บันไดหินเย็น กลิ่นกำยานปนสนิม ห่อผ้าลงไปก่อนเราไม่เกินสิบลม ฉันนับขั้นด้วยมือ ไม่ด้วยเสียง
โถงชั้นแรกกว้าง เสาเกล็ดมังกร โคมน้ำมันดับครึ่ง ตรงท้ายประตูเหล็กลายเกล็ดปิดสนิท ยันต์ชาดพาดรอยต่อ ข่ายโยงศิลา
ลิลี่แตะฝัก "พังแล้วทั้งคฤหาสน์รู้"
"ไม่พัง" ฉัน
อันฟังปากบันไดหลังเรา "แรงกดลงมาแล้ว"
มินชี้ซอกเสา "ช่องลมระบายปราณ ขึ้นชั้นสอง"
โขม "คลาน อย่าเปิดเหล็ก"
จินยี "หนูคลานค่ะ ไม่เคาะ ไม่ร้อง"
เงาหามห่อหายหลังเหล็กก่อนประตูจะปิดครืน ยันต์สว่างเส้นหนึ่ง แล้วมืด
ฉันกำหมัด ห่ออยู่ชั้นใน เหล็กกั้น ขั้นสี่ที่ปากบันได
"ช่อง" มินนำ ซอกแคบจนไหล่ติด ลมดูดขึ้น โขมไม่ปล่อยหมอก "หมอกในนี้ลมกิน กลายเป็นคลื่น"
ลิลี่ดันจินยีก่อนนาง ฉันกลาง อันท้ายกักกลิ่นเลือดเก่าบนบันไดไม่ให้ลอยขึ้น
ปากบันไดดังฝีเท้าหนัก แรงกดขั้นสี่ทับโถง คนพูดกับยาม "ค้นลาน อย่าพังประตูพิธี ชั้นในข้าเปิดเอง"
ดี เขาไม่พังเหล็ก เราไม่พังเหล็ก คนละเหตุ ผลเดียวกันชั่วคราว
ฉันคลานตามลมดูด หินครูดข้อศอก แหวนร้อนขึ้นเมื่อสูงขึ้น ห่ออยู่เหนือเรา
จินยีหอบแผ่ว ลิลี่มือทับปากเด็ก ไม่ใช่ห้ามหายใจ ห้ามเสียง
โขมกระซิบ "ชั้นสองใกล้ กลิ่นกำยานหนา"
มิน "แท่น"
อัน "อย่าโผล่โถงล่าง"
ฝีเท้าขั้นสี่หยุดที่ประตูเหล็ก นิ้วเคาะยันต์ชั้นนอก เสียงหินตอบ
เราต้องพ้นช่องก่อนเขาเปิด
คลานเร็วขึ้น โดยไม่โชว์ฟ้า
โถงล่างยังมีเราเป็นเงาบนเสาไหม ฉันไม่หันตรวจ
ไม่หัน
ขึ้น
โถงชั้นแรกรับเสียงฝีเท้าจากลานลงมาช้า ๆ ไม่ใช่วิ่ง ค้นแบบคนมั่นว่าประตูพิธีไม่ควรพัง
ฉันนับเสาเกล็ดมังกรแปดต้น โคมดับสี่ ติดสี่ แสงพอให้เห็นลายเหล็กท้ายโถง ไม่พอให้เห็นหน้าคนหามห่อที่เลยไปแล้ว
ลิลี่ชิดเสา "เหล็กนี้ไม่ใช่ประตูบ้าน เป็นประตูพิธี บานเดียวทั้งคฤหาสน์รู้"
ฉัน "รู้แล้ว ไม่พัง"
อันแนบหลังธรณีบันได ฟังแรงกด "เขาลงมาสองคน หนักคนละแบบ คนนำคือขั้นสี่ คนตามเป็นยาม"
มินชี้ซอกเสาใกล้พื้น "ช่องลมดูดขึ้น กลิ่นกำยานชั้นสองหนา ห่ออยู่บนนั้น"
โขมคลุมผ้าไม่ปล่อยหมอก "หมอกในนี้ลมกิน กลายเป็นคลื่นลงหาเขา"
จินยีคลานต่ำจนเข่าเปียกน้ำมันโคมเก่า "หนูไม่เคาะค่ะ หนูจำ"
ปากบันไดมีเสียงผู้ชายทุ้ม "ค้นลานให้หมด อย่าพังประตูพิธี ชั้นในข้าเปิดเอง"
ฉันกัดฟัน เขาไม่พัง เราไม่พัง คนละเหตุ ผลเดียวกันชั่วคราว ชั่วคราวไม่ใช่พันธมิตร
ลิลี่ดันจินยีก่อนนางเข้าซอก ไหล่เด็กติดหิน ฉันกลาง อันท้ายกักกลิ่นเลือดเก่าบนบันไดไม่ให้ลอยขึ้นเป็นเส้น
หินครูดข้อศอกฉันจนร้อน แหวนร้อนขึ้นตามความสูง ห่อยู่เหนือศีรษะแล้ว ไม่ใช่ข้างหน้า
จินยีหอบแผ่ว ลิลี่ทับปาก ไม่ห้ามลม ห้ามเสียง
โขมกระซิบ "ใกล้แล้ว กลิ่นชาด"
มิน "แท่น ไม่ใช่ห้องนอน"
ด้านล่างดังครืน ยันต์บนเหล็กสว่างเส้นหนึ่ง คนขั้นสี่วางฝ่ามือ ลายเกล็ดคลายจากขอบ ไม่ระเบิด ประตูพิธีเปิดเองตามสิทธิ์เขา
ลมจากโถงพัดขึ้นช่อง ฝุ่นเข้าตาฉัน ฉันไม่ไอ
อัน "เขาเข้าโถงแล้ว อย่าหยุด"
ฉันคลานต่อ ซอกแคบจนสะบักติด ถ้าขั้นสี่เงยหน้าตรงซอกตอนนี้ ไหล่เราคือเป้า
ลิลี่ "อีกศอก"
แสงชาดซึมจากพื้นไม้ชั้นสอง ฉันเห็นซี่ระบาย ยังไม่เห็นห่อ
คนขั้นสี่ยืนหน้าเหล็กไม่เคาะ วางฝ่ามือบนลายเกล็ด ยันต์รับสิทธิ์เขา บานเปิดโดยไม่ร้อง
ฉันได้ยินคำจากโถงผ่านซอก "ห่ออยู่แท่นชั้นสอง ตามพิธี ใครฉีกผ้าก่อนเลือดตรงสาย วงจะกินมือ"
ลิลี่ขบฟัน "เขาไม่เปิด เราก็ไม่เปิด"
อัน "เขาเปิดเหล็ก เราเปิดช่อง คนละของ"
มิน "ฟังให้จบ เขายังสั่งยามไม่ขึ้นช่องลม"
คำสั่งต่อมาคือค้นครัว ค้นสวน ค้นห้องคนใช้ ไม่พูดช่องระบาย ช่องเรายังเป็นช่อง
หนูกระดานวิ่งตัดหน้าจินยี น้องสะดุ้ง ลิลี่กดหัวเด็กให้ติดหิน ฉันหยุดหายใจจนหนูเลย
โขม "อย่าเหยียบน้ำมัน โคมแตกเก่าลื่น"
เราคลานผ่านตะแกรงครัว แสงเตาดับ กลิ่นกระดูกต้มค้าง คนครัวถูกไล่ไปลานแล้ว หม้อยังร้อน ฉันไม่แตะ
จินยีกระซิบ "หนูหิวค่ะ แต่ไม่ขอ"
ฉัน "จำไว้ พ้นแล้วค่อยกิน"
ช่องแคบลงตรงข้อต่อไม้ ไหล่ฉันติด โขมดันหลัง ลิลี่ดึงมือ จนหลุด ผ้าคลุมขาดมุม โขมเก็บเศษไม่ทิ้งกลิ่น
แรงกดจากโถงเลื่อน เขาเดินวนเสา ยังไม่เงยซอก
อัน "อีกสิบศอก กลิ่นชาดหนา"
มิน "แท่นใกล้ อย่าพูดดัง"
ฉันคลานจนซี่ระบายอยู่หน้าผาก แสงชาดเส้นเล็ก ยังไม่เห็นห่อชัด เห็นม่าน
ปากช่องล่างยังว่าง ไม่มีหัวคน เรามีเวลาสั้น
ลิลี่ "เข้าหรือรอ"
ฉัน "เข้าดู ไม่ชิงจนกว่ามินชี้"
เราเบียดขึ้นชั้นสองทางซี่ ท้องติดไม้ ห่ออยู่หลังม่าน ลมหายใจแผ่วดังขึ้นเมื่อใกล้ ฉันกดแขนไม่ให้ยื่น
ขั้นสี่ในโถงล่างเรียกยามชื่อหนึ่ง ยามตอบจากสวน ไม่จากช่อง ช่องยังเป็นของเรา
จนเมื่อไร?
ซี่ระบายไม้เก่าบิ่นเป็นซี่ ฉันเลื่อนทีละซี่ ไม่ให้ดัง กรงเล็บหนูขูดร่องเดิม ร่องนั้นกลบเสียงเรา
โขมกระซิบ "ชั้นสองพื้นกลวง อย่าลงน้ำหนักส้น"
เราคลานกระจายน้ำหนัก ศอก เข่า ฝ่ามือ ห่อหลังม่านยังไม่ขยับจากแท่น ยันต์ชาดรัดแน่นเหมือนเดิม
มินชี้รอยหมึกบนไม้ใกล้ซี่ "คนวางวงซ่อมเส้นนี้เมื่อกี้ หมึกยังเปียก วงใหม่กว่าสวน"
อัน "ใหม่คือระวัง ตัดยาก"
ลิลี่ "ข้าไม่ตัด ข้าปัดม่าน"
จินยีกำโคมมืด "หนูไม่จุดค่ะ"
ฉันฟังโถงล่าง คนขั้นสี่เดินวนเสา หยุดที่เหล็กที่เปิดแล้ว คุยกับยามเรื่องห่อต้องอยู่แท่นจนเลือดตรงสายมาเปิดเอง เขาไม่ได้เลือดนั้นในลาน เขาจึงรอ
รอของเขาคือเวลาของเรา
ฉัน "มินชี้เมื่อวงช้า มินไม่ชี้ข้าไม่ก้าว"
มินพยัก นับแสงต่อ ปากขยับไม่มีเสียง
ฝุ่นจากช่องล่างเริ่มมีลมคน เขายังไม่คลาน เขาส่งยามไปครัวก่อน ครัวว่าง ยามจะกลับมาบอกว่าง แล้วเขาจะคิดช่อง
เรามีจังหวะก่อนคำว่างนั้นกลับถึงโถง
ลิลี่ "จังหวะนี้"
ฉัน "ยัง วงยังเร็ว"
มินสั่นหัว แสงบนผ้ายังกระตุกถี่ ของในห่อยังไม่กลั้น
รอต่อ ทนฝุ่น ทนกลิ่นกำยาน ทนคำค้นที่ดังขึ้น
จนกว่าแสงเว้นจังหวะ
พื้นกลวงชั้นสองส่งเสียงคนเดินในครัวว่างกลับโถง ยามจะบอกว่างแล้ว ช่องจะถูกคิด
มินยกมือ สาม แสงบนผ้าเว้น ฉันยังไม่พยัก สอง เว้นยาว ฉันพยัก
จังหวะชิงเริ่มจากนิ้วมิน ไม่จากดาบ
ลิลี่เตรียมปัด ม่านหนักกว่าที่ตาบอก ฉันเตรียมแขนซ้ายว่าง ห่วงแหวนร้อนจนผิวแดง ไม่รั่วแกน
อัน "ยามถึงเสาแล้ว"
โขม "อีกห้าลม"
ห้าลมพอตัด พอปัด พอรับ ไม่พอคุย
จินยีหุบโคมจนมิด "หนูพร้อมค่ะ"
ฉันไม่พูด พยักครั้งสุดท้ายในความมืด
นิ้วมินจรดเส้นหมึก
ยามจากครัวว่างกลับโถง ฝีเท้าเร็ว ปากจะบอกว่าง ช่องจะถูกเอ่ย
ฉันกดทุกคนให้แบน มินนิ้วยังจรดหมึก ไม่ตัดจนกว่าฉันพยักซ้ำ
ลิลี่กระซิบ "ตัดเลย"
ฉันสั่นหัว ยามพูดกับขั้นสี่เรื่องครัวว่าง ยังไม่พูดช่อง เขาสั่งค้นห้องคนใช้ต่อ ช่องได้ลมอีกชุด
โขม "ชุดนี้สุด"
อัน "สุดจริง อย่าขออีก"
จินยีตาแดงจากฝุ่น ไม่ร้อง
แสงบนผ้าเว้นยาวที่สุดในรอบนี้ มินมองฉัน ฉันพยักซ้ำ
ตัด
ปัด
รับ
ห่ออุ่นเข้าแขน ชาดชื้น ข้อมือแดงจากแหวน ไม่รั่วแกน
ขั้นสี่ตะโกนจากเสา ไม่จากช่องทันที เรามีลมลงทางน้ำ
หินครูด เลือดสะบัก ห่อไม่เปื้อน
ปากคูใกล้ แสงมัว ยังไม่ถีบจนกว่าฉันพยัก โขมรอเท้าค้าง
ฉันพยัก
ตะแกรงขาด เราขึ้นหญ้า ห่อพ้นน้ำ ยังไม่ฉลอง เหล็กในโถงยังเปิดตามสิทธิ์เขา เขาจะคิดช่องเร็ว ๆ นี้
ลิลี่เช็ดโคลนที่ตาจินยี "ถึงหญ้าแล้ว ไม่ถึงรอด"
ฉัน "รอดเมื่อพ้นกำแพง"
อัน "กำแพงใกล้ อย่าคุย"
เราเลาะต่อ ห่ออุ่น ชาดมิด
จินยีกระซิบ "หนูไหวค่ะ" ฉันพยักแล้วก้าว ไม่ตอบวน