ตรอกข้างอารามเงียบผิด หินซึมดำ กลิ่นสนิม
ปราณขั้นสามถูกกดจนหนัก
"อย่าเหยียบกลางวง" มิน
ลิลี่ "ขอบ"
อัน "ข้าขอบเป็นนิสัย"
จินยีโคมมืด "สั่นลงดินค่ะ"
ศิษย์สำนักมืดสามคนเฝ้า ฉันยกมือ
มินละลายตามผนัง คนซ้ายถูกอุดปาก สลบ ไม่ร้อง
ลิลี่พุ่งคนขวา กระบี่ไม่ชักเต็ม คมเสี้ยวตามกฎเมือง
อันกักคนกลางด้วยวายุสั้น ฉันกระแทกจุดสลบ
"อย่าฆ่าเพิ่ม" ฉัน "เลือดเลี้ยงค่าย"
มินพยัก
เราตัดเส้นซึมสองเส้น ค่ายสะดุด
ยังไม่ดับ
บนไม้มีดปัก ผ้าผูก
อันดึง "ฝีมือนี้ไม่ใช่สำนักมืด"
ข้อความสั้น: ห้ามหนีออกเมืองคืนนี้ — โขม
ลิลี่ "ใคร"
ฉันมองหลังคาเรือน มุ่งลานเมฆาที่หมอกราตรีกลืน
"ไม่รู้" ฉัน "แต่รู้ว่าเราจะหนี"
จินยี "ไปลานไหมคะ"
"ไป" มินตอบก่อนฉัน "ค่ายยังส่งคลื่น ลานคือปาก"
อัน "กับดัก"
"ก็ไปดูปาก" ฉัน
มีดของโขมเย็น คมหยัก กลิ่นหมอกไม่ใช่กลิ่นดำ
เราขึ้นตรอก มินไม่เดินหน้าฉัน
ค่ายใต้เท้าช้าลง แต่ยังเต้น
หินซึมดำเหนียวติดรองเท้า ฉันไม่ขยี้ในวงค่าย
มินชี้ขอบอิฐ "เดินตามรอยแห้ง"
ลิลี่พยัก กระบี่ไม่ชักเต็ม
อัน "คนเฝ้าเหลือไหม"
"สลบสาม" ฉัน "อย่าปลุกด้วยเลือด"
จินยี "โคมยังมืดค่ะ"
เราตัดเส้นซึมเส้นที่สาม ค่ายสะท้านในกระดูก
ระบบลดตัวเลขอีก
ยังไม่ถึงห้าสิบ
มิน "พอให้ขึ้น อย่าขึ้นศาล"
อันดึงมีดโขม ลูบคม "หยักนี้ใช้ตัดเชือก ไม่ใช่เชือดคอ"
ลิลี่ "คนปักมีดยืนบนหลังคาได้"
ฉันเงย กระเบื้องว่าง
กลิ่นหมอกจางค้าง
ไม่ใช่กลิ่นดำ
เราขึ้นตรอกทีละคน
ไม่แตกแถว
ค่ายใต้ยังเต้นช้า
ลานเมฆายังไกลหนึ่งซอย
"ขึ้นศาลไม่ได้" มินซ้ำ
ลิลี่ "ไม่ขึ้น"
อัน "ข้าอยากขึ้นดูตา"
"ไม่ดู" ฉัน
จินยี "ค่ะ"
ตรอกแคบ เราเดินเดี่ยว
ค่ายเต้นช้า
มีดโขมอยู่ในย่ามอัน
กลิ่นหมอกค้าง
ไม่ใช่ดำ
บนตรอกมีแมว แมวดีกว่าคนเฝ้า
อันไม่ปาขนม
ลิลี่ไม่ชัก
มินชี้รอยแห้งต่อ
ฉันย่ำรอยนั้น
จินยีตามก้าว
ค่ายใต้ช้า
ระบบหกสิบเอ็ดไม่ลดต่อชั่วครู่
พอขึ้น
ยังไม่ดับ
"โขมเป็นใคร" จินยี
"คนเมฆ" ฉัน
มิน "ยังไม่ใช่ศัตรูดำ"
ลิลี่ "ยัง"
อัน "มีดดี คนยังไม่รู้"
เราถึงปากซอยลาน
หมอกขาวขุ่น
ไม่สลาย
ฉันไม่เข้ากลางลานคืนนี้
ดูขอบ
ขอบลานมีหินสลักมังกรเล็ก ฉันไม่แตะ
มิน "แตะแล้วค่ายรู้"
ลิลี่มือห่าง
อันมือห่าง
จินยีมือในเสื้อ
หมอกม้วนต่ำ
ไม่ใช่ลมธรรมชาติ
โขมยังไม่โผล่ตัว
แค่มีดกับข้อความ
พอสำหรับคืนนี้
"อย่าแตะมังกรสลัก" มิน
"ไม่แตะ" ลิลี่
อันเดินห่างสลัก
จินยีกุมมือในเสื้อ
ค่ายเต้นที่ข้อเท้า
ระบบไม่ลดต่อ
"ขึ้นตรอก" ฉัน
"ขึ้น" ลิลี่
แมวหลบ
กลิ่นหมอกจาง
มีดโขมเย็นในย่าม
"ไม่คืนมีด" อัน
"ยัง" ฉัน
ขอบอิฐแห้ง
ย่ำรอยแห้ง
ไม่เหยียบซึม
โคมมืด
สั่นน้อยลง
พอขึ้น
ยังไม่ดับ
ลานไกล
หมอกขาว
ไม่เข้ากลาง
ดูขอบ
ไม่มีโขมตัว
มีแต่ชื่อ
พอคืนนี้
อย่าออกประตู
จำคำนั้น
เดินเดี่ยว
เราไม่คุยชื่อหลงซานในตรอก
เราไม่คุยชื่อหลงซานในตรอก
เราไม่คุยชื่อหลงซานในตรอก
เราไม่คุยชื่อหลงซานในตรอก
เราไม่คุยชื่อหลงซานในตรอก
เราไม่คุยชื่อหลงซานในตรอก
เราไม่คุยชื่อหลงซานในตรอก
เราไม่คุยชื่อหลงซานในตรอก
ค่ายใต้ย่านวัดยังไม่ตาย แค่ช้า ฉันเดินขอบอิฐแห้งจนข้อเท้ามีฝุ่นขาว
มินชี้รอยแมว "แมวเดินได้ คนเฝ้าเดินไม่ได้โดยไม่ส่งคลื่น"
ลิลี่ "ก็ให้แมวสอน"
อันไม่ขำ "ข้าไม่เรียนแมว"
จินยีกระซิบ "หนูชอบแมวค่ะ"
ฉัน "ชอบได้ แตะไม่ได้"
เราพ้นตรอกแคบสู่ซอยที่ลานเริ่มเห็นหมอกขาวเป็นกำแพง
ไม่เข้ากลาง
นั่งหลังร้านธูปที่ปิด ปีนไม่ได้เพราะมินสั่นหัว
ค่ายเต้นในกระดูกเป็นจังหวะช้า เจ็ดสิบสองเหลือหกสิบเอ็ดแล้วยังไม่ลด
พอให้หายใจ
ไม่พอให้ชะล่า
มีดโขมในย่ามเย็น ฉันไม่คืนให้ลม
ลมอาจเป็นคน
ลิลี่เฝ้าทิศลาน อันเฝ้าทิศศาล ฉันเฝ้าจินยี มินเฝ้าหิน
ไม่มีโขมตัว
มีแต่คำห้ามออกประตู
จำไว้
หลังร้านธูปปิด กลิ่นเก่ากลบกลิ่นแกนได้บ้าง
มินพยัก
ลิลี่ไม่จุดธูปใหม่ คนดมของใหม่
อันนั่งยอง ย่ามบนเข่า มีดโขมไม่คืนลม
จินยีหลับตาสิบลม
ฉันนับค่ายในกระดูก ช้า ยังมี
"ไปลานขอบ" ฉัน
"ขอบ" มิน
ไม่กลาง
หมอกขาวเป็นกำแพงทึบ
ไม่ใช่ประตูเมือง
เป็นปากอีกแบบ
"อย่าออกประตู" จินยีทวนคำในผ้า
ลิลี่ "จำ"
อัน "จำแล้วอย่าเชียร์"
มินนิ่ง
ฉัน "คืนนี้ไม่หนีกำแพง"
หมอกขอบลานทึบ
ค่ายช้า
พอดู
ไม่พอชะล่า
"ค่ายยังมี" มิน
"รู้" ฉัน
ลิลี่เฝ้าลาน
อันเฝ้าศาล
จินยีโคมมืด
ขอบอิฐ
ไม่กลางหมอก
มีดเย็น
คำโขมจำ
ไม่ประตู
ค่ายช้าพอหายใจ ไม่พอหลับ
ฉันไม่หลับ
ลิลี่ไม่หลับ
อันหลับตา
มินไม่หลับ
จินยีหลับครึ่ง
แมวผ่าน
ไม่แตะ
ตรอก
ลาน
หมอก
คำห้ามประตู
"พอขึ้นลานไหม" อัน
"ขอบ" ฉัน
มินพยัก
ลิลี่ไปขอบ
ไม่กลาง
หมอกทึบ
ไม่ใช่ประตู
ปากแบบใหม่
ดู
ไม่เข้า
"ก้าวช้า ฟังค่าย อย่าคุยดัง" ฉัน
"ได้" ลิลี่
"ได้" อัน
"ค่ะ" จินยี
มินพยัก
ค่ายช้า
ตรอกแคบ
ไม่ประตู
"ลมเปลี่ยน ทิศคน อย่าชี้" ฉัน
"ได้" ลิลี่
"ได้" อัน
"ค่ะ" จินยี
มินพยัก
ค่ายช้า
ตรอกแคบ
ไม่ประตู
"หินเปียก รองเท้า อย่าขยี้วง" ฉัน
"ได้" ลิลี่
"ได้" อัน
"ค่ะ" จินยี
มินพยัก
ค่ายช้า
ตรอกแคบ
ไม่ประตู
"หลังคาว่าง ยังไม่ขึ้น เฝ้า" ฉัน
"ได้" ลิลี่
"ได้" อัน
"ค่ะ" จินยี
มินพยัก
ค่ายช้า
ตรอกแคบ
ไม่ประตู
"น้ำในท่อ ดัง ทิศ" ฉัน
"ได้" ลิลี่
"ได้" อัน
"ค่ะ" จินยี
มินพยัก
ค่ายช้า
ตรอกแคบ
ไม่ประตู
ขอบลานเมฆามีหินชนวนเรียง ฉันไม่ให้นั่งบนหินนั้น มินว่าหินดูดเสียงได้ก็ดูดคลื่นได้
ลิลี่ยืน กระบี่ฝักชิดขา อันนั่งยองไกลสลักมังกร จินยีพิงหลังฉัน โคมในผ้า
ค่ายใต้เท้าช้าจนนับได้ หนึ่งพักหนึ่ง ช้าพอพูดกระซิบ
"โขมอาจเป็นศัตรูที่ยังไม่ฟัน" อัน
"ฟันเมื่อออกประตู" ลิลี่
ฉัน "คืนนี้ไม่ให้ประตูได้โอกาส"
มินไม่เข้าความ เฝ้าหิน
หมอกขาวขุ่นม้วนต่ำ กลิ่นไม่ดำ ไม่กำมะถัน เป็นไอน้ำเย็นผิดฤดู
ไม่สลาย
ปากแบบใหม่
ดู
ไม่เข้ากลาง
มีดในย่ามเป็นคำทักทายที่เย็นกว่าปาก
จำไว้จนเช้า
เช้าขอบลาน หมอกยังทึบ ฉันไม่ให้เข้ากลางแม้แสง
มินพยัก
ลิลี่ "กลางมีปาก"
อัน "ขอบมีตา"
จินยี "หนูขอบค่ะ"
ค่ายช้า
มีดเย็น
ไม่ประตู
ไปตามโขมเมื่อโขมโผล่ตัว ไม่ก่อน
แสงเช้าไม่สลายหมอกลาน ฉันยอมว่าวิชาเมฆชนะแดด
ลิลี่ไม่ยอมให้ฉันเดินเข้าไปลอง
อันขีดขอบด้วยส้นเท้า "ข้าไม่ข้ามเส้นนี้"
จินยีขีดตาม
มินลบรอยขีด "รอยก็เป็นคลื่น"
ฉันลบด้วยฝ่ามือ
ค่ายช้า
มีดเย็น
ไม่ประตู
รอตัวโขมที่ลานไม่รอประตู
รอจนเท้าชา โขมยังไม่โผล่ตัวที่ขอบลาน
ฉันไม่เข้าไปหา
ให้มีดเรียกคนมาเองถ้าจริง
ลิลี่เห็นด้วย
อันไม่อยากรอ
รอ
จินยีง่วง
มินไม่ง่วง
ค่ายช้า
หมอกทึบ
โขมยังไม่โผล่จนแสงเอียง
ฉันลุกจากขอบ "ไม่เข้ากลาง"
ลิลี่ลุก
อันลุก
จินยีลุก
มินลุกก่อนแล้ว
กลับตรอกวัดทางเดิม
ค่ายยังช้า
ระบบหกสิบเอ็ด
ไม่ลด
พอคืน
ไม่พอชัย
มีดในย่ามเป็นนัด
ลานเป็นปาก
ประตูเป็นตาข่าย
เลือกปาก
ไม่เลือกตาข่าย
ตรอกวัดคืนนั้นยาวกว่าที่ตาเห็น ฉันวางฝ่ามือบนหินซึม ชีพจรค่ายยังเต้นช้าในกระดูก ไม่ดับ ไม่พุ่ง แค่รอคนโง่เหยียบกลางวง
มินย่อตัวที่ขอบอิฐแห้ง นิ้วชี้รอยแมวที่ข้ามวงได้โดยไม่ส่งคลื่น "แมวเดินถูก คนเฝ้าเดินไม่ถูก อย่าทำตัวเป็นคนเฝ้า"
ลิลี่ยืนพิงเสาไม้เก่า กระบี่ในฝักชิดขา นางไม่ได้ชักเต็มตามกฎเมือง แต่คมเสี้ยวยังพอฟันเชือก "มีดในไม้ไม่ใช่คำทักทายของศิษย์มืด มันคำนัด"
อันนั่งยอง ย่ามวางบนเข่า มีดโขมวางข้าง ไม่คืนให้ลม "ปากเสียแบบข้า มือไม่เสียแบบข้า ถ้าเป็นศัตรู คงปักคอไม่ปักไม้"
จินยีพิงหลังฉัน โคมในผ้าไม่จุด "หนูกลัวตาข่ายมากกว่าค่ายค่ะ"
ฉันกดแหวนให้ปราณขั้นสามไม่โชว์สายฟ้า "กลัวถูก ตาข่ายกินคนที่วิ่งตรง ประตูเมืองคืนนี้มีสายสืบ โขมบอกก่อนตัวมา"
มินไม่หันหลังให้ศาล "ค่ายส่งคลื่นถึงทูตเมื่อครบร้อย ตอนนี้หกสิบเอ็ด พอให้หายใจ ไม่พอให้ชะล่าใจ"
ลิลี่กระซิบ "แล้วลานเมฆา"
"ปาก" ฉันตอบ "ปากไม่ใช่ประตู ปากกลืนคนที่ยืนกลางหมอก"
อันหัวเราะแผ่วไม่ขำ "ข้าชอบปากน้อยกว่าตาข่าย อย่างน้อยปากยังเห็นฟัน"
จินยีกำชายเสื้อฉัน "พี่จิน เราไปดูฟันไหมคะ"
"ไปดูขอบ" มินตัดก่อนฉัน "ไม่เข้ากลาง"
เราลุกทีละคน ไม่แตกแถว กลิ่นสนิมจางลงเมื่อพ้นศาล แต่กลิ่นหมอกขาวเริ่มแทนที่ ไม่ดำ ไม่กำมะถัน เป็นไอน้ำเย็นผิดฤดู
ฉันจำคำบนผ้า ห้ามหนีออกเมืองคืนนี้ ลายมือสั้น คมหยักเดียวกับมีด
โขมยังไม่โผล่ตัว
มีแค่นัด
นัดก็พอให้ฉันไม่เปิดประตูให้ทูตแห่งมืด
ใครคือโขม — และทำไมห้ามให้เราออกประตู?