📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 137 จาก 135

ตอนที่ 137: ค่ายกลกากบาทโลหิต — ทะลวงเสาคู่สองและสาม

กลิ่นไหม้เกรียมของอากาศที่ถูกความร้อนฉับพลันเผาผลาญจนแทบไม่เหลือปราณให้หายใจ กระแทกเข้าเต็มโพรงจมูกของฉัน

ครืน!

ลำแสงโลหิตเข้มข้นสองสายพุ่งทะลวงตัดผ่านความมืดมิดของหุบเหวเบื้องล่าง หนึ่งสายระเบิดออกมาจากยอดเสาศิลาต้นที่สอง อีกหนึ่งสายพวยพุ่งสะท้อนมาจากยอดเสาต้นที่สาม ทั้งสองวิถีพลังงานบิดเกลียวพุ่งเข้าหากันก่อนจะตัดสลับเป็นรูปกากบาทมรณะ กวาดฟาดหน้าผาหินจนเนื้อศิลาแกร่งระเหิดกลายเป็นไอขาวในชั่วพริบตา เศษหินหลอมละลายหยดลงสู่ก้นเหวราวกับหยาดฝนเพลิง คลื่นกดดันมหาศาลบีบอัดจนพื้นที่เหยียบยืนของพวกเราหดแคบลงเหลือเพียงสามวา เส้นผมตรงปลายขมับของฉันส่งกลิ่นไหม้จากไอความร้อนที่พัดผ่านวูบหนึ่ง

[ระบบ: ตรวจพบสภาวะวิกฤตระดับสีชาด! ท่านกำลังตกอยู่ภายใต้อาณาเขตของ 'ค่ายกลกากบาทโลหิตสังหารคู่'!]

[ระบบ: วิเคราะห์กระแสพลังงาน... เสาทั้งสองต้นดำเนินวงจรแบบผกผันสองทิศทาง หากทำลายแกนพลังงานไม่พร้อมกันในระดับเสี้ยววินาที แรงสะท้อนผกผันจะจุดชนวนระเบิดทำลายล้างกวาดล้างสิ่งมีชีวิตในรัศมีสิบลี้จนสิ้นซาก!]

ดวงตาของฉันหรี่ลง ลมปราณในจุดตันเถียนหมุนวนอย่างเยือกเย็นดั่งสายน้ำใต้ผืนน้ำแข็ง แม้ฉันจะกักตนอยู่ในระดับสามขั้นสมบูรณ์ รากฐานมั่นคงดั่งศิลาแช่น้ำลึกไม่ยอมทะลวงขึ้นสู่ระดับสี่เพื่อเคี่ยวกรำปราณแท้ให้บริสุทธิ์ถึงขีดสุด แต่แรงกดดันจากค่ายกลโบราณนี้ก็ยังทำให้กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ

"พี่จิน! ข้าเห็นแล้ว!" มินตะโกนลั่นแข่งกับเสียงคำรามของสายฟ้า ม่านตาข้างขวาของเขาส่องประกายสีครามเข้มจากเนตรพิกัด เส้นสายแสงสีทองแล่นพล่านในดวงตาของเขาเพื่อจำแนกผังค่ายกล "จุดตัดพลังงานหมุนวนอยู่ที่กึ่งกลางเหว เสาต้นที่สองกับต้นที่สามผูกชีพจรวิญญาณเข้าหากัน หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งแตกสลายก่อนแม้เพียงครึ่งกระพริบตา คลื่นย้อนกลับจะระเบิดพวกเราเป็นผุยผงทันที!"

"เข้าใจแล้ว" ฉันตวาดสั่งการเฉียบขาดโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดซ้ำสอง "แยกทัพตีคู่! ปีกซ้าย ชั้นสี่ ลิลี่ ไปเสาต้นที่สอง! ปีกขวา คราม ตามฉันมาที่เสาต้นที่สาม!"

"รับทราบ!" ลิลี่ขานรับ สองนิ้วเรียวแตะด้ามกระบี่วิญญาณที่สั่นสะท้านอยู่ข้างเอว ประกายดาบสีขาวพิสุทธิ์แผ่ออกมาสะกดความร้อนรอบกาย

"โขม อัน ประจำตำแหน่งจุดกึ่งกลาง!" ฉันหันไปสั่งสองคนที่เหลือ "คอยคุมจุดตัด อย่าให้ลำแสงกากบาทบีบอัดลงมาเร็วกว่านี้เด็ดขาด ยื้อเวลาให้พวกเราเข้าถึงยอดเสา!"

"วางใจได้เลยพี่ชาย!" โขมสะบัดแขนเสื้อ ผงควันสีครามเข้มระเบิดออกกลายเป็นม่านหมอกมายาลอยคว้าง เข้าไปพัวพันและบิดเบือนการหักเหของลำแสงโลหิต ขณะที่อันปลดขวดน้ำเต้าสีหยก เทละอองผงโอสถสะกดปราณลงไปในม่านหมอก ละอองยาสัมผัสกับความร้อนแล้วส่งเสียงฟู่ แข็งตัวกลายเป็นเกราะผลึกโปร่งแสงชะลอการหดตัวของกากบาทมรณะได้ชั่วคราว

"ไป!"

สิ้นเสียงคำรามของฉัน ร่างของพวกเราก็พุ่งทะยานแยกออกเป็นสองสายดั่งศรหลุดจากแล่ง

ทางปีกซ้าย ชั้นสี่สาวเท้าหนักแน่นกระแทกลงบนชะง่อนผา โล่ยักษ์เหล็กทมิฬในมือซ้ายกระแทกลงพื้นดังกึกก้อง โซ่ตรึงวิญญาณหนาเท่ายื่นแขนพันรอบท่อนแขนแกร่ง ลำแสงโลหิตจากเสาต้นที่สองฟาดกวาดเข้ามาหมายจะตัดร่างของพวกเขาให้ขาดครึ่ง ชั้นสี่ย่อเข่าลง ยกโล่ยักษ์ขึ้นตั้งรับตรงๆ เสียงโลหะปะทะพลังปราณดังกึกก้องแสบแก้วหู แผ่นเหล็กหนาเตอะของโล่ยักษ์เปล่งแสงแดงฉานด้วยความร้อนสูงจนผิวหนังที่มือของชั้นสี่เริ่มพุพอง ทว่าเขากลับกัดฟันกรอด เท้าทั้งสองข้างหยั่งรากลึกลงไปในเนื้อหิน ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว

"ลิลี่! ข้ามไป!" ชั้นสี่คำรามลั่น ลำคอโปนปูดด้วยเส้นเลือด

ร่างเพรียวบางของลิลี่ดีดตัวเหยียบขึ้นบนขอบบนของโล่ยักษ์ กระบี่วิญญาณในมือของเธอส่งเสียงก้องกังวาน ปราณกระบี่รวมตัวเป็นประกายแสงสีเงินยวดยาวสามวา ตัดผ่านคลื่นความร้อน พุ่งทะยานดิ่งขึ้นสู่ยอดเสาต้นที่สองด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ

ในเวลาเดียวกัน ทางปีกขวา ฉันกับครามทะยานข้ามสะพานหินที่กำลังปริแตก ปลายเท้าแตะเศษหินที่ร่วงหล่นกลางอากาศเพื่อส่งแรง พริบตานั้น เงาดำนับสิบร่างกระโจนออกมาจากเงามืดรอบเสาต้นที่สาม พวกมันคือองครักษ์เงาศิลาที่ถือหอกอัสนีสีชาด พุ่งปลายหอกเข้าใส่พวกเราพร้อมเพรียงกันเพื่อสกัดกั้น

ติ้ง—!

เสียงสายกู่ฉินสะบัดกังวานขึ้นหนึ่งจังหวะ ครามลอยตัวอยู่เคียงข้างฉัน นิ้วเรียวงามทั้งสิบกรีดพรวดลงบนสายกู่ฉินเพลงคลื่น คลื่นเสียงสีครามแผ่ซ่านออกไปดั่งระลอกคลื่นยักษ์ซัดสาดชายฝั่ง เสียงกู่ฉินแทรกผ่านเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า สั่นสะเทือนแก้วหูและกดทับกระแสลมปราณของฝูงองครักษ์เงาจนชะงักงัน ร่างศิลาของพวกมันปริร้าวกลางอากาศจากแรงสั่นสะเทือนของบทเพลง

"จิน ไป!" เธอส่งเสียงหวานทว่าหนักแน่น แววตามุ่งมั่นไม่สั่นคลอน

ฉันอาศัยช่องว่างเพียงชั่วพริบตานั้นระเบิดพลังปราณแท้ระดับสามขั้นสมบูรณ์ ความหนาแน่นของลมปราณที่ผ่านการบ่มเพาะจนไร้สิ่งเจือปนแผ่ออกมาเป็นม่านหมอกสีครามเข้มรอบกาย ดาบในมือขวาประกายสายฟ้าสีม่วงแท้คำรามลั่น ฉันเหวี่ยงดาบฟันกวาดออกไปในแนวราบเพียงดาบเดียว คลื่นดาบสายฟ้าตัดร่างขององครักษ์เงาสามตนขาดสะบั้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนที่ฉันจะทะยานร่างเหยียบซากหินขึ้นสู่ยอดเสาต้นที่สาม

บนยอดเสา แม่ทัพศิลาอัสนีร่างยักษ์ยืนตระหง่านอยู่ ร่างกายของมันครึ่งหนึ่งหลอมรวมเข้ากับแกนค่ายกลที่ส่องแสงสีแดงเลือด มันอ้าปากกว้างส่งเสียงคำรามทุ้มต่ำ ฟาดฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าสีแดงเข้าใส่ศีรษะของฉัน

ฉันไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง มือซ้ายล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ปลดตลับศิลาออกมาเปิดออกด้วยนิ้วโป้งเพียงข้างเดียว

ประกายแสงเย็นเยียบสะท้อนเข้าตา เข็มตรึงวิญญาณทั้งสามเล่มนอนสงบนิ่งอยู่ภายใน ฉันใช้ปลายนิ้วสะกิด เข็มเล่มแรกพุ่งวาบปักเข้าที่จุดชีพจรกลางหน้าผากของแม่ทัพศิลาอย่างแม่นยำ ตามด้วยเล่มที่สองและเล่มที่สามที่ปักเข้าขั้วหัวใจและสะดือของมันในจังหวะต่อเนื่องกันดั่งสายฟ้าฟาด!

กึก!

การไหลเวียนพลังงานของแม่ทัพศิลาชะงักค้าง ร่างมหึมาแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งในห้วงเวลา

[ระบบ: วงจรกากบาทโลหิตถึงขีดสุดของการบีบอัด!]

[ระบบ: ตรวจพบสภาวะการโจมตีประสาน... เริ่มต้นการซิงโครไนซ์เวลากับกระบี่วิญญาณของลิลี่!]

[ระบบ: นับถอยหลังเข้าสู่จุดตัดสมบูรณ์แบบ... 3... 2... 1... ลงมือบัดนี้!]

สายตาของฉันกวาดมองข้ามหุบเหวไปยังยอดเสาต้นที่สอง ลิลี่ทะยานขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้ว กระบี่วิญญาณในมือของเธอเปล่งประกายสีเงินยวดยาวนับสิบวา แววตาของเธอสบประสานกับฉันผ่านม่านควันและเปลวเพลิงโลหิต

ไม่มีความลังเล ไม่มีการส่งเสียง

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมปราณสายฟ้าแท้ทั้งหมดลงสู่คมดาบจนตัวดาบสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ดาบฟันผ่าลงมาเป็นแนวตั้งฉาก ฉีกกระชากอากาศจนเกิดรอยแยกสีดำ มุ่งตรงเข้าสู่แกนผลึกสีเลือดของเสาต้นที่สาม

พร้อมกันนั้น ลิลี่ก็ทิ้งตัวดิ่งลงมา ฟันกระบี่วิญญาณผ่าแกนผลึกของเสาต้นที่สองในองศาเดียวกันและเสี้ยววินาทีเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ!

เปรี๊ยะ— บึ้ม!

เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งมิติ แกนพลังงานของเสาทั้งสองต้นแตกกระจายออกพร้อมกัน ลำแสงพลังงานสีม่วงจากดาบของฉันและลำแสงสีเงินยวงจากกระบี่ของลิลี่พุ่งทะลวงเข้าสู่จุดตัดกึ่งกลางเหวที่ค่ายกลกากบาทโลหิตเชื่อมต่ออยู่

คลื่นพลังงานสีม่วงและทองคำปะทะเข้าหากันที่จุดศูนย์กลาง แรงระเบิดมหาศาลไม่ได้ขยายตัวออกด้านนอก ทว่ากลับหักล้างและดูดกลืนกันเองตามกฎการผกผันของค่ายกล คลื่นกระแทกหมุนวนเป็นวังวนก่อนจะยุบตัวลงและสลายหายไปในความว่างเปล่า ปลดปล่อยเพียงสายลมกรรโชกแรงที่พัดพาเศษเถ้าถ่านฟุ้งกระจายไปทั่วสารทิศ

"อ๊ากกกกกก!"

แม่ทัพศิลาอัสนีที่ถูกเข็มตรึงวิญญาณตรึงร่างไว้ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวงจรค่ายกลถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์ แรงสะท้อนย้อนกลับที่ไร้ทางระบายจึงไหลทะลักเข้าสู่ร่างของมัน เปลวเพลิงสีขาวปะทุขึ้นจากภายใน แผดเผาร่างศิลาแกร่งจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลีปลิวหายไปกับสายลม

ฉันร่อนตัวลงแตะพื้นหินอย่างแผ่วเบา ข้างกายมีครามที่ทะยานตามขึ้นมาประกบติด ลมหายใจของฉันยังคงราบเรียบ สมาธิมั่นคงดั่งขุนเขา ปราณในร่างยังคงไหลเวียนอย่างสม่ำเสมอตามวิถีของรากฐานระดับสามขั้นสมบูรณ์ที่ไม่มีวันสั่นคลอน

โครม! โครม!

เสาศิลาต้นที่สองและสามที่สูญเสียแกนพลังงานเริ่มปริแตกร้าว ก่อนจะพังทลายถล่มลงสู่ก้นเหวลึก เสียงหินนับหมื่นชั่งตกกระทบพื้นเบื้องล่างดังกึกก้อง ฝุ่นผงดวงดาวสีครามฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ บดบังทัศนวิสัยจนมืดมัว

พวกเราทำสำเร็จ... เสาคู่ถูกทำลายแล้ว

แปะ... แปะ... แปะ...

ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่เพิ่งจะกลับคืนมา เสียงปรบมือช้าๆ หนักแน่น กลับดังก้องสะท้อนออกมาจากใจกลางแท่นสังเวยหมื่นดาราที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า

ม่านหมอกมืดและฝุ่นผงดวงดาวที่กำลังลอยคว้างพลันแหวกออกเป็นสองฝั่ง ราวกับมีคมมีดที่มองไม่เห็นกรีดผ่าน อากาศรอบด้านพลันเย็นเยียบลงจนหยดน้ำค้างบนใบดาบของฉันกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ

ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีดำสนิทก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่า ใบหน้าครึ่งบนซ่อนอยู่ใต้เงามืดของฮู้ด ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับส่องประกายสีม่วงเข้มลึกล้ำราวกับห้วงอเวจีที่ไร้ก้นบึ้ง กลิ่นอายความตายและพลังกดดันวิญญาณที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น หนักหน่วงและเหนือล้ำกว่าแม่ทัพศิลาอัสนีหลายเท่าตัวนัก!

'ผู้อยู่เบื้องหลังคนที่สอง' ก้าวออกมาด้วยตนเองแล้ว!

"ยอดเยี่ยม... ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกินที่ทำลายค่ายกลกากบาทโลหิตได้" สุ้มเสียงเย็นชาแหบพร่าดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของพวกเราทุกคน "แต่น่าเสียดาย... ที่พวกเจ้าเป็นได้เพียงหนูที่วิ่งเข้ามาติดกับดักที่ข้าเตรียมไว้เท่านั้น"

ชายชุดคลุมดำยกมือขวาขึ้น นิ้วมือซีดขาวกรีดวาดกลางอากาศเป็นวงกลม

ครืนนนนนนน!

เสาแสงที่เหลืออยู่อีกห้าต้นรอบแท่นสังเวยพลันส่งเสียงหวีดร้องแหลมสูง ลำแสงสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะหมุนวนด้วยความเร็วบ้าคลั่ง ลำแสงทั้งห้าบิดเกลียวเข้าหากันกลางเวหา ถักทอประสาน!