ช่องลมแคบจนแก้มติดหิน ลมดูดปราณเย็นผิดฤดู ฉันคลานด้วยข้อศอก ไม่ด้วยเข่าที่ส่งเสียง
ลิลี่กระซิบติดท้าย "เห็นม่าน"
ช่องเปิดเป็นซี่ระบายใต้พื้นชั้นสอง ม่านผ้าหนาบังแท่นพิธี แสงชาดซึมผ่านเส้นด้าย เงาห่อผ้าอยู่บนแท่น ไม่ใช่บนเกี้ยวแล้ว
มิน "อย่าแตะยันต์วงนอก วงในดูดสายเลือด มือผิดแล้วห่อว่าง"
อัน "เหล็กด้านล่างเปิดแล้ว เขาคลานตามช่องได้เมื่อพบปาก"
โขม "อย่าหมอก ลมดูดพาคลื่นลงหาเขา"
จินยี "หนูไม่ไอค่ะ"
ฉัน "มินชี้เส้นก่อนชิง ยังไม่ชิงจนกว่าวงใกล้สะดุด"
มินหรี่ตา "ยังไม่ชี้ จนกว่าวงเต้นช้า"
ลิลี่ "รอได้ สั้น"
อัน "สั้นจริง อย่าชะล่า"
แสงหลังม่านเต้นตามชีพจรในห่อ ฉันได้ยินลมหายใจแผ่วอีก ห้ามเปิด ห้ามเรียก ห้ามเดาเพศ
จินยีกำชายเสื้อในความมืด "หนูอยากรู้แต่ไม่ดูค่ะ"
"ไม่ดู" ฉัน
ฝุ่นช่องร่วงเมื่อโถงล่างครืน ยันต์ชั้นนอกเปิด ลมจากเหล็กพัดขึ้นช่อง โขมขมวด "เขาพบปากช่องแล้ว"
มินแตะหิน "เส้นหมึกเส้นนี้ เมื่อข้าตัด วงสะดุดสามลม พอชิง แล้ววิ่ง"
ฉันพยัก "ตัดเมื่อข้าพยัก ไม่ก่อน"
ลิลี่เลื่อนม่านนิ้วเดียว มุมแท่นเห็น ห่อผ้ามิด ยันต์ชาดรัด ไม่ใช่เชือกคน
ขั้นสี่เสียงในช่องล่าง "กลิ่นแกนขึ้น"
เราบน เขาล่าง ระยะสามลมตามที่มินว่า
ฉันไม่โชว์ฟ้า
รอเส้น
มือมินเย็นบนหมึก
ช่องเปิดเป็นซี่ใต้พื้นชั้นสอง ม่านผ้าหนาบังแท่น แสงชาดซึมเส้นด้าย เงาห่อผ้าอยู่บนหิน ไม่ใช่บนเกี้ยว
ฉันหายใจทางปาก กลิ่นกำยานหนาจนลิ้นขม มินชิดซี่ระบาย ไม่แตะยันต์วงนอก
มิน "วงนอกเฝ้า วงในดูดสายเลือด มือผิดแล้วห่อว่าง เหลือผ้า"
อัน "เหล็กเปิดแล้ว เขาคลานตามช่องได้เมื่อพบปาก"
โขม "อย่าหมอก"
จินยี "หนูไม่ไอค่ะ"
ฉัน "มินชี้เส้นก่อนชิง ยังไม่ชิงจนกว่าวงใกล้สะดุด"
มินหรี่ตา นับจังหวะแสงบนผ้าชาด "ยังเร็ว ชีพจรในห่อเต้นไม่เข้ากับวง ถ้าตัดตอนนี้วงฉีก ห่อกระเด็น"
ลิลี่ "รอได้ สั้น"
อัน "สั้นจริง อย่าชะล่า แรงกดขึ้นมาแล้ว"
แสงหลังม่านเต้นตามลมหายใจในผ้า ฉันได้ยินแผ่วอีกครั้ง ห้ามเปิด ห้ามเรียกชื่อ ห้ามเดาว่าเด็กหรือแก่
จินยีกำชายเสื้อในความมืด "หนูอยากรู้แต่ไม่ดูค่ะ"
ฉัน "ไม่ดู"
ฝุ่นร่วงเมื่อโถงล่างครืน ยันต์ชั้นนอกคลายหมด ลมจากเหล็กพัดขึ้นช่องแรงขึ้น โขมขมวด "เขาพบปากช่องแล้ว"
มินแตะหินเส้นหมึกทมิฬเส้นหนึ่ง เส้นเล็กกว่าเส้นผม "เส้นนี้ เมื่อข้าตัด วงสะดุดสามลม พอชิง แล้ววิ่ง ไม่พอสู้"
ฉัน "ตัดเมื่อข้าพยัก ไม่ก่อน"
ลิลี่เลื่อนม่านนิ้วเดียว มุมแท่นเห็น ห่อมิด ยันต์ชาดรัดเป็นตาข่าย ไม่ใช่เชือกคน มุมผ้าชื้น เหมือนเหงื่อหรือน้ำค้าง
เสียงจากช่องล่างใกล้ "กลิ่นเด็ก กลิ่นโคม"
จินยีสั่น ลิลี่กดไหล่น้องให้แน่น
ฉันมองมิน มินมองวง วงเต้นช้าลงครึ่งจังหวะ
ฉันพยัก
มินตัด
ม่านผ้าหนาเช็ดแก้มฉันเมื่อเลื่อนนิ้ว แสงชาดจากแท่นเต้นช้าลงอีกนิด มินนับปาก ไม่นับนิ้ว
มิน "สามลม ห้า เจ็ด ช้าแล้ว เส้นหมึกเส้นนี้คือสายดูด ตัดแล้ววงสะดุด ไม่ตาย โกรธ"
อัน "โกรธแล้วตาม ช่องแคบ เราวิ่งไม่ทันถ้าตัดช้า"
โขม "ตัดเร็ว ห่อกระเด็น เก็บไม่ทัน"
ลิลี่ "ข้าปัดม่าน รับมุม อย่าให้จินรับคนเดียว"
ฉัน "ห่อเข้าแขนซ้าย ขวาหน่วงปราณ ไม่ฟ้า"
จินยี "หนูไม่เรียกค่ะ หนูไม่ดูหน้า"
เสียงจากช่องล่างชัดขึ้น "กลิ่นโคม กลิ่นเด็ก ปากช่องอยู่แถวเสาสาม"
ฝุ่นร่วงบนหลังมือมิน นางไม่สะบัด ทิ้งให้เป็นผง ถ้าสะบัดดัง
ฉันมองวง แสงบนผ้าชาดเว้นจังหวะหนึ่ง เหมือนของในผ้ากลั้น
มิน "ตอนนี้"
ฉันพยัก
นางตัดเส้นหมึก ทมิฬหด วงสะดุด แท่นสั่น ม่านพลิก ฉันยังไม่ก้าวในจังหวะนี้ รอลิลี่ปัดก่อนตามที่นัด
ลิลี่ปัด
ฉันก้าวสั้น ไม่เหยียบกลางวง ผ้าชาดอุ่นเข้าแขน หนักกว่าที่ตาบอก ของในผ้าขยับแล้วหยุด เหมือนคนสะดุ้งในฝัน
อย่าเปิด
ขั้นสี่ตะโกนจากช่อง "วาง"
เราไม่วาง เราคลานกลับปากทางน้ำที่มินชี้ตั้งแต่สวน ฝุ่นอันผลักย้อน ตาเขาพร่าหนึ่งลม พอ
หินร่วง เลือดหลังมือฉันไม่ถึงห่อ
ปากคูใกล้แล้ว แสงมัว ดอกสั่น ตะแกรงผุรอโขมถีบ
ฉันกอดห่อแน่นขึ้น ลมหายใจแผ่วเข้าข้อมือ ถามโดยไม่เปิดว่ายังอยู่ไหม คำตอบคืออุ่น
ยังไม่พ้น
แสงบนผ้าชาดเว้นจังหวะครั้งที่สอง มินยกคิ้ว ฉันยังไม่พยัก ครั้งที่สามฉันพยัก
เส้นหมึกขาดไม่มีเสียง ทมิฬหด วงสะดุด แท่นสั่น ม่านพลิกตามลมจากช่อง
ลิลี่ปัด มุมแท่นโล่ง ฉันก้าวสั้น แขนซ้ายรับห่อ อุ่นหนัก ชาดชื้นติดข้อมือ มือขวาไม่ฉีก
ได้แล้ว ไม่เปิด
ขั้นสี่ตะโกนวาง ของไม่ถูกวาง ฝุ่นย้อนตาเขา เราคลานกลับทางน้ำ มินนำ จินยีไม่เกาะห่อ เกาะชายลิลี่
หินร่วงโดนสะบักฉัน ไม่โดนผ้า เลือดซึมเสื้อใน ไม่ซึมชาด
ปากคูแสงมัว ตะแกรงผุ โขมยันเท้า พร้อมถีบเมื่อฉันพยักครั้งที่สอง
ฉันพยัก
ตะแกรงขาด สนิมกระเด็น อันปิดปากทางด้วยลม น้ำกระเซ็น ดอกสั่น เราขึ้นหญ้า ห่อพ้นคู
ไม่โห่
เลาะกำแพง ยามลานคนละทิศ สวนท้ายว่างสิบลม ลอดรางน้ำเก่า เสื้อผ้าฉีก ห่อไม่ฉีก
เช้ามัวพ้นกำแพง ระบบแดงคนละจังหวะ คลื่นนอกเมือง
ห่อในแขนยังหายใจ เรายังไม่ชะล่า ทางท้ายน้ำยังดำ
ห่อในแขนซ้ายมีจังหวะหายใจไม่ตรงกับฉัน ช้ากว่า แผ่วกว่า ฉันปรับก้าวให้ไม่กระแทกผ้ากับซี่ไม้
ลิลี่คลานหลัง กระบี่ขวางช่องหนึ่งลมเมื่อฝุ่นร้อนพัด อันผลักฝุ่นต่อเนื่องเป็นม่านตา ไม่เป็นหมอกโขม คนละของ
มินนำปากทางน้ำ จำสวนจากกลิ่นดอกไม่จากตา โขมถีบตะแกรงเมื่อแสงมัวพอเห็นสนิม
จินยีไม่ถามหน้าในผ้า ดี ฉันก็ไม่ตอบ
เลือดสะบักแห้งติดเสื้อ ห่อไม่เปื้อน ชาดไม่เปื้อนดินเมื่อพ้นคู
ยามลานยังค้นคนละทิศ เกียรติขั้นสี่ยังไม่ลงโคลน สิบลมนี้ซื้อกำแพง
เราซื้อแล้ว ต้องจ่ายต่อที่ท้ายน้ำ
ทางน้ำสวนแคบกว่าช่องลม ห่อในแขนต้องเอียง ฉันเอียงคนไม่เอียงผ้า ชาดห้ามครูดหิน
ลิลี่ใช้กระบี่ในฝักยันซี่ที่หักไม่ให้ทิ่มห่อ อันผลักน้ำขังออกจากแอ่ง โขมถีบตะแกรงเมื่อแสงพอ มินนับก้าวจากกลิ่นดอก จินยีไม่พูด
พ้นตะแกรง หญ้า กำแพง รางน้ำเก่า เสื้อผ้าฉีก มุมผ้าคลุมโขมขาดอีก เก็บในอก
สิบลมเกียรติขั้นสี่ซื้อได้แค่นี้ ฉันไม่ขอเพิ่ม วิ่งหญ้าไม่วิ่งกรวด
ห่อหายใจแผ่วเข้าข้อมือ ถามไม่เปิด ตอบด้วยอุ่น
หลังคาม่วงยังสูง ตลาดยังไกล ท้ายน้ำยังดำ ระบบแดงคนละจังหวะกับลาน
เราเลือกดำ
รางน้ำเก่าแคบจนไหล่ติด ฉันหมุนห่อตามยาว ชาดไม่ครูดอิฐ โขมดันหลัง ลิลี่ดึงมือ จินยีคลานก่อนเพราะตัวเล็ก อันท้ายกักกลิ่น มินนับว่าไม่มียามมุมนี้
พ้นราง เสื้อผ้าฉีกสามจุด ห่อไม่ฉีก ฉันถือว่าคุ้ม
ลิลี่ "ม่วงจางแล้ว"
มิน "จางตา ไม่จางคลื่น"
ฉันกอดห่อเดินหญ้า ท้ายน้ำดำขึ้นทุกโค้ง ห้ามเรือ ห้ามโห่ ห้ามเปิด
สิบลมเกียรติเขาหมดแล้ว ฝีเท้าในคูอาจมี เราไม่รอฟัง
โขมกระซิบ "ได้ยินน้ำจากใน" ฉัน "อย่าฟัง เดิน" ลิลี่ดึงจินยี อันผลักลมปิดกลิ่น มินชี้หญ้าหนา ห่อเอียงตามยาว ชาดไม่โชว์ เรามุดพงริมกำแพงนอกจนม่วงเหลือมุม คลื่นท้ายน้ำหนาขึ้นตามแหวน ห้ามเปิด ห้ามเรือ ห้ามชนบนถนน
ก้าวต่อจนกว่าคูจะเงียบหรือเขาจะย่อเกียรติลงโคลน?
ลิลี่กระซิบ "ได้ยินเหล็กครืนอีก" ฉัน "เขาปิดพิธีหรือเปิดซ้ำ ไม่ใช่ธุระเรา เดิน" จินยีสะดุดหญ้า นางรับแขน น้องไม่ร้อง อัน "กลิ่นเลือดสวนจางแล้ว" โขม "จางดี" มิน "คลื่นน้ำไม่จาง"
ห่ออุ่นในแขน ชาดมิด เรามุดพงต่อจนคฤหาสน์เหลือหลังคา ม่วงจาง คลื่นดำชัด
อย่าหันหลัง?
ฉันไม่หัน ห่อมิด ก้าวต่อ?
ลิลี่เดินคู่เงียบ กระบี่ในฝัก วงพร้อม ไม่ชัก โขมคลุมสีหญ้า อันท้าย มินอ่าน จินยีติดแขนห่อโดยไม่แตะชาด ฉันหน่วงสายฟ้าขั้นสามจนหัวร้อน เพดานพลังยังอยู่ หัวหน้ายังไม่ลงคู
พ้นมุมม่วงแล้ว คลื่นดำชัดขึ้น ห้ามเปิด?