📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 26 จาก 135

ตอนที่ 26: ชายคา คูน้ำ บันไดหิน

[ระบบ] หัวหน้าหน่วยสอดแนมขั้นสี่กำลังมุ่งเขตหลังคาม่วง

กระเบื้องเปียกใต้ท้อง ลมเมืองแม่น้ำดาวพัดไอแม่น้ำเข้าหน้า เบื้องล่างตลาดตะวันตกแตก แผงล้ม ถ้วยแตก ชาวบ้านวิ่ง ยังไม่มีศพ มีแต่แรงกดขั้นสี่กวาดพื้นที่

ฉันกระซิบ "ห้ามพังประตู ปะทะค่ายหลักแล้วพิกัดเปิด"

โขมผมหยิก รอยสักวิหคเรืองฟ้าจาง ผ้าคลุมกลืนกระเบื้อง "ข้าคลุมตา หมอกบาง ไม่ใช่คำทักขั้นสี่"

อันวายุตัดกลิ่นเหงื่อและรอยลม "กักแล้ว"

ลิลี่กระบี่วิญญาณคุมท้าย จินยีโคมมืด มินเงาชิดผนัง ฉันดับไส้ตะเกียงจิ๋ว ความมืดกินรอบ เหลือแค่ระบบแดงกะพริบระยะที่ร่น

แรงกดจากตะวันตกหนักขึ้น ขืนอยู่สันนี้นาน สัมผัสขั้นสี่กวาดเจอ

ฉันรวบสายฟ้าใต้ฝ่าเท้า ไม่ให้ฟ้าร้อง ก้าวตามเงาข้ามถนน ร่อนใต้ชายคาคฤหาสน์ ไร้เสียง หมอกโขมตามมาคลุมระแนง ยามด้านล่างไม่เงย

น้ำค้างหยดหลังมือ กลิ่นกำมะถันจางปนคูนิ่ง ฉันลูบแหวน กดแกนไม่ให้รั่ว ถ้ารั่ว ข่ายคฤหาสน์สว่างทันที

"คู" อันชี้ลง

โขม "ชายคาต่อคู ตามที่ข้าว่า"

มินคลำอิฐ "ช่องลมยังปิด เปิดจากสวน อย่างัด"

จินยี "หนูไม่เคาะค่ะ"

"ไม่เคาะ ไม่พัง" ฉัน

เราไต่ลงคูทีละคน แผ่นหลวมสามแผ่น โขมชี้คิ้ว น้ำดำถึงน่อง กลิ่นดอกสวนปนโคลน ฉันไม่ให้จินยีเด็ดดอก

ปากทางน้ำเล็กพอคลาน ไม่พอเกี้ยว ไม่พอขั้นสี่เดินตรง ดี

ลานหน้าเริ่มมีเสียง คนขั้นสี่เข้าแล้ว แผงในลานไม่แตกแบบตลาด แต่ลมหายใจยามชะงัก

ฉันคลานนำ โขมชี้โค้ง ไม่นำทีม มินฟังหิน ลิลี่หลังเด็ก อันท้ายลม

ทางน้ำมืด แหวนร้อนลง ไม่ชี้ประตูเกล็ด

โผล่สวนหลัง ดอกไม้ผิดฤดู บันไดหินลงใต้ดิน เงาสี่คนหามห่อผ้า ยันต์ชาดบนผ้า ลมหายใจแผ่วในห่อ — ได้ยิน ห้ามเปิด ห้ามเห็นหน้า

"ตามห่อ ไม่ทักลานหน้า" ฉัน

ลิลี่ "ห้ามพังเหล็กถ้าเจอ"

มิน "คลื่นในห่อไม่ใช่ของข้า"

ฉันพยัก ไม่ถามซ้ำ

ขั้นสี่เสียงดังที่ลานหน้า เราลงบันไดหินตามห่อ ระยะนี้แย่งทางน้ำได้ ไม่แย่งลาน

ดอกไม้สวนสั่นเมื่อแรงกดข้ามกำแพงใน ฉันไม่โผล่หัว

คลานต่อสู่ปากบันได

ห่อไปข้างหน้าแล้ว

เรายังคู

น้ำคูเย็นเกินฤดู โคลนดูดรองเท้าจนข้อเท้าชา ฉันย่อตัวต่ำกว่าขอบอิฐ ฟังฝีเท้าบนลานก่อนขยับทีละศอก

ยามคนหนึ่งยืนเทน้ำจากขันลงคู ห่างปากทางเราไม่ถึงห้าก้าว น้ำกระแทกผิวโคลนดังปร่า โขมหรี่ตาแล้วกดไหล่จินยีให้จมลงถึงจมูก ลิลี่เอามือปิดปากน้อง ไม่ใช่ห้ามหายใจ ห้ามไอ

อันกระซิบติดหลังหูฉัน "กลิ่นเขาเจือเหล้า ไม่ใช่กลิ่นค้น อย่าขยับจนกว่าขันว่าง"

ฉันพยัก แหวนร้อนเล็กน้อยใต้ผ้า แกนในมิติไม่รั่ว แต่ชีพจรฉันเองดังในหู ถ้าขั้นสี่กวาดตอนนี้ ชายคาไม่พอกลืน

ยามสะบัดขัน หันไปทางลานหน้า เสียงคนตะโกนชื่อตำแหน่ง ไม่ใช่ชื่อเรา เขาตอบรับแล้วยกขันเดินกลับ ฝีเท้าห่าง

โขม "ไป"

เราคลานโค้งที่สอง แผ่นอิฐหลวมอีกแผ่น ฉันแตะก่อนเหยียบ มินสั่นหัว ชี้ขวา ทางซ้ายมีตะแกรงสนิมที่ลมสวนสวนดอก ถ้าเปิดจะดัง

จินยีกระซิบ "หนูได้ยินผ้าค่ะ ข้างหน้า"

ไม่ใช่ผ้าเรา ผ้าชาดของห่อที่เงาสี่คนหามลงบันได ลมหายใจในห่อแผ่วจนฉันรู้สึกที่ซี่โครงตัวเอง อยากฉีกดู มือไม่ทำ

ลิลี่ "อย่าชะล่า บันไดมีคนกลับได้"

ฉัน "ตามระยะสิบลม ไม่ทัก ไม่แย่งบนลาน"

สวนหลังดอกผิดฤดูบานทั้งที่ฝนไม่ตก กลิ่นหวานเจือกำมะถัน ฉันจำกลิ่นนี้จากค่ายดูดปราณใต้ย่านวัด รูปแบบวงนอกคล้าย วงในคนละมือ

มินแตะโคนต้น "วงสวนนี้เฝ้าบันได ไม่เฝ้าคู โชคดีชั่ว"

อัน "ชั่วจริง อย่าเก็บดอก"

จินยีหุบมือที่เกือบเด็ดกลีบ "ค่ะ"

แรงกดขั้นสี่จากลานหน้าทับใบไม้ให้ก้ม ยามในสวนชะงัก แล้วถูกเรียกไปลาน ช่องว่างเกิด เราไต่ลงปากบันไดทีละคน ฉันนำ ห่อนำไกลกว่าเราเจ็ดขั้น

โถงด้านล่างส่งกลิ่นกำยานเย็น ฉันไม่เปิดปราณขั้นสามตามระบบ หน่วงสายฟ้าไว้ใต้ฝ่าเท้าเหมือนหน่วงคนไข้

ลิลี่กระซิบ "ถ้าเขาหัน"

ฉัน "ไม่หัน เราก็ไม่พัง"

บันไดหินสิ้นสุดที่ธรณีมืด ห่อเลยไปแล้ว เรายังไม่ถึงโถง

ฝนกระเบื้องจากชายคาหล่นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ฉันนับห่อจากเสียงผ้าชาดที่เสียดอิฐ เจ็ดขั้น แปดขั้น เก้า แล้วนิ่ง เงาหามหยุดที่ธรณีสวน

ลิลี่แตะข้อมือฉันสองครั้ง รหัสเก่าจากถ้ำ แปลว่ามีคนบน ฉันไม่ขยับ

หญิงสวนวัยกลางคนถือขันน้ำส้มสายชูเดินมาขอบคู รองเท้าแตะดังแปะ โขมกดหัวทุกคนให้จม น้ำดำแตะริมฝีปากฉัน รสโคลน

นางเทน้ำลงคูคนละโค้ง บ่นกับตัวเองเรื่องดอกไม่บาน แล้วเดินกลับไม่เงยมาทางปากทางเรา โชคดีไม่ใช่ฝีมือ โชคดีไม่ใช่พันธมิตร

อันผงเล็กที่ผิวน้ำ กลิ่นโคลนกลบเหงื่อทีมชั่วครู่ "อย่าหายใจแรง นางมีหูดี"

จินยีกระพริบ น้ำเข้าตา ไม่ร้อง

เราขยับเมื่อฝีเท้าบนลานกลายเป็นคำสั่งค้นซ้ายขวา คนขั้นสี่ไม่ลงคู เขาไม่ย่อตัวเข้าโคลน เพดานพลังไม่ย่อเกียรติ ช่องเราจึงยังมี

ฉันคลานถึงปากสวน ดอกผิดฤดูสะบัดเมื่อแรงกดผ่านกำแพงใน กลีบร่วงบนน้ำเป็นจุดแดง ฉันไม่ให้จินยีเก็บ มือเด็กหุบ

มินคลำโคนต้นที่สอง "บันไดลงใต้ต้นนี้ วงเฝ้าอยู่บน ไม่ได้อยู่ในขั้น"

โขม "ข้าคลุมตาคนสวนถ้าหัน ไม่คลุมขั้นสี่"

ฉัน "ไม่คลุมใคร เลี่ยง"

ลงบันไดหินทีละขั้น มือซ้ายจับขอบ มือขวาไม่ชักฟ้า ห่อไปข้างหน้าแล้วสิบขั้น ลมหายใจในผ้ายังแผ่ว ฉันนับเป็นจังหวะกับชีพจรตัวเอง ไม่ให้เร็วกว่า

ลิลี่กระซิบ "ถ้าเขาเปิดห่อบนแท่นก่อนเราถึง"

ฉัน "ยังไม่เปิด ยันต์ชาดยังรัด ข้าได้ยินผ้าไม่ฉีก"

อัน "ได้ยินไม่เท่าเห็น อย่าชะล่า"

โถงด้านล่างส่งกำยานเย็นขึ้นบันได ฉันจำกลิ่นนี้จากค่ายใต้ย่านวัด แต่โถงนี้แพงกว่า น้ำมันโคมแพงกว่า เลือดเก่าบนบันไดเป็นจุดไม่เป็นแอ่ง คนถูกย้ายแล้ว

จินยี "หนูไม่ชอบค่ะ"

ฉัน "ไม่ต้องชอบ ต้องถึง"

ธรณีมืดรับเท้า ห่อเลยไปแล้ว เงาสี่คนหามไม่หัน เรายังไม่ถึงโถงชั้นแรก แรงกดจากลานหน้าทับหลังคอเหมือนมือคนใหญ่

ฉันไม่โผล่หัว คลานต่อสู่ปากโถง?

ใต้ชายคาคฤหาสน์มีรางน้ำเก่าที่หนูใช้ ฉันไม่ใช้รางนั้น รางดัง เราใช้คูที่เงียบกว่าแม้สกปรกกว่า

ลิลี่เช็ดโคลนที่แก้มจินยีด้วยชายเสื้อ ไม่เช็ดห่อที่ยังไม่ใช่ของเรา "น้องตาแดง"

จินยี "น้ำค่ะ ไม่ใช่ร้อง"

อันฟังลาน "ค้นซ้ายจบ กำลังเลี้ยวสวน เร็ว"

ฉันนับลมหายใจแปดครั้งแล้วคลานพ้นโคนต้นบันได ดอกกลีบแดงติดเข่า ฉันเด็ดทิ้งในน้ำ ไม่ให้เป็นรอยบนหิน

โขมเก็บผ้าคลุมมุมที่ขาดไว้ในอก "เศษนี้มีกลิ่นข้า อย่าทิ้งสวน"

มิน "วงบนบันไดตื่นเมื่อมีปราณขั้นสาม หน่วงให้ต่ำกว่าเส้น"

ฉันหน่วง สายฟ้าอยู่ในกระดูก ไม่ในอากาศ หัวร้อน มือเย็น แบบนี้เดินได้นานแต่สู้ไม่ได้ ดี ที่นี่ห้ามสู้

เสียงขั้นสี่บนลานสั่งเปิดคลังยา เปิดห้องบัญชี ไม่เปิดคู คนอย่างเขาไม่คิดว่าเหยื่อคลานน้ำโสโครก ดูถูกนี้คือช่อง

เราไต่ลงอีกห้าขั้น ห่ออยู่ข้างหน้า ยันต์ชาดบนผ้าสะท้อนแสงโคมจุดหนึ่ง แล้วดับ ลมหายใจแผ่วไม่ดับ

ฉันกระซิบ "ถึงธรณีแล้ว ห้ามวิ่ง"

ลิลี่ "ไม่วิ่ง"

โถงชั้นแรกเปิดมืดรออยู่ เรายังไม่ก้าวเข้า จนกว่าเงาหามห่อเลยเสาต้นแรก

ก้าวเมื่อไรดี?

ธรณีโถงเย็นกว่าคู ฉันวางฝ่ามือลงหินก่อนวางเข่า หินดูดความร้อนจากแผลข้อศอก ทำให้รู้สึกชัดว่าเลือดแห้งแล้ว

ลิลี่ชิดฉัน "เงาหามเลยเสาแล้ว"

ฉัน "ก้าว"

หกคนก้าวเข้าโถงชั้นแรกโดยไม่ยืดหลัง เสาเกล็ดมังกรรับเงาเราเป็นรอยสั้น โคมสี่ดวงไม่พอ ดี

อันท้ายสุดกักกลิ่นโคลนที่ติดขา ไม่ให้โถงได้กลิ่นคู

จินยี "หนูถึงแล้วค่ะ"

ฉัน "ยังไม่ถึง ถึงเมื่อห่อในแขน"

มินชี้ท้ายโถง เหล็กยังปิดในจังหวะนี้ ห่อเลยเหล็กไปแล้วหรือยัง แสงชาดเส้นหนึ่งที่รอยต่อบอกว่ากำลังปิด

เราต้องเข้าช่องก่อนบานครืน

โขม "ซอกเสา"

ฉันคลานเข้าซอก แรงกดลานหน้าทับหลังคอ หัวหน้ายังไม่ลงบันไดสุดท้าย

เวลาเหลือเป็นลมหายใจ