📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 52 จาก 135

ตอนที่ 52: ถ้ำหลังม่านน้ำ

ม่านน้ำตกเย็นกว่าห้วยที่เราเดินมา ฉันลอดช่องซ้ายโดยไม่ให้ชายผ้าครูดหิน

ข้างในมืดสนิทชั่วลมหนึ่ง แล้วความชื้นก็เปลี่ยน กลิ่นใบเน่าหาย เหลือกลิ่นหินเปียกกับไอเย็นที่ไม่ได้มาจากน้ำดาว

[ระบบ] เข้าโพรงหลังม่านแล้ว — คลื่นทมิฬยังอยู่เหนือปาก ไม่ตามเข้า

"หยุดที่เพดานต่ำ" ฉันพูด "ห้ามเปิดห่อ ห้ามจุดโคม ห้ามปล่อยฟ้า"

โขมยืนปากช่อง กดหมอกให้ผนึกช่องว่างด้านหลังม่านอีกชั้น รอยสักวิหคจางจนแทบไม่เห็น "หมอกข้าปิดรอยน้ำกระเพื่อมได้ครู่หนึ่ง ครู่หนึ่งไม่ใช่ทั้งคืน"

อันหันลมออก ไม่หันลมเข้าถ้ำ "กลิ่นคนจะย้อนปากถ้าข้าพัดผิดทาง ข้าตัดที่ม่าน หญ้าหยาดนภาไม่ใช้ที่นี่"

ลิลี่ให้จินยีชิดผนังด้านใน กระบี่อยู่ในฝัก "พื้นเอียงลง ใครถอยจะไถลกลับม่าน"

จินยีคลำหินด้วยฝ่ามือที่ไม่ได้ถือโคม "ผนังเย็นค่ะ ไม่ลื่นเท่าหินในห้วย"

มินไม่เข้าทันที นางฟังน้ำด้านนอกจนหยดหนึ่งตกจากเพดานลงแอ่งดังเปาะ แล้วนางจึงก้าวตาม "คลื่นทมิฬกวาดผิวน้ำเหนือปากไปเมื่อครู่ มันยังไม่ชี้ถ้ำนี้ เพราะหมอกกับน้ำช่วยกระจาย แรงกดป่าเหนือยังอยู่ฝั่งคฤหาสน์ ไม่ได้ลงมาในโพรง อย่าทำให้หยดตกเป็นจังหวะให้มันนับ"

ฉันกอดห่อไว้สูงกว่าเอวน้ำที่ยังไม่ถึง ลมหายใจในผ้าแผ่วลงกว่าตอนอยู่ริมม่าน ไม่เร่ง ฉันไม่เรียก และไม่แง้ม

แหวนร้อนจัดเมื่อเราลึกเข้าไปสามก้าว หัวแหวนชี้ลงตามพื้นเอียง ไม่ชี้ย้อนม่าน ฉันหน่วงสายฟ้าจุลภาคไว้ที่ขอบแหวน แกนเมฆาครามสั่นเป็นจังหวะ แต่ไม่รั่วเป็นแสง

โพรงลาดลง ผนังเริ่มมีร่องที่นิ้วคลำแล้วไม่ใช่รอยน้ำเซาะ มินให้ทุกคนหยุดโดยยกมือ ไม่ใช่โดยเสียงดัง

"อักขระ" นางกระซิบ "เย็นแบบหินจำของเก่า ไม่เย็นแบบน้ำค้าง อย่าอ่านมันว่าประตูยัง มันยังเป็นผนัง"

โขมแตะร่องด้วยหลังนิ้ว ผ้าคลุมเปลี่ยนสีตามหินเปียก "หมอกข้าเบาลงเองเมื่อชนร่องนี้ ถ้ำดูดไอ ข้าไม่ปล่อยเพิ่ม เพิ่มแล้วมันจะจำสีหมอก"

อันสูดแล้วยั้งลม "กลิ่นคนจางในนี้ดีกว่าในห้วย แต่กลิ่นแกนยังเป็นเส้นที่ข้อมือเจ้า หน่วงต่อ"

เราเดินลึกโดยไม่พูดพร่ำ น้ำในแอ่งด้านหลังม่านส่งเสียงเป็นครั้งคราวเมื่อหยดตก ฉันฟังว่าหยดไม่เป็นแถว ถ้าเป็นแถว แสดงว่ามีอะไรเคาะเพดานจากข้างบน ไม่ใช่แค่ถ้ำรั่ว

มินพูดเมื่อพ้นโค้งแรก "คลื่นทมิฬเลียบลำน้ำเข้าใกล้ปากห้วยขึ้น ยังไม่ระบุตัวเรา หัวหน้าหน่วยไม่ได้อยู่เหนือเพดานนี้ อย่าเงยไปหาเสียงป่า"

จินยีสะดุดรากหินเตี้ย นางยั้งได้ก่อนจะคว้าห่อ ลิลี่รับศอกนางไว้ "ดีที่ยั้ง ครั้งหน้าบอกก่อนถ้ารากเตี้ยซ้ำ"

"รากเตี้ยอีกอันด้านซ้ายค่ะ" จินยีกระซิบ "หนูคลำเจอแล้ว"

ฉันเบี่ยงขวาตามคำนาง ห่อไม่ครูด แหวนกระตุกแรงขึ้นเมื่อเราพ้นรากชุดนั้น แสงสีครามจางผุดบนผนังลึก ไม่วาบ ไม่พอให้โคมจำเป็น แค่พอให้ตาจับกรอบสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้เกิดจากน้ำเซาะ

ประตูหิน

ไม่มีใครวิ่งเข้าหา โขมยกมือกันแถวไว้ที่ระยะสามก้าว "แสงนั้นตอบแหวน ไม่ตอบคน อย่าเอาตัวไปทาบก่อนรู้ว่ามันขอดอะไร"

มินหรี่ตาสีม่วง "ไม่ใช่คลื่นทมิฬ ไม่ใช่แรงกดขั้นสี่ เป็นกลไกในหิน มันตื่นเพราะหัวแหวน ไม่ใช่เพราะเราพูด"

[ระบบ] พบห้องผนึกสายเมฆาคราม — เปิดต้องใช้ตราและสายเลือด ห้ามใช้ของในห่อ

ฉันอ่านบรรทัดนั้นแล้วกดแหวนไว้กับแขนเสื้อ ไม่ให้โลหะแตะกรอบประตู "ไม่ได้ให้ เลือดก็ไม่ได้ให้ ของในผ้าไม่ใช่ตรา"

ห่อขยับหนึ่งครั้ง สั้น ไม่ใช่การดิ้นออก ลมหายใจแผ่วติดขัดแล้วกลับจังหวะเดิม ฉันถ่ายความอุ่นจากวงปราณขั้นสามผ่านผ้า โดยไม่แง้ม และไม่เรียกชื่อ

"มันตอบประตู" มินพูด "ตอบไม่เท่ากับยอมเปิด อย่าสับสนสองอย่าง"

ลิลี่มองกรอบหิน "ข้าฟันประตูนี้ไม่ได้ และไม่ควรลอง เสียงเหล็กในถ้ำจะเดินขึ้นม่าน"

อันว่า "กลิ่นเลือดถ้ามี จะย้อนปากเร็วกว่ากลิ่นเท้า อย่าเพิ่งมี"

โขมส่ายหน้า "หมอกปิดม่านได้ ไม่ปิดประตูที่อยากตื่น ข้าไม่ช่วยมันตื่น"

จินยีกอดโคมดับแน่น "หนูไม่จุดแม้แสงครามจะน้อยค่ะ"

ฉันพยัก แหวนร้อนจนข้อนิ้วชา แต่ฉันไม่ทาบมันลงร่อง แสงบนกรอบกระพริบหนึ่งที ราวกับรอ แล้วไม่ดับสนิท

ด้านนอก ม่านน้ำมีเสียงกวาดผ่าน ต่ำ ไร้ตัว คนละอย่างกับหยดเพดาน มินหน้าตึง "ทมิฬเฉียดปากอีกครั้ง ยังไม่เข้า ถ้าประตูนี้ดัง มันจะมีเหตุให้เลี้ยว"

"งั้นไม่ดัง" ฉันพูด "พักที่โค้งนี้ ไม่ทาบประตู ไม่เปิดห่อ ไม่ย้อนม่าน"

โขมให้ทุกคนย่อต่ำกว่าแนวแสงคราม "แสงนั้นพอให้ตาจับ ถ้าใครยืนกลาง เงาจะทาบกรอบ"

เราหลบด้านข้างประตู ไม่ใช่ด้านหน้า น้ำเย็นซึมข้อเท้าในร่องพื้น ฉันยกห่อพ้นร่อง ชายผ้าแห้ง ลมหายใจในผ้ายังแผ่ว แต่แผ่วยาวกว่าเมื่อกี้หนึ่งจังหวะ ราวกับสิ่งในห่อฟังกลไก โดยที่ฉันไม่ให้มันเห็นประตู

แหวนชี้กรอบหินค้าง ไม่ยอมหันกลับไปหาม่าน

น้ำในร่องพื้นเย็นขึ้นเมื่อเราหลบด้านข้างประตู ฉันไม่ให้ใครนั่ง ยืนย่อพอให้หัวพ้นแนวแสง

หยดจากเพดานเริ่มตกเป็นจังหวะสองครั้งติด โขมชี้เพดานโดยไม่เงยทั้งตัว "จังหวะแบบนั้นเดินออกม่านได้ ข้าจะให้หมอกแตะหินตรงที่หยดจะตก ให้มันแตกก่อนเป็นเสียง"

นางทำ หยดแตกบนหมอกบาง เสียงหาย ฉันนับในใจสามลม ไม่มีหยดที่สามเป็นแถว

อันกดลมที่มุมปากโค้ง "มีไอคนจะย้อนออกไปกับหยด ข้าตัดแล้ว ไม่ได้ตัดแกน แกนยังอยู่ข้อมือเจ้าตามเดิม"

จินยีขยับเท้าหนีร่องน้ำโดยไม่คว้าผ้า "พื้นยุบด้านขวาค่ะ หนูจะไม่เหยียบซ้ำ"

ลิลี่จำรอยนั้นด้วยการวางส้นตัวเองบนหินแห้ง "ดี รอยน้ำไม่ใช่ทางเดิน"

มินฟังนานกว่าที่ฉันอยากให้เงียบ แล้วนางส่ายหน้าในทางที่ดี "ทมิฬกวาดผ่านปากอีกเที่ยว เที่ยวนี้เร็วกว่าเที่ยวแรก มันไม่เลี้ยว เพราะไม่มีเสียงเหล็ก และไม่มีแสงฟ้า อย่าเพิ่งโล่งจนพูดดัง"

ฉันพยัก แหวนยังชี้กรอบประตู ฉันบิดมันเข้าแขนเสื้ออีกครั้งเมื่อมันอยากกระโดดออกไปทาบร่อง ขั้นสามร้อนในเส้นแขน พอกลบ ไม่พอเคาะหินให้ดัง

ห่ออุ่นผิดจังหวะหนึ่งครั้ง ฉันกดชายผ้าให้มิดก่อนความอุ่นจะถึงขอบ "ยังไม่เปิด" ฉันพูดกับตัวเองดังพอให้ลิลี่ได้ยิน

"ข้าได้ยิน" นางตอบ "และข้าไม่ให้ใครเข้าใกล้กรอบเกินศอก"

โขมพบร่องด้านข้างของโค้งที่ไม่ใช่ประตู "หินที่นี่มีลายเมฆาจาง จำทางได้ จำไม่เท่ากับเปิด ข้าจะไม่ลูบให้มันตื่นเพิ่ม"

อันยืนยันกลิ่นที่ร่องนั้นเป็นหินเก่า ไม่ใช่เลือด และไม่ใช่คนนอก "ปลอดภัยพอให้ยืนพัก ไม่พอให้จุดโคม"

จินยีหันปากโคมเข้าหาท้องตลอด "หนูจำได้ค่ะ"

เราพักโดยไม่เรียกสิ่งในห่อ และไม่ตอบแสงครามที่ยังกระพริบรอตรา

ลิลี่ขยับให้จินยีพ้นร่องที่พื้นยุบ "ยืนบนหินแห้ง แห้งไม่นาน แต่นานพอให้ข้าดูประตูโดยไม่ให้หนูไถล"

จินยีพยัก "หินแห้งด้านซ้ายของข้าค่ะ หนูไม่ขยับไปกรอบ"

ฉันฟังม่านด้านนอกอีกครั้ง เสียงกวาดจางลง ไม่ได้หายทั้งเส้น มินบอกว่าจางแบบนั้นคือคลื่นผ่าน ไม่ใช่คลื่นตั้งหลัก "ผ่านแล้วอย่าตามออกไปดู ดูคือย้อน"

โขมปิดช่องที่หมอกของนางบางลงเองเพราะถ้ำดูดไอ "ข้าเติมแค่ปากโค้ง ไม่เติมหน้าประตู หน้าประตูมีแสงของมัน แสงกับหมอกปนกันแล้วมันจะจำสีข้า"

อันว่าเส้นกลิ่นที่ข้อมือฉันยังบาง "บางพอให้พักได้ ไม่พอให้วางแหวนลงร่อง ร่องนั้นอยากได้มากกว่ากลิ่น"

ฉันไม่วาง ห่ออยู่ระดับอก ชายผ้าแห้งแม้พื้นจะมีน้ำ ลมหายใจในผ้ายาวหนึ่งจังหวะแล้วกลับแผ่ว ฉันใช้จังหวะนั้นเป็นเครื่องวัดว่ากลไกยังไม่ได้เรียกสิ่งในผ้าออกมา

"ยังไม่เรียกชื่อ" ฉันบอก

"อย่าเป็นคนเริ่ม" มินตอบ

โขมให้ทุกคนเปลี่ยนเท้าโดยไม่เดินเข้ากรอบ "ยืนนิ่งนาน วงน้ำในรองเท้าจะเป็นจังหวะ ขยับครั้งเดียวพอ"

อันรับคำนั้นด้วยการกดกลิ่นตรงรอยเท้าใหม่ "ขยับได้ อย่าขยับพร้อมกันหกคน"

ฉันขยับคนสุดท้าย ห่อไม่ต่ำลง แสงบนประตูยังรอ และยังไม่ได้รับอะไรจากเรา

และแสงครามบนประตูก็ไม่ยอมดับ…