📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 123 จาก 135

ตอนที่ 123: ศึกปากถ้ำเสียงสะท้อน — ดาบสายฟ้าทลายงูโลหิต

เพดานถ้ำเสียงสะท้อนเบื้องหลังฉันถล่มลงมาเป็นสายฝนหิน คลื่นพลังมืดปะทุบีบคั้น เสียงกระแทกดังก้องจนแก้วหูแทบปริ ฝุ่นขาวผงคลีพุ่งเข้าจมูกปนกลิ่นโลหิตเก่าที่ซึมอยู่ในผนังมาเนิ่นนาน ทว่าเบื้องหน้าตรงปากทางออกสู่ป่าหมอก แสงสีม่วงแดงสามสายยืนขวางทางราวกับงูพิษที่รอเหยื่อคลานออกจากรู

ร่างในชุดคลุมดำลายงูโลหิตสามร่างไม่ขยับฝีเท้าแม้เศษหินจะกระเด็นไปถึงชายผ้า พวกมันปลดปล่อยจิตสังหารระดับสามขั้นสูงสุดพร้อมกัน คมกระบี่มืดสะท้อนประกายเย็นเยียบ จ้องเขม็งที่อกเสื้อฉันจนฉันรู้สึกได้ว่าตลับศิลาใต้ผ้ากำลังถูกสายตาอันโลภนั้นเลียอยู่

ลมจากป่าหมอกพัดเข้ามา แต่ไม่เย็น มันเหนียว ชื้น และมีกลิ่นสนิม

[ระบบ] แจ้งเตือนภารกิจฉุกเฉิน: ฝ่าวงล้อมผู้ตรวจการเงาแห่งมู่หรงเทียน! เงื่อนไข: กำจัดหรือฝ่าวงล้อมภายใน 5 นาที ก่อนที่ปราณมืดจะผนึกปากถ้ำสมบูรณ์ รางวัล: แต้มทักษะระบบ 1,000 แต้ม และแผนที่เสาค่ายกลต้นที่สอง! คำเตือน: ระดับปัจจุบันของผู้ใช้ยังคงเป็นระดับสามขั้นสมบูรณ์ ห้ามฝืนข้ามขีด!

ฉันกัดฟัน ปราณสายฟ้าในเส้นลมปราณยังคงอยู่ที่ขีดระดับสามขั้นสมบูรณ์ ไม่มีประกายของการเลื่อนขั้นแม้จิตสังหารจะกดทับจนหน้าอกแน่น ตลับศิลาสั่นแผ่ว ๆ ราวกับเข็มตรึงวิญญาณเล่มที่สองที่ผนึกไว้ภายในกำลังดิ้นต่อแรงเรียกของค่ายกลมืดด้านนอก

“ชั้นสี่!” ฉันตะโกนโดยไม่หันหลัง “กันด้านหลัง! หินยังไม่หยุด!”

“รับทราบ!” เสียงทุ้มของชั้นสี่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงโล่ยักษ์ปักพื้น เกราะหนักของเขาสั่นครืนเมื่อเศษเพดานก้อนเท่าหัวคนกระแทกลงมาเป็นชุด เขาย่อเข่า กางโล่เป็นกำแพงเหล็ก รับแรงถล่มไว้คนเดียวจนฝุ่นปลิวเป็นวง

มิน อัน และโขมถูกดันให้ชิดผนังด้านในโล่ พวกเขาไม่ได้พุ่งออกไปแย่งแนวหน้า มือของมินกดจุดเลือดให้โขมที่เพิ่งไอฝุ่นออกมาเป็นสาย ส่วนอันปักเข็มสั้นเร่งลมปราณหมุนเวียนให้ชั้นสี่ไม่ให้เขาทรุดกลางแรงกระแทก พวกเราหลังชนหน้าผาจริง ๆ ด้านหลังคือถ้ำที่กำลังตาย ด้านหน้าคือทางออกที่มีดสามเล่ม

ผู้ตรวจการเงาเถียนหยวนก้าวออกมาครึ่งฝีเท้า กระบังหน้าคลุมดำเผยเพียงริมฝีปากบางที่โค้งอย่างดูถูก เสียงของมันชัดเจนแม้หินจะยังร่วง

“นึกไม่ถึงว่านังหนูสำนักคลื่นครามจะพาพวกขยะระดับสามมาชิงเข็มวิญญาณของท่านมู่หรงเทียน ตายเสียเถอะ!”

ครามไม่ตอบ เธอยืนข้างฉัน ชายเสื้อสีครามปลิวตัดกับควันหิน ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะจนฉันเห็นประกายน้ำตาที่ยังไม่ยอมไหล นิ้วเรียวดีดสายกู่ฉินเส้นเดียว

เสียงแรกไม่ไพเราะ มันกระชาก

‘ท่วงทำนองคลื่นเชี่ยวกราก’ ระเบิดออกจากกู่ฉินเป็นวงคลื่นใส กวาดหมอกเสียงสะท้อนที่ถ้ำพยายามทบกลับมาใส่พวกเราให้แตกกระจาย พื้นที่รอบตัวฉัน คราม และลิลี่สว่างขึ้นด้วยปราณบริสุทธิ์ แรงกดของจิตสังหารถูกผลักออกไปหนึ่งช่วงแขน หายใจโล่งขึ้นเพียงเสี้ยวหนึ่ง แต่เสี้ยวนั้นพอให้ฉันมองเห็นจังหวะ

“ลิลี่ ซ้าย!” ฉันสั่ง

“ฉันเห็นแล้ว!” ลิลี่ตอบสั้น ๆ ก่อนร่างของเธอจะพลิ้วหาย

ผู้ช่วยสองคนของผู้ตรวจการเงาพุ่งเข้ามาพร้อมกัน กระบี่งูพิษในมือพวกมันบิดตัวกลางอากาศ ควันดำพุ่งออกจากร่องคมดาบพันกันเป็นวง ‘ค่ายกลหมอกอสรพิษกลืนวิญญาณ’ ก่อร่างขึ้นในพริบตา หมอกเย็นบีบอัดพื้นที่ กลืนเสียงฝีเท้า กลืนแม้แต่แสงจากปากถ้ำ เกล็ดงูปราณเลื้อยบนพื้นหิน พุ่งเข้าหาข้อเท้าพวกเรา

ลิลี่ระเบิด Spirit Blade ขั้นสาม คมดาบวิญญาณสีเงินขาวพลิ้วเป็นสายฝน เธอไม่ถอยแม้หมอกจะเลียผิว เพลงดาบของเธอฉับ ไว และดุ ทุกครั้งที่กระบี่งูพิษฟันเข้า ดาบวิญญาณก็รับไว้ด้วยมุมที่เฉียดเส้นตาย แล้วปัดกลับทันที เสียงปะทะดังสนั่นจนเศษหินบนโล่ของชั้นสี่ยังสั่นตาม

“อย่าให้มันประสานวง!” ลิลี่ตะโกนระหว่างฟัน “ค่ายกลมันกินจังหวะหายใจ!”

ฉันเห็นเอง ทุกครั้งที่กระบี่สองเล่มไขว้กัน หมอกจะหนาขึ้นหนึ่งชั้น และปราณบริสุทธิ์ของครามถูกกัดเซาะเป็นรู ถ้าปล่อยให้ครบวง ปากถ้ำจะถูกผนึกก่อนที่เราจะได้ขยับเท้าออกไปแม้ก้าวเดียว

[ระบบ] สแกนจุดอ่อน: ตรวจพบแกนค่ายกลงูโลหิตเชื่อมต่อกันที่จุดชีพจรคอหอยด้านซ้ายของนักรบเงาทั้งสอง! ปราณสายฟ้าสามารถรบกวนการส่งผ่านพลังเงาได้ 100%! เวลาภารกิจคงเหลือ 3 นาที 12 วินาที!

“คอหอยซ้าย!” ฉันส่งเสียงให้ครามได้ยินท่ามกลางคลื่น “ฉันจะหลอม! เธออย่าปล่อยสาย!”

“มาได้เลย” เสียงเธอสั่นไปกับสายกู่ฉิน แต่ไม่พัง

ฉันดึงพลังสายฟ้าระดับสามขั้นสมบูรณ์จนเส้นเอ็นที่แขนแสบร้อน ไม่ข้ามขีด ไม่ฝืนทะลวงด่าน เพียงอัดทุกอณูที่มีอยู่ในระดับนี้ให้แน่นที่สุด แล้วส่งมันเข้าไปตามจังหวะคลื่นของคราม ฟ้าและเสียงน้ำไม่ได้แย่งกัน มันบิดเข้าหากันกลางฝ่ามือฉัน ประกายสีขาวน้ำเงินแลบไปตามคลื่นเสียง ก่อนจะรวมเป็นคมเดียวที่ร้องก้องในกะโหลก

‘อัสนีคลื่นมรณะ’

[ระบบ] ประสานทักษะสำเร็จ: อัสนีคลื่นมรณะ (จำกัดระดับสามขั้นสมบูรณ์) พลังรบกวนเงา 100% ภายในหนึ่งจังหวะ! ไม่มีการเลื่อนระดับ!

พื้นใต้เท้าฉันระเบิดเป็นใยไฟฟ้าบาง ๆ ฉันใช้ท่าร่างพริบตาพุ่งทะยานต่ำเกือบติดหิน หมอกอสรพิษฉีกเป็นสองทางเมื่อคลื่นฟ้าผ่าผ่าน ลิลี่เบน Spirit Blade ขึ้นสูงในจังหวะเดียวกัน เปิดช่องให้ฉันไม่ต้องเสียแรงปะทะคมดาบ

ดาบสายฟ้าในมือฉันตัดเข้าจุดชีพจรคอหอยด้านซ้ายของนักรบเงาคนแรก เนื้อปราณตรงนั้นบางจนน่าตกใจ ไฟฟ้าพุ่งตามเส้นเชื่อมของค่ายกลราวกับเจอสะพานที่สร้างไว้ให้มันเอง คนที่สองพยายามสลับกระบี่มาปิด แต่คลื่นของครามกระแทกข้อมือมันให้หน่วงไปครึ่งลมหายใจ คมของฉันตามไปตัดจุดเดียวกันอย่างไม่ปรานี

ค่ายกลหมอกอสรพิษกลืนวิญญาณส่งเสียงกรีดสั้น ๆ แล้วแตกสลายจากข้างใน เกล็ดงูปราณมอดเป็นขี้เถ้าดำก่อนจะแตะพื้น

นักรบเงาสองคนกระอักเลือดดำพร้อมกัน ดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อว่าวงที่พวกมันภูมิใจจะขาดเพียงสองคม ร่างของพวกมันยุบลง ผิวหนังปริเป็นรอยแสบจากสายฟ้า แล้วสลายกลายเป็นเถ้าถ่านปลิวออกไปนอกปากถ้ำ เหลือเพียงกระบี่งูพิษสองเล่มปักสั่นอยู่บนหิน

เถียนหยวนไม่เหลียวมองลูกน้อง มันหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเหมือนงูถูกเหยียบหาง

“ของดีขนาดนี้ ยังกล้าถือเดินอวด” สายตาของมันกลับไปจับที่อกเสื้อฉันอีกครั้ง ตลับศิลาเย็นวาบราวกับรู้ตัวว่าถูกหมายตา “เข็มตรึงวิญญาณเล่มที่สองอยู่ในนั้นใช่หรือไม่? ส่งมา แล้วฉันจะให้พวกขยะตายเร็วขึ้นหนึ่งลมหายใจ”

“ลองมาเอาเอง” ฉันตอบ เสียงแหบเพราะปราณยังไม่ทันคืน

มันโกรธจัดจนชายชุดคลุมบานออกเป็นปีกมืด ฝ่ามือทั้งสองประสานเป็นกรงเล็บซ้อนกันนับไม่ถ้วน วิชาลับ ‘ฝ่ามือเงาอสูรพันกร’ พุ่งเข้าใส่ฉันโดยไม่ให้จังหวะตั้งรับ แรงลมปะทะก่อนตัววิชาจะถึง หินปากถ้ำปริเป็นร่อง กลิ่นโลหิตในอากาศเข้มขึ้นจนลิ้นขม

ฉันยกดาบขวาง แต่รู้ในทันทีว่าถ้าชนตรง ๆ ด้วยระดับสามขั้นสมบูรณ์ แขนฉันจะหักก่อนที่คมจะได้งาน

“หลบ!” เสียงชั้นสี่ดังขึ้นใกล้กว่าที่ควร

เขาทิ้งแนวหินถล่มเพียงเสี้ยววินาที พุ่งทะยานเอาโล่ยักษ์เข้ากระแทกขวางระหว่างฉันกับฝ่ามือเงานั้น เกราะหนักของเขาส่งเสียงโลหะร้องโหยหวนทั้งแผ่น แรงกระแทกผลักร่างใหญ่ของเขาถอยไปสามก้าว ส้นเท้าไถหินเป็นร่องลึก เลือดสดพุ่งจากมุมปากเป็นสาย เขาไอจนตัวงอ แต่โล่ไม่ตก เขากระแทกขอบโล่ลงกับพื้นอีกครั้ง ตรึงจังหวะของศัตรูไว้ตรงนั้น

“ตอนนี้!” ชั้นสี่คำรามทั้งที่ฟันแดง

ฉันไม่รอคำที่สอง สบโอกาสที่ฝ่ามือเงาพันกรถูกหน่วงบนหน้าโล่ ฉันมุดต่ำ ผ่านใต้เงาของเกราะเขา แล้วอัดทุกอณูสายฟ้าที่ยังเหลือจากการหลอมคลื่นเข้าที่หมัดขวา

‘หมัดอัสนีบาตไร้เงา’

ไม่มีแสงนำทาง ไม่มีเสียงฟ้าร้องก่อนลงมือ มีเพียงแรงที่หายไปจากสายตาแล้วไปโผล่ที่หน้าอกของเถียนหยวน หมัดฉันกระแทกทะลวงเกราะบางใต้ชุดคลุม กระดูกหน้าอกมันยุบลงด้วยเสียงแหลกที่ดังใกล้หูฉันเกินไป ไฟฟ้าแลบเข้าตามรอยร้าว เกราะปราณของมันปริออกเป็นใยดำ ร่างสูงของมันกระเด็นถอยไปชนขอบปากถ้ำจนหินร่วงหล่นเป็นครั้งที่สอง

เถียนหยวนทรุดลงกับพื้น เข่ากระแทกหิน เลือดดำทะลักออกจากมุมปากและรูจมูก มือหนึ่งยังคว้าอากาศตรงตำแหน่งอกเสื้อฉันราวกับอยากฉีกตลับศิลามาแม้ตัวจะไม่ไหวแล้ว ฉันยืนห่างออกหนึ่งก้าว ดาบปักพื้นเพื่อไม่ให้เข่าตัวเองทรุดตาม ระดับของฉันยังเหมือนเดิม ไม่มีแสงเลื่อนขั้น ไม่มีเสียงระบบประกาศทะลวงด่าน มีเพียงความเหนื่อยที่สั่นถึงปลายนิ้ว

ชั้นสี่คุกเข่าข้างหนึ่ง แต่ยังชูโล่ ลิลี่ยืนปัก Spirit Blade กันปีกซ้าย ครามกดสายกู่ฉินเส้นสุดท้ายไว้ไม่ให้คลื่นบริสุทธิ์ดับ ด้านหลัง มินตะโกนบอกอันให้รีบอุดจุดเลือดของชั้นสี่ ส่วนโขมลากกระเป๋ายาเข้ามาชิดโล่โดยไม่ยื่นหน้าออกนอกแนว

ฉันคิดว่าทางออกโล่งแล้ว

แต่ก่อนสิ้นใจ เถียนหยวนกลับเงยหน้า เลือดดำเปื้อนคาง แล้วเค้นเสียงหัวเราะบ้าคลั่งจนอกที่บุบยุบสั่น

“พวกเจ้าคิดว่าชนะแล้วรึ?... เสาค่ายกลต้นที่สองตั้งอยู่ใน ‘หุบเขากลืนวิญญาณ’... และท่านมู่หรงเทียนรอพวกเจ้าอยู่ที่นั่นแล้ว!”

สิ้นเสียง มันกัดกระสวยสื่อสารโลหิตที่ซ่อนใต้ลิ้นจนแตก ลำแสงสีแดงพุ่งทะลวงเพดานฝุ่น ฉีกหมอกป่า แล้วพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไม่สนว่าตัวมันจะหมดลม แสงนั้นไม่ใช่สัญญาณขอความช่วยเหลือ มันคือคำสั่ง

[ระบบ] เตือนภัยระดับสูง: สัญญาณโลหิตถูกปล่อย! กองทัพเงากำลังตอบรับ! ภารกิจฝ่าวงล้อมถือว่าสำเร็จเพียงบางส่วน แผนที่เสาค่ายกลต้นที่สองกำลังถูกบังคับเปิด ตำแหน่งต่อไป: หุบเขากลืนวิญญาณ! ผู้ใช้ยังคงอยู่ที่ระดับสามขั้นสมบูรณ์!

พื้นป่าสั่น เสียงคำรามของกองทัพเงาดังกระหึ่มจากทั่วสารทิศ ซ้าย ขวา หน้าผา แนวหมอก ราวกับหมื่นตนลืมตาขึ้นพร้อมกันเพื่อปิดล้อมป่าทั้งผืน!