📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 30 จาก 135

ตอนที่ 30: พ้นกำแพงและคลื่นนอกเมือง

ปากคูสวนหลังรับแสงเช้ามัว ดอกไม้สั่น ฉันกอดห่อพ้นน้ำดำ ตะแกรงผุถูกโขมถีบจากใน อันปิดหลังเรา

ลิลี่ดันจินยีขึ้นก่อนนาง มินสุดท้ายฮู้ดเปียก

กำแพงคฤหาสน์สูงด้านขวา เราลอดทางน้ำออกคู สวนท้ายไม่มียาม ยามอยู่ลานหน้ากับขั้นสี่ที่พลาดช่อง

ฉันไม่ดีใจ นับก้าวพ้นกำแพง

[ระบบ] คลื่นพิกัดทมิฬระดับสูง — นอกกำแพงเมืองแม่น้ำดาว ไม่ใช่หัวหน้าขั้นสี่ในคฤหาสน์

แดงกะพริบต่างจากแดงในช่อง นี่ไม่ใช่คนข้ามน้ำเมื่อคืน นี่คลื่นใหญ่กว่า ไกลกว่า ทูตแห่งมืดยังไม่ลงสนามตัวจริง แต่พิกัดนอกกำแพงเมืองแล้ว

โขมขมวด "ไม่ใช่คนในลาน"

อันซีด "ข้าไม่ทักคลื่นนั้น"

มิน "ไม่ใช่ของข้า ไม่ใช่ของห่อล้วน มีชั้นนอกทับ"

จินยีกำชายเสื้อฉัน "หนูกลัวค่ะ แต่ไม่เปิด"

"ไม่เปิด" ฉันกอดห่อแน่น ได้ยินลมหายใจแผ่ว ห้ามเห็นหน้า

แหวนร้อนชี้ท้ายน้ำ ออกจากเมือง ไม่ชี้คฤหาสน์ ไม่ชี้ประตูตะวันตก ไม่ชี้ย้อนท่อเมืองเมฆา

ลิลี่ "ตามแหวน"

อัน "ท่อเมืองเมฆาปิดแล้ว"

โขม "ข้าไม่พาย้อนกรง"

ฉัน "ท้ายน้ำ เดี๋ยวนี้ เลี่ยงสวน เลี่ยงขั้นสี่ที่ลาน"

เราเลาะกำแพงนอก คูเมือง หญ้าริม ห่อในแขน ห้ามโชว์ผ้าชาด โขมคลุมสีกลืนห่อเป็นย่ามเปียก

แรงกดจากคฤหาสน์จาง แรงกดจากนอกกำแพงเมืองไม่จาง แผ่ตามแม่น้ำลงท้ายน้ำ

จินคงขั้นสาม ห้ามบ่อน้ำทิพย์ ห้ามขึ้นขั้นเพราะหนีสำเร็จ

มินเดินข้างฉันไม่แตะห่อ "อย่าถามซ้ำ"

ฉันไม่ถาม

ท้ายน้ำคือมินิอาร์กถัดไป ห่อคือภารกิจ ไม่ใช่ฉากเปิดหน้า

หลังกำแพง ขั้นสี่ยังมีชีวิต พลาดตัวที่ช่อง อาจไล่ต่อนอกสวน

เราไม่รอให้เขาพ้นลาน

เดินตามแหวน

คลื่นพิกัดทมิฬระดับสูงนอกเมือง — ถ้าไม่ใช่หัวหน้าในคฤหาสน์ แล้วเป็นอะไร?

ตะแกรงผุถูกโขมถีบจากใน อันผลักลมปิดปากทางหลังเรา น้ำดำกระเซ็น ดอกสวนสั่น ฉันกอดห่อพ้นคูขึ้นหญ้าริมกำแพง

ลิลี่ดันจินยีขึ้นก่อน แล้วตัวนาง มินสุดท้ายฮู้ดเปียก หันหลังฟังช่อง ไม่มีหัวคนโผล่ทันที แรงกดยังอยู่ในโถง เขาสะดุดม่าน

กำแพงคฤหาสน์สูงด้านขวา ยามลานหน้ายังตะโกนค้น เราลอดทางน้ำออกคูสวนท้ายที่ไม่มีคน ฉันไม่ดีใจ นับก้าว

ระบบแดงกะพริบคนละจังหวะกับแดงในช่อง "คลื่นพิกัดทมิฬระดับสูง นอกกำแพงเมืองแม่น้ำดาว ไม่ใช่หัวหน้าขั้นสี่ในคฤหาสน์"

โขมขมวด "ไม่ใช่คนในลาน"

อันซีด "ข้าไม่ทักคลื่นนั้น คลื่นนั้นใหญ่เกินบ้านหลังหนึ่ง"

มิน "ไม่ใช่ของข้า ไม่ใช่ของห่อล้วน มีชั้นนอกทับ"

จินยีกำชายเสื้อฉัน "หนูกลัวค่ะ แต่ไม่เปิด"

ฉัน "ไม่เปิด" กอดห่อแน่น ลมหายใจแผ่ว ห้ามเห็นหน้า ห้ามฉลองว่าหนีสำเร็จ

แหวนร้อนชี้ท้ายน้ำ ออกจากเมือง ไม่ชี้คฤหาสน์ ไม่ชี้ประตูตะวันตก ไม่ชี้ย้อนท่อเมืองเมฆา

ลิลี่ "ตามแหวน"

อัน "ท่อเมืองเมฆาปิดแล้ว ย้อนคือกรง"

โขม "ข้าไม่พาย้อนกรง"

ฉัน "ท้ายน้ำ เลี่ยงสวน เลี่ยงลาน ผ้าชาดห้ามโชว์"

โขมคลุมสีกลืนห่อเป็นย่ามเปียก กลิ่นกำยานเจือโคลนยังติดผ้า ฉันจำไม่ให้ปนกับกลิ่นแม่น้ำ

แรงกดจากคฤหาสน์จางทีละก้าว แรงกดจากนอกกำแพงไม่จาง แผ่ตามแม่น้ำลงท้ายน้ำ ผิวน้ำกระเพื่อมดำโดยไม่มีเรือ

จินยี "ค่ะ นั่นคลื่นหรือคลื่นลม"

มิน "คลื่น คนไม่ใช่ลม"

ฉันหน่วงสายฟ้าขั้นสามไว้ ห้ามบ่อน้ำทิพย์ ห้ามขึ้นขั้นเพราะแขนยังมีห่อ เพดานพลังยังอยู่ที่ขั้นสาม หัวหน้าในคฤหาสน์ยังไม่ใช่คลื่นนี้

ลิลี่เดินคู่ฉัน กระบี่ในฝักแต่วงพร้อม "ถ้าเขาตามพ้นกำแพง"

ฉัน "ไม่ชนบนถนน เลาะหญ้า เข้าท้ายน้ำก่อนฟ้าสว่างเต็ม"

อันกักกลิ่นเลือดที่หลังมือฉันไม่ให้เป็นเส้น "แผลเล็ก อย่าให้ห่อเปื้อน"

โขมนำทางริม ไม่นำทีม มินอ่านพิกัดไกล "หนาขึ้นทางท้ายน้ำ ไม่ใช่ทางที่เราออก"

เราไม่หยุดนับก้าว จนกำแพงคฤหาสน์เหลือเป็นเงา

ริมแม่น้ำดาวหลังกำแพงคฤหาสน์มีทางหญ้าคนละเส้นกับถนนเกวียน ฉันเลือกหญ้า ห่อกลายเป็นย่ามเปียกในผ้าคลุมโขม ชาดไม่โชว์

ชาวประมงคนหนึ่งยกแหไกลฝั่ง ไม่ทัก เราไม่ทัก อันกักกลิ่นเลือดหลังมือฉันจนแผลแห้งเป็นสะเก็ด

จินยี "หนูขอพักค่ะ"

ฉัน "พักเมื่อพ้นโค้งน้ำ ที่นี่ยังเห็นหลังคาม่วง"

ลิลี่หันหลังเดิน "ข้าเดินท้าย"

โขมนำริม ไม่นำทีม หมอกบางกลืนรอยเท้าบนน้ำค้าง ไม่กลืนคลื่นทมิฬบนผิวน้ำ นั่นคนละชั้น

มินหรี่ตาไปท้ายน้ำ "หนาขึ้น เหมือนน้ำมันบนน้ำ ไม่ใช่คลื่นลม"

ฉันถามแหวน ร้อนชี้ท้ายน้ำจริง ไม่ชี้ย้อน ไม่ชี้คฤหาสน์ ไม่ชี้ประตูตะวันตก

อัน "ท่อเมืองเมฆาปิด ย้อนคือกรง ข้าไม่เข้ากรงซ้ำ"

โขม "ข้าก็ไม่"

แรงกดจากคฤหาสน์จางจนเหลือเป็นเสียงค้นลาง ๆ แรงกดท้ายน้ำไม่จาง แผ่ตามน้ำ เรือไม่มี สัตว์น้ำไม่มี ผิวดำเกินไปสำหรับเช้า

จินยีกำชายเสื้อ "หนูไม่เปิดนะคะ หนูถามเฉย ๆ ว่ามันยังหายใจไหม"

ฉันกอดย่ามฟัง แผ่ว อุ่น "ยัง"

มิน "อย่าฟังบ่อย ฟังบ่อยแล้วอยากดู"

ลิลี่ "ดูแล้วจบ"

ฉันหน่วงสายฟ้าขั้นสาม ห้ามบ่อ ห้ามขึ้นขั้นเพราะหนีได้ เพดานยังอยู่ หัวหน้าในลานยังไม่ใช่คลื่นนี้ ทูตแห่งมืดยังไม่ลงเท้า

เราเดินจนหลังคาม่วงเหลือจุด ห่อในแขนยังมิด คลื่นท้ายน้ำยังรอ

จะถึงปากน้ำก่อนเขาหรือเขาถึงเราก่อน?

โค้งน้ำบังหลังคาม่วงแล้ว ฉันยอมให้จินยีพักหลังต้นไคร้ ห้ามคน ห่อวางบนตักไม่บนดิน ชาดห้ามดิน

ลิลี่ยืนท้ายต้น โขมคลุมรอยเท้า อนกักแผลสะเก็ด มินยืนมองผิวน้ำดำ

จินยีกระซิบ "หนูขอแค่พัก ไม่ขอดูค่ะ"

ฉัน "พัก"

สิบลม ยี่สิบ แรงกดคฤหาสน์จางสนิท แรงกดท้ายน้ำไม่จาง แผ่มาตามน้ำถึงโคนไคร้

อัน "พักพอ เดิน"

เราเดิน ชาวประมงอีกคนไกลฝั่ง แหว่าง ไม่มีปลาเช้านี้ เขาขมวดมองน้ำดำ แล้วเก็บแห ไม่ทักเรา

โขม "น้ำนี้ไล่ปลา ไล่คนก็ได้"

ฉัน "เลาะริม อย่าลงเรือ เรือบนน้ำดำคือเป้า"

แหวนร้อนขึ้นเมื่อโค้งถัดไปปรากฏ คลื่นทมิฬไม่ใช่หัวหน้าขั้นสี่ ไม่ใช่ค่ายสวน ไม่ใช่หมอกโขม ของในห่อสะดุ้งพร้อมคลื่น แล้วมุดลึกในผ้า

อย่าเปิด

ลิลี่ "ตามไหม"

ฉัน "ตามแหวน ท้ายน้ำ ขั้นสามคงเดิม"

จนฟ้าสว่างเต็ม ห่อยังมิด คลื่นยังรอที่ปากน้ำ?

ปากน้ำแม่น้ำดาวกว้างกว่าในเมือง น้ำดำไม่สะท้อนฟ้า ฉันยืนหลังต้นไคร้กอดห่อ ฟังแผ่ว ยังอยู่

ลิลี่ "ลงฝั่งหรือเลาะ"

ฉัน "เลาะ ลงคือเป้า"

โขมหมอกบางกลืนรอย ไม่กลืนคลื่น มินอ่าน "ชั้นนอกทับห่อ ห่อไม่ใช่แหล่งคลื่นนี้"

อัน "ดี อย่างน้อยของในผ้าไม่เรียกมัน"

จินยี "แล้วมันเรียกใครคะ"

ฉัน "ยังไม่รู้ รู้แค่ว่าห้ามเปิด ห้ามชนทูตตัวจริง ห้ามขึ้นสี่"

ระบบแดงนิ่งกว่าในคฤหาสน์ แต่ไม่ดับ พิกัดท้ายน้ำยังหนา

เราเลาะต่อไป หกคน ห่อมิด ขั้นสามคงเดิม จนกว่าโค้งจะบังคลื่นหรือคลื่นจะบังเรา

ปากน้ำไม่มีท่าจอดที่มีคน โป๊ะผุ เชือกขาด ฉันไม่ขึ้นโป๊ะ เลาะดินแข็งหลังต้น

ห่อบนแขนอุ่นเหมือนไข้ต่ำ จินยีอยากแตะ ฉันสั่นหัว น้องหุบมือ

ลิลี่ "ข้าแตะผ้านอกได้ไหม"

ฉัน "นอกได้ ในไม่ได้"

นางแตะชาดชั้นนอก แล้วหุบ "มีชีพจร ช้า"

มิน "ช้าดี เร็วคือวงดูด"

โขมมองน้ำดำ "ปลาไม่มีจริง"

อัน "คนก็ไม่ควรมี เราเลาะ ไม่ลง"

แหวนร้อนสุดที่โค้งถัดไป คลื่นทมิฬชั้นนอกทับห่อ ห่อไม่ใช่แหล่ง ตามมิน

ฉันกอดห่อมิด หกคนเลาะต่อ ฟ้าสว่างเต็มแล้ว เงาเราสั้น เป้าสั้น ต้องเข้าพงก่อนเงายาว

พงไคร้หนาพอกลืนคน ไม่พอกลืนคลื่น อย่างน้อยกลืนตาคนจากคฤหาสน์

เราเข้าพง ห่อมิด คลื่นรอที่ผิวน้ำตรงโค้ง ยังไม่ถึงเท้า

จินยีนั่งยอง โคมมืดในตัก "หนูไม่จุดค่ะ"

ฉัน "ไม่จุด"

ลิลี่เฝ้าหลังพง โขมคลุมรอยเข้า อันฟังแผลสะเก็ด มินยืนมองน้ำมันบนน้ำ

ห่อบนตักฉันอุ่น ชีพจรช้า ตามที่ลิลี่แตะผ้านอก

เราจะเลาะพงนี้จนโค้งบังคลื่น หรือคลื่นจะขึ้นฝั่งก่อน?

ฉันกอดห่อแน่นขึ้นหนึ่งลม แล้วผ่อน ยังมิด