📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 31 จาก 135

ตอนที่ 31: ริมน้ำนอกกำแพง

ละอองแม่น้ำดาวเย็นปะหน้า กำแพงศิลาคฤหาสน์ม่วงอยู่หลังเราแล้ว ไม่ใช่ที่ปลอดภัย แค่ที่พ้น

[ระบบ] คลื่นพิกัดทมิฬระดับสูงนอกกำแพงเมือง — ไม่ใช่หัวหน้าขั้นสี่

แดงกะพริบต่างแดงในช่องคฤหาสน์ ห่างในความมืดมีแรงกระเพื่อม ไม่มีร่าง อุณหภูมิต่ำลง หยาดน้ำค้างเกือบเป็นเกล็ด

ห่อผ้าในแขนฉันสั่นเบา ลมหายใจแผ่วใต้ผ้า ฉันกอดแน่น ไม่เปิด ไม่ดูหน้า

"อย่าเปิด" ฉัน

ลิลี่ "ห้าม"

อัน "ขั้นสี่สวนยังไม่พ้นลาน อย่าชนตรง"

มิน "คลื่นนี้ไม่ใช่คนลาน ไม่ใช่ของข้า"

โขมผ้าคลุมกลืนตลิ่ง "เลี่ยงสวน เลียบน้ำ"

จินยี "หนูไม่ดูค่ะ"

แรงกดจากสวนจางเป็นช่วง แรงกดจากคลื่นนอกเมืองไม่จาง แผ่ตามน้ำลงท้ายน้ำ

แหวนอุ่นพ้องห่อ ยืนยันสายเลือดแนบกาย ไม่ใช่คำสั่งให้เปิด

ฉันหน่วงปราณขั้นสาม ห้ามประลองทั้งขั้นสี่ทั้งคลื่นมืด

เราเลาะตลิ่งต่ำ หินลื่น ห่อเอียงไม่ให้ชาดโชว์ โขมคลุมเป็นย่ามเปียก

ยามบนกำแพงตะโกนในสวน ไม่ลงน้ำ ค้นลานต่อ

ดี

ไม่จบ

คลื่นท้ายน้ำรอเป็นบ่อนใหม่ แหวนชี้ลงน้ำ ไม่ชี้ประตูเมือง

ลิลี่จับข้อมือฉันเมื่อฉันเกือบลื่น "ห่อ"

"กอดอยู่" ฉัน

อันกักลมฝีเท้า มินอ่านรอยตลิ่ง จินยีเกาะชายเสื้อ โขมนำทางไม่นำทีม

จินคงขั้นสาม หนีสำเร็จไม่ใช่บ่อน้ำทิพย์

เดินตามแหวน

หินตลิ่งลื่นจากตะไคร่ ฉันวางส้นก่อนปลายเท้า ห่อเอียงเข้าอก ชาดไม่โชว์ต่อน้ำ

ยามบนกำแพงตะโกนชื่อตำแหน่งในสวน ไม่ตะโกนลงน้ำ คนขั้นสี่ไม่ย่อเกียรติลงโคลนอีกครั้ง ช่องนี้ยังมี

ลิลี่จับข้อมือฉันเมื่อเท้าฉันเกือบลื่น "ห่อ"

ฉัน "กอดอยู่"

อันกักกลิ่นแผลสะเก็ดหลังมือ "อย่าให้เลือดเป็นเส้นบนหิน"

โขมคลุมย่ามเปียก กลิ่นกำยานเจือแม่น้ำ "พอพรางตาคน ไม่พรางคลื่นไร้ร่าง"

มินย่อฟังผิวน้ำ "กระเพื่อมมาจากท้ายน้ำ ไม่จากสวน"

จินยีเกาะชายเสื้อ ไม่เกาะห่อ "หนูหนาวค่ะ ไม่ดู"

ละอองเย็นจนน้ำค้างเกือบเป็นเกล็ด ห่อในแขนสั่นเบา ลมหายใจแผ่ว ฉันกอดแน่นขึ้นแล้วผ่อน ไม่ให้รัด

แหวนอุ่นพ้องผ้า ไม่ใช่คำสั่งเปิด เป็นการยืนยันว่าสายเลือดยังแนบกาย

ฉันหน่วงสายฟ้าขั้นสามจนขมับร้อน ห้ามประลองทั้งคนลานทั้งคลื่นมืด หนีสำเร็จไม่ใช่บ่อน้ำทิพย์

เราเลาะต่ำตามโขม โขมนำทางไม่นำทีม ลิลี่ท้าย อันท้ายลม มินอ่านรอย ฉันกลางกอดห่อ

ชาวประมงไม่มีในโค้งนี้ โป๊ะผุ เชือกขาด ฉันไม่ขึ้นโป๊ะ เรือบนน้ำดำคือเป้า

ระบบแดงกะพริบคนละจังหวะกับแดงในช่องคฤหาสน์ นี่คลื่นใหญ่กว่าบ้านหลังหนึ่ง ทูตแห่งมืดยังไม่ลงเท้า

ลิลี่กระซิบ "ซอกหินหน้าโค้ง"

มิน "พอหกคนถ้างอ"

ฉัน "เข้าเมื่อข้าพยัก ไม่ก่อน"

แรงกระเพื่อมใกล้ขึ้น ผิวน้ำสั่น อุณหภูมิลด ห่อสะดุ้งแล้วมุดลึกในผ้า

อย่าเปิด

โค้งหินบังกำแพงม่วงแล้ว ฉันยอมให้จินยีพักหลังโขด ห้ามคน ห่อบนตักไม่บนดิน ชาดห้ามโคลน

ลิลี่ยืนท้ายโขด กระบี่ในฝัก วงพร้อม ไม่ชัก โขมคลุมรอยเท้าน้ำค้าง อันฟังแผลสะเก็ด มินยืนมองผิวน้ำที่กระเพื่อมโดยไม่มีลม

จินยีกระซิบ "หนูขอแค่พัก ไม่ขอดูค่ะ"

ฉัน "พักสั้น"

สิบลม ยี่สิบ แรงกดสวนจางเป็นช่วง แรงกดท้ายน้ำไม่จาง แผ่มาถึงโขด

อัน "พักพอ เดิน"

เราเดิน หินลื่นอีก ลิลี่จับข้อมือฉันก่อนลื่น ห่อยู่ในแขนตลอด

มิน "ซอกหน้าโค้งถัดไป ครึ่งชั่วยามคลื่นถึง"

ฉัน "เข้าซอก"

โขมนำ หมอกบางกลืนบาก เราเบียด หกคนงอ ห่อเอียง ชาดมิด

ยามบนกำแพงยังตะโกนในสวน ไม่ลงน้ำ ดี ไม่จบ คลื่นรอเป็นบ่อนใหม่ แหวนชี้ลงน้ำ ไม่ชี้ประตูเมือง

จินคงขั้นสาม หนีสำเร็จไม่ใช่บ่อ

ผิวน้ำหน้าซอกเริ่มสั่น

ซอกโขดรับเราแบบงอ ฉันหมุนห่อตามยาวอีกครั้งก่อนเบียด ชาดไม่ครูด

ลิลี่กระซิบ "ครึ่งชั่วยามตามระบบ"

อัน "ข้าพร้อมกัก"

มิน "อย่าให้สองอย่างสั่นพร้อม"

โขมหมอกบางลงปากซอก จินยีหุบโคม

ผิวน้ำสั่นแล้ว คลื่นมา ตาบอดคลำ ผ่าน ตึงไม่ลด มินยังไม่พยักให้ออก

ฉันหน่วงต่อ ขมับเจ็บ ห่ออุ่น ยังมิด ยามสวนยังไม่ลงน้ำ

รอในหินจนกว่ามินพยัก หรือคลื่นเลี้ยวป่าไผ่ก่อน?

ยามบนกำแพงเปลี่ยนกะ เสียงใหม่ตะโกนค้นห้องคนใช้ คนละปากกับเมื่อกี้ ยังไม่ลงน้ำ

ลิลี่ "คนใหม่ก็ไม่ลง"

อัน "เกียรติขั้นสี่ติดตำแหน่ง ไม่ติดโคลน"

โขม "ดีชั่ว อย่าเยาะ"

จินยี "หนูไม่เยาะค่ะ"

มินแตะหินตลิ่ง "กระเพื่อมถี่ขึ้น ซอกไม่พอถ้ารอครึ่งชั่วยามเต็ม"

ฉัน "เข้าซอกเดี๋ยวนี้"

เราเบียด ห่อตามยาว ชาดมิด โขมหมอกบาง ลิลี่มือบนฝัก อันกักกลิ่นแผล มินฟังน้ำ จินยีหุบโคม

ฉัน "อย่าเปิด"

ลิลี่ "ห้าม"

อัน "อย่าชนตรง"

มิน "ไม่ใช่ของข้า"

โขม "เลียบน้ำ"

จินยี "หนูไม่ดูค่ะ"

ห่อสั่นเบา ฉันผ่อนแขน ชีพจรช้า แหวนอุ่นพ้อง ไม่ใช่คำสั่งเปิด

ผิวน้ำสั่น อุณหภูมิลด คลื่นใกล้ปากซอก ตาบอดคลำกลิ่น ผ่านรอบแรก ตึงไม่ลด

ลิลี่ "ยังไหว"

ฉัน "ยัง อย่าออก"

มินยังไม่พยัก รอต่อในหิน ขมับเจ็บ เด็กหายใจติดผ้า นางปรับ

คลื่นเลี้ยวหรือเข้าซอก ยังไม่รู้

ในซอกฉันนับหยดน้ำจากเพดานหิน สิบเอ็ด สิบสอง ไม่ตรงกับชีพจรห่อ ดี ที่ไม่ตรง

ลิลี่กระซิบ "ถ้าคลื่นเข้าซอก"

ฉัน "อันตัดกลิ่น โขมกลบชาด ข้าหน่วงแกน อย่าเปิด"

อัน "ตัดได้สั้น อย่าขอทั้งชั่วยาม"

โขม "หมอกบางลงแล้ว"

มิน "กระเพื่อมเลี้ยว ยังไม่เข้า"

จินยี "หนูไหวค่ะ" คำของน้องไม่ใช่แม่แบบ ฉันพยักแล้วกดไหล่ให้ต่ำ

คลื่นกวาดปากซอกรอบสาม เบากว่า ผ่าน อุณหภูมิค่อยกลับ มินยังไม่พยักเต็ม

ฉันหน่วงต่อ ขมับเจ็บ แหวนอุ่นพ้องห่อ สายเลือดแนบกาย ไม่ใช่คำสั่งเปิด กำแพงม่วงอยู่หลังแล้ว ไม่ปลอดภัย แค่พ้น

ยามสวนตะโกนไกลลง ยังไม่ลงน้ำ เกียรติยังซื้อเวลา

มินพยักครึ่ง "ออกได้เมื่อเลี้ยวชัด"

รอเลี้ยวชัด หินดูดเข่า ห่ออุ่นสวนทาง ลมหายใจแผ่วใต้ผ้า ฉันฟัง ยังอยู่ ยังมิด

ลิลี่ "ห่อ"

ฉัน "กอดอยู่"

อันกักแผลสะเก็ดอีกครั้ง "อย่าฉีก"

โขมปรับย่าม "คนดูเป็นของเปียก"

จินยีหุบโคมจนมิด

เลี้ยวชัดเมื่อผิวน้ำกระเพื่อมไปทางหยดไผ่ ฉัน "ออก เลาะ อย่าวิ่ง"

พ้นซอก ตลิ่งลื่น ปากป่าไผ่รอเป็นแอ่งก้อง ระบบยังแดง คลื่นยังไม่ดับ ทูตยังไม่ลงเท้า ขั้นสามคงเดิม

พ้นซอกแล้วเลาะตลิ่ง หยดไผ่ก้องดังขึ้น ฉันไม่ตอบฟ้า

ลิลี่ "ป่าไผ่คือบ่อนใหม่"

อัน "บ่อนไร้ร่าง ชนไม่ได้อยู่แล้ว"

โขม "ข้าพรางตา อย่าให้ข้าพรางคลื่น"

มิน "ไล่กลิ่นแกนแล้ว เข้าดงช้า อย่าวิ่งตรง"

จินยีกำชายเสื้อ "หนูตามค่ะ ไม่ดู"

ฉันกอดห่อเข้ากอแรก รากเปียก ฝนเก่า เปรี๊ยะไกลปากป่า แหวนร้อนชี้ทะลุไม่ชี้ศัตรู

มิน "ชี้ทางหนี"

ฉัน "ตามแหวน"

หกคนคลานร่องแก่ ห่อเอียง ชาดมิด ขั้นสามหน่วง หัวหน้าสวนไม่ลงน้ำ ทูตไม่ลงเท้า คลื่นไร้รูปกรีดไผ่เป็นเส้น

เลี้ยวซ้ายตามอัน เส้นหักว่าง ดีชั่ว ไม่จบ

ดงลึกยังกินแสง ห่อยังมิด ระบบยังแดง

ลิลี่กระซิบติดหลัง "ถ้าไผ่หักทับน้อง"

ฉัน "ดันน้องก่อนลำ" อัน "ข้าบอกจังหวะ" โขม "หมอกต่ำพอตา" มิน "กลิ่นทางแหวน" จินยี "ค่ะ ไม่เปิด"

เราคลานอีกสองร่องแก่ ห่อเอียง ชาดมิด เปรี๊ยะไกลขึ้นทางปาก ใกล้ขึ้นทางดง แหวนชี้ดงตามน้ำ ไม่ชี้ปากที่หัก

มิน "ซอกท้ายใกล้แล้ว"

ฉัน "ลงเมื่อพยัก"

หินเย็นรอ คลื่นไร้รูปยังกรีดไผ่เป็นเส้น หกคนยังงอ ขั้นสามคงเดิม ทูตยังไม่ลงเท้า

เข้าซอกหรือรอหักพ้น?

มินพยักเต็ม เราลงซอกท้ายดง ควันลมหายใจ โขมคลุม ห่อมิด

ลิลี่ "สามลม"

อัน "หักจาง"

ฉันนับ หนึ่ง สอง สาม ระบบตามห้วย แหวนชี้ปากห้วย แอ่งรากรับห่อเหนือน้ำ

คลื่นผ่าน ผ่านชั่ว ไม่ฉลอง แยกสองทิศกำลังมา ห้ามกลาง เลือกห้วย

หินเย็นดูดเข่า ขั้นสามคง ทูตไม่ลง ห่อยังหายใจแผ่ว

ลิลี่ "ลงแอ่งเลยไหม" ฉัน "ลง" อัน "กักบ้าง" โขม "พรางบ้าง" มิน "อย่าขึ้นปาก" จินยี "ไม่เปิดค่ะ"

ห่อเหนือน้ำ ชาดมิด คลื่นจะผ่านหรือแยก ยังไม่รู้?

ฉันกอดแน่นขึ้นหนึ่งลม แล้วผ่อน ยังมิด?