เสียงบดขยี้ของมวลอากาศกรีดลึกแสบแก้วหู ราวกับฟากฟ้าเบื้องบนกำลังถูกกรงเล็บยักษ์ที่มองไม่เห็นฉีกกระชาก ล้อเหล็กมหึมาของรถศึกเพลิงดวงดาวหมุนวนด้วยความเร็วอันบ้าคลั่ง ประกายไฟสีม่วงดำปะทุแตกกระจาย ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝนเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพชีวิตให้มอดไหม้เป็นจุณ กลิ่นไหม้เกรียมของกำมะถันและไอความตายตลบอบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศจนแทบสำลัก
บนรถศึกทมิฬคันนั้น ร่างสูงตระหง่านดั่งขุนเขาในชุดเกราะศึกสีนิลวาววาวยืนปักหลักอย่างมั่นคง ผ้าคลุมสีโลหิตโบกสะบัดต้านทานพายุคลั่ง มือหนาหยาบกร้านทั้งสองข้างกุมง้าวอัสนีเพลิงเล่มยักษ์ คมง้าวอาบประกายอัสนีสีชาดสลับเปลวไฟสีดำทมิฬ ปราณมืดระดับสามขั้นสูงสุดเปี่ยมล้นทะลักทลายออกมาจากร่างของมัน จนมิติรอบทิศทางบิดเบี้ยวสั่นระริกราวกับผิวน้ำที่ถูกรบกวน
[ระบบ: ตรวจพบไอสังหารระดับวิกฤตสูงสุด! เผชิญหน้าแม่ทัพเอก ‘กวนซาน ผู้ไร้พ่าย’! ขอบเขตพลัง: ระดับสามขั้นสูงสุดสมบูรณ์! ทักษะติดตัว: ‘ง้าวเพลิงสลายปราณ’! คำเตือนเร่งด่วน: เปลวเพลิงสามารถกัดกร่อนปราณแท้ ห้ามปะทะง้าวตรงหน้าด้วยปราณโล่ธรรมดาเด็ดขาด!]
หน้าต่างอักษรสีแดงฉานกะพริบถี่รัวในม่านสายตาของฉัน หัวใจในอกเต้นกระหน่ำรัวเร็ว แรงกดดันอันมหาศาลกดทับลงมาบนบ่าจนกระดูกลั่นเกรียบ ทว่าจุดตันเถียนของฉันยังคงสงบนิ่งดั่งศิลาแช่อยู่ใต้ก้นธารน้ำลึก แม้จะอยู่เพียงระดับสามขั้นสมบูรณ์ แต่รากฐานอันแน่นหนาที่ผ่านการหล่อหลอมมานับครั้งไม่ถ้วนก็ปฏิเสธที่จะยอมสยบต่อไอสังหารตรงหน้า
"พวกมดปลวกบังอาจขวางทางทัพสวรรค์!"
เสียงคำรามของกวนซานดังกึกก้องประดุจฟ้าร้องกลางวันแสกๆ มันกวัดแกว่งง้าวอัสนีเพลิงขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะฟาดฟันลงมาเพียงครั้งเดียว คลื่นดาบเปลวเพลิงสีม่วงดำมหึมายาวนับร้อยจั้งฉีกกระชากผืนฟ้า พุ่งดิ่งลงมาหมายจะผ่าบันไดสวรรค์ศิลาขาวให้ขาดเป็นสองท่อน!
"ถอยไปอยู่ข้างหลังข้า!"
ชั้นสี่แผดเสียงคำรามลั่นจนลำคอโปนปูด ร่างกำยำพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าอย่างไม่คิดชีวิต โล่หยกยักษ์ในมือกระแทกลงบนพื้นศิลาจนแตกร้าว โซ่ตรึงวิญญาณหนาหนักพันรอบท่อนแขนส่งเสียงเหล็กกระทบกันดังกังวาน เขาอัดฉีดปราณแท้ทั้งหมดเข้าสู่โล่ แสงหยกเขียวขจีสว่างวาบขึ้นต้านทานมวลอากาศร้อนระอุ
ตูม!
เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น แรงปะทะระหว่างคลื่นเพลิงมืดและปราณโล่หยกก่อให้เกิดพายุเพลิงพัดกวาดไปทั่วบริเวณ ชั้นสี่กัดฟันกรอด ขาทั้งสองข้างจมลึกลงไปในเนื้อศิลา แรงกระแทกอันมหาศาลซัดร่างของเขาไถลครูดไปด้านหลังไกลกว่าสิบวา ผิวหน้าของโล่หยกเกิดรอยร้าวลึกลามเป็นร่างแห เปลวเพลิงสีดำลามเลียเผาผลาญปราณคุ้มกาย เลือดสดๆ ทะลักพรวดออกจากปากและจมูกของเขา ย้อมเกราะอกจนแดงฉาน
"ชั้นสี่!"
เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ของลิลี่วาดผ่านสายลมดุจวิหคเหิน กระบี่วิญญาณในมือของเธอเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามพร่างพราว เธอสอดตัวเข้ารองรับแผ่นหลังของชั้นสี่ไว้ ปราณกระบี่นับร้อยสายหมุนวนตัดสะบั้นเปลวเพลิงที่กำลังจะกลืนกินร่างเขา ทว่าแรงลมเพลิงอันบ้าคลั่งที่พัดผ่านก็ยังคงส่งผลให้กระบี่วิญญาณของเธอสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ลิลี่หน้าซีดเผือด ลมหายใจสะดุดกุกกักจากไอร้อนที่แทรกซึมเข้าสู่ชีพจร
"อย่าเพิ่งขยับ!" อันร้องเตือน ละอองแสงสีมรกตแห่งการรักษาจากปลายนิ้วของเธอพุ่งตรงเข้าห่อหุ้มบาดแผลของชั้นสี่ในทันที ขณะที่มินซึ่งยืนประกบข้างเหนี่ยวสายธนูยาว นัยน์ตาสีทองหรี่ลงจับจ้องไปยังศูนย์กลางของเพลิงมืด
ความตึงเครียดบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ กวนซานบนรถศึกเพลิงดวงดาวเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม มันสะบัดง้าวเตรียมจะลงดาบที่สองเพื่อบดขยี้พวกเราให้แหลกละเอียด ฉันไม่มีเวลาให้ลังเลแม้แต่เสี้ยวพริบตาเดียว
[ระบบ: วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวสำเร็จ! ‘จุดอ่อนของง้าวอัสนีเพลิงอยู่ที่รอยต่อเกราะใต้รักแร้ขวา! ช่องว่างจะเปิดออกเพียงหนึ่งในสิบของลมหายใจทุกครั้งที่เหวี่ยงง้าวสุดวงแขน!’]
ฉันเปิดตลับศิลาข้างเอวอย่างรวดเร็ว เข็มตรึงวิญญาณสามเล่มที่นอนนิ่งส่งประกายแสงสีเงินเย็นเฉียบกระตุ้นสติให้คมปลาบ ฉันส่งสัญญาณจิตผ่านกระแสปราณไปยังทุกคนในเสี้ยววินาที
‘มิน อัน เบี่ยงเบนสายตามัน! โขม คลี่ม่านหมอก! คราม ดึงวิถีเพลิง!’
ทุกคนตอบรับคำสั่งโดยไร้ข้อกังขา มินปล่อยสายธนูในทันที ลูกศรปราณสามดอกพุ่งทะลวงอากาศกรีดเสียงแหลมสูง อันซัดผงยาสลายประสาทผสานไปกับลูกศร ก่อตัวเป็นม่านตาข่ายแสงระยิบระยับบดบดบังทัศนวิสัยของแม่ทัพใหญ่ โขมสะบัดแขนเสื้อ ปลดปล่อยหมอกมายาสีเทาหม่นเข้าปกคลุมล้อรถศึก สร้างภาพลวงตาตัดขาดการรับรู้เชิงพื้นที่
ติ้ง—!
เสียงสายกู่ฉินสะบัดกรีดอย่างทรงพลัง ครามกรีดปลายนิ้วลงบนสายไหม เสียงเพลงคลื่นกู่ฉินก้องกังวานดั่งเกลียวคลื่นสมุทรลึกถาโถมเข้าใส่พายุเพลิง มวลน้ำและพลังเสียงแห่งเพลงคลื่นมิได้เข้าปะทะตรงๆ หากแต่หมุนวนเป็นวังน้ำวนดึงดูดพลังเพลิงสีม่วงดำให้เบี่ยงเบนทิศทาง คลื่นง้าวที่สองของกวนซานจึงฟาดเฉียดผ่านหลังคาศิลาไป ระเบิดหินผาเบื้องหลังจนพังทลาย
"หนอย! หนูกระจอกเล่นกล!"
กวนซานคำรามด้วยความเดือดดาล มันเงื้อง้าวอัสนีเพลิงขึ้นสุดวงแขนเพื่อเตรียมจะกวาดล้างภาพลวงตาทั้งหมด และในจังหวะนั้นเอง แผ่นเกราะสีนิลใต้รักแร้ขวาของมันก็เปิดอ้าออก เผยให้เห็นรอยต่อที่ไร้การป้องกัน!
‘จังหวะนี้แหละ!’
ฉันดึงพลังสายฟ้าแท้จากผลึกดวงเนตรดวงดาวที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ ประกายอัสนีบาตสีครามสว่างเจิดจ้าทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรทั่วร่าง หลอมรวมเข้ากับดาบสายฟ้าสลักตรามหาเทพในมือขวา ร่างกายของฉันระเบิดความเร็วสูงสุด เคลื่อนไหวดุจสายฟ้าแลบผ่านม่านหมอกมายา ข้ามผ่านเปลวเพลิงที่เบี่ยงทิศทาง พุ่งทะยานเข้าประชิดใต้รักแร้ขวาของกวนซานในชั่วพริบตาเดียว
ประกายดาบวาบผ่าน!
ฉันแทงดาบสายฟ้าแท้เข้าใส่รอยต่อเกราะใต้รักแร้ขวาอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งความลังเลแม้เพียงเศษเสี้ยว ปลายดาบคมกริบเสียบทะลุผ่านเนื้อหนังลึกถึงกระดูก ปราณสายฟ้าแท้แห่งการชำระล้างระเบิดออกภายในร่างของมัน เสียงเนื้อไหม้เกรียมและเสียงระเบิดของกล้ามเนื้อดังสนั่น กวนซานเบิกตากว้าง เลือดสีดำคล้ำพุ่งกระฉูดออกจากบาดแผลราวกับน้ำพุแตก
"อ๊ากกกกก!"
แม่ทัพใหญ่ร้องคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่าสัญชาตญาณสัตว์ร้ายของมันยังไม่ดับสูญ ในขณะที่คมดาบยังคาอยู่ในเนื้อ แขนซ้ายอันทรงพลังของมันกลับกระชากด้ามง้าวเหล็กกลับมา กระแทกเข้าใส่ยอดอกของฉันอย่างดุดันและบ้าคลั่ง!
อั่ก!
แรงกระแทกหนักหน่วงประดุจขุนเขาทั้งลูกถล่มทับ เกราะปราณคุ้มกายระดับสามของฉันแตกร้าวในพริบตา ร่างของฉันลอยละลิ่วกระเด็นถอยหลังตามแรงปะทะ เท้าครูดไปกับพื้นบันไดสวรรค์เป็นทางยาว ฉันทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง กระอักลิ่มเลือดร้อนผ่าวออกมาเต็มปาก รสชาติคาวสนิมเหล็กแผ่ซ่านทั่วโคนลิ้น ซี่โครงด้านหน้าปวดร้าวแทบแตกหัก หากมิใช่เพราะรากฐานอันมั่นคงดั่งศิลาลึก แรงกระแทกเมื่อครู่นี้คงบดขยี้หัวใจของฉันแหลกเป็นผงไปแล้ว
[ระบบ: สภาพร่างกายได้รับความเสียหายรุนแรง! พลังชีวิตลดลงสามส่วน! ตรวจพบความผันผวนของมิติในระดับอันตรายถึงชีวิต!]
กวนซานเซถอยหลังไปสองก้าว เลือดดำทะลักอาบแขนขวาจนไม่อาจยกง้าวขึ้นได้ตามปกติ ทว่าแววตาใต้หน้ากากเหล็กคู่นั้นกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มันกลับลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความวิปลาสและบ้าคลั่งจนถึงขีดสุด
"คิดว่าจะล้มข้า กวนซานผู้นี้ ได้ง่ายๆ อย่างนั้นรึ?!"
เสียงแหบพร่าตวาดก้อง มันใช้มือซ้ายที่เหลือเพียงข้างเดียวล้วงเข้าไปในอกเสื้อ กระชากแผ่นยันต์สีทองเหลืองอร่ามที่สลักลวดลายดวงดาวอันบิดเบี้ยวออกมา
"ข้าจะเผาผลาญบันไดสวรรค์นี้ไปพร้อมกับพวกเจ้าทุกคน!"
พริบตานั้น ยันต์เพลิงดวงดาวระเบิดมิติถูกจุดชนวน เปลวเพลิงดวงดาวสีดำทมิฬลุกท่วมทะยานขึ้นฟ้า บดขยี้มิติจนฉีกขาดเป็นหลุมดำ รถศึกทั้งคันกลายสภาพเป็นก้อนเพลิงทำลายล้าง และโดยไม่สนใจบาดแผลที่ถูกสายฟ้าฉีกกระชาก กวนซานกระชากบังเหียน บังคับรถศึกเพลิงนรกพุ่งทะยานดิ่งตรงเข้าใส่ระเบียงวิหารศิลาขาวเบื้องล่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อันและชั้นสี่ที่บาดเจ็บสาหัสกำลังยืนอยู่ด้วยความเร็วที่ไม่อาจหยุดยั้ง!
"อัน! หลบไปเร็วเข้า!"
ฉันแผดเสียงตะโกนสุดเสียงพร้อมกับพุ่งทะยานร่างไปข้างหน้า แต่ระยะทางมันไกลเกินไป เปลวเพลิงมืดกำลังจะกลืนกินพวกเธอในอีกเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แล้วฉันจะหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ทันได้อย่างไรกัน?!