงที่มองไม่เห็นแต่รู้ว่าอยู่ข้างหลัง "กล่องไม่ย้อน"

ห่อในอกฉันนิ่ง ผ้าไม่ร้อนเป็นจุด แหวนยังอุ่นเป็นคู่ ฉันไม่เปิดทั้งสองอย่าง

ป่าลึกขึ้น แสงเทาบางจนโคมที่คว่ำไว้ดูเหมือนจะอยากมีประโยชน์ ฉันส่ายหัวก่อนจินยีจะถาม "ยังไม่จุด แสงในวงที่ยังไม่ปิดคือเส้นให้มันลาก"

จินยีกระซิบว่า "หนูรู้ค่ะ" และกดไส้โคมไว้กับผ้า

ข้างหลัง ครึ่งเงาลากตัวเองพ้นขอบหมอกได้หนึ่งช่วง วงกวาดใหม่เริ่มที่ดินซึ่งรองเท้าเราทิ้งรอยอ่อนไว้

มินพูดคำที่นางเก็บไว้ "มา"

ไม่สนิท แต่มาแล้ว

โขมเลือกช่องที่รากบังหลังแถว "ช่องนี้วงกว้างเดินไม่ได้ ถ้ามันจะตาม มันต้องหด และหดแล้วตราที่ขาดจะยิ่งไม่จรด" ฉันพาห่อเข้าช่องนั้นโดยไม่หันไปทักวง ลิลี่ปิดปีกให้จินยีพ้นช่องใบ มินฟังจนได้คำว่ามา แล้วไม่เพิ่มคำที่สอง

จินยีไม่หันไปดูวงที่ขาด แม้จะได้ยินใบไหว "หนูเดินค่ะ" ลิลี่ตอบด้วยการก้าวพร้อมนาง ไม่ใช่ด้วยคำปลอบยาว

และวงที่ยังไม่ปิดเริ่มลากตามรอยอ่อนของเรา… ช้ากว่าแถวหนึ่งช่วง ยังไม่ใช่การสู้