ลมกรรโชกฉีกผิวน้ำ แรงกดขั้นสี่กระแทกหมอก ผิวฉันสั่น สายฟ้าในร่างร้องห้ามชน ฉันไม่เปิดโอกาสให้ใครลังเล
"ลงเขาฝั่งใน" ฉันซ้ำ "อย่าโชว์กระบี่บนสัน"
ลิลี่พยัก กระบี่ไม่ชักเต็ม
โขมหมอกลงเขาเป็นทาง มินชี้ร่องสัตว์ อันกักเสียงฝีเท้า จินยีเกาะชายเสื้อฉัน เราลัดดงอ้อคันดิน ลำน้ำกว้างส่งกลิ่นคาวปลา โกดังหลังคาม่วงเข้มเรียงริมตลิ่ง เสาไม้สักปักลึกสะท้อนเงาตะคุ่ม
ฟ้าสางใกล้ ชาวบ้านเริ่มยกของ ฉันไม่ดึงคนไม่รู้เรื่องเข้าคม
แหวนสั่นชี้ท่า เศษผ้าไหมมังกรหลงซานติดตะปูโกดัง ฉันดึงเก็บ คู่กับเศษในอก ลายเดียวกัน สายเลือดผ่านที่นี่เพิ่งผ่าน
ลิลี่ "สายเลือดผ่านที่นี่"
"เพิ่งผ่าน" มินดม "เกี้ยว"
ประตูโกดังเปิด เกี้ยวปิดผนึกมิด ยันต์ชาดบนผ้าคลุม คนหามสี่ ไม่ใช่ชาวบ้านล้วน มีปราณขั้นสองคุม ฉันส่งสัญญาณ มินโขมหลบหลังถังไม้ ฉันกลืนตัวเข้าเงาคานโกดัง ก้าวตามเงาไม้ ไม่ใช้ชื่อสกิลอังกฤษ
ไม่ลงมือ ไม่ให้ดาบดัง ไม่ให้คนงานท่าเรือถูกเขี้ยว
แหวนร้อนยืนยัน สายเลือดบริสุทธิ์เพิ่งหยุด แล้วเกี้ยวออกสู่ทางประตูตะวันตก
"ตามเกี้ยว ไม่ตามขั้นสี่บนเขา" ฉันกระซิบเมื่อลงจากคาน
อัน "ขั้นสี่จะถึงปากท่าครึ่งชั่วยาม"
"ก็เข้าเมืองก่อน" โขม "ขบวนเกวียนเช้า เกลือกลบกลิ่นได้บ้าง"
จินยี "หนูไม่เรียกในเกี้ยวนะคะ"
"ไม่เรียก" ฉัน "ไม่เปิด ไม่เดาหน้า"
ลิลี่เฝ้าท้าย เราเกาะขบวนเกลือชาวบ้าน วางเงินกับคนขับเกวียนตาปรือ "ไปตลาดในประตูตะวันตก"
เขาไม่ถาม ผ้าใบบัง เราหมอบใต้ถังเกลือ เกี้ยวเข้าประตูก่อน ยันต์ชาดวูบ บานไม้ลั่น
เราตามในขบวนเกลือ ป้อมไม่ดมเกลือถ้าไม่โชว์ปราณ ฉันหน่วงขั้นสามจนมือชา
ใต้ผ้าใบฉันนับคนด้วยเสียง "ลิลี่"
"อยู่"
"จินยี"
"ค่ะ"
"อัน"
"อยู่"
"มิน"
"อยู่"
"โขม"
"อยู่ ปากเสียได้ ปราณไม่เสีย"
เกวียนเลี้ยวตลาด คนขับเบือนหน้า "ลง"
เราลงทีละคน ซอยอิฐรับ กระเบื้องม่วงเริ่มเห็นชายคา มงกุฎบนฟ้าจางกว่าเมื่อนอกกำแพงเมืองเมฆา ที่นี่มีค่ายเมืองอื่น ยังไม่ใช่ที่ปลอดภัย แค่เกี้ยวอยู่ในกำแพงเดียวกับเรา
ขั้นสี่ยังครึ่งชั่วยามที่ท่า
ครึ่งชั่วยามพอเข้าซอยม่วง ไม่พอชนะเขาที่ประตู
ซอยตลาดหลังลงเกวียนมีกลิ่นพริกแห้งและผ้าใหม่ ฉันไม่ให้จินยีหยิบของ มือเด็กอยากจับสี ลิลี่กดมือนั้นลง
ป้อมยังแลบตา เราเลี้ยวซ้ายเข้าตรอกหลัง ไม่ใช่ถนนกว้าง โขมฮู้ดพูดได้แบบปากตลาด ฉันไม่ให้พูดปราณ
มินตามกลิ่นยันต์ชาดที่จาง ไม่ตามกลิ่นเกลือ เกี้ยวไปแล้วทางกระเบื้องม่วง
ครึ่งชั่วยามขั้นสี่ถึงท่า อย่ารอ ซอยนี้ไม่รอเขา
ฉันหน่วงปราณจนขมับเจ็บ เกลือกลบกลิ่นแกนได้บ้าง ไม่ได้ทั้งก้อน พอผ่านป้อม
ชาวบ้านเปิดร้าน เราเป็นคนเปียกในซอยหลัง ไม่ใช่คนบนถนน ดี
กระเบื้องม่วงเริ่มเห็นชายคา ฉันชะลอ ไม่ให้จินยีวิ่งหาบ้านที่ยังไม่ใช่จุดหมาย จุดหมายคือคฤหาสน์เกล็ดมังกร ไม่ใช่ทุกหลังคาม่วงในย่าน
โขมชี้ถูกหลัง รอยสักวิหคไม่โชว์ลม
อันเฝ้าปากตรอกเมื่อเราหยุดหายใจดัง ลิลี่เฝ้าเด็ก มินเฝ้าหิน ฉันเฝ้าแหวน
แหวนชี้คฤหาสน์ ไม่ชี้ป้อม ไม่ชี้ท่า
ตามแหวน
ใต้ถังเกลือเกวียนสั่น ฉันกดหัวจินยีต่ำ ผ้าใบบังแสงป้อม ลิลี่กระซิบอย่าขยับเมื่อคนเดินผ่าน
เกลือกลบกลิ่นแกนได้บ้าง โขมเสื้อคลุมกลืนผ้าใบ ประตูตะวันตกดมคน ไม่ดมถังถ้าไม่โชว์ปราณ
เกี้ยวหน้าขบวน ยันต์ชาดวูบเส้นเดียวใต้ผ้าใบ ฉันไม่เรียก ไม่เปิด
คนขับฮึดลงตลาด เราลงทีละคน ซอยอิฐ กระเบื้องม่วง
ขั้นสี่ยังครึ่งชั่วยามที่ท่า ซอยนี้ไม่รอ
ฉันไม่ซื้อของ จินยีไม่หยิบสี ลิลี่กดมือ
โขมพูดปากตลาดได้ ฉันไม่ให้พูดปราณ อันเฝ้าตาป้อม มินตามยันต์จาง
คฤหาสน์เกล็ดยังไม่เห็นประตู เห็นแต่ย่านม่วง ฉันชะลอ ไม่ให้เด็กวิ่งเข้าบ้านผิดหลัง
แหวนชี้คฤหาสน์ใหญ่ ไม่ชี้หลังคาม่วงทั่วไป
ตามแหวน ไม่ตามสีกระเบื้องทุกหลัง
หลังถังไม้ ฉันกระซิบจนทุกคนได้ยินเท่ากัน
"ตามเกี้ยว ไม่ตามขั้นสี่บนเขา"
ลิลี่ "เศษไหมมังกร สายเลือดผ่านที่นี่"
มิน "เพิ่งผ่าน ยันต์ชาด"
อัน "ครึ่งชั่วยามถึงปากท่า เข้าเมืองก่อน"
โขม "เกวียนเกลือเช้า ข้าคุยคนขับได้"
จินยี "หนูไม่เรียกในเกี้ยวนะคะ"
"ไม่เรียก ไม่เปิด ไม่เดาหน้า" ฉัน
คนขับตาปรือ "ไปตลาดตะวันตก จ่ายมา"
ฉันวางเงิน "ไป ไม่ได้เห็นใคร"
"รู้"
ใต้ผ้าใบฉันนับคน ลิลี่อยู่ จินยีค่ะ อันอยู่ มินอยู่ โขมอยู่ปากเสียได้ปราณไม่เสีย
เกี้ยวหน้าขบวน ยันต์วูบ ป้อมไม่ดมถัง ฉันหน่วงขั้นสามจนมือชา
ลงตลาด ซอยอิฐ กระเบื้องม่วง ฉัน "ไม่ซื้อ"
ลิลี่ "ไม่ซื้อ"
จินยี "ค่ะ"
โขม "เลี้ยวซ้าย ตรอกหลัง"
มิน "ตามยันต์จาง"
อัน "ป้อมแลบตา อย่าโผล่"
ฉัน "ม่วงทีละซอย ห้ามแตกแถว"
ไม่แตก
คฤหาสน์ยังไม่เห็นเกล็ด เห็นแต่ย่าน
แหวนชี้ใหญ่ ไม่ชี้ทุกหลัง
ขบวนเกลือเข้าประตูตะวันตกเมื่อยันต์เกี้ยววูบแล้วลับ ฉันหน่วงปราณจนขมับเจ็บ มือชา ดี ชาคือไม่รั่ว
ผ้าใบมีรูเล็ก แสงป้อมแลบเป็นเส้น ฉันกดหัวจินยีต่ำกว่าเส้นนั้น ลิลี่มือทับโคมในผ้า
คนเดินผ่านข้างเกวียน เสียงรองเท้าหนัง โขมไม่ขยับปาก อันไม่ขยับมีด มินตาปิดเหมือนหลับ คนขับฮึดให้ถังอย่าส่งเสียง
ลงตลาดกลิ่นพริก ฉันเดินนำซอยหลัง ไม่ถนนกว้าง กระเบื้องม่วงเริ่มซ้ำทุกชายคา เด็กอยากวิ่ง ฉันไม่ให้
โขมชี้ถูกตรอกด้วยคาง รอยสักไม่โชว์ มินตามยันต์จางบนลม อันเหลียวป้อม
คฤหาสน์ใหญ่ยังไกลหนึ่งย่าน แหวนไม่สั่นที่หลังคาเล็ก สั่นเมื่อลมจากทิศเกล็ดมังกร
ฉันจำทิศนั้น เดินทีละซอย ไม่แตกแถว ไม่ซื้อ ไม่เรียกเกี้ยว
ขั้นสี่ครึ่งชั่วยามที่ท่า ซอยนี้ไม่รอให้ครบ
พอเข้าย่านม่วง
ไม่พอเปิดประตูหน้า
ในตรอกหลังตลาด แมวข้ามทาง ฉันใหมินดูว่าแมวส่งคลื่นไหม นางสั่นหัว แมวเดินได้ คนเฝ้าเดินไม่ได้โดยไม่ส่งคลื่น
ลิลี่ยิ้มสั้นครั้งแรกตั้งแต่ลงเขา "ก็ให้แมวสอน"
อันไม่ขำ "ข้าไม่เรียนแมว"
จินยี "หนูชอบแมวค่ะ"
ฉัน "ชอบได้ แตะไม่ได้"
โขมฮู้ด "เลี้ยวอีก หลังคาม่วงหนาขึ้น"
แหวนสั่นเมื่อเลี้ยว ถูกทาง
ขั้นสี่ยังท่า ฉันไม่หันไปท่า
เดิน
ทีละซอย
ห้ามแตก
ในซอยม่วงฉันชะลอจนจินยีหงุดหงิด แล้วพูด
"ไม่วิ่ง"
ลิลี่ "ไม่วิ่ง"
อัน "ป้อมจางแล้ว"
โขม "ตรอกนี้ปลอดสั้น"
มิน "แหวนถูกทาง"
ฉัน "ทีละซอย ห้ามแตก ห้ามซื้อ ห้ามเรียกเกี้ยว"
จินยี "หนูไม่เรียกค่ะ"
แมวข้ามอีกตัว ฉันไม่แตะ
โขม "หลังต่อไปสูงกว่า เกล็ดมังกร"
ลิลี่หรี่ตา "เห็นยันต์ชาดบนรอยต่อ"
"ห้ามพัง" ฉัน
"ไม่พัง" นาง
ขั้นสี่ยังไม่ถึงซอยนี้ ฉันไม่รอให้ถึง
เดิน
หน้าคฤหาสน์จากซอยหลัง ฉันไม่ให้ใครออกไปถนนหน้า
"ชายคา" โขม
"คู" อัน
"ช่องลมปิด" มิน
ลิลี่ "ห้ามพังเกล็ด"
จินยี "ไม่เคาะค่ะ"
ฉัน "ขึ้นทีละคน แผ่นหลวมอย่าเหยียบ"
ฝนละออง กระเบื้องเย็น ลานหน้าว่างสั้น อย่าโผล่
พอชายคา
ไม่พอประตูหน้า
ย่านม่วงหนาขึ้น ฉันนับชายคาไม่ให้นับผิดหลัง
ลิลี่ "ใหญ่กว่าทุกหลัง"
โขม "เกล็ด"
มิน "ยันต์ชาด"
อัน "อย่าโผล่หน้า"
จินยี "ไม่เคาะค่ะ"
ฉัน "ชายคา"
ซอยสุดท้ายก่อนชายคา ฉันให้ทุกคนหายใจตามจังหวะเดียวกัน
ลิลี่ "พร้อม"
อัน "พร้อม"
มิน "พร้อม"
โขม "พร้อม"
จินยี "ค่ะ"
ฉัน "ขึ้นทีละคน อย่าเหยียบหลวม อย่าโผล่ลาน"
ฝนละอองเกาะหลังมือ กระเบื้องเย็น ยันต์ชาดบนเกล็ดสะท้อนโคมไกล
เราขึ้น
ไม่พังประตู
ไม่เคาะ
กระเบื้องชายคาเย็น ฉันไม่เหยียบแผ่นหลวม
โขมชี้คิ้ว สามแผ่น
ลิลี่ดันจินยี
อันกักลม
มินเงา
ฉันขึ้นตาม
ลานหน้าว่างสั้น อย่าโผล่
ฉันไม่โผล่ลานหน้าคฤหาสน์
แล้วเสียงฝีเท้าที่เราไม่เห็นดังใกล้ขึ้น?