ประกายแสงสีครามสว่างวาบสะท้อนวาบผ่านรูม่านตาของฉัน เสียงฉีกกระชากของบรรยากาศแผดก้องจนแก้วหูแทบปริแตก คมดาบสายฟ้าแท้ในมือขวาฟาดฟันแหวกม่านอากาศลงไปตรงจุดตาย หมายบั่นลำคอของผู้อยู่เบื้องหลังคนที่สองในระยะประชิดเพียงแค่ลมหายใจรดริน
แต่ทว่า ร่างในชุดคลุมทมิฬกลับไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง
มือขวาที่ห่อหุ้มด้วยถุงมือเหล็กสีดำสนิทสะบัดยกขึ้นอย่างเยือกเย็น ราวกับคาดเดาวิถีดาบของฉันเอาไว้ล่วงหน้าเนิ่นนาน นิ้วมือเหล็กหยาบกร้านกางออก คว้าจับเข้าที่คมดาบสายฟ้าแท้ด้วยมือเปล่า!
เปรี้ยง!
ประกายเพลิงสีชาดและคลื่นมิติสีม่วงคล้ำระเบิดตูมออกเป็นวงกว้าง ลมปราณหมุนวนบดขยี้แผ่นศิลาใต้ฝ่าเท้าของพวกเราจนแหลกละเอียดเป็นผงคลี แท่นสังเวยโบราณยุบยวบลงกลายเป็นหลุมลึกรูปก้นหอย กลิ่นไหม้เกรียมของแร่หินและกลิ่นคาวสนิมเหล็กคลุ้งตลบอบอวลในพริบตา
[ระบบ: แจ้งเตือนการปะทะระดับสูง! เผชิญหน้า ‘ฝ่ามือมิติหมื่นดาราแทรกซึม’! ตรวจพบแรงสะท้อนพลัง 15,000 ปราณ! คำเตือน: ร่างกายกำลังรับภาระหนักหน่วง!]
แรงสะท้อนมหาศาลกระแทกย้อนกลับเข้ามาตามท่อนแขน ปราณสายฟ้าในเส้นชีพจรของฉันกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เลือดสดๆ เอ่อล้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนต้องกัดฟันกลืนลงไป พลังปราณระดับสามขั้นสมบูรณ์ของฉันที่แช่นิ่งประหนึ่งศิลาใต้น้ำลึกสั่นสะเทือนไหววูบ หากรากฐานปราณของฉันไม่แน่นหนาพอ กระดูกแขนขวาคงแหลกเป็นผงไปตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ปะทะ
"เจ้าเด็กเมื่อวานซืน คิดว่ามีสายฟ้าแท้แล้วจะแตะต้องข้าได้รึ"
น้ำเสียงแหบพร่าเย็นยะเยือกเล็ดลอดออกมาจากใต้หน้ากากเหล็กสีดำ มันบิดข้อมือเล็กน้อย คลื่นมิติสีดำพลันบิดเกลียวรอบฝ่ามือเหล็ก ปัดเบี่ยงวิถีดาบสายฟ้าของฉันออกไปด้านข้างอย่างง่ายดาย พร้อมกับซัดฝ่ามือซ้ายตรงเข้าสู่กลางอกของฉันด้วยความเร็วปานผีพราย!
พริบตานั้น สัญชาตญาณความตายร้องเตือนลั่น ฉันระเบิดปราณสายฟ้าลงสู่ใต้ฝ่าเท้า ใช้ก้าวสายฟ้าดีดร่างหลบฉากไปทางกราบขวาอย่างเฉียดฉิว ลมฝ่ามือมิติมืดเฉือนผ่านหน้าอกไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ชายเสื้อเกราะหนังของฉันขาดกระจุยเป็นริ้วรอยไหม้เกรียม ร่างกายสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกเข้าไปในเนื้อหนัง
"ตายซะเถอะ!"
เสียงหวานใสเจือจิตสังหารดังมาจากด้านบน ลิลี่เหินร่างลงมาจากอากาศ กระบี่วิญญาณในมือของเธอเปล่งแสงสีหยกบริสุทธิ์ แทงทะลวงลงมายังสีข้างของศัตรูอย่างแม่นยำและไร้ความลังเล คมกระบี่กรีดผ่านช่องว่างอากาศด้วยเจตจำนงสังหารขั้นเด็ดขาด
ทว่า ฝ่ามือมิติหมื่นดารากลับสำแดงเดช ม่านพลังมิติโปร่งแสงบิดเบี้ยวผุดขึ้นรอบตัวมันดั่งกำแพงล่องหน เมื่อปลายกระบี่วิญญาณของลิลี่สัมผัสโดน ม่านมิตินั้นกลับหมุนวนดูดซับแรงแทง แล้วสะท้อนพลังทำลายล้างกลับไปเป็นเท่าทวีคูณ
ตูม!
"อึก!"
ลิลี่ส่งเสียงร้องเบาๆ ในลำคอ ร่างบางถูกแรงสะท้อนมิติกวาดซัดจนลอยละลิ่วถอยหลังไปหลายวา ก่อนที่ร่างหนาร่างหนึ่งจะพุ่งเข้ามารับเธอไว้ ชั้นสี่นั่นเอง เขาปักโล่ยักษ์ลงกับพื้นจนหินแตกกระจาย โซ่ตรึงเหล็กกล้าที่พันรอบแขนของเขาสั่นสะท้าน เสียงเสียดสีของโลหะดังระงมเพื่อช่วยดูดซับแรงกระแทกให้ลิลี่
"ตั้งรับไว้! อย่าเพิ่งวู่วาม!" ชั้นสี่ตะโกนก้อง เสียงหอบหายใจของเขาบ่งบอกว่าแรงปะทะเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ฉันไม่ปล่อยให้ศัตรูมีเวลาหันไปเล่นงานพวกเขา ดาบสายฟ้าแท้ในมือถูกกระชากกลับมาหมุนควงเป็นวงกลม ประกายสายฟ้าแตกแขนงออกรอบทิศทาง ฉันพุ่งทะยานเข้าใส่อีกครั้ง ปลดปล่อยเพลงดาบต่อเนื่องสิบเจ็ดกระบวนท่าในชั่วพริบตาเดียว!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงคมดาบปะทะกับฝ่ามือเหล็กดำรัวเร็วดั่งสายฝนกระหน่ำ ประกายไฟสีครามทองสลับดำปะทุสว่างวาบไปทั่วทั้งแท่นบูชา ทุกเพลงดาบที่ฉันฟันลงไปแฝงไว้ด้วยอำนาจทำลายล้างของสายฟ้าแท้ แต่มันกลับถูกถุงมือเหล็กดำและม่านมิติของมันสกัดกั้นไว้ได้หมดสิ้น ฝ่ามือมิติของมันลื่นไหลประหนึ่งสายน้ำที่ไร้รูปทรง ทว่าหนักหน่วงดั่งขุนเขาถล่ม ยิ่งปะทะ ฉันยิ่งรู้สึกว่าพลังปราณในร่างเริ่มติดขัด การบิดเบี้ยวของมิติกำลังแทรกซึมเข้ามากัดกร่อนเส้นชีพจรทีละน้อย
จากด้านหลัง เสียงสายพิณกู่ฉินดังแทรกความโกลาหลขึ้นมาอย่างทรงพลัง ครามกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หลังแนวป้องกันของชั้นสี่ นิ้วเรียวงามทั้งสิบกรีดพรวดลงบนสายกู่ฉินอย่างบ้าคลั่ง เพลงคลื่นสมุทรคลั่งแผดสะท้อนเป็นระลอกคลื่นเสียงสีฟ้าคราม พุ่งเข้ากระแทกม่านมิติของศัตรูเพื่อช่วยตัดรอนแรงกดดันให้ฉัน
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ลูกศรแสงสามดอกพุ่งแหวกอากาศตามมาติดๆ มินที่ใช้เนตรพิกัดเล็งช่องโหว่จากระยะไกล ปล่อยศรเวทเข้าใส่จุดบอดที่ข้อต่อหัวไหล่ของมันอย่างแม่นยำ ขณะที่โขมสะบัดมือร่ายหมอกมายาเข้าปกคลุมรอบแท่นสังเวย บิดเบือนการมองเห็นเพื่อตัดทอนประสาทสัมผัสของศัตรู ส่วนอันก็เร่งเปิดขวดยา โปรยผงโอสถฟื้นฟูปราณลอยตามลมมาให้ฉันอย่างต่อเนื่อง
แต่ถึงกระนั้น ม่านมิติหมื่นดาราของมันก็ยังคงแข็งแกร่งเกินไป ศรของมินถูกมิติดูดหายไปอย่างไร้ร่องรอย หมอกมายาของโขมถูกคลื่นมิติพัดสลาย คลื่นกู่ฉินของครามทำได้เพียงแค่ชะลอการเคลื่อนไหวของมันลงไปเพียงครึ่งจังหวะเท่านั้น
"มดปลวกก็ยังคงเป็นมดปลวก!" ศัตรูคำรามก้อง ลมปราณสีดำระเบิดออกจากร่าง ซัดร่างของฉันให้กระเด็นถอยออกมาหลายก้าว
ฉันปักปลายดาบลงพื้นเพื่อหยุดแรงเฉื่อย หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เลือดลมตีกลับจนดวงตาพร่ามัวเล็กน้อย ขืนสู้ยืดเยื้อต่อไปแบบนี้ พลังปราณระดับสามขั้นสมบูรณ์ของฉันจะต้องหมดลงก่อนแน่ ม่านมิติของมันดูดซับการโจมตีทางกายภาพและปราณสายฟ้าไปเกือบหมดสิ้น
ในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าก็กะพริบขึ้นตรงหน้าอย่างเร่งด่วน
[ระบบ: ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกสำเร็จ! ตรวจพบโครงสร้างพลังงานโบราณ!]
[ระบบ: วัตถุ ‘เข็มตรึงวิญญาณ’ ทั้งสามเล่มในตลับศิลา ถูกสร้างขึ้นโดยมหาปรมาจารย์โบราณเพื่อสยบ ‘วิชามิติหมื่นดารา’ โดยเฉพาะ! คลื่นความถี่ของเข็มสามารถทำลายสมดุลของช่องว่างมิติได้!]
[ระบบ: แนะนำแนวทางแก้ไขเร่งด่วน: ทำการฝังเข็มตรึงวิญญาณลงบนจุดชีพจรดาบของแขนขวา เพื่อหลอมรวมพลังสะกดเข้ากับสายฟ้าแท้!]
สายตาของฉันพลันเหลือบไปมองที่เอว ตลับศิลาโบราณสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับตอบรับเสียงแจ้งเตือนของระบบ
ฝังเข็มลงบนจุดชีพจรดาบงั้นรึ?
นั่นหมายถึงการยอมให้ไอมืดสะกดวิญญาณไหลเวียนตัดผ่านเส้นชีพจรสายฟ้าโดยตรง ความเจ็บปวดจะรุนแรงปานร่างถูกฉีกกระชาก และหากควบคุมไม่ดี เส้นชีพจรแขนขวาอาจจะระเบิดจนพิการไปตลอดชีวิต!
แต่ในสถานการณ์ที่มีความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว!
ฉันเปิดตลับศิลาออกด้วยความเร็วสูง เข็มตรึงวิญญาณสีดำสนิทสามเล่มลอยขึ้นสู่ฝ่ามือซ้าย ไอมืดเยียบเย็นแผ่ออกมาจนผิวหนังแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมจิตใจให้สงบนิ่งดั่งศิลาแช่น้ำลึก ดึงพลังปราณระดับสามขั้นสมบูรณ์ทั้งหมดขึ้นมาปกป้องหัวใจ
ฉึก!
เข็มเล่มแรกถูกปักลงที่จุดชีพจรตรงข้อมือขวา!
"อั่ก!"
ความเจ็บปวดเสียดแทงแล่นปราดเข้าสู่สมองราวกับมีเหล็กร้อนแดงทิ่มแทงเข้าไปในกระดูก แต่ฉันยังไม่หยุด กัดฟันแน่นจนเลือดซึมออกมาตามไรฟัน ยกมือซ้ายกระแทกเข็มเล่มที่สองลงบนจุดชีพจรบริเวณข้อศอกขวา!
ฉึก!
เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามท่อนแขน ไอมืดโบราณปะทะเข้ากับปราณสายฟ้าอย่างรุนแรงจนผิวหนังเริ่มปริแตก แสงสีครามและดำตีวนกันเป็นพายุขนาดย่อม และโดยไม่รอช้า ฉันปักเข็มเล่มสุดท้ายลงบนจุดชีพจรหัวไหล่ขวาอย่างเด็ดเดี่ยว!
ฉึก!
เปรี๊ยะ! เปรี้ยง!
[ระบบ: ทำการเชื่อมต่อเข็มตรึงวิญญาณเข้ากับจุดชีพจรดาบสำเร็จ!]
[ระบบ: ปราณสายฟ้าแท้ผสานเข้ากับพลังสะกดวิญญาณโบราณ... กำเนิดสภาวะ ‘อัสนีตรึงวิญญาณสวรรค์’! พลังทำลายล้างต่อมิติเพิ่มขึ้น 500%!]
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบน ทั้งที่อยู่ภายในถ้ำโบราณใต้ดิน!
ไอมืดบริสุทธิ์จากเข็มทั้งสามไม่ได้ทำลายเส้นชีพจรของฉัน แต่มันกลับถูกพลังปราณระดับสามที่แน่นหนาของฉันกดข่มและหลอมรวมเข้าด้วยกัน ใบดาบสายฟ้าแท้แปรเปลี่ยนสภาพไปอย่างน่าอัศจรรย์ จากสีครามสว่างสดใส บัดนี้มันกลายเป็นสีทองม่วงเข้มประกายคราม ประกายสายฟ้าที่เต้นระริกอยู่บนใบดาบส่งเสียงคำรามหวีดแหลมประหนึ่งมังกรสวรรค์ที่ถูกปลุกให้ตื่นจากนิทรา
ความบิดเบี้ยวของอากาศรอบตัวฉันหยุดนิ่งลงในทันที อำนาจสะกดของเข็มโบราณทำให้มิติรอบข้างแข็งตัวดั่งน้ำแข็ง!
ผู้อยู่เบื้องหลังคนที่สองชะงักงันไป ดวงตาใต้หน้ากากเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรก "นั่นมัน... เข็มตรึงวิญญาณงั้นรึ?! เจ้าไปเอามันมาจากไหน!"
"เอาไว้ไปถามยมบาลในนรกก็แล้วกัน!"
ฉันคำรามลั่น เหยียบย่ำพื้นศิลาจนแตกกระจาย ร่างทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุดที่ชีวิตนี้เคยทำได้ ความเร็วที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของสายตาผู้คน ร่างของฉันกลายเป็นเพียงลำแสงสายฟ้าสีทองม่วงที่ฉีกกระชากทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
เพลงดาบขั้นสูงสุดที่กลั่นกรองมาจากพลังทั้งหมดในชีวิตของฉัน...
‘ดาบอัสนีตรึงวิญญาณสวรรค์!’
ม่านพลังมิติหมื่นดาราของมันพยายามบิดเบี้ยวเพื่อเบี่ยงเบนการโจมตีอีกครั้ง ทว่าในคราวนี้ เมื่อคมดาบสีทองม่วงประกายครามฟาดฟันลงมา คลื่นสะกดวิญญาณจากเข็มโบราณกลับตรึงมิตินั้นไว้ให้อยู่นิ่งสนิท คมดาบสายฟ้าจึงกรีดผ่านม่านมิติได้อย่างง่ายดายดั่งมีดร้อนตัดผ่านก้อนไขมัน!
เพล้ง!
เสียงม่านมิติแตกกระจายดั่งกระจกเงาถูกค้อนทุบ
ผู้อยู่เบื้องหลังคนที่สองยกฝ่ามือเหล็กดำขึ้นมาเพื่อป้องกันตามสัญชาตญาณ ทว่าประกายสายฟ้าทองม่วงได้ทำลายโครงสร้างของถุงมือเหล็กจนแตกร้าว คมดาบตัดทะลวงผ่านการป้องกัน ฟาดฟันเฉือนลึกเข้าไปในเนื้อเหล็กกล้าและเฉือนผ่านเนื้อแท้ของมันจนเลือดสีดำคล้ำสาดกระจาย!
แต่เป้าหมายที่แท้จริงของฉันไม่ใช่แค่มือของมัน!
ฉันบิดข้อมือ กระชากวิถีดาบขึ้นด้านบนตามแรงเหวี่ยง คมดาบอัสนีตรึงวิญญาณสวรรค์สะบัดเฉือนตัดตรงขึ้นสู่ใบหน้าของมันในระยะเผาขน!
เคร้ง!
เสียงโลหะแตกหักดังก้องกังวาน คมดาบไม่ได้ตัดผ่านกะโหลกศีรษะของมันเนื่องจากมันเอี้ยวคอหลบได้ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ทว่าแรงเฉือนของสายฟ้าแท้!