📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 149 จาก 135

ตอนที่ 149: ดาบอัสนีสะบั้นมาร — ปลดปล่อยบันไดสวรรค์

คลื่นพลังมืดและสายฟ้าสะท้านปฐพีฉีกกระชากมิติเหนือหุบเขา...

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไหม้เกรียมของไออสูรจนแทบสำลัก ลมหายใจของฉันร้อนผ่าวดั่งเปลวเพลิงที่แผดเผาหลอดลม แต่ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เลือดในกายพลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด

บนยอดบันไดสวรรค์ขั้นสูงสุด กวนซานในสภาพเกราะมารแตกยับเยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเหวอะหวะ ดวงตาของมันเบิกโพลงฉายแววบ้าคลั่งไร้ขอบเขต ในอุ้งมือหนาหยาบกร้านของแม่ทัพอสูรมีแผ่นยันต์สีเลือดแผ่นหนึ่งส่องประกายวูบวาบถี่รัว ไอสังหารมหาศาลและแรงกดดันจนมิติบิดเบี้ยวแผ่ออกมาจนอากาศรอบข้างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับกระจกแตกร้าว

มันคือยันต์ระเบิดดวงดาว!

หากปล่อยให้มันปะทุขึ้นมา ไม่เพียงแค่พวกเราทุกคนจะแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี แต่แม้กระทั่งบานประตูวิหารเทพบรรพกาลชั้นในและเทือกเขาแห่งนี้ก็จะถูกลบหายไปจากแผนที่โลกตลอดกาล!

[ระบบ: แจ้งเตือนวิกฤตสูญสลาย! ตรวจพบคลื่นทำลายล้างระดับล้างผลาญ นับถอยหลังระเบิดดวงดาว 3... 2...! คำเตือน: รัศมีทำลายล้างหนึ่งร้อยลี้! ต้องทำลายหรือสกัดกั้นยันต์ก่อนระเบิดทำงานโดยเด็ดขาด!]

"อย่าหวังว่าจะรอดไปได้สักคนเดียว! มอดไหม้ไปพร้อมกับข้าซะ!"

กวนซานคำรามก้อง น้ำเสียงแหบพร่าคลุ้มคลั่ง มันเตรียมจะกระแทกฝ่ามือบดขยี้ยันต์มรณะให้แตกคามือ

"ไม่มีวัน!"

ฉันตะโกนสุดเสียง กล้ามเนื้อทุกมัดทั่วร่างเกร็งแน่น ปราณสายฟ้าในจุดตันเถียนระดับสามขั้นสมบูรณ์ที่ผ่านการขัดเกลาจนแน่นหนาดั่งศิลาพันปีแช่อยู่ใต้ก้นสมุทรลึกปะทุพล่าน สองขาถีบส่งทะยานร่างข้ามเศษซากศพของเหล่าอสูรพุ่งตรงไปข้างหน้า ลิลี่ที่อยู่เคียงข้างกระชากกระบี่วิญญาณเปล่งแสงสีครามเจิดจ้า ขณะที่ร่างของครามซึ่งทรุดกายอยู่ด้านหลังรวบรวมเรี่ยวแรงหยาดสุดท้าย

ไม่มีเวลาให้ลังเลแม้แต่เศษเสี้ยวของกระพริบตาเดียว!

ครามกัดริมฝีปากแน่นจนโลหิตสีชาดไหลริน เธอจดจ้องไปยังมือของกวนซานด้วยแววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ปลายนิ้วเรียวขาวผ่องเกี่ยวเข้ากับสายกู่ฉินเส้นสุดท้ายที่ยังคงเหลืออยู่บนพิณโบราณ ปราณเพลงคลื่นสมุทรคลั่งทั้งหมดในร่างถูกรีดเร้นออกมาหลอมรวมลงสู่ปลายนิ้ว ก่อนที่เธอจะกรีดสายกู่ฉินออกไปด้วยกำลังทั้งหมดของชีวิต!

เพล้ง!

เสียงสายกู่ฉินขาดสะบั้นดังกึกก้องบาดลึกถึงวิญญาณ โลหิตสดๆ จากนิ้วมือของครามสาดกระเซ็นเคลือบลงบนคลื่นพลังโปร่งแสง เกิดเป็น 'คลื่นสะบั้นมิติ' สีเลือดปนครามพุ่งแหวกอากาศเป็นเส้นตรงดิ่งเข้าเฉือนข้อมือของกวนซานอย่างแม่นยำ ปลายคลื่นกรีดลึกตัดผ่านเส้นเอ็นและกระดูกจนข้อมือของแม่ทัพอสูรหักพับ ยันต์ระเบิดดวงดาวกระเด็นหลุดลอยขึ้นสู่เบื้องบนทันที!

"บัดซบเอ๊ย!" กวนซานแผดร้องลั่น พยายามกระโจนคว้า

"อย่าแตะต้องมัน!"

เสียงหวานกร้าวของมินดังแทรกผ่านสายลม เธอที่ยืนคุ้มกันอยู่ข้างร่างของชั้นสี่ซึ่งกำลังพิงโล่ยักษ์ด้วยสภาพอ่อนแรง ได้เบิกเนตรพิกัดดวงดาวจนนัยน์ตาส่องประกายสีเงินยวบ ลูกศรแสงสายฟ้าถูกน้าวสายจนคันธนูโก่งงอโค้งงดงาม ก่อนจะถูกปล่อยออกไปพร้อมกับที่ลิลี่หมุนตัวเหวี่ยงกระบี่วิญญาณคู่ใจออกไปกลางอากาศ

ลูกศรสายฟ้าแทงทะลวงอากาศเข้าประกบเข้ากับคมกระบี่วิญญาณของลิลี่ เกิดเป็นกระแสพลังหมุนวนดั่งพายุสว่าน ปลายคมอาวุธปักเข้าที่ขอบล่างของยันต์ระเบิดดวงดาวพอดิบพอดี แรงผลักมหาศาลจากการผสานสองวิชากระแทกยันต์มรณะให้พุ่งทะยานสูงขึ้นไป เสียดแทงทะลุหมู่เมฆาสีเลือดขึ้นสู่ท้องฟ้าชั้นสูงสุดอย่างบ้าคลั่ง!

ตูมมมมมมมมมมมมมม!

เหนือฟากฟ้านับพันจั้ง แสงสว่างเจิดจ้าจนตาพร่ามัวพลันระเบิดออก กลบรัศมีของดวงตะวันจนมิดมืด ผืนฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนไปชั่วขณะหนึ่ง แรงอัดอากาศอันมหาศาลโถมลงมาดั่งคลื่นยักษ์ถล่ม พัดพาเศษฝุ่น ผงธุลี และเมฆาสีเลือดที่ปกคลุมท้องฟ้าแห่งนี้มาเนิ่นนานให้แหลกสลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าอันสว่างไสว!

แรงระเบิดบนฟ้าส่งผลสะท้อนให้ร่างของกวนซานที่สูญเสียข้อมือซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว เลือดดำทะลักออกจากบาดแผลทั่วร่าง แต่มันยังคงไม่ยอมแพ้ ดวงตาสีโลหิตจ้องมองมายังฉันด้วยความเคียดแค้นสุดขีด มืออีกข้างที่เหลืออยู่เอื้อมลงไปหมายจะคว้าง้าวศึกคู่กายที่ปักอยู่บนพื้นศิลา

"ไอ้เศษสวะเผ่ามนุษย์! ต่อให้ข้าไร้แขน ข้าก็จะขยี้กะโหลกพวกเจ้าให้แหลกคามือ!"

"โอกาสนั้นของแก... มันจบลงไปตั้งแต่วินาทีที่แกคิดทำลายพวกพ้องของฉันแล้ว!"

ฉันไม่ปล่อยให้ช่องว่างแห่งการสวนกลับหลุดลอยไปแม้แต่ชั่วลมหายใจเดียว สองมือกระชับด้ามดาบสายฟ้าสลักตรามหาเทพแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณสายฟ้าในกายที่สงบนิ่งและบริสุทธิ์ถึงขีดสุดเริ่มไหลเวียนย้อนกลับ สลักตรามหาเทพโบราณบนใบดาบเปล่งประกายสีทองอร่ามขับไล่ความมืดมิด

[ระบบ: สภาวะจิตใจแน่วแน่ถึงขีดสุด! ปลดล็อกกระบวนท่าผสานโบราณ: 'ดาบอัสนีบาตมหาเทพดวงดาว'! สั่งการผสานปราณสายฟ้าระดับสามขั้นสมบูรณ์เข้ากับตรามหาเทพ!]

เปรี๊ยะ! เปรี้ยงงงงง!

สายฟ้าสีทองเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ที่เพิ่งเปิดออก มันไม่ได้ฟาดลงมาทำลายล้าง แต่กลับพุ่งตรงลงมาหลอมรวมเข้ากับใบดาบในมือของฉัน! พลังงานบริสุทธิ์อัดแน่นจนอากาศรอบดาบยุบตัวลง เสียงคำรามของอัสนีบาตดังกึกก้องสะท้อนในทรวงอก ปราณระดับสามของฉันไม่ได้ก้าวข้ามหรือทะลวงระดับ หากแต่มันแผ่ขยายความหนาแน่นจนลึกล้ำเกินกว่าที่ใครจะหยั่งถึง ดุจดั่งศิลาผาแกร่งที่รองรับสายฟ้าสวรรค์เอาไว้ได้อย่างมั่นคงไร้รอยร้าว!

ฉันสืบเท้าไปข้างหน้า ก้าวเดียวบดขยี้ผืนศิลาบันไดสวรรค์จนแตกละเอียดเป็นผง ทะยานร่างขึ้นเหนือศีรษะของแม่ทัพอสูร

"รับทัณฑ์สวรรค์ไปซะ!"

ฉันตวัดดาบลงมาสุดแรงเกิด!

ดาบอัสนีบาตมหาเทพดวงดาวกรีดผ่านมิติเป็นลำแสงสีทองขนาดมหึมา ความเร็วและพลังอำนาจของมันตัดขาดทุกสรรพสิ่ง กวนซานที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นทำได้เพียงเบิกตากว้างด้วยความหวาดสะพรึงสุดขั้วหัวใจ ไม่มีแม้แต่เวลาจะกรีดร้อง

ชั่วพริบตานั้น คมดาบสายฟ้าสีทองผ่าผ่านร่างมหึมาของกวนซานตั้งแต่กึ่งกลางศีรษะ จรดลงมาถึงหว่างอก และตัดผ่านลำตัวลงไปจนถึงแผ่นศิลาบันไดสวรรค์เบื้องล่าง!

เปรี้ยงงงงงงงงงงงง!

เสียงระเบิดของสายฟ้าสีทองดังสะท้านปฐพี ผืนศิลาโบราณของบันไดสวรรค์แยกออกเป็นร่องลึกยาวหลายสิบวา เปลวอัสนีสีทองแผดเผาเศษซากพลังมารจนสลายหายไปในพริบตา ร่างของกวนซานหยุดนิ่งค้างอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่รอยแยกสีทองจะปริแตกออกจากกึ่งกลางร่าง เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์เผาผลาญอวัยวะภายในจนกลายเป็นจุล

ร่างของแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรแห่งกองทัพมารค่อยๆ แตกสลาย กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำปลิวว่อนไปตามสายลม ไม่หลงเหลือแม้แต่ซากกระดูก!

[ระบบ: สังหารแม่ทัพอสูรดวงดาว 'กวนซาน' สำเร็จ! ภารกิจขจัดภัยคุกคามหน้าวิหารเทพบรรพกาลเสร็จสิ้น! ได้รับค่าประสบการณ์มหาศาลและผลึกวิญญาณบริสุทธิ์!]

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมยอดบันไดสวรรค์ในทันที

ฉันทิ้งตัวลงแตะพื้นอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกจากปาก ดาบสายฟ้าสลักตรามหาเทพในมือยังคงมีประกายไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบก่อนจะค่อยๆ สงบลง เหงื่อกาฬไหลรินท่วมแผ่นหลัง แต่สายตาของฉันยังคงกวาดมองไปเบื้องล่างอย่างระแวดระวัง

กองทัพอสูรดวงดาวนับหมื่นที่ออกันอยู่ตามขั้นบันไดเบื้องล่าง เมื่อเห็นแม่ทัพใหญ่ของพวกมันถูกสังหารจนดับสูญในดาบเดียว ต่างพากันชะงักงัน เสียงโห่ร้องกู่ก้องด้วยความกระหายเลือดพลันเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวอย่างบ้าคลั่ง!

"ท่านแม่ทัพ... ท่านแม่ทัพกวนซานตายแล้ว!"

"ปีศาจ! เจ้ามนุษย์นั่นมันเป็นปีศาจ!"

"หนีเร็ว! หนีกลับรอยแยกมิติ!"

เมื่อไร้ซึ่งผู้บัญชาการ กองทัพอสูรที่เคยเกรียงไกรก็ไม่ต่างอะไรกับฝูงมดปลวกที่รังแตก พวกมันแย่งชิงกันวิ่งหนีตาย เหยียบย่ำกันเองจนล้มตายระเนระนาด ทะลักถอยร่นกลับลงไปสู่รอยแยกมิติสีดำเบื้องล่างอย่างไม่คิดชีวิต หมอกพิษสีม่วงคล้ำและเปลวเพลิงทมิฬที่เคยลุกไหม้บันไดสวรรค์เริ่มมอดดับลงตามแรงหนีของพวกมัน ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มหม่นหมองเริ่มปรากฏประกายแสงตะวันสีทองอ่อนๆ สาดส่องลงมาขับไล่ไอชั่วร้าย

"พวกเรา... รอดแล้วงั้นเหรอ?"

เสียงแหบพร่าดังมาจากด้านหลัง ฉันหันกลับไปมอง พบว่าชั้นสี่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นจากโล่ยักษ์ของเขา โดยมีอันคอยประคองและป้อนโอสถฟื้นฟูปราณให้อย่างเร่งรีบ รอยยิ้มโล่งอกปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นดินของทุกคน โขมโบกสะบัดพัดในมือสลายหมอกมายาที่ใช้พรางตาออก ลิลี่วิ่งเหยาะๆ เข้ามาเก็บกระบี่วิญญาณพร้อมกับส่งยิ้มบางเบาให้ฉัน ส่วนคราม แม้ว่านิ้วมือของเธอจะมีผ้าพันแผลชุ่มเลือดที่อันเพิ่งพันให้ แต่สายตาที่เธอมองมายังฉันกลับเปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง

ฉันพยักหน้าให้ทุกคน พลางยกมือขึ้นแตะตลับศิลาบรรจุเข็มตรึงวิญญาณครบทั้งสามเล่มที่แนบอยู่ข้างเอว และผลึกดวงเนตรดวงดาวในอกเสื้อ สิ่งเหล่านี้ยังคงปลอดภัยดี ความพยายามหยาดเหงื่อและรอยเลือดของพวกเราไม่สูญเปล่า

ครืนนนนนนนนนน...

ทันใดนั้น เสียงสั่นสะเทือนอันยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่แตกต่างจากแรงระเบิดเมื่อครู่โดยสิ้นเชิงก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า!

บันไดสวรรค์ที่ผ่านการชโลมด้วยศึกนองเลือดมาอย่างยาวนานส่องแสงเรืองรอง ละอองปราณบริสุทธิ์ผุดขึ้นมาจากผืนศิลาทุกแผ่นราวกับสายน้ำพุที่ถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ ประตูวิหารเทพบรรพกาลชั้นในขนาดยักษ์ที่เคยปิดสนิทมานับหมื่นปี บัดนี้ลวดลายมังกรและหงส์โบราณบนบานประตูได้สว่างวาบขึ้น ก่อนที่บานทวารศิลาอันหนักอึ้งจะค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ!

[ระบบ: ตรวจพบการปลดปล่อยบันไดสวรรค์อย่างสมบูรณ์! ประตูสู่วิหารเทพบรรพกาลชั้นในเปิดออกแล้ว!]

แสงสีทองคำอันบริสุทธิ์และอบอุ่นดั่งแสงแรกแห่งการกำเนิดโลกสาดทะลักออกมาจากภายในรอยแยกของประตู ปัดเป่าความเหนื่อยล้า กลิ่นคาวเลือด และความมืดมิดที่เกาะกุมรอบกายพวกเราจนหมดสิ้น

และเมื่อบานประตูเปิดกว้างออกจนสุด สายตาของฉันและทุกคนก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

ใจกลางห้องโถงมิติอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดภายในวิหาร มี 'แท่นบูชาเทพบรรพกาล' สีขาว!